บันทึกวิถีเซียนกระบี่แสวงพ่าย

    บทที่ 39 ก่อปราณขั้นเจ็ด! ท่าชักกระบี่

    บทที่ 39 ก่อปราณขั้นเจ็ด! ท่าชักกระบี่


    ในตำบลเงียบสงัดไปเนิ่นนาน ครู่ใหญ่ผ่านไปก็ยังไม่มีเสียงใดดังขึ้นเลย


    ในยามนี้ผู้คนมากมายยังไม่ได้เข้านอน ผู้ที่กล้าหาญกว่าเขาหน่อยก็เริ่มแอบมองลอดหน้าต่างออกไป


    ผลก็คือ พวกเขาเห็นเด็กหนุ่มนั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่ใกล้ๆ


    ส่วนบนพื้นนั้นมีศพไร้ลมหายใจร่างหนึ่งนอนอยู่


    บ้านเรือนถล่มเละ บนถนนเต็มไปด้วยหลุมลึกและรอยกระบี่


    โครม!!


    ก่อนหน้านี้ หลี่กวนฉีไปที่บ้านของจางต้าหนิว ลากโครงกระดูกโครงหนึ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำ


    นั่นคือโครงกระดูกของหลี่หลานฮวา


    หลังจากฝังนางอย่างดีแล้ว เขาจึงค่อยๆ ลุกขึ้น และพริบตาถัดไปเงาดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่ไกลออกไป


    ประเดี๋ยวต่อมาหลี่หนานถิงก็กระโดดลงจากกระบี่บิน กระบี่บินนั้นหมุนควงตลบหนึ่งแล้วเข้าฝักเอง


    หลี่หนานถิงพุ่งปราดมายังข้างกายเด็กหนุ่ม ตรวจดูแล้วก็พบว่าหลี่กวนฉีมิเพียงไร้บาดแผลใดๆ


    ยังทะลวงไปถึงขอบเขตก่อปราณขั้นหก!


    หลี่กวนฉีพูดอย่างคลุมเครือเล็กน้อยก็หลอกผ่านไปได้


    บอกเพียงว่ารากวิญญาณอัสนีของเขาต้านทานวิญญาณร้ายนั้นได้ดี จึงเอาชนะมาได้อย่างหวุดหวิดเท่านั้น


    สุดท้ายแม้ชายชราจะยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก


    เขาพาหลี่กวนฉีขี่กระบี่กลับไปยังสำนักกระบี่ต้าเซี่ย


    ก่อนจากไป หลี่กวนฉีมองตำบลซิ่งอวิ๋นอย่างลึกล้ำ หวนระลึกถึงหลี่หลานฮวาผู้ตายตกอย่างไม่สมควร


    พึมพำเบาๆ ว่า "คำพูดที่ว่าทุกข์ก่อนสุขทีหลัง ทรมานนางมาปีแล้วปีเล่า"


    ระหว่างทาง หลี่กวนฉีก็เล่าเรื่องราวของตำบลซิ่งอวิ๋นให้ชายชราฟังเช่นกัน


    หลี่หนานถิงเงียบไปเนิ่นนาน จึงเอ่ยเสียงเบาว่า "กวนฉี นี่แหละคือจิตใจและธรรมชาติของมนุษย์"


    หลี่กวนฉีเว้นช่วงไปครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วว่า "ข้าทราบขอรับ แต่ทุกครั้งที่เจอเรื่องเช่นนี้ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าน้ำใจคนช่างจืดจางเหลือเกิน"


    "ข้าถึงกับคิดว่า หากยามนั้นมีใครออกมาพูดทวงความยุติธรรมให้หลี่หลานฮวาสักคำ"


    "เรื่องราวอาจจะไม่ลงเอยเช่นนี้ก็ได้"


    "น่าเสียดาย... ในโลกนี้หามีคำว่า 'หากว่า' ไม่"


    หลี่หนานถิงยังคงไม่พูดอะไร หลายสิ่งหลายอย่างและหลักการต่างๆ จำเป็นต้องผ่านประสบการณ์และเข้าใจด้วยตนเองถึงจะรู้ว่าเหตุใดหลักการเหล่านั้นจึงดำรงอยู่


    "เอ่อ... ท่านอาจารย์ ขอหินวิญญาณให้ข้าสักหน่อยได้ไหมขอรับ?"


    "คะแนนนี่ก็ได้มายากเย็นเกินไปแล้ว! เป็นภารกิจระดับหนึ่งแท้ๆ เหตุใดถึงได้เจอวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งเช่นนี้หนอ"


    สีหน้าของหลี่หนานถิงดูไม่ดีเอาเสียเลย เมื่อนึกถึงว่าศิษย์ของตนเกือบเสียชีวิตไป โทสะก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที


    พูดเพียงคำเดียวว่าเขามิต้องยุ่งกับเรื่องนี้แล้ว


    หลังจากกลับมาถึงสำนัก หลี่กวนฉีก็ไม่ได้พักผ่อน เขายังคงนั่งสมาธิฝึกฝนเช่นเคย


    ส่วนวิญญาณกระบี่ก็รักษาสัญญา ไม่ได้ขโมยปราณต้นกำเนิดที่เขาฝึกฝนอีก


    เช้ารุ่งขึ้น เมื่อหลี่กวนฉีตื่นจากภวังค์ฝึกฝนก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทั้งกาย ความคิดแจ่มใสปลอดโปร่ง


    ลุกขึ้นจัดวางหลักไม้ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วซ้อมท่าหมัดหลายสิบรอบ


    หลังจากอบอุ่นร่างกายเพียงพอแล้ว หลี่กวนฉีก็หยิบกระบี่เหล็กกล้าออกมาเริ่มต้นฝึกกระบี่อย่างบ้าคลั่ง


    ขณะนี้ฟ้ายังไม่สว่าง แต่หลี่กวนฉีฝึกกระบี่มาแล้วถึงสองชั่วยาม


    ในตอนนั้นเอง เสียงของวิญญาณกระบี่ก็ดังขึ้นในสมองของเขาอย่างฉับพลัน


    "กระบี่เคลื่อนตามสังขาร อย่าให้กระบี่เป็นฝ่ายนำเจ้า!"


    "การฟันต้องฉับไว ต้องรวดเร็ว!"


    "ก่อนจะแทง ต้องรวบรวมพลังทั้งร่างกายแล้วจึงแทงออกไป!"


    คำพูดของวิญญาณกระบี่ทำให้หลี่กวนฉีรู้สึกเหมือนได้รับการชี้ทางสว่าง


    กระบี่ยาวในมือของเขาเพียงแค่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในดวงตาเต็มไปด้วยความจริงจัง


    เช้ง! 


    กระบี่ในมือแทงออกไปอย่างรวดเร็ว!


    กระบี่ยาวผ่าอากาศ ถึงกับส่งเสียงสนั่นเสียดหูออกมา


    กระบี่นี้เร็วดั่งสายลม เสาไม้ขนาดเท่าเอวนั่นพลันระเบิดแตกออก!


    ตูม!


    มุมปากของหลี่กวนฉีเผยรอยยิ้ม ไม่คิดเลยว่าสายตาของวิญญาณกระบี่จะแหลมคมถึงเพียงนี้


    แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แม้แต่ท่านอาจารย์ยังมองไม่ออก


    วิญญาณกระบี่กลับสามารถชี้ให้เห็นได้ทุกครั้งว่าปัญหาของเขาอยู่ที่ใด


    หลังจากที่เขาเก็บกวาดเสร็จ หัวหน้าผู้ดูแลสำนักนอกก็มาตามหาหลี่กวนฉีที่นี่ด้วยตนเอง


    "ฮ่าๆ วีรบุรุษย่อมเกิดจากคนหนุ่มสาวจริงๆ"


    "คราวนี้... เป็นปัญหาของหอภารกิจ ดังนั้นคะแนนสำนักจึงคำนวณให้เป็นห้าเท่า!"


    "คะแนนทั้งหมดได้เก็บไว้ในป้ายหยกของเจ้าแล้ว"


    หลี่กวนฉียิ้มพลางกล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอบคุณผู้ดูแลโจวที่เอาใจใส่แล้ว ไว้ข้าจะนำสุราดีสองขวดมาให้อาโจวนะ"


    ยามผู้ดูแลสกุลโจวผู้นั้นได้ยินคำพูดนี้เข้าก็ยิ้มตาหยี เขากังวลมาตั้งแต่เมื่อวาน


    แต่โชคยังดีที่หลี่กวนฉีได้กล่าวกับอาจารย์ว่า "หากท่านไปโกรธเขา ภายหลังศิษย์ของท่านจะไม่ลำบากหรือ? แล้วจะรับภารกิจได้อย่างไรขอรับ?”


    ดังนั้น หลี่หนานถิงจึงส่งคนไปตักเตือนผู้ดูแลโจวคนนี้เล็กน้อย


    จึงเป็นที่มาของเหตุการณ์ในขณะนี้


    เขาเข้าใจหลักการที่ว่าเกี้ยวดอกไม้ต้องอาศัยคนหลายคนช่วยกันหาม


    ภาพที่ผู้ดูแลโจวยิ้มแย้มต้อนรับหลี่กวนฉีนั้นก็อยู่ในสายตาของศิษย์สายนอกหลายคนเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงความอิจฉาริษยาเลย


    ในวันต่อมา หลี่กวนฉีมีคะแนนสะสมไม่น้อย อีกทั้งยังได้รับถุงเก็บของจากหลี่หนานถิงที่มีหินวิญญาณระดับต่ำถึงหนึ่งพันก้อน


    อาจกล่าวได้ว่าหลี่กวนฉีไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นทำภารกิจไปทั่วเพื่อหาทรัพยากรในการฝึกฝนอีกต่อไป


    ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนต่อจากนั้น


    เงาร่างของหลี่กวนฉีปรากฏให้เห็นบนแท่นบูชาวิญญาณของสำนักแทบจะทุกวัน


    ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ พลังของหลี่กวนฉีก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!


    เพียงแค่หนึ่งเดือนสั้นๆ เขาก็มาถึงขอบเขตก่อปราณขั้นเจ็ดแล้ว!


    ความเร็วเช่นนี้ทำให้ปวงชนตกตะลึง และยังทำให้หลายคนเข้าใจว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับอัจฉริยะผู้นี้ช่างกว้างใหญ่เพียงใด


    หลี่กวนฉีเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย


    ทุกวันนอกจากฝึกกระบี่แล้ว เวลาเกือบทั้งหมดคือการฟื้นฟูลมปราณในระหว่างการฝึกฝน


    เวลาที่เหลือ หลี่กวนฉีก็จะมายังลานฝึกในสำนัก


    เพียงใช้หินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งก้อนก็สามารถเปิดห้องเล็กที่มีกลไกอยู่ภายในได้ห้องหนึ่ง


    พื้นที่ภายในห้องกว้างถึงร้อยจั้ง อาวุธใดที่ต้องการก็จะจัดหาให้


    ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ กระบี่วิชชุฟ้าบัวมรกตของเขาก็บรรลุถึงขั้นปลายระดับสมบูรณ์แบบแล้ว


    ยามออกกระบี่ เสียงกระบี่ดังก้องไปทั่ว สร้างดอกบัวมรกตได้หกดอกในชั่วพริบตา


    แต่เมื่อเขาโอ้อวดกับวิญญาณกระบี่อีกครั้ง วิญญาณกระบี่ก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากพูดประโยคหนึ่ง


    "ขยะที่สวยแต่ภาพ หามีประโยชน์ไม่"


    หลี่กวนฉีแค่นยิ้มอย่างไม่ยอมรับว่า “ให้พูด ใครก็พูดได้ทั้งนั้น ถ้าเจ้าแน่จริงก็สอนวิชากระบี่ที่ร้ายกาจกว่านี้ให้ข้าสิ"


    วิญญาณกระบี่ก็ทนรับที่เขาฝึกฝนวิชากระบี่ที่สวยหรูแต่ไร้ประโยชน์เช่นนี้อยู่ตลอดไม่ไหวเช่นกัน


    หลังจากปรากฏกาย รูปลักษณ์อรชรนั้นก็ทำให้หลี่กวนฉีเผลอจิตหลุดลอยไปชั่วขณะ


    จากนั้น วิญญาณกระบี่ยกมือขึ้น ในฝ่ามือพลันปรากฏกระบี่พลังวิญญาณขึ้นเล่มหนึ่ง


    ร่างของหญิงสาวย่อตัวต่ำลง สายตาเปลี่ยนเป็นคมกริบ วินาทีต่อมาหลี่กวนฉีก็สัมผัสได้เพียงประกายกระบี่วาบผ่านไปในพริบตา!


    วิญญาณกระบี่กล่าวอย่างเย่อหยิ่งว่า "เห็นชัดแล้วหรือไม่?"


    หลังจากออกมาจากห้องฝึกฝน หลี่กวนฉีผู้มีสีหน้าเคลือบแคลงก็มุ่งตรงไปยังหอคอยกระบี่!


    หอคอยกระบี่ของสำนักกระบี่ต้าเซี่ย เป็นสถานที่อันมีชื่อเสียงมากในบรรดาสำนักทั้งหมดในรัศมีหนึ่งแสนลี้


    หอคอยกระบี่เป็นสีดำสนิททั้งหลัง ดูแล้วช่างขลังยิ่งนัก


    มีทั้งสิ้นสามสิบหกชั้น


    สิบสองชั้นเป็นหนึ่งระดับ ผู้ฝึกตนตั้งแต่ขอบเขตก่อปราณไปจนถึงขั้นสูงสุดของขอบเขตจินตานล้วนสามารถเข้าไปได้


    ส่วนภายในหอคอยกระบี่นั้น มีหุ่นกลฝึกกระบี่ขอบเขตต่างๆ กันอยู่


    ยิ่งหอคอยกระบี่มีชั้นสูงเท่าใด ผู้ฝึกตนระดับเดียวกันที่ต้องเผชิญก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น


    ดังนั้นจนบัดนี้ ก็ยังไม่มีผู้ฝึกฝนขอบเขตจินตานคนใดสามารถเผชิญหน้ากับมือกระบี่ขอบเขตจินตานสิบสองคนพร้อมกันได้


    ตามบันทึกของสำนักกระบี่ต้าเซี่ยตั้งแต่ก่อตั้งสำนัก มีเพียงประมุขรุ่นแรกเท่านั้นที่ปีนขึ้นไปถึงชั้นที่สามสิบสามได้!


    และนั่นก็คือสุดยอดฝีมือซึ่งที่ได้ทะยานขึ้นสู่ภพเซียนแล้วนั่นเอง


    นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขามายังหอคอยกระบี่


    แม้จะมีพรสวรรค์ร้ายกาจ แต่ตอนนี้เขาก็เพิ่งขึ้นไปได้ถึงชั้นที่หกเท่านั้น


    คล้ายกับเรื่องบันทึกวิถีเซียนกระบี่แสวงพ่าย ที่คุณอ่าน

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179