ฉันพยายามก้มลงตรวจเช็กตามร่างกายเพื่อหารอยกัดของซอมบี้ แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่ข้อมือซ้าย...
"เอ๊ะ... นี่รอยอะไรน่ะ?"
มันดูคล้ายกับสร้อยข้อมือที่คุณยายเคยให้ฉันไว้ไม่มีผิด แต่มันกลับประทับแน่นอยู่บนิัราวกับเป็รอยสัก (Tattoo)
ตรงกลางมีรูปดาวที่เปล่งประกายสีเขียวมรกตเหมือนอัญมณีบนสร้อยเส้นนั้นเป๊ะๆ ด้วยความสงสัย ฉันจึงลองใช้มือขวาแตะและลูบมันเบาๆ
พรึ่บ!
"ที่นี่ที่ไหนเนี่ย!?"
พริบตาเดียว บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เบื้องหน้าของฉันคือพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้เขียวขจี และูเาตั้งตระหง่านอยู่ทั้งลูก!
ไม่ไกลกันนักมีบ้านไม้ชั้นเดียวหลังกะทัดรัดดีไซน์น่ารักตั้งอยู่ รอบตัวบ้านถูกโอบล้อมด้วยแปลงดอกไม้หลากสีสัน
ส่งกลิ่นหอมละมุนลอยมาตามลมจนฉันต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างสดชื่น
"บรรยากาศดีสุดๆ ไปเลย..."
ถัดไปไม่ไกลฉันมองเห็นแม่น้ำสายหนึ่ง จึงรีบวิ่งไปดูด้วยความตื่นเต้น น้ำในนั้นเป็สีเขียวใสราวกระจก
และที่น่าเหลือเชื่อคือมีฝูงปลาสีทองตัวเขื่องว่ายวนอยู่เต็มไปหมด ดูไปก็คล้ายกับปลาคาร์ฟแต่เกล็ดของมันเป็ประกายทองระยิบระยับล้อแสงอาทิตย์สวยงามมาก
ฉันลองจุ่มมือลงไปในน้ำ ััแรกที่ได้รับคือความเย็นฉ่ำที่แสนสบาย เ้าปลาพวกนั้นไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด พวกมันว่ายเข้ามาคลอเคลียมือฉันอย่างเป็มิตร
"น่ารักจริงๆ เลยนะเนี่ย"
หลังจากเล่นน้ำจนพอใจ ฉันก็เดินสำรวจต่อไปที่สวนดอกไม้ข้างบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งคล้ายกุหลาบโชยมาเตะจมูก
ดอกไม้ที่นี่มีขนาดเล็กแต่มีสีสันละลานตา ทั้งสีแดง ขาว ชมพู เหลือง ม่วง แม้กระทั่งสีฟ้าก็ยังมี! ที่แปลกคือลำต้นของมันเรียบเนียนไร้หนามแหลมคมเหมือนกุหลาบทั่วไป
ใกล้ๆ กันนั้นมีต้นไม้ใหญ่ทรงสูงพอๆ กับต้นแอปเปิ้ล แต่ผลของมันกลับมีขนาดเล็กเท่าลูกส้ม มีทั้งสีเขียว สีส้ม และสีแดงสดใสปนกันอยู่บนกิ่ง
"ถ้าเป็สีแดงแสดงว่าสุกแล้วสินะ น่ากินจัง... แต่จะมีพิษไหมนะ?" ฉันพึมพำกับตัวเองพลางแหงนมอง
"อีกอย่างมันอยู่สูงเกินไป คุณหนูที่ปีนต้นไม้ไม่เป็อย่างฉันคงหมดสิทธิ์"
ฉันเดินสำรวจอยู่นานจนเริ่มใจเสีย จะออกไปจากที่นี่ได้ยังไงนะ?
อ้อ... จริงสิ! ในเมื่อมีบ้านก็อาจจะมีคนอยู่ ฉันตัดสินใจเดินตรงไปที่ประตูบ้านไม้หลังนั้นทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
"มีคนอยู่ไหมคะ?"
เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับ หรือว่าเขาจะหลับอยู่กันนะ? ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเคาะอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม
"ขออนุญาตเข้าไปนะคะ..."
เอี๊ยด...
เสียงบานประตูไม้เปิดออก ภายในบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี มีโต๊ะทำงานที่มีตู้หนังสืออัดแน่นอยู่ข้างๆ
อีกฝั่งมีโต๊ะกลมพร้อมเก้าอี้พนักพิงสี่ตัว และโซฟาตัวเล็กริมหน้าต่าง ส่วนกลางห้องมีเตียงขนาด 6 ฟุต พร้อมเครื่องนอนสีขาวสะอาดตาดูนุ่มน่านอน
ทว่า... สายตาของฉันกลับไปสะดุดเข้ากับก้อนกลมๆ สีขาวโพลนบนเตียง
"เอ๊ะ... ตัวอะไรน่ะ?"
มันมีขนสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะจนเกือบกลืนไปกับที่นอน ขนาดตัวเท่าสุนัขพันธุ์ชิวาวาแต่ขนฟูฟ่องดูนุ่มนิ่ม ดูคล้ายลูกหมาแต่กลับมีเขาเล็กๆ อยู่บนหัว แถมยังมีปีกติดอยู่ที่หลังอีกต่างหาก! จะว่าเป็เพกาซัสก็ไม่ใช่ เพราะตัวเล็กจิ๋วเกินไป
ขณะที่ฉันกำลังจ้องด้วยความสงสัย เ้าตัวเล็กนั่นก็เริ่มขยับกายบิดี้เีไปมาอย่างน่ารักจนฉันอยากจะเข้าไปกอดเสียเหลือเกิน แต่ก็แอบกังวลว่ามันจะดุไหมนะ...
"สวัสดีครับเ้านาย กระผมชื่อ 'เวก้า' ขอรับ"
"เฮ้ย! น้องหมาพูดได้!" ฉันร้องลั่นด้วยคว
ามใ
"กระผมไม่ใช่น้องหมาขอรับ!" เ้าตัวเล็กเถียงกลับทันควัน