ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 2 แดกดัน (รีไรท์ครั้งที่ 2)

    สิ้นเสียงตะโกนของวี เหล่านักล่าต่างก็พากันลุกขึ้นเดินตรงไปยังหน้าผาสูงอันตระหง่าน ส่วนเชนเองก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบดันตัวลุกขึ้น เตรียมที่จะเดินตามไปสมทบเพื่อทำหน้าที่ของตนที่ได้รับการจ้างวานมา…"นี่นายน่ะ"แต่ครั้นนั้นเอง ขณะที่เชนกำลังเดินตามหลังคนอื่นๆ ตรงไปยังหน้าสูง อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงหวานเสียงหนึ่ง เรียกมาจากด้านหลังห่างออกไปไม่ไกลชายหนุ่มหยุดเดินในทันทีนั้น ก่อนที่จะหันกลับไปมองตามเสียงด้วยความสงสัย และนั่นก็ทำให้เขาได้เห็นในบัดนี้ ว่าเจ้าของเสียงหวานเมื่อครู่นั้นคือหญิงสาวนางหนึ่ง…เธอไว้ผมสีดำยาวประบ่า ผิวที่ไม่ถึงกับเรียบแต่ก็ไม่ถึงกับกร้านนั้นออกสีน้ำผึ้ง หน้าตาโดยรวมถือว่าน่ารักจิ้มลิ้ม เมื่อบวกกับรูปร่างสมส่วนอัดแน่นไปด้วยพลัง อย่างคนที่ใช้แรงหรือออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอแล้วด้วยนั้น ยิ่งทำให้หญิงสาวยิ่งดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด ส่วนเรื่องอายุไม่น่าจะต่างกับเชนนัก เธอคงจะอยู่ในช่วงประมาณยี่สิบปีบวกลบเห็นจะได้…ซึ่งขณะนี้ หญิงสาวกำลังยืนเท้าเอวอยู่ตรงนั้น พร้อมกับกำลังกวักมือเรียกเมื่อเห็นเชนหันกลับมามอง“ครับ? มีอะไรหรือเปล่า?”เชนเดินไปหาและกล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย ซึ่งหญิงสาวนางนี้เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็พูดตอบออกมาแทบจะทันทีว่า…“นายเป็นคนแบกของรอบนี้ใช่ไหม? นายยังไม่ได้มาเอากระเป๋าเลยไม่ใช่เหรอ?”เชนอุทาน “อ๊ะ!” ออกมาในทันทีนั้น“จริงด้วย! มัวแต่คิดอะไรเพลินๆ จนลืมมาขอเลยครับ”หญิงสาวผู้ที่เรายังไม่ทราบชื่อส่ายหัวเล็กน้อย พร้อมมองเชนด้วยสายตาที่ถ้ามีความหมายคงเป็นประมาณว่า “จะไหวไหมเนี่ย” หญิงสาวหันหลังเดินไปยังกองสัมภาระของกลุ่มที่สุมรวมกันอยู่ ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าใบใหญ่ซึ่งมีของใส่ไว้อยู่เต็มกระเป๋าขึ้นมา…ซึ่งการแบก “กระเป๋ายักษ์” สูงร่วมร้อยเซนติเมตรใบนั้น ก็คือหน้าที่ของเชนในวันนี้“เอ้า!”หญิงสาวเดินมาถึง ก็ทำการยื่นส่งกระเป๋าใบใหญ่ซึ่งมีสัมภาระเต็มทั้งกระเป๋าให้เชนด้วย…มือเดียวเชนยื่นมือไปรับมันมา แล้วก็นำขึ้นสะพายหลังทันที…ซึ่งมันก็ทำเอาเขาหลังเอนไปเล็กน้อยเลยทีเดียว น้ำหนักของมันคงราวๆ สิบห้ากิโลกรัมเห็นจะได้ แต่ผู้หญิงร่างบอบบางเบื้องหน้าของชายหนุ่มนางนี้…กลับสามารถยกมันได้ด้วยมือเดียว?หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ มองเชนที่พยายามยืนทรงตัวอยู่นั้น ก่อนที่สุดท้าย เมื่อเห็นเชนยืนได้มั่นคง และหันมาพยักหน้าให้พร้อมพูดขอบคุณเธออย่างสุภาพอีกครั้ง เธอก็ยกยิ้ม พร้อมกับพูดขึ้นในทันทีว่า…“ไม่ต้องพูดสุภาพก็ได้ ดูๆ แล้วอายุเราก็ไม่น่าจะห่างกันมาก ฉันเป็นคนที่พอได้ยินคนรุ่นเดียวกันพูดสุภาพใส่ จะรู้สึกจั๊กจี้หูแปลกๆ น่ะ เพราะงั้นพูดปกติเถอะ”เชนร้อง “ออ” ออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนที่จะยกยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า"เอางั้นก็ได้ ฉันเชน แล้วเธอล่ะ?"“ฉัน “มาย” ยินดีที่ได้รู้จักเชน วันนี้ก็ฝากด้วยนะ”มายแนะนำตัวสั้นๆ ก่อนที่จะเอ่ยชักชวนเชนให้เดินไปยังหน้าผาสูงที่คนอื่นๆ รวมกลุ่มกันอยู่ด้วยกัน…เชนกับมายเดินพูดคุยกันไประหว่างเดินไปยังหน้าผาสูง ทำให้รู้ว่าเธอเองก็เพิ่งเข้ามาเป็นนักล่าได้ประมาณสองเดือน และได้ผ่านมิติมาแล้วเจ็ดครั้งถ้วน ซึ่งนั่นก็เป็นจำนวนพอๆ กับที่เชนไปรับจ้างแบกของมาเลยทีเดียว จากที่เชนพินิจ มายนั้นอยู่ใน ขั้นสามัญ ระดับสิบเก้า ซึ่งก็ถือว่าเป็น “นักล่า แร็งค์ เอ็น (Rank N)” เพราะผู้ที่อยู่ในขั้นสามัญนั้น ต้องอยู่ในขั้นนี้ไปจนกว่าจะมีความสามารถมากพอที่จะเคลียร์ “มิติ แร็งค์ อี (Rank E)” หรือ “มิติขั้นพื้นฐาน” ให้ได้เท่านั้น ถึงจะสามารถเลื่อนขั้นขึ้นไประดับสูงกว่านี้ได้…ส่วน แร็งค์ เอ็น (Rank N)...อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ มันก็คือเป็น แร็งค์ (Rank) ที่สมาพันธ์นักล่าสร้างขึ้นสำหรับผู้เริ่มต้น หรือก็คือ เอ็น (N) = ธรรมดา (Normal) นั่นเอง…เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าผาสูง ตรงบริเวณตีนผาขณะนี้ก็ยืนไว้ด้วยวีที่กำลังพูดคุยกับคนของเขา ส่วนด้านหลังของวีห่างออกไปไม่ไกล…ก็ได้มีบางสิ่งอันน่าตกใจปรากฏอยู่ตรงนั้น!“วังวนมิติ” สูงร่วมสามเมตรกำลังลอยเด่นอยู่ตรงนั้น! วังวนสีฟ้าครามอันงดงามแต่ก็แฝงเร้นไว้ด้วยความเร้นลับ หมุนวนทวนเข็มนาฬิกาไปอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง…ราวกับจะเป็นเช่นนี้ไปชั่วนิจนิรันดร์!error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่แรงกดดันอันน่าครั่นคร้าม แผ่กระจายออกมาจาก “วังวนมิติ” อันลึกลับนั้น กดดันไปทั่วทั้งบริเวณจนห้วงอากาศโดยรอบเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นอย่างแปลกประหลาดที่สุด!เชนหรี่ตาลง มองไปยังวังวนมิติที่เห็นกี่ครั้งก็ไม่เคยที่จะชินชาเสียทีนั้น…และในขณะที่เขากำลังมองไปยังวังวนอันเร้นลับ ด้วยความรู้สึกยำเกรงที่วูบปรากฏขึ้นตามสัญชาตญาณนั่นเอง…“มาย! มานี่ได้แล้วเราต้องคุยเรื่องระบบแถวนะ ไปเดินอะไรกับเด็กแบกของอยู่ได้” เสียงห้วนทุ้มของใครบางคนก็ตะโกนดังขึ้น ดึงให้เขาหลุดออกจากห้วงแห่งภวังค์ในทันที เมื่อเชนหันไปมองตามเสียง จึงเห็นว่าผู้พูดนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหุ่นกำยำหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง ในมือซ้ายของเขาถือไว้ด้วยดาบยาวที่ดูแล้วคงจะมีน้ำหนักไม่ใช่เล่น ส่วนในมือขวาของอีกฝ่ายถือไว้ด้วยโล่ขนาดใหญ่ ซึ่งมันน่าจะใหญ่มากพอที่จะปกปิดร่างกายสูงโปร่งนั้นได้จนแทบมิด…ชายผู้นั้นกำลังมองมาที่เขากับมาย และในวินาทีนี้ ถ้าเชนสังเกตไม่ผิด สายตาของอีกฝ่ายที่กำลังมองมายังตัวเขานั้น มันเหมือนจะแฝงไว้ด้วยประกายของ…การดูถูกมายหันมองไปยังชายผู้นั้น ก่อนที่จะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย“รู้แล้วน่า “เจมส์” !…จะเสียงดังทำไมเนี่ย…”ท้ายประโยค หญิงสาวพูดเสียงเบาที่พอจะได้ยินกับเชนแค่สองคนเท่านั้น ก่อนที่สุดท้ายเธอจะหันมาหาเขา แล้วก็พยักให้เล็กน้อย“งั้นฉันไปก่อนนะเชน พอเข้าไปด้านในแล้วก็เดินตามหลังดีๆ อย่าออกนอกแถวล่ะ”เชนพยักหน้ารับคำ ไม่สนใจนัยน์ตาของเจมส์ที่กำลังจ้องเขม็งมานั้น“อืม ขอบคุณมาก ลุงวีเองก็เตือนฉันแล้วเหมือนกัน”มาย “อืม” รับในลำคอหนึ่งคำ ก่อนที่จะเดินไปหาชายหนุ่มที่ชื่อเจมส์ และพวกของเธอคนอื่นๆ ที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่เชนลองพินิจชายที่ชื่อเจมส์ หลังจากที่สัมผัสได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรที่ส่งมาเป็นระยะๆ นั้น…ขั้นสามัญ ระดับยี่สิบแปดความสามารถที่คล้ายจะเรียกได้ว่าการ “ตรวจสอบ” นี้ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนบนโลกนี้มี มันเป็นเหมือนความสามารถในการตรวจสอบถึงพลังของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ…แต่…มันก็ทำได้แค่กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน “ขั้น” เดียวกันเท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบผู้ที่มีขั้นสูงกว่าตนเองได้ อย่างเช่นเชนอยู่ในขั้นสามัญ ก็จะสามารถตรวจสอบและสัมผัสถึงระดับของสิ่งมีชีวิตในขั้นสามัญได้ แต่เขาจะไม่สามารถตรวจสอบผู้ที่อยู่ในขั้นที่สูงไปกว่าตนเองได้เป็นอันขาด…สายตาไม่เป็นมิตรและแฝงแววเหยียดหยามจากเจมส์ยังคงส่งมาเป็นระยะๆ ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก และเอาจริงๆ เขาก็พอจะชินชาต่อเรื่องแบบนี้ไปแล้ว… ในโลกที่พลังเป็นที่ยอมรับ ผู้แข็งแกร่งได้รับการยกย่อง ส่วนคนอ่อนแอ…ก็จะถูกมองด้วยความเหยียดหยาม‘อย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า’เชนคิดพร้อมกับเดินแยกตัวไปทางอื่น อย่างที่ไม่ต้องการจะสร้างปัญหาอะไรให้วุ่นวาย… เวลาล่วงผ่านไปอีกไม่นาน เมื่อเหล่านักล่าต่างเดินมารวมด้านหน้าของ “วังวนมิติ” วีซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าสุด ก็ได้มองกลับมายังทุกคนแล้วก็เริ่มพูดขึ้น…“เอาล่ะ...เราจะเริ่มมิติกันเลย เราต้องเคลียร์มิตินี้ให้ได้ก่อนสองทุ่ม…ซึ่งมีเวลาเหลือเฟือ แต่ก็ขอบอกอีกครั้งถึงจะเป็น มิติระดับต่ำ แต่ก็อย่าประมาทเด็ดขาด…มีใครมีคำถามบ้าง?”ซึ่งทันทีที่สิ้นเสียงของวี…เสียงห้วนทุ้มของเจมส์ก็ดังขึ้นแทบจะวินาทีเดียวกันนั้น“ลุง! แล้วไอ้เด็กแบกของนั่นใครจะคอยดูแล? บอกก่อนฉันไม่มีเวลาไปสนใจมันหรอกนะ”เจมส์ที่ขณะนี้ยืนอยู่ข้างๆ มายพูดขึ้นซึ่งทันทีที่สิ้นเสียงของมัน ทั้งกลุ่มก็ต่างหันมามองเชนกันเป็นตาเดียว…บางคนก็มองเฉยๆ ไม่ได้สนใจอะไร…บางคนก็เป็นสายตาเย็นชาเรียบเฉย…และก็มีบางคน…ที่มองมายังเขาด้วยสายตาดูถูก ไม่ต่างจากเจมส์มันก่อนหน้านี้…วีเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็ยกนิ้วขึ้นเกาคออย่างใช้ความคิด“นั่นสินะ…งั้นเอาเป็น...”“หนูจะคอยดูเชนให้เองค่ะคุณลุง”ขณะที่วีกำลังจะเอ่ยปาก เสียงหวานของมายก็ดังขึ้นในวินาทีนั้น จนทำให้เหล่านักล่าโดยรอบต่างหันไปมองเธอเป็นตาเดียววีมองไปยังมายเช่นเดียวกัน ชายวัยกลางคนหยุดคิดเล็กน้อย…ก่อนที่จะพยักหน้าออกมาอย่างเห็นด้วย“ก็ดี…ฝากดูเจ้าหนูนั่นหน่อยละกัน หลานเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ”มายพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน“ค่ะคุณลุง”เมื่อได้ยินสรรพนาม “ลุง” กับ “หลาน” ที่ทั้งสองใช้เรียกกัน เชนก็เหมือนจะเข้าใจในทันทีนี้ ว่าสองคนนี้คงเป็นญาติกันจริงๆ ไม่ใช่เป็นแค่เพื่อนร่วมกลุ่มอย่างนักล่าคนอื่นๆเมื่อได้ข้อสรุปว่าใครจะคอยดูแลคนแบกของในรอบนี้แล้ว เหล่านักล่าคนอื่นๆ ก็ต่างไม่ให้ความสนใจเชนอีกเลย…ก็คงจะมีแต่เจมส์เท่านั้น ที่เชนเห็นถึงสีหน้าไม่พอใจของมัน พร้อมกับที่ขณะนี้มันก็ได้หันมามองทางเขา ด้วยสายตาที่ดูจะเย็นชาขุ่นมัวกว่าเดิมขึ้นไปอีก…เชนเมื่อเห็นแบบนั้น ก็พอเข้าใจขึ้นมาในทันที‘หมอนั่นมันชอบมายสินะถึงได้เขม่นเราขนาดนี้…แต่…ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเฟ้ย?! เดี๋ยวปั๊ดจีบจริงๆ ให้อกแตกตายซะเลย!’เชนถอนหายใจอย่างเซ็งๆ“เสียเวลามามากแล้ว ไปกันเถอะ”วีกล่าวกับทุกคน พร้อมกับหันหลังเดินนำเข้าสู่วังวนอันเร้นลับนั้น…ซึ่งเมื่อร่างของวีสัมผัสเข้ากับวังวนมิติ…ร่างกำยำของชายวัยกลางคนก็หายวูบไป ราวกับถูกดูดไปยังอีกห้วงมิติหนึ่งยังไงยังงั้น!เหล่านักล่าเมื่อเห็นวีเดินนำเข้าไปแล้ว ก็ต่างพากันเดินตามเข้าไปในวังวนอันเร้นลับนั้นทีละคน โดยที่มีเชนซึ่งเดินตามหลังมายไปติดๆ นั้น เข้าไปเป็นคนท้ายสุด… เมื่อเหล่ามนุษย์ทั้งสิบเอ็ดชีวิตเข้าไปในมิติจนหมดสิ้น หน้าผาแห่งนี้ก็กลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง…เงียบสงัด…จนทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า..นี่คือความเงียบสงัดก่อนที่…พายุจะพากันพัดโหมกระหน่ำหรือไม่?!!