
พิมพ์คำอธิบายที่นี่แรงกดดันอันน่าครั่นคร้าม แผ่กระจายออกมาจาก “วังวนมิติ” อันลึกลับนั้น กดดันไปทั่วทั้งบริเวณจนห้วงอากาศโดยรอบเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นอย่างแปลกประหลาดที่สุด!เชนหรี่ตาลง มองไปยังวังวนมิติที่เห็นกี่ครั้งก็ไม่เคยที่จะชินชาเสียทีนั้น…และในขณะที่เขากำลังมองไปยังวังวนอันเร้นลับ ด้วยความรู้สึกยำเกรงที่วูบปรากฏขึ้นตามสัญชาตญาณนั่นเอง…“มาย! มานี่ได้แล้วเราต้องคุยเรื่องระบบแถวนะ ไปเดินอะไรกับเด็กแบกของอยู่ได้” เสียงห้วนทุ้มของใครบางคนก็ตะโกนดังขึ้น ดึงให้เขาหลุดออกจากห้วงแห่งภวังค์ในทันที เมื่อเชนหันไปมองตามเสียง จึงเห็นว่าผู้พูดนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหุ่นกำยำหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง ในมือซ้ายของเขาถือไว้ด้วยดาบยาวที่ดูแล้วคงจะมีน้ำหนักไม่ใช่เล่น ส่วนในมือขวาของอีกฝ่ายถือไว้ด้วยโล่ขนาดใหญ่ ซึ่งมันน่าจะใหญ่มากพอที่จะปกปิดร่างกายสูงโปร่งนั้นได้จนแทบมิด…ชายผู้นั้นกำลังมองมาที่เขากับมาย และในวินาทีนี้ ถ้าเชนสังเกตไม่ผิด สายตาของอีกฝ่ายที่กำลังมองมายังตัวเขานั้น มันเหมือนจะแฝงไว้ด้วยประกายของ…การดูถูกมายหันมองไปยังชายผู้นั้น ก่อนที่จะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย“รู้แล้วน่า “เจมส์” !…จะเสียงดังทำไมเนี่ย…”ท้ายประโยค หญิงสาวพูดเสียงเบาที่พอจะได้ยินกับเชนแค่สองคนเท่านั้น ก่อนที่สุดท้ายเธอจะหันมาหาเขา แล้วก็พยักให้เล็กน้อย“งั้นฉันไปก่อนนะเชน พอเข้าไปด้านในแล้วก็เดินตามหลังดีๆ อย่าออกนอกแถวล่ะ”เชนพยักหน้ารับคำ ไม่สนใจนัยน์ตาของเจมส์ที่กำลังจ้องเขม็งมานั้น“อืม ขอบคุณมาก ลุงวีเองก็เตือนฉันแล้วเหมือนกัน”มาย “อืม” รับในลำคอหนึ่งคำ ก่อนที่จะเดินไปหาชายหนุ่มที่ชื่อเจมส์ และพวกของเธอคนอื่นๆ ที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่เชนลองพินิจชายที่ชื่อเจมส์ หลังจากที่สัมผัสได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรที่ส่งมาเป็นระยะๆ นั้น…ขั้นสามัญ ระดับยี่สิบแปดความสามารถที่คล้ายจะเรียกได้ว่าการ “ตรวจสอบ” นี้ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนบนโลกนี้มี มันเป็นเหมือนความสามารถในการตรวจสอบถึงพลังของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ…แต่…มันก็ทำได้แค่กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน “ขั้น” เดียวกันเท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบผู้ที่มีขั้นสูงกว่าตนเองได้ อย่างเช่นเชนอยู่ในขั้นสามัญ ก็จะสามารถตรวจสอบและสัมผัสถึงระดับของสิ่งมีชีวิตในขั้นสามัญได้ แต่เขาจะไม่สามารถตรวจสอบผู้ที่อยู่ในขั้นที่สูงไปกว่าตนเองได้เป็นอันขาด…สายตาไม่เป็นมิตรและแฝงแววเหยียดหยามจากเจมส์ยังคงส่งมาเป็นระยะๆ ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก และเอาจริงๆ เขาก็พอจะชินชาต่อเรื่องแบบนี้ไปแล้ว… ในโลกที่พลังเป็นที่ยอมรับ ผู้แข็งแกร่งได้รับการยกย่อง ส่วนคนอ่อนแอ…ก็จะถูกมองด้วยความเหยียดหยาม‘อย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า’เชนคิดพร้อมกับเดินแยกตัวไปทางอื่น อย่างที่ไม่ต้องการจะสร้างปัญหาอะไรให้วุ่นวาย… เวลาล่วงผ่านไปอีกไม่นาน เมื่อเหล่านักล่าต่างเดินมารวมด้านหน้าของ “วังวนมิติ” วีซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าสุด ก็ได้มองกลับมายังทุกคนแล้วก็เริ่มพูดขึ้น…“เอาล่ะ...เราจะเริ่มมิติกันเลย เราต้องเคลียร์มิตินี้ให้ได้ก่อนสองทุ่ม…ซึ่งมีเวลาเหลือเฟือ แต่ก็ขอบอกอีกครั้งถึงจะเป็น มิติระดับต่ำ แต่ก็อย่าประมาทเด็ดขาด…มีใครมีคำถามบ้าง?”ซึ่งทันทีที่สิ้นเสียงของวี…เสียงห้วนทุ้มของเจมส์ก็ดังขึ้นแทบจะวินาทีเดียวกันนั้น“ลุง! แล้วไอ้เด็กแบกของนั่นใครจะคอยดูแล? บอกก่อนฉันไม่มีเวลาไปสนใจมันหรอกนะ”เจมส์ที่ขณะนี้ยืนอยู่ข้างๆ มายพูดขึ้นซึ่งทันทีที่สิ้นเสียงของมัน ทั้งกลุ่มก็ต่างหันมามองเชนกันเป็นตาเดียว…บางคนก็มองเฉยๆ ไม่ได้สนใจอะไร…บางคนก็เป็นสายตาเย็นชาเรียบเฉย…และก็มีบางคน…ที่มองมายังเขาด้วยสายตาดูถูก ไม่ต่างจากเจมส์มันก่อนหน้านี้…วีเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็ยกนิ้วขึ้นเกาคออย่างใช้ความคิด“นั่นสินะ…งั้นเอาเป็น...”“หนูจะคอยดูเชนให้เองค่ะคุณลุง”ขณะที่วีกำลังจะเอ่ยปาก เสียงหวานของมายก็ดังขึ้นในวินาทีนั้น จนทำให้เหล่านักล่าโดยรอบต่างหันไปมองเธอเป็นตาเดียววีมองไปยังมายเช่นเดียวกัน ชายวัยกลางคนหยุดคิดเล็กน้อย…ก่อนที่จะพยักหน้าออกมาอย่างเห็นด้วย“ก็ดี…ฝากดูเจ้าหนูนั่นหน่อยละกัน หลานเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ”มายพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน“ค่ะคุณลุง”เมื่อได้ยินสรรพนาม “ลุง” กับ “หลาน” ที่ทั้งสองใช้เรียกกัน เชนก็เหมือนจะเข้าใจในทันทีนี้ ว่าสองคนนี้คงเป็นญาติกันจริงๆ ไม่ใช่เป็นแค่เพื่อนร่วมกลุ่มอย่างนักล่าคนอื่นๆเมื่อได้ข้อสรุปว่าใครจะคอยดูแลคนแบกของในรอบนี้แล้ว เหล่านักล่าคนอื่นๆ ก็ต่างไม่ให้ความสนใจเชนอีกเลย…ก็คงจะมีแต่เจมส์เท่านั้น ที่เชนเห็นถึงสีหน้าไม่พอใจของมัน พร้อมกับที่ขณะนี้มันก็ได้หันมามองทางเขา ด้วยสายตาที่ดูจะเย็นชาขุ่นมัวกว่าเดิมขึ้นไปอีก…เชนเมื่อเห็นแบบนั้น ก็พอเข้าใจขึ้นมาในทันที‘หมอนั่นมันชอบมายสินะถึงได้เขม่นเราขนาดนี้…แต่…ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเฟ้ย?! เดี๋ยวปั๊ดจีบจริงๆ ให้อกแตกตายซะเลย!’เชนถอนหายใจอย่างเซ็งๆ“เสียเวลามามากแล้ว ไปกันเถอะ”วีกล่าวกับทุกคน พร้อมกับหันหลังเดินนำเข้าสู่วังวนอันเร้นลับนั้น…ซึ่งเมื่อร่างของวีสัมผัสเข้ากับวังวนมิติ…ร่างกำยำของชายวัยกลางคนก็หายวูบไป ราวกับถูกดูดไปยังอีกห้วงมิติหนึ่งยังไงยังงั้น!เหล่านักล่าเมื่อเห็นวีเดินนำเข้าไปแล้ว ก็ต่างพากันเดินตามเข้าไปในวังวนอันเร้นลับนั้นทีละคน โดยที่มีเชนซึ่งเดินตามหลังมายไปติดๆ นั้น เข้าไปเป็นคนท้ายสุด… เมื่อเหล่ามนุษย์ทั้งสิบเอ็ดชีวิตเข้าไปในมิติจนหมดสิ้น หน้าผาแห่งนี้ก็กลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง…เงียบสงัด…จนทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า..นี่คือความเงียบสงัดก่อนที่…พายุจะพากันพัดโหมกระหน่ำหรือไม่?!!