หลังฉลองวันปีใหม่ผ่านพ้นไปไม่นานก็ถึงเทศกาลที่หนุ่มสาวต่างรอคอย ในวันขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนสองพระจันทร์จะส่องสว่างสุกใสเต็มดวงเป็ครั้งแรกของปี หรือที่เรียกกันว่าเทศกาลหยวนเซียว
คุณหนูทั้งหลายต่างรอคอยเทศกาลนี้อย่างใจจดใจจ่อเนื่องจากเป็เพียงเทศกาลเดียวที่อนุญาตให้พวกนางออกไปเที่ยวนอกบ้านได้โดยไม่ต้องมีพี่เลี้ยงชายหนุ่มทั้งหลายจะใช้่เวลานี้มองหาว่าที่ภรรยาในอนาคตด้วยเหตุนี้เทศกาลหยวนเซียวจึงถือเป็วันแห่งความรักของดินแดนอีกด้วย
เยี่ยนเยว่ฉีตื่นเต้นเป็อย่างมากที่คืนนี้จะได้ออกไปเที่ยวแม้นางจะเคยเข้าร่วมเทศกาลลอยโคมมาแล้ว แต่ชายแดนอย่างหานจีหรือจะสู้เมืองหลวงได้
ั้แ่ย้ายมาเมืองหลวงเยี่ยนเยว่ฉีก็อยู่แต่ในจวนถนนหนทางล้วนไม่คุ้นชิน เยี่ยนหยางจงกับเยี่ยนจิ้นหลิงจึงอาสาออกมาเที่ยวเป็เพื่อน
เพื่อความสะดวกและไม่เป็ที่สะสุดตาพวกเขาแต่ละคนจึงให้คนสนิทประจำตัวติดตามมาด้วยเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่นี่ไม่มีข้าศึก ไม่มีาลำพังวรยุทธ์ของเยี่ยนหยางจงก็มากเกินพอที่จะคุ้มครองทุกคน
รถม้าแล่นไปจอดตรงบริเวณทางเข้างานทุกคนต้องลงแล้วเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น
หญิงสาวในชุดสีแดงกรุยกรายมองไปยังถนนเบื้องหน้าที่ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟอย่างตื่นเต้นอาคารบ้านเรือนล้วนสว่างไสว ไกลออกไปแลเห็นโคมกระดาษมากมายลอยขึ้นสู่ท้องฟ้านางเอื้อมไปกุมมือของซูจิ้งเอาไว้ รอยยิ้มหวานประทับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา
“สถานที่กว้างขวาง ผู้คนก็มากมาย มีโอกาสพลัดหลงกันได้โดยง่ายหากเป็เช่นนั้น เมื่อล่วงเข้ายามไห่ให้ทุกคนไปพบกันที่หน้าศาลเทพจันทรา” เยี่ยนหยางจงหันไปสบตากับน้องชายและน้องสาวจากนั้นจึงเดินนำทั้งสองเข้าไปยังถนนที่คลาคล่ำด้วยผู้คน
เยี่ยนเยว่ฉีเดินตามพี่ชายคนโตไปอย่างเชื่อฟังส่วนเยี่ยนจิ้นหลิงก็เดินตามหลังนางเงียบ ๆ
ชายเสื้อสีน้ำเงินสะบัดพลิ้วไหวไปตามจังหวะย่างเท้าเยี่ยนหยางจงทำท่าราวกับเดินตรวจทหารในกองทัพ คล้ายไม่ได้มาเที่ยว เยี่ยนเยว่ฉีปรายตามององครักษ์เฉพาะกิจด้วยท่าทีเบื่อหน่ายพี่ชายคนโตเดินตรงไปข้างหน้าอย่างรีบเร่ง ไม่สนใจนางแม้สักนิด
“ช้าก่อน พี่ใหญ่”เยี่ยนเยว่ฉีร้องเรียกคนที่เดินนำลิ่วไม่หยุด
“หือ...มีอะไรหรือน้องเล็ก” เยี่ยนหยางจงหยุดฝีเท้าหันกลับมาหาน้องสาวั์ตาเหยี่ยวสอดส่ายมองหาสิ่งผิดปกติ
“ท่านเห็นหรือไม่ สองข้างทางมีร้านค้ามากมาย ทั้งของกิน ของใช้ ขนมถังหูลู่[1] ด้วย”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้ม“ถามแปลกเสียจริง ผู้อื่นย่อมเห็นอยู่แล้ว”นึกไม่ถึงว่าน้องสาวจะรั้งให้เขาหันกลับมาเพื่อพูดคุยเื่เหล่านี้
“หึ! ท่านจะรีบไปที่ใดกัน ข้าอยากเลือกซื้อของท่านก็เอาแต่เดินราวกับจะรีบตรวจแถวแล้วออกไปทำศึก” เยี่ยนเยว่ฉีส่งค้อนให้เยี่ยนหยางจงเยี่ยนจิ้นหลิงที่เดินตามมาเงียบ ๆ จึงมีโอกาสพูดบ้าง
“พี่ใหญ่ ที่นี่ไม่น่ามีอันตรายทำไมท่านกับข้าไม่ไปดื่มสุรากับชมหญิงงามที่หอชื่นสุขด้วยกันแล้วให้น้องเล็กเดินเล่นตามประสาผู้หญิงไป”
“จะดีหรือ เยว่ฉีไม่คุ้นชินถนนหนทาง”
“นางอายุสิบเจ็ดแล้วนะ ปล่อยไปบ้างเถิด อย่างไรเสีย อีกหนึ่งชั่วยามค่อยไปพบกันที่หน้าศาลเทพจันทราก็ได้ข้าอยากดื่มสุรามากกว่ามาเดินเตร็ดเตร่”
“แต่ว่า…” เยี่ยนหยางจงทำหน้าไม่เห็นด้วยแต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรน้องชายก็ขัดขึ้นมาอีก
“พี่ใหญ่ลองมองรอบกายดูให้ดีเถิดข้าสังเกตเห็นแม่นางน้อยทั้งหลายเดินตามเราทั้งสองมาสักพักแล้วจิ้นหลิงน่ะไม่เป็ไร แต่ท่านเล่า…”
เยี่ยนหยางจงเหลือบสายตาไปรอบทิศจึงสังเกตเห็นั์ตาหวานหยาดเยิ้มมากมายแม้นี่จะเป็เื่ปกติที่เคยพบเจอที่เมืองหานจี แต่จำนวนหญิงสาวในครานี้ช่างน่าแตกตื่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สายตาของสตรีคลั่งรักเป็สิ่งต้องห้าม สำหรับเขาแล้วพวกนางยังร้ายกาจยิ่งกว่าทหารแคว้นเป่ยเสียอีก
“เยว่ฉี เ้าเดินเล่นไปก่อน พี่จะให้หลิวหย่งอารักขาเ้าก็แล้วกัน”
“พี่ใหญ่ท่านช่างใจร้าย หลิวหย่งก็คงอยากไปหอชื่นสุขเหมือนกัน” เยี่ยนจิ้นหลิงส่งสายตาตำหนิไปยังพี่ชาย พลางหันไปมองหน้าหลิวหย่งอย่างเห็นใจ
“พวกท่านไปหาความสำราญกันเถิด ข้ากับซูจิ้งเดินเที่ยวเองได้” ผู้เป็น้องสาวเอ่ยปากไล่พวกพี่ชาย
“ดูแลตัวเองด้วยน้องเล็ก ข้าไปล่ะ” เยี่ยนจิ้นหลิงไม่รอช้าผลักพี่ชายเบา ๆ สายตาก็เหลือบมองสตรีที่เริ่มมองมาทางนี้มากขึ้นเยี่ยนหยางจงจึงรีบเดินหนีอย่างรวดเร็วบุรุษผมสีเงินหันมายิ้มจนตาหยีให้น้องสาวสุดที่รักหนึ่งที แล้วตามพี่ชายคนโตไปอย่างว่องไวจนในที่สุดก็เห็นเพียงเงาสีขาวกับสีน้ำเงินอยู่ไกลลิบ
เมื่อไม่มีพี่ชายคอยคุมเยี่ยนเยว่ฉีกับซูจิ้งจึงเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนานเมืองหลวงใหญ่โตโออ่า เดินเท่าไรก็ไม่ทั่วเสียที
ในที่สุดเยี่ยนเยว่ฉีกับซูจิ้งก็มาถึงหน้าศาลเทพจันทราโดยไม่รู้ตัว
ด้านหน้าประตูทางเข้ามีชายร่างอ้วนะโเรียกลูกค้าฟังได้ความว่าหากซื้อเครื่องรางของเขาแล้วนำเข้าไปแขวนในศาลเ้าจะทำให้สมหวัง
“คุณหนู เราสองคนลองไปอธิษฐานกับท่านเทพบ้างดีหรือไม่เ้าคะ”
“ข้ามีคู่หมั้นแล้วซูจิ้ง จะอธิษฐานให้สมหวังเื่คู่ครองอีกได้อย่างไรกัน”
“คุณหนูก็อธิษฐานให้ท่านอ๋องชอบท่านมาก ๆ สิเ้าคะยิ่งชอบท่านคนเดียวยิ่งดี”
เยี่ยนเยว่ฉีหวนคิดถึงใบหน้าคมคายราวหยกสลักนั่นฉินอ๋องทั้งเย่อหยิ่งและเ็า ทว่ากลับดึงดูดหัวใจสตรี ซ้ำเขายังมีคนรักอยู่แล้วนางยังจะหวังอะไรได้อีกเล่า ั์ตาดอกท้อพลันพร่าเลือนเมื่อนึกถึงภาพที่ฉินอ๋องประคองถางซือเซียนขึ้นรถม้าไป
“คุณหนูท่านนี้สนใจอธิษฐานกับเทพจันทราหรือไม่ ท่านเทพของศาลเ้าเราศักดิ์สิทธิ์มากนะ”ชายร่างอ้วนเดินเข้ามาพร้อมของในมือสองชุด แล้วสาธยายสรรพคุณของการบูชาเทพจันทราต่อไป“เพียงเขียนชื่อของคุณหนูกับคุณชายที่หมายปองลงไปบนแผ่นไม้ แล้วมัดไว้ด้วยด้ายแดงนี้จากนั้นก็นำไปแขวนที่ต้นไม้ใหญ่ต้นใดก็ได้ในศาลเ้าหากท่านเทพจันทรารับรู้ก็จะประทานพรให้ท่านสมหวังอย่างแน่นอนชิ้นละสองอีแปะเท่านั้น”
“คุณหนูลองดูเถิดเ้าค่ะ” ซูจิ้งเขย่าแขนนายหญิงเบา ๆ
“อืม...ก็ได้”
เยี่ยนเยว่ฉีให้ซูจิ้งไปซื้อเครื่องรางมาสองชิ้นนางมอบชิ้นหนึ่งให้ซูจิ้ง สาวใช้คนสนิทยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รีบกล่าวขอบคุณนายหญิง
สตรีทั้งสองไม่รอช้ารีบทำตามคำแนะนำของชายอ้วน
เยี่ยนเยว่ฉีจรดปลายพู่กันเขียนชื่อของนางลงไปแต่กลับลังเลที่จะเขียนชื่อบุรุษผู้นั้น
มือขาวผ่องสั่นน้อยๆ ก่อนจะตัดสินใจตวัดพู่กันเขียนชื่อชายในหัวใจลงไปในที่สุดนางพันด้ายแดงร้อยรัดเครื่องราง จากนั้นจึงเดินเข้าไปภายในศาลเ้า แต่ซูจิ้งนั้นว่องไวยิ่งระหว่างที่นายหญิงมัวแต่ละล้าละลังนางก็ทำตามขั้นตอนครบหมดทุกอย่างแล้ว
“คุณหนู ท่านต้องรีบหน่อยข้างในคนเยอะทีเดียวอาจต้องไปผูกต้นที่อยู่ลึกเข้าไปในศาลเ้าแล้วกระมัง ต้นตรงทางเข้าคนแย่งกันมากมาย”เห็นคุณหนูของตนเพิ่งจะเดินเข้ามา ซูจิ้งจึงแนะนำให้
“อืม...เ้ารอตรงนี้ก็แล้วกันข้าไม่ชอบเบียดเสียดกับผู้ใด จะเดินเข้าไปลึกหน่อย”
“เ้าค่ะคุณหนู”
หลังกำชับคนสนิทให้รอตนเองเสร็จเยี่ยนเยว่ฉีพลันเยื้องกรายเข้าไปในศาลเ้าอย่างเชื่องช้านางเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อหาต้นไม้สักต้น เห็นหญิงสาวมากมายต่างยื้อแย่งกิ่งก้านที่อยู่ใกล้ตัวศาลเ้าที่สุดคงเป็เพราะหวังให้เทพจันทราประทานพรให้พวกนางก่อนกระมัง เยี่ยนเยว่ฉีไม่อยากเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งของความโกลาหลนี้จึงเดินลึกเข้าไปบริเวณสวนด้านหลัง
แม้โคมไฟสีแดงจะไม่เยอะเท่าที่ประดับด้านหน้าแต่ยังพอมีแสงสีแดงส่องให้เห็น เมื่อมองเห็นทางนางจึงไม่นึกหวาดกลัวเท่าใดนัก
ในที่สุดเยี่ยนเยว่ฉีก็พบต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตรงด้านหลังศาลเ้าพอดีแต่ดูจากจำนวนเครื่องรางที่ผูกอยู่ทำให้รู้ว่าจุดนี้ไม่ค่อยมีผู้คนเข้ามานัก
เยี่ยนเยว่ฉีหยุดยืนหน้าต้นไม้นางมองเครื่องรางที่พันธนาการด้วยด้ายแดงในมือ ก่อนหลับตาแล้วกล่าวอธิษฐานเสียงเบา
“ท่านเทพจันทราเ้าคะ ชายผู้นี้คือฉินอ๋องคู่หมั้นของข้าน้อยท่านเทพได้โปรดเมตตาให้นับจากนี้เขาคิดถึงข้า ดีต่อข้าและชอบข้ามากกว่าผู้หญิงทุกคนด้วยเถิดนะเ้าค่ะ”
“เรารับรู้แล้ว...”
เสียงทุ้มนุ่มกังวานดังมาจากด้านหลังของนางเยี่ยนเยว่ฉีสะดุ้ง ใจเต้นระรัว มือไม้เย็นเฉียบด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง
เมื่อครู่เป็เสียงของเทพจันทราหรือ
[1] ขนมถังหูลู่ทำจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ที่นำมาเคลือบกับน้ำตาล หาทานได้ง่ายเป็ที่นิยม