“ชิงเอ๋อร์เรื่องที่ข้าสั่งให้ไปทำเรียบร้อยหรือยัง?”
น้ำเสียงเย็นเยียบดุจสายลมหนาวเสียดแทงถึงกระดูกทำเอาเสี่ยวชิงที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนยอดไม้กับเหยี่ยวเพเรกรินถึงกับตัวสั่นสะท้าน
เธอไม่เคยได้ยินเสียงนายท่านไร้ความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย
ไม่เคยจริงๆ
นายท่านที่เคยอ่อนโยนกลับแผ่กลิ่นอายที่เยือกเย็นขนาดนี้
ชิงเอ๋อร์อึ้งไปครู่หนึ่งเธอยังไม่ทันจะได้ตอบสนอง ดวงตาฉายแววความตื่นตระหนก ใบหน้าเล็กๆบิดเบี้ยวคล้ายคนจะร้องไห้
เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของหญิงสาวอวี๋จื่ออวี๋ก็ถอนหายใจเบาๆ ตระหนักว่าตนเองเผลอใช้น้ำเสียงรุนแรงเกินไป
และตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่ความโกรธแก้ไขอะไรๆได้ด้วย
“ฟู่...”
อวี๋จื่ออวี๋สูดหายใจลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ของตนเอง ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“ข้าถามว่าเมื่อสองวันก่อนที่สั่งให้เจ้าไปลบความทรงจำของหญิงสาวคนนั้นเจ้าทำสำเร็จหรือไม่?”
“ทำ... ทำแล้วค่ะ”
ชิงเอ๋อร์พยักหน้าถี่รัว แล้วรีบโบกมือน้อยๆชี้แจงอย่างลนลานว่า “นายท่านฉันทำตามที่นายท่านสั่งอย่างตั้งใจเลยค่ะ ค่อยๆ บดขยี้พลังจิตของเธอทีละน้อยแต่... คือเธอ... ดวงวิญญาณของเธอกลับหลอมรวมเข้ากับฉัน...”
“หลอมรวมกับตัวเจ้าหรือ?”
อวี๋จื่ออวี๋ตะลึง ใบหน้าฉายแววประหลาดใจ
“ใช่ค่ะ เธอพุ่งเข้ามาในตัวฉันเอง”
ชิงเอ๋อร์ก้มหน้าอ้อมแอ้มราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วถูกจับได้
แต่ไม่นาน เธอก็ย้ำว่า“ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ จริงๆ นะคะ แต่ตอนที่กำลังบดขยี้ร่างเงานั้นชิ้นส่วนวิญญาณกลับกลายเป็นแสงนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุเข้ามาในวิญญาณของฉันโดยที่ไม่อาจควบคุม”
พูดพลาง เธอก็ยกแขนขึ้นมาชี้พลางกล่าวว่า“ดูสิคะนายท่าน ร่างกายของฉันดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นนิดหน่อยด้วย”
อวี๋จื่ออวี๋มองสำรวจแขนของเสี่ยวชิงอย่างละเอียด
จริงด้วย เมื่อเทียบกับสองวันก่อนร่างกายของเธอดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
มองแวบแรก เขายังนึกว่าเป็นมนุษย์จริงๆเสียอีก
นี่คือผลของการดูดซับวิญญาณเหอหลิงเอ๋อร์อย่างนั้นหรือ?
อวี๋จื่ออวี๋คาดเดาด้วยความรู้สึกซับซ้อนใบหน้าก็มีสีหน้าแปลกประหลาด
ในฐานะฝาแฝดเหอชิงเอ๋อร์และเหอหลิงเอ๋อร์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งวิญญาณของพวกเธอเรียกได้ว่ามาจากต้นกำเนิดเดียวกัน
เมื่อคิดเช่นนี้วิญญาณของพวกเธอจึงสามารถหลอมรวมกันได้ทางทฤษฎีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการต่อต้านจึงต่ำมาก
ส่วนเรื่องที่พี่สาวกลืนกินวิญญาณของน้องสาวนั้นยิ่งไม่จำเป็นต้องเจาะลึก
เพราะเหอชิงเอ๋อร์ตัวจริงได้ตายไปแล้วเหอชิงเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงวิญญาณกลายพันธุ์
นอกเสียจากรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายคลึงกันแล้วเธอและเหอชิงเอ๋อร์ที่เป็นมนุษย์นั้นสายพันธุ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้น ในตำนานโบราณวิญญาณของผู้ที่ตายไปแล้วมักจะกลับมายังโลกเพื่อพรากคนที่รักที่สุดไปไม่ใช่หรือ!
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเหอชิงเอ๋อร์นี้ก็ทำเรื่องที่คล้ายคลึงกันโดยบังเอิญ
......
แต่ถ้าเป็นอย่างที่เหอชิงเอ๋อร์บอกจริงๆทำไมผู้มีพลังเหนือธรรมชาติเหล่านั้นถึงมาที่นี่กันล่ะ?
เพราะเขาหรือเปล่า?
เท่าที่ดูในตอนนี้ ความเป็นไปได้มีน้อยมาก
เพราะความเป็นไปได้เดียวที่เขาจะถูกเปิดเผยได้ตัดขาดไปแล้ว
ทันใดนั้นสายตาของอวี๋จื่ออวี๋พลันเหลือบไปเห็นหญิงสาวตัวน้อยที่นั่งอยู่บนยอดไม้ด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจอวี๋จื่ออวี๋จึงนึกขึ้นได้
ในเมื่อเขาเดาไม่ได้แล้วทำไมเขาจะถามไม่ได้เล่า?
คิดได้ดังนั้นกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ก็สั่นสะท้าน หยดน้ำบำรุงชีวิตที่เข้มข้นหยดหนึ่งซึมออกมา
“ชิงเอ๋อร์ กินสิ”
อวี๋จื่ออวี๋ส่งหยดน้ำบำรุงชีวิตนี้ไปตรงหน้าหญิงสาวแล้วออกคำสั่ง
“นายท่าน นี่...”
เมื่อเห็นของเหลวสีใสอันล้ำค่านี้สิ่งแรกที่ชิงเอ๋อร์คิดไม่ใช่การรับมันเข้าไป แต่รู้สึกหวาดกลัว
เพราะจนถึงเมื่อครู่นายท่านดูเย็นชาเหลือเกิน
“ข้าอยากให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นเพื่อช่วยจัดการเรื่องบางอย่าง อย่าทำให้ข้าผิดหวัง เข้าใจไหม?”
เมื่อได้ยินเสียงที่แฝงความคาดหวังของอวี๋จื่ออวี๋ชิงเอ๋อร์ก็สะท้านไปทั้งร่าง ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น“เข้าใจค่ะ นายท่าน ชิงเอ๋อร์จะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง”
สิ้นคำอวี๋จื่ออวี๋ก็ส่งของเหลวนั้นพร้อมกับกิ่งก้านเข้าไปในปากของชิงเอ๋อร์
“อึก”
ชิงเอ๋อร์กลืนลงไปจากนั้นร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“ครืน...”
มวลอากาศสั่นไหวพลังลึกลับบางอย่างไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะเดียวกันร่างกายของชิงเอ๋อร์ก็เติบโตขึ้นราวต้องลมชั่วพริบตาเดียวเธอก็สูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรราวกับหวนคืนรูปลักษณ์ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
ชุดกระโปรงสีขาว พลิ้วไหวราวกับเทพธิดา...
เส้นผมดำขลับดุจน้ำหมึกสยายลงมาราวกับม่านน้ำตก...
“นายท่าน...”
เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้แฝงด้วยความเย็นชาที่ไม่ใช่กลิ่นอายของมนุษย์โลก
[เผ่าพันธุ์: วิญญาณกลายพันธุ์
ระดับ: แรกเริ่มขั้นที่ห้า
พรสวรรค์ประจำตัว: ต้านทานการโจมตีทางกายภาพ
ความสามารถพิเศษ: เสริมแกร่งพลังจิต –ความสามารถสายพลังจิตอันน้อยนิดที่เธอมีซึ่งเพียงพอจะช่วยให้เธอคงอยู่ได้ชั่วครู่หลังจากที่ตายและสามารถแทรกแซงความเป็นจริงได้ในระดับหนึ่ง
โทรจิต –ที่ไหนสักแห่งย่อมมีดอกไม้ที่คล้ายคลึงกันและจิตใจของเธอเชื่อมโยงกับอีกหนึ่งตัวตนที่เหมือนกันทุกประการ]
“แรกเริ่มขั้นที่ห้าอย่างนั้นหรือ?ก้าวกระโดดขึ้นมาสองขั้น”
อวี๋จื่ออวี๋พึมพำอารมณ์ของเขาค่อนข้างซับซ้อน
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้จริงๆแม้จะให้น้ำบำรุงชีวิตกับชิงเอ๋อร์เป็นครั้งที่สองผลก็ยังไม่มีความก้าวหน้าใหญ่เหมือนครั้งแรก
หากคาดเดาไม่ผิดแรกเริ่มขั้นที่ห้าคงเป็นอุปสรรคที่ผ่านยากพอสมควร
เว้นแต่เขาจะยอมทุ่มเทน้ำบำรุงชีวิตโดยไม่เสียดายการจะช่วยให้คนอื่นทะลวงผ่านระดับนี้ไปได้คงยากเข็ญราวกับการปีนขึ้นสวรรค์
แต่เมื่อคิดทบทวนอีกครั้งอวี๋จื่ออวี๋ก็เข้าใจ
น้ำบำรุงชีวิตของเขานั้นสุดยอดมากอยู่แล้วมันสามารถช่วยเสริมสร้างรากฐานและเร่งการวิวัฒนาการของสรรพสิ่ง
ถ้าหากไม่มีข้อจำกัดจริงๆเขาคงจะต้องกังวลเรื่องความเป็นความตายของตนเองเป็นอันดับแรก
เพราะสายตาแห่งความละโมบนั้นไม่มีวันลดน้อยลง
แต่ในตอนนี้เมื่อผลของมันโดดเด่นแค่ช่วยทะลวงผ่านระดับต่ำเท่านั้นกลับทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก