ขณะเดียวกันที่หน้าเขาวงกต
กลุ่มเป้าหมายของจางเซียนได้รวมกลุ่มกันเสร็จสิ้น ได้แก่ เซียนอี้หลี่ เซียนซี กริมชิง และ 2 ตัวประกอบ
"ที่นี่ก็ครบกันแล้วสินะ" กริมชิงกล่าวมองคนใหม่ด้วยแววตาดูแคลน เขาไม่คิดเลยว่า จะต้องอยู่กับคนอ่อนแอันธุ์นี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกดีอยู่บ้าง เพราะเขาจะได้มีโล่มนุษย์ในยามคับขัน
เซียนซียืดเส้นยืดพูดขึ้น
"ให้ข้านำพวกท่านเอง ทุกท่านไม่ควรที่จะเสียพลังในตอนนี้" ชายชุดฟ้ากล่าวรอยยิ้มประจบ
กริมชิงยินดี ตอบกลับ
"เช่นนั้นข้าขอความกรุณาน้องเซียนซีซะแล้ว" เซียนซีส่ายหน้า กล่าวต่อ
"เป็เกียรติข้ามากกว่าที่ได้ช่วยทุกท่าน"
ไม่ว่าเปล่าเซียนซีหยิบแผนที่บางอย่างออกมา ทำให้สายตาของทุกคนเปลี่ยนไป , พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนแอบนำแผนที่เขาวงกตมา เพราะหากจับได้คงไม่ได้รับการเข้าสำนักแน่นอน เซียนอี้หลี่หรี่ตามองด้านหน้าคล้ายััอะไรได้บางอย่าง
"ข้าเซียนซีจะรับประกันความปลอดภัยทุกท่านเอง..." ครู่ต่อมาทั้งหมดก็ก้าวพรวดพราดอย่างรวดเร็ว กว่ากลุ่มอื่นจะได้สติก็พบว่ากลุ่มของกริมชิงนั้นเดินไปไกลแล้ว ก็รีบวิ่งตามไม่งั้นเขาอาจจะชวดชัยชนะได้
แต่แล้วเขาก็คิดผิด...
เมื่อจู่ๆ พื้นที่ที่เหยียบกลับยุบตัวลงไป ทำให้กำแพงปรากฏรูนับร้อย และมีลูกศรโผล่ออกมา
"ม่าย! " ฉัวะๆ ๆ ๆ
เสียงร้องดังระงมไม่ได้ทำให้กลุ่มกริมชิงสนใจแต่อย่างใด พวกเขาทั้งหมดแค่นเสียงหัวเราะสมเพชใส่คนอื่น สองตัวประกอบที่เข้ามาใหม่พลันดีใจเนื้อเต้น เดินกระดี๊กระด๊าอย่างไม่หวาดเกรงกับดักที่สามารถสังหารตนเองในพริบตา ทำให้กริมชิงอดไม่ได้ที่จะตวาดสายตาใส่ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ทำให้ทั้งสองถอยหลังอย่างหวาดกลัว
เป็เวลาเดียวกันที่ใบหน้าเซียนอี้หลี่ตึงเครียด เมื่อเห็นอะไรบางอย่าง
"เกิดอะไรขึ้นสหาย" กริมชิงถาม เซียนซีหันมามองที่เท้าทั้งสองก็เบิกตากว้าง
"ไอ้ควายเอ๊ย บิดาแกให้เหยียบกับดักงั้นเหรอ? " คำพูดของเซียนซีทำให้ทุกคนหน้าชา
"วิ่ง! " คลืนๆ ๆ ๆ
กำแพง แนวฝ่าเท้า พุ่งขึ้นปิดกั้นทุกคนเป็กรอบสี่เหลี่ยม เป็เวลาเดียวกันที่เซียนซีหลุดออกไปสำเร็จ หลงเหลือเพียง 4 คนที่อยู่ในกับดักแห่งนี้ , ตอนนั้นเองกริมชิงก็เกิดความโกรธเกรี้ยวขึ้น เขาตวาดเสียงราวมัจจุราชพร้อมขย้ำเหยื่อ
"มารดามันเถอะ! แกจะให้พวกข้าตายกันหมดรึไง" ทั้งสองตัวสั่น กลืนไม่เข้าคายไม่ออก รีบกล่าวขัดทันที
"นายท่านกริมชิง สายน้ำไม่อาจหวนคืน...พวกเราต่างลงเรือรำเดียวกันแล้ว มีหรือที่ข้าจะยอมตกเป็เบี้ยล่าง กับดักเช่นนี้อย่างไม่มีสาเหตุ ข้าขอกล่าวสั้นๆ โดยสรุป พวกเราหามิได้เหยียบกับดักอย่างตั้งใจ แต่มีบางอย่างฉุดรั้งเราไว้จากเส้นทางหนึ่งขอรับ" ทั้งสองกล่าวเสียงหนักแน่น จนใจกริมชิงไขว้เขวไปอย่างคราว
"พูดจาส่งเดช! เ้าคิดว่าบิดาเอ็งโง่รึไง" หมับ อ้าก
กริมชิงบีบคอทั้งสองด้วยแววตาเยือกเย็น
"พอได้แล้วกริมชิง" เสียงเซียนอี้หลี่ดังขึ้น ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แต่ก็ยอมปล่อยโดยดี ตุบๆ!
"ข้าว่าสองคนนั้นพูดถูกนะ" ใบหน้ากริมชิงปรากฏความสงสัย
"อย่างไง? " เซียนอี้หลี่เดินไปด้านหลังตัวประกอบทั้งสอง พบกับอาวุธสั้นขนาดเล็กปักอยู่ เป็มีดสั้นสลักชื่อด้ามจับว่า 'สำนักไร้เงา' ดีที่ก่อนกับดักจะปรากฏ เขาได้ขว้างมีดไปยังจุดน่าสงสัย และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็ไปตามคาดการณ์
ไม่รอช้ารีบหยิบวัตถุสีดำบางอย่างโยนให้กริมชิงทันที
"หวังว่าจะเป็ของเ้า..."
ชายหนุ่มรับ และเปลี่ยนสีหน้าทันที
"แส้ของข้า..." พริบตาภาพความทรงจำก็ปรากฏ คนแรกที่เจอคือจางเซียน แต่ต่อมาไม่นานหลังได้ประลองก็พบว่าอีกฝ่ายสามารถใช้อากาศโจมตีได้ ชั่งเป็อะไรที่น่าแปลกตายิ่งนัก แต่เมื่อคิดไปเรื่อยๆ เขาพบว่าคนที่เข้าใกล้เขามากที่สุดคือ 'จางเซียน' ไม่ผิดแน่
มันไม่มีเหตุผลอื่นเลยที่จะโยนความผิดให้คนอื่น....แต่มันทำได้เช่นไร
ขโมยอาวุธของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว?
'ชั่งน่าสมเพชยิ่งนัก'
เมื่อปะติดปะต่อเื่ราวเสร็จ ใบหน้ากริมชิงก็เปลี่ยนเป็เคร่งเครียดทันที แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันเหตุใด
ตอนนั้นเองเซียนอี้หลี่ก็พูดขึ้น
"คนที่ทำให้เราแยกทางกัน ย่อมเป็คนที่ขโมยแส้ของเ้าไป พอจะรู้ไหมมันเป็ใคร..." กริมชิงขบกรามแน่น
"ข้ารู้....มันคือ 'จางเซียน' " แม้จะไม่รู้ทำไมไอ้สวะนี้สามารถเอาอาวุธสุดหวงของเขาไปได้ แต่ปริศนาแบบนี้ไม่ว่าอย่างไง ทุกอย่างกลับโยงไปที่จางเซียนจนหมด
"และที่มันกลับช้าที่สุด..." อย่าบอกนะว่า
กริมชูอี้?
"อ้าก ไอ้สารเลวจางเซียน" กริมชิงะโด้วยความแค้นทั้งหมด มันไม่คิดเลยว่าบุคคลที่อ่อนแอที่สุด กลับเป็คนที่ทำให้มันเ็ปมากที่สุด คาดไม่ถึงจริงๆ
แก้ก!
ในเวลานั้นเองกำแพงที่สูงเฉียดฟ้าก็เลื่อนลงมาทันที บ่งบอกว่ากับดักนี้มีไว้เพื่อกักขังผู้เข้าแข่งขันเท่านั้น แต่แล้วใบหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไป เมื่อพบว่าด้านหน้าของเขามีคราบเืจำนวนมาก กับดาบแสนคุ้นเคยสีเงินที่ปักไว้อยู่
"เซียนซี..." เซียนอี้หลี่เบิกตากว้างเดินคล้ายคนเหม่อลอย เขามองคราบเืที่ส่งกลิ่นอายของน้องชายเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความอึดอัด และทุกข์ใจ
"จางเซียน...แก" ข้าไม่เคยให้ร้ายแกสักนิด เหตุไฉนถึงทำร้ายสิ่งที่เขารัก คนที่เขารักได้ลงคอ
"เซียนอี้หลี่!! ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว ทำลายตราสัญลักษณ์เดี๋ยวนี้" ใบหน้ากริมชิงมองไปรอบด้าน พบว่าบัดนี้เต็มไปด้วยคราบเืจำนวนมาก และสมาชิกใหม่นั้นได้หายไปทิ้งไว้เพียงโลหิตที่สาดกระเซ็นบนพื้น
"แม่งเอ๊ย! ข้าจะฆ่าแก ไอ้สารเลว!! ""
ปังๆ ๆ
ทั้งสองทำลายตราสัญลักษณ์ทันที
"จะหนีไปไหน" พริบตานั้นเองเสียงเยือกเย็นน่าขนลุกก็ปรากฏด้านหลังกริมชิง
ฟูม บึม!
ไม่ทันที่ดาบสีเขียวจะได้ตัดร่างกริมชิง อีกฝ่ายก็หายไปในพริบตา ทำให้จางเซียนที่มาใหม่ถอนหายใจอย่างเสียดาย
"ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถเข้าสำนักัโลหิตได้แล้วสินะ"
เขาได้ฆ่าสวะมากมาย แต่ดูเหมือนจะมีอีกคนที่ต้องฆ่าให้สำเร็จ มีใครบ้างนะ?
เซียนอี้หลี่ , กริมชิง และจ้าวสำนักัโลหิต
"ทำไมเป้าหมายของข้าไม่แน่ ไม่นอนเช่นนี้นะ" อยากจะเข้าสำนักเพื่อเอาสหายไปถล่มเซียนวิถี แต่หลังจากได้นิสัยของแก่นอสูร ดูเหมือนทุกอย่างเขาจะคาดการณ์ผิด
ไม่ใช่แล้ว...เขาเหมาะต่อการอยู่อย่างโดดเดี่ยวมากกว่า
แววตาจางเซียนปรากฏความเ็ป เมื่อนึกถึงภาพความทรงจำที่แสนทรมาน
"ยังเหลืองานอีกมากมายที่ข้าต้องทำ" สังหารเซียนอี้หลี่ กริมชิง จ้าวสำนักัโลหิต ทำลายสำนักเซียนวิถี หาคนฆ่าพ่อและแม่ของเขา ก่อนจะก้าวสู่การเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุทธภพ
"หึ ด้วยพจนานุกรมนี้ ไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้..." จางเซียนเสยผมสูดลมหายใจ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นเื
"นี้สินะา" อีกไม่นานนักหรอก ไอ้แก่ ข้าจะไปฆ่าแกแน่