ย้อนอดีตกับระบบ Ai

    บทที่ 7 : ซื้อคอนโด (1)

    ซื้อคอนโด (1)
    หลังจากรับประทานอาหารจนอิ่ม และจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ฉิงเฉินก็พาลู่เซี่ยวเซี่ยวและลู่หลิงหลิงออกจากห้างสรรพสินค้าเจิ้งหยวน ซึ่งตอนนี้มันเป็นเวลา 5 ทุ่มครึ่งพอดี
    ทันทีที่ออกมาจากห้าง ลู่เซี่ยวเซี่ยวได้ถามขึ้น “พวกเราจะไปที่ไหนต่อคะ?” น้ำเสียงของเธอฟังดูสุภาพ และเต็มไปด้วยความเคารพมากหากเทียบกับก่อนหน้านี้
    แน่นอนว่าเป็นเพราะฉิงเฉินเลือกที่จะจ้างเธอเป็นแม่บ้าน และเลี้ยงข้าวเธอและน้องสาว เธอจึงรู้สึกขอบคุณเขาอย่างมาก เธอจึงต้องสุภาพและให้ความเคารพแก่เขา ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือเขามีอายุมากกว่าเธอ
    “ไปหาที่พัก” ฉิงเฉินตอบง่ายๆ ก่อนจะถามเรย์เรีย “เรย์เรียแถวนี้พอจะมีคอนโดบ้างไหม?”
    [ทิศเหนือห่างออกไปไม่กี่เมตร จะมีคอนโดมิเนียมซูฉางตั้งอยู่]
    น้ำเสียงอิเล็กทรอนิกส์ของเรย์เรียตอบออกมาอย่างไร้อารมณ์ ฉิงเฉินพยักหน้าและหันไปบอกสองพี่น้อง จากนั้นเขาก็ลากกระเป๋าใบใหญ่ของพวกเธอ เดินนำหน้าพวกเธอไป พวกเธอเองก็เดินตามเองไปอย่างรวดเร็ว
    ใช้เวลาเดินอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ฉิงเฉิน ลู่เซี่ยวเซี่ยวและลู่หลิงหลิง ก็เดินมาถึงหน้าตึกคอนโดขนาดใหญ่ ที่มีความสูงมากกว่าสิบชั้น
    ตัวตึกคอนโดถูกทาสีตกแต่งไว้อย่างงดงามและสบายตา ด้านข้างตัวตึกคอนโดเป็นลานจอดรถ มีรถยี่ห้อต่างๆมากมายจอดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
    “พะ...พวกเราจะพักที่นี่” ลู่เซี่ยวเซี่ยวอดพูดออกมาไม่ได้ เธอรู้สึกตกใจตั้งแต่ที่ฉิงเฉินพาเธอเดินตรงมายังคอนโดขนาดใหญ่นี้แล้ว ลู่หลิงหลิงน้องสาวของเธอเองก็มีท่าทีไม่แตกต่างกันเท่าไหร่
    “ถูกต้องที่นี่ล่ะ” ฉิงเฉินไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเดินลากกระเป๋าใบใหญ่เดินไปยังหน้าประตูเลื่อนอัตโนมัติ สองพี่น้องสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินตามไป
    เมื่อเข้าประตูไปก็มีชายวัยกลางคนในชุดยาม เดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มแห่งการค้า เขามองไปที่ฉิงเฉินที่ใส่ชุดสูทเก่าๆ และลู่เซี่ยวเซี่ยวที่ใส่ชุดเก่าๆไม่ต่างกัน รวมไปถึงลู่หลิงหลิงที่เป็นเด็กชุดกระโปรงสีชมพูของเธอเองก็ค่อนข้างเก่า
    การแสดงออกทางใบหน้าของยามเปลี่ยนไปแทบจะในทันที เมื่อเห็นคนทั้งสามใส่ชุดเก่าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปและพูดออกมาอย่างเย็นชา “รีบออกไปซะ! ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกคนจน!”
    ฉิงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาค่อนข้างไม่พอใจในยามคนนี้ที่ตัดสินคนจากชุดที่ใส่ และจากคำพูดของยาม เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการดูถูกกัน เขาส่ายหน้าเล็กน้อย “ไปเรียกผู้จัดการที่นี่มา”
    “ไปเรียกผู้จัดการ? เฮ้ย เฮ้ย! แกคิดว่าแกเป็นใครหะ บิดาคนนี้บอกให้ไสหัวไปก็ไสหัวไปสิวะ!” เมื่อได้ยินคำพูดของฉิงเฉิน ใบหน้าของยามวัยกลางคน ก็บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความโกรธ
    เขาไม่คิดว่าจะมีพวกคนจน กล้ามาสั่งเขาให้ไปตามผู้จัดการมา เขาจับไปที่กระบองสีดำที่แขวนอยู่ที่เอวออกมา หากพวกคนจนพวกนี้ไม่ออกไป เห็นทีคงต้องได้ลงมือกันบ้าง!
    ฉิงเฉินเห็นยามจับกระบองออกมาและชี้มาทางเขา เขาก็เคลื่อนไหวแทบจะในทันที เท้าของเขาเหมือนกับมีปีก มันเคลื่อนไหวเร็วมาก เพียงวินาทีเดียวเขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าของยาม เขายกมือขึ้นตบไปที่ใหน้าของยาม
    ปั้ก!
    ทันใดนั้นยามวัยกลางคน ก็ถูกส่งออกไปโดยไม่รู้ตัว ร่างของเขาปลิวกระเด็นไปชนผนัง ใบหน้าของยามปูดบวมขึ้นมา ฟันภายในปากแตกหักจนแทบหมดปากและเต็มไปด้วยเลือด
    “อ้ากกก!” เสียงโหยหวนดังลั่นขึ้นมา ยามชายวัยกลางคนใช้มือกุมปากที่เต็มไปด้วยเลือดของตัวเอง ดิ้นทุลนทุลายอยู่บนพื้นอย่างเจ็บปวด ราวกับสุนัขถูกน้ำร้อนลวก
    “ผมไม่ชอบให้ใครมาชี้อาวุธใส่!” หลังจากตบยามวัยกลางคน ฉิงเฉินก็ปัดไม้ปัดมือเล็กน้อย โดยไม่สนใจสองพี่น้องลู่ที่ยืนตกใจอยู่ด้านหลัง
    พวกเธอมองไม่ทันว่าเขาทำอะไร พวกเธอเพียงได้ยินเสียงยามตวาดใส่ และจากนั้นก็ได้ยินเสียงของยามคนนั้นร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
    เมื่อมองไปยังจุดที่ร่างของยามเคยยืนอยู่ก็ว่างเปล่า พวกเธอจึงมองไปตามเสียงร้อง และก็ได้เห็นร่างของยามคนนั้นดิ้นไปมาอยู่บนพื้น เลือดและฟันต่างกลบปากของเขา ใบหน้าของพวกเธออดแปรเปลี่ยนไม่ได้
    “คุณทำอะไร?” ลู่เซี่ยวเซี่ยวพูดขึ้นอย่างตกใจ
    “แค่จัดการคนที่ชี้อาวุธมาทางผม” ฉิงเฉินตอบอย่างไม่แยแส หนึ่งในนิสัยของเขาคือไม่ชอบให้ใครมาชี้อาวุธใส่
    “เกิดอะไรขึ้น?” ขณะที่ลู่เซี่ยวเซี่ยวไม่ทันได้พูดอะไรอีก มีเสียงดังขึ้นมาแต่ไกล พร้อมๆกับคนสองสามคนวิ่งมา
    หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงอายุราว 20 ปี ใบหน้าของเธอเรียกได้ว่าอยู่บนจุดสูงสุดของความงาม เธอเป็นคนที่สวยมาก ผมยาวสีดำของเธอถูกรวบไว้ด้านหลัง และใส่ชุดออกกำลังกายสีดำ หน้าอกของเธอค่อนข้างจะใหญ่ และมีรูปร่างที่สมส่วน ด้วยความสวยของเธอ เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายหลายคนมาตามจีบ
    ส่วนอีกสองคนนั้น เป็นชายวัยกลางคนในชุดยาม
    ฉิงเฉินกระพริบตาอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นผู้หญิงสวยคนที่กำลังวิ่งเข้ามา พร้อมกับยามอีกสองคน
    “อาณาจักรฉีระดับ 2!”
    เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้ จะอยู่ในอาณาจักรฉีระดับ 2 ในโลกนี้มีศิลปะการต่อสู้โบราณประเภทหนึ่ง ที่ก่อร่างมาจากลมปราณ มันถูกเรียกว่าอาณาจักรฉี และผู้ฝึกจะถูกเรียกว่าผู้ฝึกตน ซึ่งผู้ฝึกตนมีจำนวนที่น้อยมากในโลกนี้
    อาณาจักรฉีมีทั้งหมด 12 ระดับ หากใครไปถึงระดับที่ 12 ว่ากันว่าคนๆนั้นจะสามารถเดินเหินบนอากาศได้
    ยังไงก็ตามตั้งแต่อดีตมาก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครเคยไปถึง แม้แต่ในโลกอนาคตที่ฉิงเฉินจากมาก็เช่นกัน
    การจะฝึกจนระดับเลื่อนขึ้นแต่ละระดับนั้น มันยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแค่ต้องฝึกต่อสู้ฝึกฝนร่างกายบ่อยๆ แต่ยังต้องใช้สมุนไพรหายาก หรือพวกสมุนไพรโบราณมาช่วยเหลือ รวมไปถึงพวกทรัพยากรลึกลับ ที่มีพลังปราณอยู่ภายในจำพวกวัตถุด้วย
    แต่เพราะราคาพวกมันค่อนข้างแพงและหายาก ผู้คนเลยไม่ค่อยเลื่อนระดับไปสูงมากเท่าที่ควร
    ในองค์กรลับเองก็มีอยู่ไม่กี่คนที่ไปถึงระดับ 10 ส่วนตัวฉิงเฉินที่เป็นเพียงพวกปลายแถวขององค์กรนั้น เขาก็อยู่เพียงอาณาจักรฉีระดับ 6 เท่านั้นเอง
    จบบทที่ 7