9 1-2
บทที่17 เป็เพื่อนบ้านกับเมียน้อย
หลินเสี่ยวอวี่ติดตามจางอวิ๋นม่านมาตลอดทางจนถึงถนนเหอตง ดวงตาคู่กลมโตน่ารักของเด็กน้อยกวาดมองสำรวจไปรอบทิศไม่หยุด
เธออดที่จะร้องอุทานในใจไม่ได้ ‘สมแล้วที่เป็ไอ้พ่อเฮงซวย ช่างเลือกสถานที่ซุกเมียน้อยมาได้พิถีพิถันจริงๆ! แถวนี้ทำเลช่างอุดมสมบูรณ์จริงๆ!’
จากถนนเหอตงนี้เดินเท้าไปไม่ถึงสิบห้านาที ก็มีร้านขายของชำแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีโรงเรียนประถมอีกด้วย หรือถ้าเดินทางต่อไปอีกราวสามสิบนาที ก็จะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ นับเป็ย่านทำเลทองอย่างแท้จริง ผู้คนที่นี่ล้วนแต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากทีเดียว
หลินเสี่ยวอวี่เหลือบมองไปทางแม่ของตน ที่ทำราวกับมีชัยชนะอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง และสิ่งเ่าั้ล้วนอยู่ในกำมือของเธอ ด้วยความสงสัยเด็กน้อยจึงร้องถามขึ้นว่า
“แม่คะ พวกเราไม่เคยมาแถวนี้เลยไม่ใช่เหรอคะ? แล้วแม่รู้ได้ยังไงว่าแถวนี้มีบ้านให้เช่า?”
จางอวิ๋นม่านเผยรอยยิ้มมั่นใจออกมาให้เห็น ก่อนจะตอบกลับไปว่า
“เห็นกลุ่มคุณป้าคุณยายที่นั่งหลบร้อนอยู่ใต้ร่มไม้ตรงนั้นมั้ยจ๊ะ?”
“อย่าได้ดูถูกพวกเธอเชียวล่ะ ถ้าคิดว่าคนกลุ่มนั้นเป็เพียงคนเฒ่าคนแก่นั่งเล่นกันเฉยๆเท่านั้น บอกได้คำเดียวว่าลูกคิดผิดถนัด!”
สาวน้อยพยักหน้ารับทราบ มีหรือที่หลินเสี่ยวอวี่จะไม่เข้าใจถึงสิ่งที่แม่ของเธอพยายามสื่อ?
จางอวิ๋นม่านไม่รอช้า รีบจูงมือหลินเสี่ยวอวี่เดินตรงเข้าไปหากลุ่มคุณป้าคุณยายที่นั่งอยู่ใต้ร่มต้นไม้ทันที
“คุณป้าคะ หนูรบกวนสอบถามอะไรหน่อยจะได้มั้ยคะ พอดีหนูกับลูกสาวกำลังมองหาบ้านเช่าบนถนนเส้นนี้อยู่ค่ะ พอจะมีข้อมูลอะไรบอกกันบ้างรึเปล่าคะ?”
คุณป้าคุณยายเ่าั้ที่แต่เดิมแอบระแวดระวังหวาดกลัว แต่สีหน้าท่าทางก็พลันเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินว่า จางอวิ๋นม่านกับลูกสาวตัวน้อยกำลังมองหาบ้านเช่าอยู่
“บ้านเช่าเหรอจ๊ะแม่หนู? ดูเหมือนคนจะนิยมมาหาบ้านเช่าบนถนนเส้นนี้กันจริงๆเลยนะ!”
“นั่นน่ะสิ แต่ดูเหมือนว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เสี่ยวซวี่เคยบอกกับฉันว่าเขากำลังจะย้ายไปทำงานที่ใหม่ ก็เลยตั้งใจจะปล่อยบ้านให้คนเช่านะหนู”
“เสี่ยวซวี่ที่อยู่ซอยนี้ใช่มั้ย? เขาเองก็เพิ่งบอกกับฉันเหมือนกัน ได้ยินว่ากะทันหันมากเลย แล้วก็กำลังเร่งหาคนมาเช่าบ้านจนหัวหมุนอยู่เลยล่ะ”
“เดี๋ยวฉันจะพาหนูกับลูกสาวไปเองนะ นี่ก็ใกล้ถึงเวลาต้องกลับบ้านพอดี บ้านฉันบังเอิญอยู่ติดกับบ้านของเสี่ยวซวี่พอดี ตามฉันมาเลยจ้ะ”
“ฉันแซ่หวังนะ จะเรียกว่าป้าหวังก็ได้จ้ะแม่หนู”
ในกลุ่มคุณป้าคุณยายนี้ มีหนึ่งคนที่ลุกพรวดขึ้น และปรากฏว่าเป็คุณป้าร่างท้วม ที่ทั้งใบหน้าและกิริยาท่าทางล้วนดูเป็มิตร มิหนำซ้ำยังดูใจดีอีกด้วย
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะป้าหวัง ฉันแซ่จางนะคะ ชื่อจางอวิ๋นม่านค่ะ จะเรียกว่าอวิ๋นม่านก็ได้นะคะ ส่วนเ้าตัวเล็กนี่เป็ลูกสาวคนเล็กของฉันค่ะ ชื่อเสี่ยวอวี่”
จางอวิ๋นม่านจับมือลูกสาวไว้แน่น แล้วทั้งแม่ทั้งลูกก็โค้งศีรษะทำความเคารพป้าหวังอย่างนอบน้อม
ป้าหวังยิ้มแย้มทักทายตามมารยาท และอาสานำทางพวกเธอสองแม่ลูกไป เลี้ยวซ้ายทีขวาทีครั้งก็เข้าไปในซอย ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง เธอชี้ไปยังบ้านหลังดังกล่าวพลางพูดขึ้นว่า
“นั่นล่ะจ้ะ หลังนั้นล่ะ ลองเคาะประตูเรียกเบาๆดู ตอนนี้เสี่ยวซวี่น่าจะอยู่บ้าน”
เวลานั้น ทันทีที่จางอวิ๋นม่านและหลินเสวี่ยอวี่เงยหน้าขึ้นมองป้ายเลขที่บ้าน ทั้งสองแม่ลูกก็ถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและใสุดขีด!
‘ถนนเหอตง บ้านเลขที่ 213’
จ้องมองตัวเลขบนป้ายหน้าประตู จู่ๆสองแม่ลูกก็พลันแสยะยิ้มที่มิใช่รอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย!
ช่างบังเอิญซะจริง! บังเอิญซะจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่า ทุกอย่างมันจะราบรื่นได้ถึงเพียงนี้!!
หรือโชคชะตาจะอยู่ข้างพวกเธอแล้วจริงๆ!
ป้าหวังที่ยืนอยู่ข้างกันพลันรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบ รีบยกมือไม้ถูแขนตัวเองไปมา เพราะััได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก
“เอ๊ะ? ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ จู่ๆอากาศแถวนี้ก็เย็นขึ้นมาเฉยๆ...”
[ทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าทางเราไปหมดจริงๆ อย่างกับว่าแค่นอนกระดิกเท้าเฉยๆ ก็มีทองคำร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า!]
[คราวนี้แหละ ฉันอยากจะรู้นัก ถ้าไอ้พ่อเฮงซวยนั่นรู้ว่าพวกเรามาเช่าบ้านติดกับบ้านของชู้รักมันแบบนี้ พ่อสารเลวนั่นจะทำหน้ายังไง!]
จางอวิ๋นม่านกำหมัดแน่นจนสั่นเทา ขณะนี้บังเกิดความรู้สึกสะใจอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ผุดปรากฏขึ้นส่วนลึกกลางใจของเธอ เธออยากจะรู้เหมือนกันว่า ถึงเวลานั้นหลินเจียงจะทำหน้ายังไง!!
จางอวิ๋นม่านยกมือขึ้นเคาะประตูไม้สีน้ำตาลอ่อนตรงหน้า
“ก๊อกๆ...”
“ใครน่ะ? มาหาตอนกลางวันแสกๆแบบนี้ ไม่คิดจะให้คนพักผ่อนบ้างเลยหรือยังไง?”
ปรากฏเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านในตัวบ้าน ตามมาด้วยเสียงบ่นอิดออดระคนหงุดหงิดของชายหนุ่มดังขึ้น
“เสี่ยวซวี่ นี่ฉันเอง ป้าหวัง”
“เธอเคยบอกใช่มั้ยว่ากำลังอยากปล่อยบ้านหลังนี้ให้คนเช่า? มีผู้หญิงคนหนึ่งสนใจ ป้าก็เลยพาเธอมาดู”
ป้าหวังฉวยจังหวะนี้เร่งพูดแทรกขึ้นทันควัน เพราะกลัวว่าน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ของเสี่ยวซวี่อาจทำให้จางอวิ๋นม่านกับหลินเสี่ยวอวี่ใกลัวได้
สิ้นเสียงป้าหวังพูดจบ เสียงประตูเปิด ‘เอี๊ยด’ ก็ดังขึ้น
“อ้าว? ป้าหวังเองเหรอครับ อากาศร้อนๆแบบนี้ยังอุตส่าห์ลำบากเป็ธุระให้ผม ขอบคุณมากนะครับป้าที่ช่วยเหลือ เอ่อ...คุณคนนี้ใช่มั้ยครับที่สนใจจะเช่าบ้านผม?”
“เชิญครับ เชิญเลย เข้ามานั่งในบ้านก่อนสิครับ อากาศแบบนี้เข้ามาดื่มน้ำเย็นๆสักหน่อยเถอะครับ”
ทันทีที่เสี่ยวซวี่ได้ยินว่ามีคนสนใจจะเช่าบ้านหลังนี้ สีหน้าน้ำเสียงของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนในบัดดล เ้าตัวกวาดสายตาสำรวจมองไปทางจางอวิ๋นม่านและหลินเสี่ยวอวี่เล็กน้อย ปฏิกิริยาที่การแสดงออกมาดูเป็มิตรยิ่งขึ้นไปอีก ก่อนจะผายมือเชิญทุกคนให้เข้าไปในบ้าน
ป้าหวังที่ตอนแรกตั้งใจจะกลับบ้านทันทีที่ส่งเสร็จ แต่เมื่อครุ่นพินิจดู ก็จำต้องเปลี่ยนใจกลางคัน เหตุเพราะหากปล่อยให้ชายหญิงอยู่ในบ้านด้วยกันตามลำพังสองต่อสองเช่นนี้ แล้วบังเอิญมีใครสักคนเห็นเข้า อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของคนทั้งคู่ได้ ด้วยเหตุนี้ ป้าหวังจึงตัดสินใจเดินเข้าไปด้วยอีกคน
ระหว่างเข้าไปด้านใน หลินเสี่ยวอวี่ยังสำรวจมองรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นด้วย บ้านหลังนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก รวมพื้นที่ลานหน้าบ้านแล้วก็น่าจะราวๆ 60 ตารางเมตรเห็นจะได้
ตรงกลางบ้านเป็ห้องรับแขก ทางซ้ายมีห้องนอนขนาดเล็ก ส่วนฝั่งขวาก็คือห้องน้ำและห้องครัวไล่เลียงกันไป ส่วนลานหน้าบ้านเป็เพียงสวนหญ้าสีเขียวขจี มีต้นพุทราปลูกไว้หนึ่งต้น ใต้ร่มมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้เล็กๆประดับวางอยู่ ยิ่งเป็่ฤดูร้อนแบบนี้ ภายใต้ร่มเงาไม้ผนวกกับกระแสลมเย็นสบายพัดผ่าน หากได้มานั่งอ่านหนังสือและจิบเครื่องดื่มเย็นๆไปด้วย คงจะสดชื่นผ่อนคลายน่าดูทีเดียว