เต้าหลิงรู้สึกทุกข์ใจมากเขาอุตส่าห์ลำบากลำบนกว่าจะมาถึงชั้นเก้าได้ กว่าจะกลั่นหลอมร่างกายได้ทว่ากลับไม่เจอมรดกสืบทอด
ตอนนี้เขาเข้าในส่วนลึกสุดก็ได้พบเจอกับของล้ำค่าหนึ่งชิ้นแต่ก็มิวายมีคนแย่งชิงไปเสียก่อน เขารู้สึกหดหู่มาก ทว่าในขณะที่เขาเข้าไปยังห้องหลอมโอสถเขาก็พบเข้ากับคัมภีร์สีทองเล่มหนึ่ง ทำให้เขาดีใจมากแต่ในเวลาที่สำคัญเช่นนั้นกลับมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
เป็นครั้งแรกที่เต้าหลิงสัมผัสได้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาซึ่งในตอนที่อยู่ตรงชั้นสิบเขายังไม่เคยรู้สึกเช่นนี้
เขาก็ถูกเปลวเพลิงเข้าโจมตีร่างทั้งร่างถูกแผดเผาด้วยไฟที่ร้อนแรง
เปลวเพลิงสีใสดุจแก้วที่ร้อนจนถึงขีดสุดมันได้แผดเผาเสื้อผ้าของเขาจนมอดไหม้ ผมสักเส้นก็ไม่เหลือจนทำให้เขากลายเป็นคนหัวล้าน อีกทั้งผิวของเขายังกลายเป็นสีดำขลับภายในร่างขับน้ำลายเปลวเพลิงออกมา
“บัดซบ” เต้าหลิงร้องคำรามอยู่ในใจเขารู้เหมือนกำลังจะตาย ความเจ็บปวดลึกลงไปถึงจิตราวกับถูกเปลวเพลิงสวรรค์แผดเผากล้ามเนื้อแต่ละมัดค่อยๆ แตกออกมา
แม้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งมาก ทว่าชั่วพริบตาเปลวเพลิงก็ได้แผดเผาร่างกายของเขาจนไหม้เกรียมเห็นได้ชัดว่าเปลวเพลิงนี้น่ากลัวมากขนาดไหน
เขานำพลังชีวิตเหลวล้ำค่าออกมาร่างกายที่ไหม้เกรียมปลดปล่อยคลื่นพลังชีวิตออกมาพลางฟื้นฟูร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
พลังชีวิตบริสุทธิ์มหาศาลได้โอบล้อมร่างของเขาเอาไว้ทว่าไม่นานนักมันก็ถูกเปลวเพลิงแก้วแผดเผาจนหมด เต้าหลิงแทบบ้าเขาดื่มพลังชีวิตบริสุทธิ์ไปอีกสามหยดพลางแผดเสียงคำรามต่ำออกมาแล้วตะเกียกตะกายยันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิพลางขับเคลื่อนวิชาเพื่อต่อต้านเปลวเพลิง
นี่เป็นวิกฤตอันตรายถึงชีวิตครั้งแรกของเขาหัวใจของเต้าหลิงบีบรัดแน่นจนถึงขีดสุด ฟันขบเสียดสีกันใบหน้าละอ่อนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเขาดูดซับพลังโดยรอบอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านเปลวเพลิง
เปลวเพลิงแก้วนี้ร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์มวลอากาศแต่ละชั้นถูกเผาไหม้ ห้องหลอมโอสถปรากฏหลุมสีดำขนาดใหญ่ขึ้นก่อนที่มันจะปลดปล่อยแสงสีดำน่ากลัวออกมา
“หยินหยาง”นัยน์ตาของเต้าหลิงฉายประกายแสงพลังหยินที่อยู่ภายในร่างทั้งหมดถูกปลุกขึ้น ไอพลังเย็นที่น่ากลัวพรั่งพรูออกมาเขารู้สึกได้ว่าร่างกายที่ถูกแผดเผานั้นดีขึ้นมาเล็กน้อย
ทว่าการฟื้นฟูนั้นยากมากร่างกายของเขาเสียหายหนัก เว้นเสียแต่ว่าจะขับไล่เปลวเพลิงออกไป ถึงจะสามารถค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาได้ทีละนิด แต่ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานอยู่พอสมควร
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามเต้าหลิงไม่อาจจะต้านทานได้ไหว ร่างกายของเขาแตกออกเป็นสี่ห้าส่วนในตอนนี้เหลือเพียงแค่จิตใจแข็งกล้าที่ยื้อชีวิตของเขาเอาไว้สภาพของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น
“จะมานั่งรออยู่แบบนี้ไม่ได้ไม่เช่นนั้นได้ตายจริงๆ แน่”หัวใจของเต้าหลิงร้อนเป็นไฟสายตาของเขาสว่างแวบขึ้นมา ก่อนหันไปมองคัมภีร์สีทองที่อยู่ภายในเตาหลอมโอสถ
“คัมภีร์โอสภโบราณ” เขากล่าวออกมาด้วยใบหน้าดำมืดเป็นเส้นคัมภีร์หลอมโอสถในตอนนี้จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้
ในตอนนั้นเอง ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นมาอีกครั้งเขาแผดเสียงร้องตะโกนออกมาในใจว่า“นักปรุงโอสถสามารถนำเปลวเพลิงมากำราบเป็นเพลิงโอสถได้ขอแค่ข้ากำราบเปลวเพลิงนี้ เช่นนั้นก็จะสามารถแก้ไขปัญหาในตอนนี้ได้”
เต้าหลิงเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดีอย่างไรเสียเขาก็จะต้องขจัดเปลวเพลิงพวกนี้ออกไปเท่านั้นไม่เช่นนั้นเขาก็จะไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายของตัวเองได้ในตอนนี้เขามองเห็นความหวังแล้ว
เจตนารมณ์ของเขาแผดเผาขึ้นถึงจุดสูงสุดสายตามองไปที่คัมภีร์โอสถโบราณก่อนเริ่มอ่านวิธีกำราบเปลวเพลิง
เมื่ออ่านจบเต้าหลิงก็กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักปรุงโอสถจึงได้ตายตอนที่กำราบเปลวเพลิงเป็นจำนวนมากที่แท้ก็ต้องกำราบต้นกำเนิดเปลวเพลิงแรกเสียก่อนแล้วก็ใช้มันกลั่นหลอมเข้าไปในร่างกายถึงจะได้ นี่มันบ้าชัดๆ”
เท่ากับว่าตอนนี้เต้าหลิงจะต้องกลั่นหลอมเปลวเพลิงเข้าไปในร่างเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก และหลังจากที่กลั่นหลอมเปลวเพลิงเข้าไปในร่างกายแล้วเปลวเพลิงและร่างกายก็จะอยู่ในระดับพลังเดียวกันเช่นนี้จึงสามารถกำราบเปลวเพลิงได้นั่นเอง
เพราะอันตรายมากขนาดนี้ในขณะที่นักปรุงโอสถจะกำราบเพลิงโอสถ พวกเขาก็จะเตรียมของในการช่วยชีวิตเอาไว้ทำให้โอกาสรอดชีวิตสูงขึ้นไปอีก
เต้าหลิงทำจิตใจให้สงบในตอนนี้เขามีพลังชีวิตเหลวล้ำค่าเพียงห้าหยดซึ่งมันน่าจะพอช่วยยื้อเวลาให้เขาสักระยะหนึ่ง
พลังชีวิตเหลวล้ำค่าหนึ่งหยดถูกหลอมละลายพลังบริสุทธิ์ไหลทะลักออกมารักษาบาดแผลของเขาทำให้เขายืดเวลาออกไปได้อีกหนึ่งชั่วยาม
พลังชีวิตเหลวล้ำค่าสามหยดถูกใช้ไปจนหมดเต้าหลิงอดทนมาครึ่งวันเขารู้สึกว่าร่างกายละลายหายไปแล้วมีเหลือแค่เพียงดวงวิญญาณเท่านั้น
ในตอนนี้เปลวเพลิงแก้วเริ่มอ่อนแรงลงเต้าหลิงยิ้มออกมาด้วยความปีติ ในเวลานี้เป็นเวลาที่สามารถกำราบเปลวเพลิงได้ง่ายที่สุดในขณะที่มันเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ พลานุภาพก็จะลดลงไปด้วย
นิ้วที่ไหม้เกรียมของเขาขยับออกไปพลันปรากฏคลื่นพลังลึกลับเป็นเส้นๆ ยังดีที่เขายังสามารถใช้พลังนี้ได้อยู่ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถหยั่งรู้แล้วกำราบเปลวเพลิงนี้ได้แน่
คัมภีร์โอสถโบราณลึกล้ำมากคลื่นพลังบางอย่างได้ปรากฏขึ้น มันรวมตัวกันเป็นตาข่ายดใหญ่ราวกับแหหาปลาหลังจากนั้นเปลวเพลิงแก้วก็หลอมรวมเข้าไปภายในร่างของเขา
เปลวเพลิงถูกห่อหุ้มเอาไว้ร่างกายที่ไหม้เกรียมปลดปล่อยคลื่นพลังชีวิตออกมามันได้ขั้นกลางระหว่างเปลวเพลิงไว้เป็นชั้นๆ
อุณภูมิที่ร้อนแผดเผาได้หายไปร่างกายของเต้าหลิงดีขึ้นมาเรื่อยๆ เขาเริ่มดูดซับพลังโดยรอบอย่างบ้าคลั่งในขณะเดียวกันก็กำราบเปลวเพลิงแก้วไปด้วย
ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆพริบตาเดียว วันเวลาครึ่งเดือนก็ผ่านไป ซึ่งเต้าหลิงใช้เวลาครึ่งเดือนในการรักษาบาดแผลของเขา
เขาได้ผลัดเปลี่ยนแม้ว่าร่างของเขาจะยังไหม้เกรียมอยู่ทว่าภายในอุดมไปด้วยพลังงานที่น่ากลัวมากจนถึงขีดสุด
วันที่สอง ปรากฏเสียงแครกแครกดังออกมาจากภายในห้องหลอมโอสถผิวหนังที่ไหม้เกรียมของเต้าหลิงแตกออกแสงสีทองเรืองรองประกายออกมาเหมือนดวงอาทิตย์ขนาดเล็กที่กำลังลุกโชน
พลังชีวิตที่น่ากลัวได้ตื่นขึ้นบริเวณโดยรอบสั่นไหว ผิวหนังของเขาประกายแสงระยิบระยับ กล้ามเนื้อแต่ละมัดแข็งแกร่งราวกับเหล็กไหลร่างกายของเขาค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา
ผมของเต้าหลิงงอกออกมาแต่ละเส้นมีสีดำขลับมันเงาส่องแสงสีทองประกายสว่างเจิดจ้าทั่วร่างของเขาถูกผลัดเปลี่ยน ผิวหนังเก่าถูกผลัดออกไป
นี่มันก็เหมือนกับการเกิดใหม่ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจะต้องตกใจทั่วทั้งแผ่นดินเป็นแน่เพราะการผลัดเปลี่ยนกายนั้นเป็นระดับพลังชีวิตชั้นสูงมากจะต้องใช้พลังงานฟ้าดินจำนวนมหาศาลจึงจะสามารถทำได้ทว่าเขากลับลองผิดลองถูกจนเกือบโดนไฟเผาตาย สุดท้ายก็ผลัดเปลี่ยนสำเร็จ
ร่างของเต้าหลิงกลับมาบริสุทธิ์อีกครั้งทั้งยังมีกลิ่นหอมตรึงใจ นี่ก็คือกายล้ำค่าในตำนาน
เขารู้สึกเหมือนกับว่าตนนั้นเหมือนกับก้อนหินขนาดใหญ่ส่วนบนและล่างได้ผสานเข้าด้วยกันเหมือนดั่งเตา ใบหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความปีติ
ของล้ำค่าครั้งนี้ยิ่งใหญ่นักไม่ใช่แค่หลอมรวมกับเปลวเพลิงได้ ยังจะทะลวงจนถึงจุดสูงสุดแล้วด้วย
เขายังไม่ได้ตื่นขึ้นอีกทั้งพลังยังขยายตัวออกไปหลังจากนั้นสามวันเขาก็รู้สึกว่าตนได้มายืนอยู่ตรงจุดสูงสุดของขั้นพลังแล้ว
เต้าหลิงลืมตาทั้งสอง แสงสวรรค์ส่องทะลวงออกไปดวงตาราวกับเปลวเพลิงของดวงอาทิตย์ที่ลุกโชติช่วงทันใดนั้นเขาก็ระเบิดพลังมหาศาลออกมา
ตู้มม ฟ้าดินระเบิดออกพลังที่แข็งแกร่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า เขาแผดเสียงร้องคำรามดังออกมา “ทะลวง”
ฟ้าดินสั่นไหวทั่วทั้งใต้หล้าแทบพังทลายเหมือนย้อนกลับมาอยู่ในยุคของการสร้างโลกทุกอย่างสั่นสะเทือนโกลาหล ปรากฏร่างเงาน่ากลัวร่างหนึ่งพลังที่ปลดปล่อยออกมาเหมือนกับหนุ่มน้อยเทพสวรรค์
เต้าหลิงยืนขึ้นคลื่นพลังสีทองกระจายออกไปรอบทิศ เขายืนอยู่บนระดับชีวิตใหม่เขาชูหมัดขึ้นไปบนท้องฟ้า พลานุภาพที่แข็งแกร่งถูกปลดปล่อยออกมา
ความรู้สึกนี้เหมือนกับโลกใหม่ ไม่มีขีดจำกัดไม่มีขอบเขต ซึ่งนี่คือระดับพลังเก้าชั้นฟ้าสูงสุด
เต้าหลิงไม่รู้ว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นมาเท่าไรแต่เขาสัมผัสได้ว่าพลังของเขาแข็งแกร่งมากขึ้น
“ทำลายขีดจำกัดได้โดยไม่ได้พึ่งพลังอย่างอื่นแต่เป็นพลังศักยภาพของตัวข้าเอง”เต้าหลิงกำหมัดพลางกล่าวพึมพำ “นี่จะใช่กายศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?”
ในตอนนั้นนิ้วของเขาก็สั่นไหวภายในร่างปรากฏเพลิงโอสถแก้วขึ้น มันสั่นไหวอยู่กลางอากาศ ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยคลื่นพลังที่ร้อนแรงทำเอามวลอากาศที่อยู่รอบๆ ฉีกขาด
เปลวเพลิงแก้วนี้ ถึงแม้จะไม่ใหญ่มากแต่พลานุภาพของมันแข็งแกร่งมากเต้าหลิงสัมผัสได้ถึงพลังต้นกำเนิดของเปลวเพลิงที่น่ากลัวในภายหลังมันจะต้องเติบโตขึ้นได้อีกแน่
การที่เปลวเพลิงจะเติบโตได้นั้นมันจะต้องกลืนกินเปลวเพลิงที่หลากหลายใต้หล้านี้มีเปลวเพลิงอยู่หลายแบบ มีทั้งเพลิงอสูร เพลิงนภา เพลิงสวรรค์หรืออื่นๆ
เปลวเพลิงนี้แข็งแกร่งมากใบหน้าของเต้าหลิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ เขาหยิบคัมภีร์โอสถโบราณขึ้นมาของสิ่งนี้อยู่ที่นี่ นั่นหมายความว่าคัมภีร์โอสถโบราณนี้จะต้องเป็นวิชาระดับสูง
เขายังไม่ได้คิดที่จะดูมันตอนนี้เพราะเขาอยากลองไปชั้นที่สิบดูอีกรอบหนึ่ง
เขาไม่ได้เร่งรีบจะไปเดี๋ยวนี้เขารู้ดีว่าชั้นที่สิบน่ากลัวมากขนาดไหน ถึงแม้ว่าเขาจะยืนอยู่ในระดับที่น่ากลัวทว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ยังไม่แน่นอน ทางที่ดีเขาจะต้องมีวิชามหาอำนาจก่อนสักวิชาหนึ่งแล้วจึงค่อยไปที่นั่น แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ การมาหอคอยผ่านจิตในครั้งนี้คงจะต้องจบลง
“ฝ่ามือหยินหยาง” เขานั่งขัดสมาธิภายในใจเต็มไปด้วยความปีติ เขาถูกเปลวเพลิงแก้วกลั่นหลอมร่างแล้วซึ่งนั่นหมายความว่าพลังหยางที่ร้อนแรงจนถึงขีดสุดได้ไหลเวียนอยู่ภายในร่างของเขาตอนนี้เขาจึงมีทั้งพลังหยินและหยางอยู่ในร่างกาย
เต้าหลิงได้ศึกษาฝ่ามือหยินหยางมาโดยตลอดเหลือก็เพียงแค่การทดสอบเท่านั้น ตอนนี้มาลองดูสิว่าพลานุภาพของวิชานี้จะเป็นเช่นไร
เขานั่งลงขัดสมาธิ มือทั้งสองวางไว้บนหัวเข่ามือซ้ายปกคลุมไปด้วยพลังหยางที่ร้อนแรง มือขวาปกคลุมไปด้วยพลังหยินที่เยือกเย็นทั้งสองพลังนี้เป็นพลังที่สูงถึงขีดสุดที่อยู่ภายในร่างกายของเขาตอนนี้เขาเหมือนกับภาพวาดหยินหยางที่แขวนเอาไว้
เต้าหลิงประกบฝ่ามือหยินและหยางเข้าด้วยกันพลังทั้งสองชนิดผสานเข้าด้วยกันกลางท้องฟ้าก่อนที่จะเกิดพลังงานน่ากลัวอย่างหนึ่งขึ้น...
กลางห้วงมิติ ปรากฏปลาหยินหยางขึ้นราวกับภาพวาดที่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นฟ้า ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่
ฝ่ามือหยินหยางขนาดใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นฟ้าดินพลันสั่นสะเทือนพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นรอบทิศรวมตัวกันเข้าไปในฝ่ามือหยินหยางอย่างบ้าคลั่ง
นี่ก็คือวิชามหาอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวเพียงแค่ใช้มันออกมาก็สามารถรวบรวมพลังจำนวนมากมารวมกันจนกลายเป็นพลังทำลายล้างที่น่าหวั่นเกรง
มีวิชามหาอำนาจบางวิชาที่เมื่อใช้มันออกมามันก็จะดูดกลืนพลังภายในระยะสิบลี้เข้าไปจนแห้งเหือด
ฝ่ามือหยินหยางขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นมาเหมือนกับภาพนิมิตมันอัดแน่นไปด้วยพลานุภาพสวรรค์ มันกะพริบไปมาอยู่กลางห้วงมิติโดยรอบเหมือนกับมีมหาสมุทรหยินหยางกำลังขยายตัวออกทว่ามันเกิดขึ้นไม่นานก็พลันจางหายไป