อีกด้านหนึ่งภายในอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวในเมืองตงหลิน
“โว้ยย!!! ยัยเด็กบ้าคนนี้กล้าปฏิเสธฉันงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าคำขอเป็นเพื่อนของเขาถูกลั่วเซวียนเซวียนกดปฏิเสธลู่เซิ่งก็โมโหจนแทบจะกระอักเลือดออกมาตรงนั้น
ต้องรู้ก่อนว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้งานระบบเพื่อนอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของผู้ใช้อาชีพและยังเป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มขอเพิ่มคนอื่นเป็นเพื่อนก่อนด้วย
เดิมทีเขาทำไปด้วยความหวังดีแท้ๆเพราะอยากจะรีบเตือนลั่วเซวียนเซวียนให้ระวังพวกหน้าหมาแห่งประเทศวอหนูพวกนั้นเอาไว้
แต่ใครจะไปคิดว่ายัยคนนี้จะดื้อรั้นไม่รู้จักดีชั่วแถมยังกดปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใยขนาดนี้
“เวรเอ๊ย! ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไปตายไปเถอะ!”
ลู่เซิ่งยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหและคร้านจะเอาความหวังดีของตนไปยัดเยียดให้กับคนที่ไม่เห็นค่าอีก
เพราะการกระทำของเขาก่อนหน้านี้ถือเป็นการตอบแทนความแค้นด้วยความเมตตาอย่างถึงที่สุดแล้ว
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่รับน้ำใจก็คงต้องโทษตัวเองที่หาเรื่องใส่ตัว จะไปโทษใครได้
เขาไม่ได้จมปลักอยู่กับเรื่องนี้นานนัก
ในตอนนั้นเองลู่เซิ่งก็นึกถึงฉากอันตรายตอนที่ถูกลอบสังหารในบึงเหม็นเน่าขึ้นมาทำให้หัวใจของเขารู้สึกหนักอึ้งในทันที
“ดูเหมือนจะต้องรีบเร่งเก็บเลเวลแล้วไม่อย่างนั้นหากพวกคนขายชาติพวกนี้เกิดจิตสังหารต่อฉันขึ้นมาจริงๆแล้วเลเวลของฉันยังต่ำอยู่แบบนี้เมื่อไหร่ที่พรสวรรค์เสริมพลังหมื่นเท่าเข้าสู่ช่วงคูลดาวน์ละก็...”
เมื่อคิดได้ดังนี้ในใจของลู่เซิ่งก็เกิดความรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาเปิดแผงรายชื่อเพื่อนขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่ลังเลและพิมพ์ชื่อหนึ่งลงไปในช่องค้นหาทันที
ไม่นานนักในรายชื่อเพื่อนของเขาก็ปรากฏกรอบรูปโปรไฟล์ใหม่ขึ้นมา
“เอ๊ะ? ไอ้เด็กแสบลมอะไรหอบแกมาขอเพิ่มฉันเป็นเพื่อนล่ะเนี่ย?”
สวี่ว่านเฉิงส่งข้อความตัวอักษรมาและที่ท้ายข้อความยังจงใจใส่สติกเกอร์ใบหน้า ‘ประหลาดใจ’มาด้วยเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าลู่เซิ่งจะเป็นฝ่ายส่งคำขอเป็นเพื่อนมาเอง...
“เหล่าสวี่ ผมมีเรื่องอยากจะถามหน่อย”
ลู่เซิ่งไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่เข้าประเด็นทันที
“หึ! รู้อยู่แล้วว่าแกคงไม่แอดฉันมาเฉยๆ หรอก”
สวี่ว่านเฉิงตอบกลับมาพร้อมกับใส่สติกเกอร์ ‘มองบน’ ตามท้าย แล้วถามต่อว่า “เรื่องอะไร? มีอะไรก็รีบๆ พูดมา”
“คืออย่างนี้ครับ ตอนนี้ผมเลเวล 50 แล้วเลยอยากถามว่ารอบๆ เมืองตงหลินของเรา มีแผนที่ไหนที่เก็บเลเวลได้เร็วที่สุดบ้าง”ลู่เซิ่งพิมพ์ตอบกลับไป
“อะไรนะ? เลเวล 50?”
เมื่อสวี่ว่านเฉิงเห็นดังนั้นก็ส่งสติกเกอร์ ‘ตกใจ’ กลับมาทันทีพร้อมกับถามย้ำอีกหลายครั้งว่า “แก...แกไปทำอีท่าไหนมาถึงได้เลเวลพุ่งไวขนาดนี้...”
พูดถึงตรงนี้เขาก็ไม่สนว่าลู่เซิ่งจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แล้วถามต่อทันที“แกคงไม่ได้ควักเงินจ้างคนเก็บเลเวลหรอกใช่ไหม”
“พาเก็บเลเวล?”
ลู่เซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำนั้น
แต่ในเมื่อเห็นสวี่ว่านเฉิงถามมาแบบนี้เพื่อตัดปัญหาเขาจึงตัดสินใจตามน้ำไปเสียเลย “ถ้าผู้อำนวยการคิดแบบนั้นก็ตามนั้นแหละครับ”
“หึ! ฉันว่าแล้วเชียว แกที่เป็นพาลาดิน แต่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพได้แค่ 3วันกลับไปไกลถึงเลเวล 50 ถ้าไม่มีคนพาเก็บเลเวลก็คงมีผีนั่นแหละ”สวี่ว่านเฉิงตอบกลับมา พร้อมกับส่งสติกเกอร์ ‘ดูถูก’มาให้ด้วย
“อีกอย่างนะครับ อาจารย์ช่วยหยุดส่งสติกเกอร์พวกนี้จะได้ไหมครับ”
ในที่สุดลู่เซิ่งก็ทนไม่ไหว
เพราะเขาไม่เข้าใจจริงๆว่าตาแก่นี่ก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แถมยังเป็นถึงผู้อำนวยการของมัธยมตงหลินที่สามแต่ทำไมเวลาแชตคุยถึงได้ทำตัวเหมือนพวกเกรียนคีย์บอร์ดที่ชอบส่งสติกเกอร์พร่ำเพรื่อขนาดนี้
“เอ่อ... โทษที พอดีมันชินมือไปหน่อย”
สวี่ว่านเฉิงตอบกลับมาและตบท้ายด้วยสติกเกอร์ ‘แก้เขิน’ อีกหนึ่งอัน
“อาจารย์คนนี้นี่นะ...”
คราวนี้ลู่เซิ่งหมดคำจะบรรยายจริงๆเขาจึงตัดสินใจมองข้ามพวกสติกเกอร์ประหลาดๆ นั่นไปเสียและส่งข้อความถามสวี่ว่านเฉิงอีกครั้ง “ตกลงอาจารย์รู้ไหมว่ารอบๆเมืองตงหลินของเรา แผนที่ไหนเก็บเลเวลได้เร็วที่สุด?”
“รู้สิ!”
สวี่ว่านเฉิงส่งสติกเกอร์‘ภาคภูมิใจ’ มาให้ แล้วกล่าวต่อว่า “ถ้าจะพูดถึงที่ที่เก็บเลเวลได้เร็วที่สุดในแถบเมืองตงหลินของเราละก็แน่นอนว่าต้องเป็นเขตสงครามทรายโลหิตเท่านั้น”
“เขตสงครามทรายโลหิต มันคือที่แบบไหนกันครับ?” ลู่เซิ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เขตสงครามทรายโลหิต เป็นแผนที่เกาะแห่งหนึ่งแถบชายฝั่งเมืองตงหลินของเราที่นั่นนอกจากจะมีจำนวนมอนสเตอร์เยอะและให้ค่าประสบการณ์สูงแล้วอุปกรณ์ที่ดรอปออกมายังมีคุณภาพดีกว่าแผนที่อื่นๆ มากเลยล่ะ” สวี่ว่านเฉิงอธิบายอย่างใจเย็น
“โอ้? มีที่เจ๋งๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?”
ลู่เซิ่งตาเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยิน
“แต่ฉันแนะนำว่าแกควรเก็บเลเวลอยู่ในประเทศไปก่อนจะดีกว่าอย่าเพิ่งไปที่เขตสงครามทรายโลหิตในตอนนี้เลย”
ตอนนั้นเองสวี่ว่านเฉิงก็ส่งข้อความกลับมา พร้อมกับใส่สติกเกอร์ใบหน้า‘เคร่งเครียด’ มาด้วย
“ทำไมละครับ?” ลู่เซิ่งขมวดคิ้วถามกลับไปโดยสัญชาตญาณ
“เพราะถึงแม้เขตสงครามทรายโลหิตจะมีชื่อเสียงว่าเป็นสวรรค์แห่งการเก็บเลเวลแต่พื้นที่ส่วนนี้กลับไม่ใช่เขตอธิปไตยของประเทศเสินเซี่ยของเราแต่มันคือดินแดนพิพาทสี่มหาอำนาจซึ่งภายในนั้นมีผู้ใช้อาชีพจากประเทศศัตรูอยู่เต็มไปหมด”
สวี่ว่านเฉิงอธิบายพลางส่งสติกเกอร์‘จริงจัง’ มาให้ แล้วกล่าวต่อ “ยิ่งกว่านั้น ช่วงเลเวลของแผนที่นี้ยังกว้างมาก ตั้งแต่เลเวล 50 ไปจนถึง 200 ต่างก็ไปรวมตัวกันเก็บเลเวลที่นั่นดังนั้นระดับความเสี่ยงจึงสูงมาก หากไม่ระวังแม้เพียงนิดเดียวก็มีโอกาสที่จะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นได้เลย”
“อีกอย่าง ด้วยเลเวลของแกในตอนนี้หากบังเอิญไปเจอผู้ใช้อาชีพของประเทศศัตรูที่มีเลเวล 100 ขึ้นไปภายใต้ข้อจำกัดของกฎ แกแทบจะไม่มีทางรอดเลย ดังนั้น...”