ในห้องที่เต็มไปด้วยแสงสว่างและความมืดมิดที่เข้าปะทะกันราวกับสงครามแห่งกาลเวลา
คริสติน่า ผู้เป็นเทวทูตระดับสูงสุดยังคงพยายามทำทุกวิถีทาง หญิงสาวใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอต้านทานพลังแห่งความมืดที่กำลังกลืนกินร่างของชายหนุ่ม ทว่ามันกลับไม่เพียงพอ
พลังแห่งมหาบาปทั้งเจ็ดประการนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่ตัวหญิงสาวจะรับมือได้
แม้จะมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับเหล่าเทพเจ้าแล้วก็ตาม ทว่าภายใต้การปะทะกับพลังแห่งอัตตา, โทสะ, ความโลภ, ริษยา, ตะกละ, ราคะและความเกียจคร้าน ตัวของเธอเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความล้มเหลวที่ใกล้เข้ามา มันเป็นความพยายามที่แทบจะไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
“ทำไม...ข้าถึงไม่สามารถช่วยท่านได้..”
เธอพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่ใบหน้างดงามของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา
ทันใดนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจได้ดังขึ้น มันดังเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกคน
“พวกแกมาถึงแล้วก็เริ่มลงมือได้เลย! จะปล่อยให้เด็กคนนี้ตายไปต่อหน้าต่อตาหรือไง?”
เสียงนั้นทำให้คริสติน่าเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก ราวกับเสียงที่สั่นสะเทือนมาจากห้วงลึกของจักรวาล และในเวลาเดียวกัน
เสียงหัวเราะกึกก้องก็ดังขึ้น ราวกับเป็นการตอบรับคำพูดของตัวตนนั้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่คิดเลยว่าแม้แต่เจ้าเองก็ปรากฏตัวในคราวนี้นะ บาฮามุท!”
ชั่วพริบตาประหนึ่งห้วงเวลาได้หยุดนิ่ง ตอนนั้นเองที่พลังแห่งเทพเจ้าทั้งสามได้ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน เหนือเมืองหรู่หมิง แสงสว่างและพลังอำนาจของพวกเขาสั่นคลอนท้องฟ้าและพื้นดิน
ผู้คนในเมืองต่างต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่ ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดหวั่น
“อะไรน่ะ...พลังอะไรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้”
“ระ..แรงกดดันรุนแรงมากๆ!”
บนท้องฟ้า อัสนีบาตและประกายแสงสีทองได้แผ่กระจายออกไปเหมือนพายุอัสนี พลังนั้นทรงทำให้ทั้งโลกอาณาจักรต้องสั่นสะเทือน
ซุนหงอคงในร่างวานรทองคำผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวพร้อมกับถือพลองทองคำที่เปล่งแสง
โอดิน ผู้เป็นมหาเทพแห่งแอสการ์ดยืนอย่างสง่างามและมีหอกพิพากษาสีทองอยู่ในมือ
และบาฮามุท เทพมังกรศักดิ์สิทธิ์สีเงินขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่ในห้วงอากาศ ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ของมันเจิดจ้าสว่างไสวไร้ก้นบึ้ง
“งั้นข้าลงมือก่อนเลยละกัน!”
ในชั่วพริบตา ท้องฟ้าเหนือเมืองหรู่หมิงถูกปกคลุมไปด้วยความโกลาหล หอกศักดิ์สิทธิ์กุงเนียร์ของโอดินได้ปะทุพลังออกมา มันปลดปล่อยสายฟ้าแห่งหมื่นอัสนีบาต และประกายแสงก็ได้พุ่งลงมาจากท้องฟ้า เสียงของมันกรีดผ่านอากาศเหมือนเสียงคำรามแห่งทวยเทพที่พิโรธ
“ปัง!”
หอกศักดิ์สิทธิ์นั้นทะลวงลงมาสู่คฤหาสน์ของอนาเธอร์ ทำให้พังทลายลง และได้ตรงเข้าไปยังร่างของเขาที่กำลังทรมานอยู่บนเตียงนอน
“เปรี้ยง!”
บังเกิดเสียงอัสนีบาตที่ดังสนั่นไปทั่วอาณาเขตเมือง แสงอัสนีปกคลุมทั่วทั้งคฤหาสน์ ขณะที่หอกกุงเนียร์ปักลงไปบนร่างของเขา
พลังมืดที่แผ่ขยายอยู่ก่อนหน้านี้เริ่มถูกสะกดให้หดตัวลงไปอย่างฉับพลัน
“มันเป็นไปได้ยังไง...พวกเทพเจ้าทั้งสามปรากฏตัวในโลกมนุษย์!”
ผู้คนที่อยู่ในเมืองต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า บางคนคุกเข่าลงด้วยความหวาดเกรง ขณะที่บางคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
ร่างของอนาเธอร์ลอยขึ้นท่ามกลางซากคฤหาสน์ที่พังทลาย แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนคือ การโจมตีของโอดินด้วยหอกกุงเนียร์ กลับไม่ได้สร้างบาดแผลหรือความเสียหายใดๆต่อผู้ที่อยู่รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น คริสติน่า ไอริน เฟรย่า หรือแม้แต่คานและอนาเทอเลีย
ทุกคนยังคงยืนอยู่ในสภาพเดิม ราวกับว่าพลังของโอดินสามารถควบคุมเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและไร้ที่ติสมบูรณ์แบบ
“พะ..พวกท่านคือ..”
คริสติน่ากับทุกคนเหมือนตกอยู่ในห้วงของมนตร์สะกด เพราะไม่คิดเลยว่าเทพเจ้าจะลงมาจุติด้วยตนเอง
ในตอนนี้ อนาเธอร์กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า ถึงร่างของเขาจะถูกหอกกุงเนียร์เสียบทะลุ
แต่กลับไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆบนร่างกายของเขาเลยซักนิด ในทางกลับกัน ประกายที่แผ่ออกมาจากหอกศักดิ์สิทธิ์กุงเนียร์ ได้ทำหน้าที่ราวกับกำลังกักขังและล้างคำสาปแห่งมหาบาปทั้งเจ็ดประการ ซึ่งกำลังพลุ่งพล่านในร่างกายของเขา
“ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ! งั้นต่อไปก็เป็นข้า!”
ฟากฟ้าที่ปกคลุมด้วยพลังของเทพเจ้า ซุนหงอคงเหวี่ยงพลองทองสมปรารถนาในมือ เปลวเพลิงแห่งดวงเนตรอัคคีของเขาลุกโชนราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่ง
เขาผสานพลังแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของตนเข้าไปในพลองและฟาดลงไปยังร่างของชายหนุ่ม เปลวเพลิงนั้นลุกท่วมร่างของอนาเธอร์ในทันที
“ลงมือ!”
บาฮามุทที่ลอยอยู่ข้างโอดินเบิกเนตรมังกรศักดิ์สิทธิ์ของตน เปล่งประกายแสงที่เจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์นับพันดวง คลื่นแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งการพิพากษาพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของอนาเธอร์ แสงนั้นไม่ได้มีเพียงความสว่างไสว แต่มันยังเต็มไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้างคำสาปและคืนสมดุล
พลังของมหาเทพทั้งสามได้เข้าสู่ร่างของอนาเธอร์พร้อมกัน แสงสว่างและความมืดมิดในร่างของเขาเกิดการปะทะกันอีกครั้ง
แต่ในครั้งนี้มันไม่ได้รุนแรงเช่นก่อน ทว่ากลับเป็นการหลอมรวมและปรับสมดุลให้อยู่ในระดับที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
“เคี๊ยก!เคี๊ยก!เคี๊ยก!”
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องดังกึกก้องเหมือนดั่งวิญญาณที่ถูกทรมาน เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วอาณาเขตของตระกูลซิกฟรีด
มหาบาปทั้งเจ็ดที่เคยควบคุมร่างของอนาเธอร์พยายามดิ้นรนขัดขืน พลังของพวกมันไม่อาจยอมรับการเข้าครอบงำจากพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามตนได้
ร่างอนาเธอร์ที่ถูกแสงและความมืดโอบล้อมเริ่มสั่นไหว พลังอันมหาศาลของเทพเจ้าและมหาบาปทั้งเจ็ดยังคงต่อสู้กันในร่างของเขา
อีกฟากหนึ่งของความมืดที่ลึกลับและน่าสะพรึง ลูซิเฟอร์นั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งมหาบาปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอำมหิต
“วงแหวนพิธีกรรมแห่งอารยะวิญญาณกำลังถูกทำลายเหรอ?”
“น่าสนใจ แต่คิดจริงๆเหรอว่าพวกแกจะสามารถหยุดมันได้?”
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องโถงปีศาจ มหาบาปทั้งหกที่อยู่รอบข้างพยักหน้าอย่างหนักแน่นและต่างก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นของพลังแห่งเทพเจ้าทั้งสามที่พยายามต้านคำสาป
ลูซิเฟอร์หัวเราะเย้ยหยันในขณะที่เขายกมือขึ้น ดึงเส้นผมเส้นหนึ่งจากศีรษะของตนออกมา
“ในเมื่อวงแหวนกำลังพังทลาย”
“เราก็แค่เพิ่มพลังให้มันอีก!”
เขาเป่าลมเบาๆไปยังเส้นผมนั้น
เส้นผมกลายเป็นประกายพลังมืดที่พุ่งทะลุเข้าสู่วงแหวนพิธีกรรมที่กำลังกรีดร้อง
“มันยังไม่จบ ซุนหงอคง โอดิน บาฮามุท ถึงเวลาที่พวกแกจะรู้ว่าพลังของพวกเราเจ็ดบาปรวมกันนั้นทรงพลังเพียงใด!”
ลูซิเฟอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับพิพากษา เส้นผมนั้นกลายเป็นแสงสีดำที่แผ่พลังความมืดอันไร้ขอบเขต และผสานเข้าไปในวงแหวนพิธีกรรม
พลังแห่งมหาบาปทั้งเจ็ดได้ถูกกระตุ้นขึ้น เสียงกรีดร้องของคำสาปดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงแห่งการพ่ายแพ้ หากแต่เป็นเสียงแห่งการคืนชีพและพลังที่เพิ่มพูนขึ้น
อนาเธอร์ที่อยู่อีกด้านกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางแรงกดดันจากพลังที่กำลังหลอมรวมกัน ทว่าทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่พุ่งทะลุเข้าสู่ร่างกาย ความมืดที่เคยถูกควบคุมไว้เริ่มดิ้นรนอีกครั้ง พร้อมกับแรงกดดันใหม่ที่เพิ่มเข้ามา
“อ๊ากกกกกกกกก!!”
ร่างกายของเขาเริ่มชักกระตุกอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อเกร็งตัว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนแทบจดจำไม่ได้ เลือดเริ่มหลั่งไหลออกมาจาก ตา จมูก ปาก และหูของเขา เสียงหัวเราะของลูซิเฟอร์ที่ดังขึ้นในหัว เหมือนกับเป็นเสียงสะท้อนของคำสาปที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“เด็กน้อย.. อย่าได้ฝันที่จะหลุดพ้นจากพลังนี้! พิธีกรรมของข้าไม่เคยล้มเหลว!”
“และครั้งนี้ก็จะไม่ต่างกัน!”
ซุนหงอคงขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของวงแหวนพิธีกรรม พร้อมกับนัยน์ตาที่เริ่มแปรเปลี่ยนไป
“เจ้าเด็กนั้นกำลังแย่”
“พวกเราต้องเร่งมือ!”
..
ดึกหน่อยงัฟ ^^