บทที่ 30 โกหก
อวิ๋นซิ่วชิงรับกล่องโสมที่ทำจากไม้หงมู่ พลางมองไปที่พ่อเฒ่าอวิ๋นด้วยความสงสัย
“ชิงเหนียง ถ้าเจ้าอยากจะขายโสมให้ได้ราคาสูง เจ้าจะต้องขายให้กับครอบครัวที่ร่ำรวยจะดีที่สุด พวกเขาอาจให้เจ้าได้ถึงสามร้อยตำลึง แต่ถ้าขายให้โรงหมอ พวกเขาจะให้ราคาได้อย่างมากที่สุดเพียงสองร้อยตำลึง”
พ่อเฒ่าอวิ๋นอธิบาย เขาเคยขายสมุนไพร และวิธีการค้าขายของที่นี่ก็ชัดเจนมาก
อวิ๋นซิ่วพยักหน้าพลางขมวดคิ้ว ในเมืองต้องมีโรงหมออยู่มากมายแน่นอน แต่คงเป็นเรื่องยากที่นางจะพบคนที่ต้องการซื้อสมุนไพรอย่างเร่งด่วน
พ่อเฒ่าอวิ๋นเห็นท่าทางผิดหวังของลูกสาวก็ปลอบนาง
“ชิงเหนียง เจ้าอย่าวิตกไป การขายโสมให้ได้ราคาที่ดีนั้นก็ต้องพึ่งดวงเช่นกัน เจ้าสามารถไปที่โรงหมอเพื่อขอราคาได้ แล้วก็รอสามวัน ถ้าเจ้าหาใครไม่ได้จริง ๆ เจ้าก็สามารถขายให้โรงหมอได้ เรากำลังเลือกสิ่งที่เราพอใจ เราจะขายเท่าไรก็เป็นเรื่องของเรา”
อวิ๋นซิ่วชิงรู้ดีว่าพ่อของตัวเองหมายถึงอะไร และนางก็ไม่ได้กังวลมากนัก
ตอนแรกนางวางแผนจะขายโสมสักสิบตำลึง แต่ตอนนี้มูลค่าของโสมมันได้เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งร้อยตำลึงหรือสามร้อยตำลึง ซึ่งก็นับว่าเป็นราคาที่สูงมากแล้ว
พ่อเฒ่าอวิ๋นเห็นสีหน้าท่าทางของอวิ๋นซิ่วชิง เขาก็รู้ได้ว่านางต้องการปล่อยวาง
พ่อเฒ่าอวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตบหลังมือของอวิ๋นซิ่วชิง “ชิงเหนียง โสมนี้จะขายได้เท่าไรเจ้าต้องกำหนดและขายให้ได้ด้วยตัวเอง แล้วก็เก็บเงินให้ดี อย่าปล่อยให้พี่ชายจอมล้างผลาญรู้และเอาไปได้”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธีจัดการอยู่แล้ว”
อวิ๋นซิ่วชิงพยักหน้าและแอบรู้สึกขำขันเมื่อนึกถึงสภาพของอวิ๋นหมิงเซียวที่ถูกบังคับให้กินโจ๊กขี้หมูผสมยาถ่ายสูตรเด็ดของนางเอง
อยู่ ๆ อวิ๋นซิ่วชิงก็ได้ยินเสียงฟ่อ!
นางหันหลังกลับไปทางเสียงก็พบว่า งูพิษที่นางจับมาได้ตื่นขึ้นแล้ว แต่เพราะหญิงสาวได้รัดจุดเจ็ดนิ้วของมันด้วยรากหญ้าแต่ก็ไม่ได้รัดแน่น มันจึงเคลื่อนไหวและแลบลิ้นสองแฉกแผลบๆ อย่างขุ่นเคือง
อวิ๋นซิ่วชิงคว้าหัวงูขึ้นมาฟาดมันกับพื้นอย่างแรงอีกครั้ง การกระทำของนางทำให้พ่อเฒ่าอวิ๋นถึงกับตะลึงงัน
“ชิงเหนียง ในห้องเก็บของมีกรงอยู่ เจ้าจะเอามันไปใส่ในกรงก็ได้”
พ่อเฒ่าอวิ๋นขมวดคิ้วพลางมองไปที่งูในมือของลูกสาว เขากำลังคิดว่าอาจเป็นเพราะอวิ๋นหมิงเซียวเคยแกล้งจับงูมาแหย่อวิ๋นซิ่วชิง และหลังจากเหตุการณ์นั้นเลยทำให้หญิงสาวหายกลัวงูอย่างสิ้นเชิง
อวิ๋นซิ่วชิงพยักหน้า และกำลังคิดว่าจะไปที่ห้องเก็บของเพื่อนำงูใส่กรงก่อนที่จะเข้านอนในห้อง
หญิงสาวโยนงูที่กำลังมึนเพราะโดนนางฟาดอยู่เมื่อครู่ลงบนพื้น จากนั้นก็ถามพ่อเฒ่าอวิ๋น “ท่านพ่อ ท่านคิดว่างูตัวนี้ขายได้ราคาเท่าไร?”
พ่อเฒ่าอวิ๋นมองดูงูสีแดงดำที่ยังแน่นิ่งอยู่บนพื้นและอธิบาย “งูตัวนี้คืองูชื่อเลี่ยน(1) พิษของมันไม่ร้ายแรงมากนัก และที่นี่ก็ไม่ค่อยมีงูพันธุ์นี้เลย แต่ก็คิดว่าทั้งตัวของมันน่าจะมีสรรพคุณทางยาเป็นอย่างมาก น่าจะขายได้ราคาดีแน่นอน แต่พ่อไม่เคยขายงูมาก่อน เลยไม่ค่อยรู้ว่าจะได้ราคาเท่าไร?”
หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และด้วยเหตุผลบางประการ จู่ ๆ นางก็นึกถึงผูเว่ยชางขึ้นมาได้ เขาเป็นนักล่าสัตว์และน่าจะจับของป่าไปขายบ่อย ๆ
พรุ่งนี้นางจะไปหาเขาอีกครั้ง!
“ชิงเหนียง วันนี้เจ้าขึ้นภูเขาไปคนเดียวหรือไม่?” พ่อเฒ่าอวิ๋นขมวดคิ้วถามขณะมองดูงูบนพื้น
นางเองก็ตอบทันที “ใช่ ข้าไปคนเดียว”
“ชิงเหนียง พ่อจำได้ว่าเจ้าเคยกลัวงูมาก แต่ทำไมคราวนี้เจ้าถึงกล้าจับมันล่ะ?”
พ่อเฒ่าอวิ๋นต้องการถามอวิ๋นซิ่วชิงว่าจับงูมาได้อย่างไร? แต่เขาก็เห็นว่านางไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาถามเลย เขาจึงไม่สามารถถามอะไรอีก
แต่มีเพียงโอกาสนี้เท่านั้นที่เขาจะถามสิ่งที่สงสัยในใจได้
เมื่อนางได้ยินคำถามของพ่อเฒ่าอวิ๋น ความตื่นตระหนกก็ปรากฏขึ้นในใจของนางครู่หนึ่ง
จากนั้นนางก็หัวเราะแห้ง ๆ พลางบีบปลายนิ้วของตัวเอง “ท่านพ่อ ท่านรู้จักนักล่าสัตว์ในหมู่บ้านที่ชื่อว่า ผูเว่ยชาง หรือไม่?”
ท่านพ่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง และดูเหมือนเขาน่าจะเคยได้ยินชื่อคน ๆ นี้ “เขาเป็นคนที่เพิ่งย้ายมาที่หมู่บ้านของเราใช่ไหม?”
“ใช่ เป็นเขาเอง วันนี้ข้าขึ้นเขาและได้พบกับเขาโดยบังเอิญ เขาช่วยสอนข้าจับงู ข้าก็เลยไม่กลัวงู”
อวิ๋นซิ่วชิงอธิบาย ทว่าเมื่อพ่อของนางได้ยินก็ถึงกับตกใจ
“ชิงเหนียง! เจ้าต้องขอบคุณเขา!”
พ่อเฒ่าอวิ๋นกล่าว ท่ามกลางความมืดที่มีแสงสว่างจากเชิงเทียนในห้องเท่านั้น เขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นมือของอวิ๋นซิ่วชิงที่กำลังกำแน่น
…………………………………………………………………………………………………………………………
งูไม่มีพิษชนิดหนึ่ง มีลายสีดำแดง พบมากทางเอเชียตะวันออก