D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    ส่วนประกอบ

     

     

    บทที่ 2

    ส่วนประกอบ

     

     

     

            หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปากปล่องภูเขาไฟฟารัคเรียบร้อยแทนและเอ็ดเวิร์ดก็เดินทางกลับมายังเมืองคาลิป และเมื่อทั้งสองมาถึงด้านหน้าบ้านของนิกกี้แทนก็ประทับฝ่ามือลงที่ประตู แสงสว่างเปล่งออกมาเจือจาง ประตูนั้นอ่านลายมือเพื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยก็เปิดออกแทนเดินตรงไปยังด้านในและเปิดประตูอีกบานเพื่อลงไปยังชั้นใต้ดิน

            ห้องหินสีเทาอ่อนรอพวกเราอยู่ที่นั่นแทนเดินตรงไปยังผนังโล่งที่ไม่มีอะไรประหลาดแปลกตามันมีเพียงคำว่า...ไอเซนเกอร์เขียนด้วยสเปรย์สีน้ำเงินเพียงเท่านั้น

            แทนหันมองหน้าเอ็ดเวิร์ดก่อนจะทาบมือทั้งสองข้างลงไปยังตัวอักษรนั้นเมื่อฝ่ามือประทับกำแพงธรรมดาก็กลับเปลี่ยนแปลงเป็นประตูกลมันแยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะเปิดทางให้ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าตรงหน้าของแทนเป็นประตูมิติ มันส่องแสงสว่างนวลตาออกมาตลอดเวลาชายหนุ่มหันไปหาเพื่อนของเขาก่อนจะพูดออกมา

            “ไปกันเถอะพี่เอ็ด”

            “ป่ะ...พวกนั้นน่าจะอยู่กันที่ห้องโถง” เอ็ดเวิร์ดตอบกลับไปซึ่งเมื่อสิ้นเสียงของเขาแทนก็ก้าวขาออกเดิน แล้วเข้าไปในประตูมิติที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเมื่อเงาร่างของทั้งสองคนหายไปจากที่นั่น ประตูกลก็กลับมาเรียงตัวเป็นกำแพงที่ไม่มีร่องรอยเช่นเดิมกำแพงเก่าๆ ชื้นๆ ที่ไม่น่าจะมีใครคิดว่ามันเป็นทางเชื่อมไปยังที่ตั้งกิลด์ไอเซนเกอร์ที่อยู่กลางเทือกเขาหิมะซึ่งไม่มีใครรู้จัก

            หลังจากร่างของชายหนุ่มทั้งสองผ่านประตูมิติความหนาวเย็นก็รู้สึกได้ที่ผิวกาย ปะตูมิติเปิดออกไปยังห้องโถงแห่งบัลลังก์ของปราสาทผลึกไอเซนเกอร์เมื่อที่ผ่านพ้นทางเชื่อมนั้นออกมา...เสียงของนิกกี้ก็ดังขึ้นทันที

            “เจ้าสองคนนั่นชาติก่อนเป็นเต่ารึไงกัน...ช้าชะมัดยาด!” เสียงหงุดหงิดดังขึ้นจากหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากผลึกใสโดยที่ด้านบ้างมีลินนั่งอยู่บนที่เท้าแขนแล้วเปิดหน้าจออะไรบางอย่างพูดคุยกันเสียงดัง

            “เดี๋ยวคงมากันแล้วล่ะ” บลานซ์พูดติดยิ้มในขณะที่อายะและทากะกำลังยืนทอดสายตามมองไปไกลหญิงสาวมองผ่านหิมะที่โปรยตัวลงมาจากเบื้องบนชายหนุ่มผู้เป็นพี่ชายยืนกอดอกใช้หลังพิงไปที่เสาซึ่งเป็นผลึกใส สายตาเขาเรียบเฉยน่าจะมีความนัยหลายสิ่งอยู่ในดวงตาคู่นั้น

            “แหม...ราชินีโหด มาช้านิดช้าหน่อยโวยวายตล๊อด...ตลอด” แทนทำเสียงเล็กเสียงน้อย

            “พี่แทน! พี่เอ็ด!” ลินส่งเสียงดังแล้วเปลี่ยนจากนั่งเป็นยืนเมื่อเห็นแทนเดินเข้ามาพร้อมเอ็ดเวิร์ด

            “อายุยืนนะยะ” นิกกี้หรี่ตามองคนพูดที่เดินนำเอ็ดเวิร์ดเข้ามา

            “ระดับไหนแล้ว” แทนตอบยิ้มๆ

            “เดี๋ยวเรียกคุณหนูเนตมาตบเกรียนซะหรอก” นิกกี้ยิ้มอย่างผู้ชนะ

            “เรียกมาก็แค่นั้น ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้แต่ยอมได้...ถ้าใจมันเรียกร้อง...” แทนว่า

            เอ็ดเวิร์ดหันมองหน้าคนพูดก่อนจะย่นหน้า“เฮ้ยแทน...จะหล่อหรือเสี่ยวก็สักทางเหอะพี่ชักงงๆ แล้วล่ะ” เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ทำเอาคนอื่นๆยืนขำ

            “ว่าแต่เรียบร้อยไหม” นิกกี้ถาม

            “ลองเปิดรายละเอียดกิลด์สิ” แทนตอบยิ้มๆพร้อมยักคิ้วซ้าย

            บลานซ์รีบเปิดหน้าจอรายละเอียดกิลด์ออกมาดูหลังจากนั้นเขาก็มีสีหน้าพอใจ “นายเป็นหัวหน้ากิลด์แล้วนี่เลเวลร้อยสิบสองแล้วรึ” เขาพูดขึ้น ในขณะนี้บลานซ์เลเวล 94 นิกกี้ 96 ลิน 92 ส่วนอายะและทากะเลเวล 85

            “พอดีไล่ฆ่าลาวาซาลาแมนเดอร์เยอะน่ะเลเวลเลยขึ้นมา” แทนตอบกลับไป

            “แล้วพี่แทนได้การ์ดนั่นมาหรือเปล่าอ่ะคะ” ลินทำตาใสมองแทนด้วยความอยากรู้

            “อยู่ที่พี่เอ็ดน่ะลิน” คนถูกถามยักไหล่ไปทางพ่อค้าประจำกิลด์

            “นี่ๆ...” เอ็ดเวิร์ดเรียกการ์ดที่ว่าออกมาให้ทุถกคนดูซึ่งเรียกความสนใจได้ไม่น้อยเลยทีเดีย;

            แทนกวาดสายตาไปรอบๆทำให้รู้ว่าขาดสมาชิกไปหนึ่งคน เขาหันไปถามทุกคนทันที “ไอไปไหนล่ะ” ชายหนุ่มถามเสียงสงสัย

            “เธอขึ้นไปที่ดาดฟ้า...” อายะที่กำลังยืนทอดสายตามองไปนอกหน้าต่างกระจกที่เกิดจากผลึกใส่ขนาดยักษ์ตอบออกมา“ขึ้นไปได้สักพักแล้วล่ะ”

            “อ่าว...เหรอ ขอบใจนะอายะ” แทนว่า “งั้นเดี๋ยวฉันไปหาไอก่อนเดี๋ยวมา” เขาพูดพร้อมกับออกเดินไปยังประตูที่จะเปิดออกสู่ทางยาวที่จะพาไปยังประตูสู่ดาดฟ้าของปราสาทผลึกหลังนี้ และเมื่อแทนเดินออกไป คนอื่นๆ ก็รุมกันเข้ามาดูการ์ดซาลาแมนเดอร์ที่อยู่ในมือของเอ็ดเวิร์ด...

     

            แทนเดินผ่านทางเดินยาวที่ด้านข้างมีกระจกใสเรียงรายตลอดทางด้านนอกพายุหิมะยังโหมกระหน่ำไม่ขาดสายพายุหิมะที่ว่าทำให้แทนนึกถึงครั้งแรกที่เขาย่างเท้าออกมาที่นี่แทนยิ้มเมื่อคิดถึงวันเก่าๆ ตอนนั้นเขาจำได้ว่าตัวเองมาที่ปราสาทนี้ตอนเลเวลไม่ถึงสามสิบเขานึกถึงความรู้สึกที่ตื่นเต้นเมื่อพบเจอกับสัตว์ประหลาดใหม่ๆ และความรู้สึกที่ได้การ์ดระดับ6-7 ดาว

            ตอนนั้นเขาตื่นเต้นมากแต่ในขณะนี้การได้รับการ์ดระดับนั้นน่าจะเป็นการ์ดระดับต่ำที่เขาสามารถหาเมื่อไรก็ได้ในตอนนี้การ์ดที่จะทำให้ตื่นเต้นได้นั้นมีระดับสูงกว่านี้มาก

            แทนยอมรับความสามารถของผู้สร้างเกมนี้ยอมรับที่สามารถสร้างโลกอีกใบที่ทำให้หลายๆคนที่ไม่สามารถมีความสุขกับโลกปกติได้เหมือนอย่างเช่นคนอื่นในโลกใบนี้คนที่ไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างทากะก็สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้คนที่ร่างกายอ่อนแออย่างนิกกี้ก็สามารถวิ่ง กระโดดและสนุกสนานกับการต่อสู้กับมอนสเตอร์ขนาดยักษ์ได้

            ชายหนุ่มเดินผ่านทางเดินยาวมาถึงประตูสู่ดาดฟ้าประตูที่ครั้งก่อนหน้านี้เขาเปิดออกไปแล้วพบกับไอและมังกรมิติไอเซนเกอร์แต่ครั้งนี้เมื่อเขาออกแรงผลักประตูออกไปด้านนอกที่รอแทนอยู่มีเพียงอากาศหนาวเย็นหิมะที่ถูกสายลมแรงพัดเข้าใส่และเด็กหญิงที่ยืนสงบนิ่งอยู่ที่ปลายสุดของดาดฟ้าปราสาทผลึก

            “อยู่นั่นเอง...” แทนพูดเมื่อมองเห็นเด็กหญิงตรงหน้า

            เมื่อไอเป็น Npc ประจำกิลด์เธอจะสามารถปรากฏร่างที่ใดก็ได้ภายในที่พักของกิลด์ และพวกแทนที่ได้ไอเป็น Npc ประจำกิลด์ก็มาใช้ปราสาทผลึกนี่เป็นฐานของพวกเขาปราสาทที่อยู่ห่างไกลจากผู้คนดินแดนที่ไม่สามารถระบุได้ว่าอยู่ส่วนไหนของโลกในขณะนี้...เพียงแค่ในช่วงเวลานี้

            เส้นผมสีฟ้าของเธอพลิ้วไสวตามแรงลมชุดกระโปรงยาวสีขาวของไอในร่างเด็กอายุราวสิบสิบเอ็ดขวบยืนอยู่ที่นั่นตั้งแต่ไอได้พลังคืนจากเดมิกอสและรูโดร่าแมนติคอร์ร่างกายของเธอก็ค่อยๆ โตขึ้นถึงจะไม่มาก...แต่ทุกคนรู้สึกได้

            แทนแทรกตัวเดินฝ่าพายุที่พัดกระหน่ำเดินฝ่าสายลมที่หอบเอาเกล็ดน้ำแข็งมาด้วย เขาเดินไปยืนอยู่ข้างๆไอพร้อมกับมองไปในทิศทางเดียวกันที่เธอทอดสายตาออกไป แทนหันมองหน้าของเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนจะเอ่ยออกมา

            “มองอะไรอยู่รึไอ”

            “มองหาเพื่อนๆ ค่ะมาสเตอร์” เธอตอบเสียงเรียบ

            “เพื่อน?” แทนทวนคำน้ำเสียงของเขาตั้งคำถาม

            “ค่ะมาสเตอร์...เพื่อนของไอเพื่อนอีกสี่คนของไอตื่นขึ้นมาแล้ว ส่วนอีกสองคนยังหลับอยู่ที่ใดที่หนึ่งในโลกนี้โลกของไอ โลกของปัญญาประดิษฐ์ โลกของดูเอลเวิร์ด...” ไอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นราวหิมะที่สัมผัสมาบนร่างของแทน

            “อีกสี่คนที่ตื่นแล้ว...อีกสองคนยังหลับอยู่รวมไอด้วย...ก็เป็นเจ็ดคนสินะ” แทนพูดต่อไป

            “ขอโทษด้วยนะคะมาสเตอร์ ไอพูดได้แค่ว่า...คนหนึ่งที่ตื่นแล้วน่าจะอยู่ไม่ไกลนักไอรู้สึกได้...เขาน่าจะอยู่ทางทิศนั้น” เด็กหญิงชี้มือไปยังทิศที่สายตาเธอมองออกไปที่นั่นมีเทือกเขาสูงขวางกั้น และแทนไม่รู้เลยว่าหลังเทือกเขานั้นเป็นที่ใด

            “พวกเธอเจ็ดคนเติบโตได้เหมือนกันไหมไอ” แทนถามพร้อมกับเปลี่ยนมานั่งลงแล้วใช้หลังแนบไปที่กำแพงของดาดฟ้า

            “เกือบทุกคนเหมือนไอแหละค่ะแต่ละคนถูกขโมยพลังไป...แต่ไอคิดว่าอีกไม่นานเราน่าจะได้พบกันแต่เมื่อเราเริ่มรวมตัวกัน...เนลฟ์ก็จะปรากฏตัว” ไอขยับลงมานั่งข้างแทน

            “เนฟ?”  แทนทวนคำแต่เมื่อเห็นสีหน้าของไอที่น่าจะไม่สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้เขาก็เปลี่ยนเรื่องพูดทันทีเขาหนุ่มหันไปมองเด็กน้อยที่เบียดมาชิดกับตัวเขาก่อนจะยิ้มออกมา “ต้องได้เจอกันสิ...ฉันจะพาไอไปเจอพวกนั้นเอง” เขาพูดพร้อมเอื้อมมือไปลูบที่เส้นผมสีฟ้าของเธอ

            เด็กหญิงหันมองหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มและดวงตาเป็นประกาย“มาสเตอร์ต้องรีบให้ไอโตขึ้นนะไม่งั้นไออายพวกเพื่อนๆ” เธอว่า

            แทนมีสีหน้าประหลาดใจ“เพื่อนๆ ไอโตกว่าไอแล้ว?” เขาทำเสียงตั้งคำถาม

            เด็กหญิงพยักหน้าก่อนจะตอบออกมา“ใช่ค่ะมาสเตอร์...พวกที่ตื่นมาแล้วโตกว่าไอทั้งนั้นเลยโดยเฉพาะเนฟ...เนฟน่าจะเลเวลเกินสองร้อยไปแล้ว” หญิงสาวพูดสีหน้าจริงจัง

            “โห...” แทนทำเสียงตื่น“ว่าแต่ว่าทุกคนจะโตที่สุดที่เลเวลสองร้อยห้าสิบห้าเหมือนกันใช่ไหม” เขาถาม

            เด็กหญิงส่ายหัวทันที“ไม่ใช่หรอกค่ะมาสเตอร์แต่ละคนมีเลเวลสูงที่สุดไม่เท่ากันไอเลเวลน้อยที่สุดในทุกคนแล้วล่ะค่ะ...แต่ถ้ารวบรวมอาวุธของไอครบเมื่อไรไอก็จะเก่งพอๆ กับราสที่เป็นหัวหน้าพวกเราเจ็ดคนเลยล่ะ” เธอลุกขึ้นยืนเท้าเอวทำหน้าภูมิใจ

            “หืมๆๆๆ อาวุธ?” แทนทำหน้าประหลาดใจรวมๆกับสนใจ

            ไอผงกหัวรับคำ “อาวุธและของสวมใส่ของแต่ละคนมีไม่เหมือนกันค่ะมาสเตอร์จำนวนชิ้นก็ไม่เท่ากัน ของไอมีทั้งหมดเจ็ดชิ้นค่ะ แต่ของราสมีชิ้นเดียวแต่เขาเก่งมากกกกก” ไอลากเสียง

            “หะ...งั้นที่ไอจัดการเจ้ายักษ์เหล็กนั่นที่เมืองคัลเดียล่ะเห็นมีหอกด้วย” แทนถามต่อ

            “มันก็แค่ภาพน่ะค่ะมาสเตอร์ เป็นแค่ภาพสวยๆแต่ไม่ได้มีอะไรเลย ครั้งนั้นไอใช้มือเปล่าน่ะ”

            “หะ...มือเปล่า โหดงั้นน่ะนะ” แทนพูดพร้อมกับทำท่ากลัวไอ “ไอเปลี่ยนมาเป็นมาสเตอร์แทนฉันดีกว่านะ เก่งกว่าฉันอีก” ชายหนุ่มพูดติดตลก

            ไอทำแก้มป่องก่อนจะพูดออกมา“แหม...มาสเตอร์น่ะ แต่พูดขึ้นมาก็นึกถึงหอกของไอมาสเตอร์เห็นจะต้องบอกว่าสวยมากแน่ๆ” เธอพูดพร้อมกับทำท่าครุ่นคิด

            “ต้องได้เห็นสิ…” แทนยืนขึ้นพร้อมกับพูดด้วยเสียงหนักแน่น“ฉันและเจ้าพวกนั้นจะช่วยหามันเอง” แทนพูดพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวของไออีกครั้ง

            “ขอบคุณค่า....” ไอทำหน้าพอใจพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมากุมมือของแทนเอาไว้

            “ลงไปข้างล่างกันเถอะ...ไปหาเจ้าพวกนั้นกัน” แทนพูดพร้อมกับมองไปที่ไอเด็กหญิงพยักหน้ารับพร้อมกับเดินจูงมือแทนไปที่ประตูก่อนจะพากันเดินลงไปที่ห้องโถงแห่งบัลลังก์ที่อยู่ด้านในของปราสาท ปล่อยให้พายุหิมะและความหนาวเย็นโรยตัวรายล้อมปราสาทแห่งผลึกอันงดงามท่ามกลางขุนเขา...

     

            “ล้ำนี้ๆ !” เสียงนิกกี้ดังมาแต่ไกล

            “พี่ชอบลำนี้! สวยงามๆ” ครั้งนี้เป็นเสียงเอ็ดเวิร์ด

            “นายชอบเพราะลายผู้หญิงเปลือยที่เพนท์อยู่ข้างๆน่ะสิ! นายนี่มันสมองมีแต่เรื่องแบบนี้รึไงกัน” เสียงนิกกี้บ่น

            “แต่ลินชอบลำนี้นะคะ แต่มันนั่งได้แค่สองคนถ้ารวยเราซื้อเอาไว้ไปจ่ายตลาดกันน่าจะดี” เสียงลินฟังดูสนุก

            “เดี๋ยวพี่เอ็ดซื้อแล้วลินไปกับพี่เอ็ดสองคนไหมล่ะจ้ะ” เอ็ดเวิร์ดพูดหยอกซึ่งในขณะนั้นแทนกับไอก็เดินเข้ามาและเดินตรงไปยังทุกคนที่กำลังพูดคุยกัยที่โต๊ะตัวใหญ่กลางห้องโถง

            “ถ้าพี่เอ็ดซื้อมาลินไปด้วยเลยค่าพี่!ลินแพ้รถหรู” หญิงสาวว่า

            “แต่นี่ไม่ใช่รถนี่ลิน” นิกกี้แกล้งพูด

            “อะไรที่มันขับได้แล้วแพงๆลินแพ้ทั้งนั้นล่ะค่ะพี่นิกกี้” เธอตอบกลั้วหัวเราะ

            “แต่ฉันว่าถ้าจะเอาใช้งานน่าจะเป็นลำนี้นะ” เสียงบลานซ์พูดแล้วชี้มือไปที่หน้าจอที่ปรากฏอยู่ที่กลางโต๊ะซึ่งขณะนั้นอายะและทากะก็ยืนอยู่ข้างๆ เขา สองคนนั้นไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่เมื่อดูจากสายตาที่กำลังจ้องไปที่ภาพดิจิตอลที่ปรากฏอยู่กลางโต๊ะก็รู้ได้เลยว่าทั้งสองคนกำลังสนใจสิ่งที่ทุกคนกำลังคุยกันไม่น้อย

            “โห...พี่บลานซ์! ลำนั้นอย่างกับรถถังเลยค่าไม่ค่อยสวยเลยอ่า...” ลินพูดก่อนจะเบ้ปากแล้วส่ายหน้า

            “แต่มันมีสิ่งที่เราต้องการครบนะ ก็แค่ไม่สวย” บลานซ์อธิบาย

            “มันไม่ใช่ไม่สวยอะดิ...มันอุบาทว์เลยนะลำนั้น” นิกกี้สนับสนุนทางลินมากกว่า

            “มันต้องสวยมาก่อนสิ เหมือนสาวๆ ไง” เอ็ดเวิร์ดสนับสนุนด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไร

            “แต่พี่เอ็ด...ถ้าลำอื่นที่สวยๆแล้วมีอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนลำนี้น่ะราคามันแพงกว่าเกือบสองเท่าเลยนะพี่” มนุษย์อัศวินพยายามอธิบาย

            “ถ้าจะแต่งงานแล้วเพิ่มเงินค่าสิยสอดสองเท่าแล้วเจ้าสาวสวยขึ้นสองเท่าพี่ก็ยอมวะ” เอ็ดเวิร์ดยังคงอยู่นอกประเด็น

            “มันก็น่าคิดนะ...แต่ยังไงฉันก็อยากได้สวยๆ นะ” นิกกี้พูดก่อนจะหันไปพยักหน้าแล้วยิ้มให้กับลิน

            “ช่ายๆ” พวกเราชอบของสวยงามหรือพี่บลานซ์ว่าพี่นิกกี้ไม่สวย” ลินยิงคำถามจี้จุดทันที

            บลานซ์หันมองซ้ายมองขวาอย่างลนลานก่อนจะมองไปที่นิกกี้และหยุดนิ่ง“สวยสิ...แต่ถึงไม่สวยพี่ก็ยังชอบเหมือนเดิม” คำพูดของเขาทำเอานิกกี้หน้าแดงนิดๆเรียกเสียงแซวและเสียงเป่าปากจากเอ็ดเวิร์ดได้ทันที

            “เดี๋ยวๆๆๆๆๆ !” แทนที่เพิ่งจะเข้ามากลางวงสนทนารีบพูดเสียงดัง“พวกนายคุยเรื่องอะไรกันน่ะ” เขาถามอย่างสงสัย

            เอ็ดเวิร์ดชี้ให้แทนดูไปที่หน้าจอที่ปรากฏอยู่กลางโต๊ะ“นั่นไง...ระบบใหม่ของเกมนี้”

            แทนหันมองตามที่เอ็ดเวิร์ดว่าแล้วเขาก็เห็นภาพยานบินแบบต่างๆ ที่หน้าจอนั้น และสิ่งที่ได้เห็นทำให้เขาถึงกับต้องทำตาโตเลิกคิ้วสูง

            “ยานบิน...เจ๋งจริงอะไรจริง” แทนพูดในขณะที่ยังไม่ละสายตาจากหน้าจอที่ว่า

            “เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วเจ้าแทนต้องตาโต” นิกกี้ที่ยืนกอดอกพูดด้วยสีหน้าภูมิใจ

            “พี่เอ็ด!” แทนหันมาหาเอ็ดเวิร์ดแล้วเรียกเสียงดัง“เราไปซื้อกันพี่!” เขาทำหน้ากระดี้กระด้า

            เอ็ดเวิร์ดหัวเราะเสียงขึ้นจมูกก่อนจะเรียกหน้าจออีกหน้าจอหนึ่งออกมา“ดูนั่น...” เขาชี้ให้แทนดูภาพที่ปรากฏ

            หลังจากนั้นแทนก็มองไปที่จอภาพที่ว่าเขามองเห็น...เลขศูนย์ที่ต่อท้ายอยู่ของแต่ละรายการมากจนลายตาแทนเลื่อนสายตาลงไปที่รายการหนึ่ง มันเป็นเรือบิน...เรือบินจริงๆเพราะลักษณะเหมือนกับเรือหางยาวที่ติดใบพัดอยู่ด้านบน ดูท่าว่านั่งได้สองคนก็แทบจะเต็มที่แล้วและเจ้ายานบินลำนี้มีราคาแปะไว้ที่...หนึ่งพันล้านกิล

            “บ้าแล้วพี่! พันล้าน! เรือหางยาวบินได้ลำนี้เนี่ยนะ!” แทนทำเสียงโวยวายอย่างตกใจพร้อมกับเลื่อนสายตาไปดูลำอื่นๆซึ่งบางลำราคาเหยียบห้าพันล้านหรือเกินกว่านั้น

            “นั่นล่ะปัญหาต่อให้เราขายของจนหมดอย่างดีก็ได้ดีกว่าเรือหางยาวนั่นนิดหน่อยเอง ไอ้พวกลำเท่ๆนั่นอย่าได้หวัง” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมถอนหายใจ

            “บ้าเอ้ย! งี้ต้องเล่นอาชีพนักการเมืองแล้วล่ะแล้วอัพคลาสเป็นระดับรัฐมนตรี” แทนบ่นออกมา

            “หืม...” บลานซ์ทำเสียงสงสัย

            “จะได้คอรัปชั่นเอาไงจะเอาเงินเยอะขนาดนั้นต้องอาชีพนี้แล้วล่ะพี่” แทนบ่นพร้อมกับส่ายหัวไปมา

            “ฉันว่ามันเหมือนกับบังคับให้ทำเควสมากกว่านะเพราะมันเป็นการอัพเดตครั้งใหม่ให้เพิ่มสถานที่และของในเกม มันน่าจะให้คนได้ไปผจญภัยได้ดูนี่สิ...” นิกกี้พูดพร้อมกับสุ่มเลือกไปที่ยานบินลำหนึ่งแล้วกดเข้าดูรายละเอียดชิ้นส่วนสำหรับสร้างซึ่งมันจะมีรายละเอียดของสิ่งจำเป็นในการสร้างและจำนวนที่ต้องใช้ของแต่ละลำเป็นรายการราวๆสามสิบชนิดขึ้นไป และถ้าเป็นยานบินที่มีประสิทธิภาพมากหรือขนาดใหญ่รายการไอเทมที่ต้องใช้ก็มากขึ้นไปด้วย

            “เดี๋ยวๆ” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นเมื่อลองไล่สายตาดูรายชื่อไอเทมที่ปรากฏขึ้น“ในรายการน่ะเรามีหลายอย่างเลยนะ” เขาพูดพร้อมกับเลื่อนดูรายชื่อไอเทมที่ว่า

            “นี่ไง...นี่...นี่...แล้วก็นี่ๆๆพวกเรามีนะฉันจำได้” ความจำเรื่องไอเทมสินค้าของเอ็ดเวิร์ดนั้นอยู่ในระดับสุดยอดเชื่อถือได้...ตรงข้ามกับฝีมือการต่อสู้โดยสิ้นเชิง

            “เออจริง” นิกกี้พยักหน้าเห็นด้วยทันทีเมื่อมองดูรายชื่อที่ว่า“งั้นเดี๋ยวพวกเรามาช่วยกันดูดีกว่าว่ามีลำไหนที่เราพอจะสร้างกันได้บ้างเอาเลยๆ ใครได้ก่อนมีโอกาสก่อน เราจะได้รีบตัดหน้าคนอื่นไปเอาการ์ดเจ๋งๆ กัน” เธอพูดพร้อมกับรีบก๊อปปี้รายการยานบินทั้งหมดที่มีในตอนนี้แบ่งแจกให้ทุกคนช่วยกันดูเทียบกับรายชื่อไอเทมที่กิลด์มีอยู่

     

    สตาร์ดัส...

    ไลท์นิ่งสกาย...

    ดาร์กซัน...

    สกายแซฟไฟร์เออร์...

    เมทัลลิกา...

    บราเธอร์ฮูด...

    ซีโร่กราวิตี้...

     

            รายชื่อยานบินพรั่งพรูออกมาหลังจากพวกแทนสำรวจเกี่ยวกับยานบินต่างๆพวกเขากำลังศึกษาเพื่อเทียบดูว่ามีลำใดบ้างที่พวกเขามีสิทธิ์จะสร้างขึ้นได้...ด้วยสิ่งของที่มีอยู่และ...สิ่งที่พอจะหามาเพิ่มได้

             

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน