เพลิงอสูรกลืนสวรรค์

    บทที่ 56 รวมลมปราณขั้นหก

    สิ่งของเรียงรายอยู่เบื้องหน้า เกราะเหล็กสีดำขนาดพอเหมาะตัววางอยู่ตรงกลาง

    "ท่านให้ข้าหมดนี่เลยหรือ"

    "ไม่ได้ให้" หลินตงเก็บแหวนมิติกลับเข้าที่

    "ข้าให้ ยืม" นางเว้นจังหวะ

    "เจ้าต้องสัญญาว่าจะนำมันมาคืนข้า"

    เขาเข้าใจดี ไม่ใช่ความขี้เหนียว หากเป็นคำสัญญาว่าของเหล่านี้ต้องกลับมาพร้อมชีวิตของผู้ถือ

    "สิ่งเหล่านี้มีสิ่งใดสำคัญบ้าง"

    นางหยิบของขึ้นมาทีละชิ้น ชิ้นแรกคือขวดยาเคลือบดินเผาสีหม่น นางถอดจุกไม้ออก กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นจนแสบจมูกพุ่งออกมา

    "โอสถฟื้นฟูกายขั้นสี่ มีอยู่หนึ่งเม็ด"

    ขั้นสี่! คำนั้นอุทานขึ้นในใจ เป็นผู้หลอมโอสถย่อมรู้ดีว่าขั้นสี่คือโอสถฟื้นฟูที่สูงที่สุดเท่าที่มี ราคาของมันย่อมเหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

    "ท่านพี่ สิ่งนี้มั—"

    ยังไม่ทันพูดจบ หลินตงก็กล่าวต่อทันที ไม่เปิดช่องว่างให้ปฏิเสธ

    "มันช่วยสมานบาดแผลทั่วร่าง อีกทั้งฟื้นฟูลมปราณที่เหือดแห้งให้กลับมาเต็มได้ชั่วครู่ หากเจ้าใช้ควบคู่กับพฤกษาฟื้นคืนยิ่งได้ผลดี"

    ชิ้นที่สองคือม้วนตำราเก่า นางคลี่ออก อักขระสีแดงจางบนผิวกระดาษยังพอมองเห็นลวดลาย

    "ม้วนตำราลี้ภัย เมื่อเจ้าปักจุดหมายด้วยเลือด ร่างจะพุ่งกลับมายังจุดที่หมายตาไว้ ใช้สำหรับหลบหนี ระยะอยู่ที่ยี่สิบลี้" นางพับม้วนตำราแล้ววางลง

    "ใช้ได้สามครั้ง ข้าใช้ไปแล้วครั้งหนึ่ง เจ้าเหลือสอง จำมันไว้ให้ขึ้นใจ" เขาพยักหน้า สลักตัวเลขนั้นลงในหัว

    นางหยิบหินสีเหลืองขุ่นขึ้นมา ผิวของมันหยาบ มีแสงวาบจางๆ ซ่อนอยู่ข้างใน

    "หินปราณระดับต่ำ กลั่นมาจากแก่นอสูร หากเจ้าโชคดี พอจะซึมซับและเลื่อนขั้นก่อนวันแข่งได้"

    ชิ้นสุดท้าย นางยกเกราะเหล็กขึ้น ผิวโลหะสีดำทึมมีรอยฟันดาบพาดทแยงตรงหน้าอก เสียงของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    "เกราะเหล็กนิลกาฬ บิดาเจ้าส่งต่อมันให้ข้า"

    เขายืนมองเกราะเหล็ก ไม่ถาม ไม่เอ่ยถึงที่มาที่ไป ทั้งสองรู้ดีอยู่แล้ว และไม่มีผู้ใดอยากนำความรู้สึกเหล่านั้นมากดทับกันในคืนนี้ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็จงใช้มันเดินตามเส้นทางของตนต่อไป

    หลังนางอธิบายจนหมดจด เขากวาดมือนำของทั้งหมดเข้าสู่ถุงมิติ

    เวลาที่คุยกันผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ยันต์ที่แปะไว้หน้าประตูค่อยๆ สลายจางหายไปตามเวลาที่มันมี

    บทสนทนาหลังจากนั้นไม่มีสิ่งใดตึงเครียด ที่จริงนางเพียงต้องการซื้อกับข้าวแสนอร่อยเหล่านี้มาเลี้ยงฉลองเท่านั้น ไม่คาดคิดว่าพอเค้นความลับออกมาแล้ว จะได้รู้ว่าหลินเย่แบกรับอะไรมาตลอด

    เมื่อเหลือบมองร่างเขาอีกครั้ง นางก็โผเข้ากอด

    เขายืนแข็งทื่อ คำพูดตะกุกตะกักออกมาไม่เป็นคำ

    ก่อนที่เขาจะทันได้พูด เสียงทุ้มข้างหูก็สั่นเข้าไปสลักลึกในใจ

    "เจ้าต้องชนะให้ได้ สัญญากับข้า"

    แม้ไม่มั่นใจว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร โอกาสที่ประเมินไว้ก็มีน้อยนิด คำพูดหลังจากนี้พูดออกไปเพื่อให้นางสบายใจก็เพียงพอแล้ว

    "ข้ารับปาก ข้าจะชนะ"

    ทุกอย่างที่มีอยู่ถูกพูดออกไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรค้างคาใจ หลินตงกลับไปทำหน้าที่ของตน

    หลินเย่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางเตียง หินปราณสามก้อนวางเรียงอยู่ข้างกาย แสงเหลืองขุ่นจากเนื้อหินส่องวาบจางๆ ในความสลัวของห้อง

    คำตอบในการเลื่อนสู่รวมลมปราณขั้นหก อาจอยู่ตรงนี้เอง

    เขาหลับตา โคจรลมปราณเข้าสู่ตันเถียนเหมือนทุกที คราวนี้คอขวดที่ติดค้างมานานเห็นได้ชัด เส้นลมปราณหลายสายไหลไปถึงจุดหนึ่งแล้วตันอยู่ตรงนั้น ราวกับแม่น้ำที่ถูกเขื่อนดินกั้นขวางเอาไว้

    มือขวาคว้าหินปราณก้อนแรก กระแสปราณดิบจากแก่นอสูรซึมผ่านฝ่ามือเข้าสู่เส้นลมปราณ ร้อนกว่าที่คาด มันไม่อ่อนโยนเหมือนปราณที่โคจรเองในแต่ละวัน กลับขรุขระ กระด้าง ไหลเข้ามาเหมือนกรวดที่ถูกอัดผ่านท่อแคบ เหงื่อซึมที่ขมับ กรามกัดแน่น

    กระแสปราณดิบถูกบังคับให้ไหลลงสู่ตันเถียน บดขยี้ผ่านจุดคอขวดที่กั้นขวาง ทุกครั้งที่ปราณกระทบจุดนั้น ความเจ็บแล่นผ่านกระดูกสันหลังราวกับถูกตอกลิ่มเหล็กเข้าไปทีละดอก

    ก้อนแรกละลายหมด จุดคอขวดยังไม่แตก เส้นรอยร้าวเริ่มปรากฏ

    เขาคว้าก้อนที่สอง ไม่หยุดพัก กระแสปราณดิบถูกอัดซ้ำเข้าไปที่จุดเดิม เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน เสื้อชุ่มเหงื่อจนแนบผิว ความร้อนจากหินปราณผสมกับความร้อนจากตันเถียนจนร่างเหมือนถูกเผาจากข้างใน ก้อนที่สองละลาย รอยร้าวที่คอขวดลึกขึ้น

    ก้อนสุดท้าย เขากำมันจนข้อนิ้วขาว ปราณดิบทั้งหมดถูกอัดเข้าไปพร้อมกันในครั้งเดียว จุดคอขวดแตก

    กระแสปราณที่ถูกกักไว้พุ่งทะลวงออกไปราวกับเขื่อนดินที่ถูกน้ำเซาะจนพัง ไหลเข้าท่วมเส้นลมปราณที่เคยแห้งขอดจนเต็ม ทั่วร่างสั่นสะท้านชั่วอึดใจ ก่อนที่ทุกเส้นจะค่อยๆ นิ่งลง ลมปราณไหลเวียนสม่ำเสมอในจังหวะใหม่ที่หนักแน่นกว่าเดิม

    เขาลืมตา หายใจออกยาว รวมลมปราณขั้นหก ข้าพร้อมแล้วสำหรับวันพรุ่งนี้

    เสียงกลองรบดังสนั่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง สะท้อนก้องจากใจกลางเมืองฟางหรงมาถึงเรือนพัก

    สนามประลองที่เคยเป็นเวทีคัดเลือกถูกดัดแปลงจนจำไม่ได้ อัฒจันทร์ถูกขยายออกจนแน่นขนัดไปด้วยผู้ชม เก้าอี้ไม้ของผู้อาวุโสเบื้องบนทั้งแปดที่นั่งเต็มหมดแล้ว เสื้อคลุมยาวของพวกเขาพลิ้วไหวตามลม ปราณที่กดทับลงมาจากด้านบนหนักกว่าทุกครั้งที่เคยสัมผัส

    ใจกลางสนาม ประตูเสาคู่ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน แสงสีฟ้าครามเรืองวาบอยู่ภายในกรอบประตู กระเพื่อมราวกับผิวน้ำที่ตั้งอยู่ในแนวดิ่ง ปราณที่แผ่ออกมาจากประตูนั้นเย็นและลึก ดึงดูดทุกคนในสนามให้จ้องมอง ทางเข้าถ้ำสวรรค์ฝูตี้

    หลินเย่ยืนอยู่ในแถวตระกูลหลิน หมัดกำแน่น เสียงเฮฮารอบสนามดังลั่น เสียงกลองที่ถูกตีเป็นจังหวะกระทบให้ใจสั่น เด็กยืนเรียงเป็นแถวตามตระกูล แต่ละตระกูลมีจำนวนไม่ต่างกันนัก ราวแปดถึงสิบคน ทุกคนต่างพร้อมจะพิสูจน์ตนในวันนี้

    เขาแหงนหน้ามองเหล่าผู้อาวุโสเหนืออัฒจันทร์ สายตาปะทะกับเบื้องบนโดยไม่หวั่นเกรง

    กรรมการเริ่มอธิบายกฎการแข่งขัน ใจความเดียวกับที่หลินตงกล่าวเมื่อคืน ผู้คุมสอบเดินออกมาพร้อมยกถาดที่มีกำไลวงกลมสีใสเรียงราย ไล่แจกจ่ายให้เด็กแต่ละคนในสนาม

    เขาหยิบกำไลสวมที่ข้อมือขวา ตัวเลขศูนย์ปรากฏขึ้นบนผิวใส

    ผู้คุมสอบส่วนกลางเริ่มอธิบายลำดับการได้คะแนนและข้อห้าม กำไลที่รัดข้อมือมีความสามารถสองอย่าง หนึ่งคือจัดเก็บซากสัตว์อสูร สมุนไพร และของมีค่าต่างๆ ในถ้ำสวรรค์เพื่อนับคะแนน สองคือเมื่อถึงขีดอันตราย ให้ทำลายมันทันที ผู้ที่ทำลายจะถูกดึงตัวออกมาจากถ้ำสวรรค์ คะแนนที่เหลือถูกนับทันที และไม่มีสิทธิ์กลับเข้าไปอีกครั้ง

    ฟังแค่นั้นเขาก็เข้าใจ หากทำลายกำไลของผู้แข่งขันคนอื่น คนผู้นั้นย่อมพลาดท่าอดเก็บคะแนนต่อ

    สายตาเลื่อนไปทางมู่หว่านหรง นางยืนเรียบร้อยอยู่หน้าตระกูลมู่ ธงตระกูลโบกสะบัดอยู่เบื้องหลัง เสียงกรรมการยังดังต่อเนื่อง

    "ล่าสัตว์อสูร แบ่งเป็นสามระดับ ระดับต่ำสองคะแนน ระดับกลางสิบคะแนน ระดับสูงยี่สิบคะแนน"

    "สมุนไพร ระดับกลางสามคะแนน ระดับสูงเจ็ดคะแนน"

    "แร่ ระดับกลางสามคะแนน ระดับสูงเจ็ดคะแนน"

    "สมบัติวิเศษที่กระจัดกระจายอยู่ในถ้ำสวรรค์มีห้าชิ้น ชิ้นละร้อยคะแนน!"

    เสียงซุบซิบระเบิดขึ้นทั่วสนาม ร้อยคะแนน หากได้ครอบครองเพียงชิ้นเดียว โอกาสติดห้าสิบอันดับแรกก็ไม่ใช่เรื่องยาก กรรมการกระแอมเสียงดัง เด็กเงียบลง

    "กฎเหล็ก ห้ามเข่นฆ่ากันถึงชีวิต ผู้ฝ่าฝืนถูกตัดสิทธิ์ทันที อีกทั้งสิ่งของภายในถ้ำสวรรค์ไม่อาจนำออกมาเป็นของตนได้ จำให้ขึ้นใจ"

    กรรมการหันหน้าไปทางประตูแสงสีฟ้าคราม ยกแขนขึ้น แสงจากเบื้องบนพลันสว่างวาบ ฉายภาพทิวทัศน์ภายในถ้ำสวรรค์ออกมาลอยกลางอากาศให้ผู้ชมได้เห็น ป่าทึบสีเขียวเข้ม ลำธารที่ไหลผ่านหน้าผาหิน หมอกบางลอยต่ำเหนือพื้นดิน สัตว์อสูรบางตัววิ่งผ่านเป็นเงาดำในพุ่มไม้

    เด็กเบื้องล่างแหงนมองด้วยความตื่นตาตื่นใจ เสียงตะโกนของกรรมการดังลั่นสนาม

    "พวกเจ้าพร้อมหรือไม่!"

    เสียงของเด็กทั้งร้อยยี่สิบแปดคนผสานกันดังกึกก้อง

    "พร้อม!"

    เวลานับถอยหลังเริ่มต้นขึ้น จังหวะสุดท้ายที่ถูกนับ ธงเบื้องหน้าถูกปัดลง เด็กแต่ละตระกูลพุ่งตัวตรงเข้าสู่ประตูถ้ำสวรรค์ฝูตี้

    หลินเย่ก้าวเท้ายาวไปข้างหน้า แสงสีฟ้าครามกระทบใบหน้า ชั่วพริบตาที่หันไปสังเกตรอบข้าง ร่างเล็กก็โผล่เข้ามาทางซ้าย

    กู้หมิง ใบหน้าของนางเห็นชัด นัยน์ตาสีแดงยิ้มเยาะเย้ยราวกับกำลังสนุก

    ยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด ร่างก็ถูกดูดเข้าสู่ประตูสีฟ้าคราม ร่างตกกระทบพื้นหญ้าชื้น

    "อั๊ก"

    เขาจับที่ขมับ อาการวิงเวียนคือผลข้างเคียงจากการถูกส่งผ่านประตู ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น

    ป่าดิบชื้น ต้นไม้สูงใหญ่จนเรือนยอดบังแสง ลำแสงเล็กๆ สาดผ่านซอกใบลงมาเป็นจุดกระจัดกระจาย กลิ่นดินเปียกและใบไม้เน่าลอยหนักอยู่ในอากาศ หมอกบางคลานต่ำอยู่เหนือรากไม้ที่บิดงอ เสียงจิ้งหรีดและแมลงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สัญญาณว่ายังไม่มีสิ่งใดใหญ่พอจะทำให้พวกมันหยุดร้อง

    เขากวาดตารอบด้าน ไม่มีผู้แข่งขันคนอื่นอยู่ในบริเวณ ประตูนั้นคงส่งทุกคนกระจัดกระจายกันไปคนละทิศ

    หลินเย่ไม่รอช้า กวาดมองพื้นที่ใกล้ตัว ใต้รากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดิน สมุนไพรต้นเล็กใบสีเขียวแกมเหลืองซ่อนอยู่ในซอก ลำต้นมีเส้นปราณจางๆ ซึมอยู่ ระดับกลาง เขาดึงขึ้นมา ใช้กำไลที่ข้อมือขวาเก็บเข้าไป ตัวเลขจากศูนย์เปลี่ยนเป็นสาม

    ทันใดนั้น ตัวเลขก็พลิกเปลี่ยนเป็นขีดนับถอยหลัง สี่ขีดปรากฏขึ้น ขีดหลังสุดกะพริบเป็นการแจ้งเตือน เวลาที่เหลืออยู่

    เขายกข้อมือขึ้นดู ยังไม่มั่นใจว่ามีเวลาเท่าใด รู้เพียงว่าต้องรีบทำคะแนนหลังจากนี้

    ในใจหวังว่าพื้นที่กว้างขวางเช่นนี้จะไม่ทำให้เจอกู้หมิงหรือมู่หว่านหรงเร็วเกินไป

    เขาเริ่มออกเดินสำรวจ ทุกฝีก้าวเงียบเชียบตามวิชาเหยียบวายุที่ฝึกมา ใบไม้แห้งใต้เท้าไม่ส่งเสียง รองเท้ากดลงบนพื้นดินชื้นแล้วยกขึ้นในจังหวะที่ไม่ทิ้งรอยลึก

    ป่าลึกเข้าไปทีละชั้น ต้นไม้หนาแน่นขึ้น แสงน้อยลง กลิ่นดินเปลี่ยนจากชื้นเป็นเหม็นอับ มีกลิ่นคาวจางๆ ปะปนมากับลม กลิ่นของสัตว์อสูร

    สมุนไพรระดับต่ำเก็บได้สองสามต้น กำไลไม่ขึ้นคะแนน คงเป็นชนิดที่ไม่มีค่ามากพอ ส่วนสมุนไพรระดับกลางเก็บเพิ่มได้อีกสามต้น สัตว์อสูรตัวเล็กระดับต่ำวิ่งผ่านไปสองสามตัว ตัวไม่ใหญ่ไปกว่าสุนัข ไม่คุ้มเวลาจึงปล่อยไป

    หลินเย่สังเกตพื้นที่โดยรอบจนเริ่มเข้าใจภูมิประเทศ ป่าตรงนี้เป็นเขตขอบ ยิ่งเข้าลึกยิ่งมืด ต้นไม้ยิ่งใหญ่ กลิ่นคาวยิ่งหนัก สัตว์อสูรระดับกลางและสูงคงอยู่ในส่วนลึก สมบัติวิเศษห้าชิ้นก็คงไม่วางไว้ที่ขอบป่าให้เก็บกันง่ายๆ

    ตัวเลขบนกำไลแสดงสิบสองคะแนน ทันใดที่กำลังเก็บสมุนไพรเข้ากำไล เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากทิศตะวันออก

    ไม่รอช้า ร่างหลบเข้าซ่อนหลังต้นไม้ใหญ่ในมุมอับ กดลมหายใจให้เบา จับจ้องไปยังทิศที่เสียงมา

    สามร่างเดินตรงเข้ามา อาภรณ์ที่สวมใส่ดูธรรมดา ไม่มีสัญลักษณ์ตระกูลใหญ่ เด็กสายรองสักตระกูลมาเก็บคะแนนเป็นแน่

    เสียงอี๊ดๆ ในพุ่มไม้ดังขึ้น ดึงความสนใจของเด็กทั้งสาม คนตรงกลางท่าทางครึกครื้น ค่อยๆ ย่องเดินเข้าไปหาพุ่มไม้

    "มานี่เจ้าหนู มามะ ให้คะแนนกับข้าดีๆ"

    สองคนหลังถือหอกหนึ่ง มีดเล่มเล็กหนึ่ง เดินตามหลังมา ดูจากรูปแบบแล้ว คนตรงกลางคงเป็นหัวหน้ากลุ่ม

    หมูป่าเขี้ยวเหล็กพุ่งออกมาจากพุ่มไม้กระโจนเข้าใส่ ทั้งสามล่ามันด้วยความสนุกสนาน เสียงเหล็กกระทบเขี้ยวดังแหลม ฝุ่นและใบไม้ปลิวว่อน

    จากฝีมือที่สังเกตได้ ทั้งสามอยู่ราวรวมลมปราณขั้นสามถึงสี่

    หลินเย่มองลงที่กำไลของตน แต้มรวมสิบสอง แล้วสายตาก็เลื่อนไปจับที่ข้อมือของเด็กสามคน กำไลใสวาวอยู่ตรงนั้น

    แววตาเปลี่ยนไป จับอยู่ที่กำไลเหล่านั้นไม่วาง

    ร่างค่อยๆ ถอยหายเข้าไปในมุมอับโดยไม่มีเสียง

    คนหนึ่งในกลุ่มสะดุ้ง หันไปมองทิศที่ลมพัดกิ่งไม้ จิตมุ่งร้ายที่แวบผ่านไปเมื่อครู่นั้นจับได้อยู่ ไล่สายตาไปกลับไม่พบผู้ใด ทั้งสามเดินทางเข้าสู่ส่วนลึกของป่าต่อไป หลินเย่เดินตามไป ฝีเท้าไร้เสียง

    คล้ายกับเรื่องเพลิงอสูรกลืนสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810