กุกกัก กุกกัก
เฟรย่ายืนแอ่นโค้งลำตัวหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มือเรียวเล็กค้ำยันบนโต๊ะในขณะที่อีกหนึ่งมือกำลังเกลี่ยลิปสติกสีแดงสดลงบนริมฝีปากอวบอิ่ม เธอเม้มริมฝีปากอยู่ 2-3 ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าสีลิปสติกติดคงทนแล้วจริงๆ สะโพกอันผึ่งผายที่แอ่นโค้งดูสมบูรณ์แบบและน่าจับตามองอย่างเหลือเชื่อในชุดทำงานที่รัดทรวดทรงองเอว เดรสสีขาวครีมแขนกุดมันอาจจะดูคลาสสิคแต่ก็ยังไม่ละทิ้งความเซ็กซี่บนเรือนร่างของเธอ คอเสื้อที่เปิดกว้างเผยให้เห็นลำคอเรียวระหง เรือนผมหยิกลอนนุ่มสลวยถูกปล่อยยาวสยายถึงกลางหลังอย่างเป็ธรรมชาติ ชุดเดรสคลุมเข่าหากแต่ว่าผ่าสูงด้านหน้าโชว์่ขาอ่อนเรียวระหงขยี้ใจชายที่มองผ่าน รองเท้าสีดำส้นเข็มช่วยให้สรีระของเธอสง่าและโดดเด่นขึ้นเท่าตัว
เธอไม่รู้เลยว่ามีชายหนุ่มยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียงกำลังจับจ้องตาไม่กะพริบมายังเรือนร่างของเธอ ภายใต้ั์ตาคมกริบคู่นั้นที่ฉายแววดุดันจ้องมองเธอราวกับคิดอะไรในใจ กริยาที่สวยและมีความเป็ธรรมชาติของเธอมันดึงดูดเขาให้ลุ่มหลงเสียจริง เท้าหนาก้าวเดินเข้าไปทางด้านหลังหญิงสาวอย่างเงียบๆ และหยุดยืนแนบชิดก้นงามงอนที่แอ่นโค้ง หญิงสาวััได้ว่ามีแก่นกลางของเขาัักับก้นงามงอนของเธอ เธอส่ายก้นเล็กน้อยเพื่อสำรวจว่าใช่หรือไม่ เมื่อรู้ว่าใช่ร่างบางก็กระตุกเล็กน้อยพลางชะเง้อมองเงาสะท้อนในกระจกด้วยแววตาพลันเบิกโต
เขายกมือซ้ายขึ้นประคองใบหน้าเรียวเล็กของหญิงสาวและคว้าร่างของเธอเข้ามายืนในอ้อมอกแข็งแกร่ง พลางใช้อีกหนึ่งมือโอบกอดเอวคอดกิ่วและหน้าท้องแบนราบของเธอเข้ามาซบในเรือนกายกำยำ ใบหล่อหล่อเหลาคลอเคลียข้างพวงแก้มขวาของเธอพลางกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำเบาๆ ข้างหู
“ผมชอบลิปสติกสีแดงเมื่อมันอยู่บนริมฝีปากของคุณมาก เพราะมันทําให้รอยยิ้มของคุณมีเสน่ห์และดึงดูดผมให้อยากจะ…” เขาเอ่ยเสียงเนิบช้าพลางใช้สายตาเ้าเล่ห์ไล่มองใบหน้าของเธออย่างหื่นกระหาย
“อยากจะอะไร?”
“อยากจะปู้ยี้ปู้ยำคุณน่ะสิ หึหึ” คำพูดของเขาทำให้ใจของเธอสั่นคลอน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา”
“แล้วนี่คุณจะแต่งหน้าอีกนานไหม คนอื่นมองไปก็เท่านั้นล่ะ เพราะตอนนี้คุณเป็ของผมคนเดียว เข้าใจไหม?”
“นี่คุณปล่อยฉันนะ เดี๋ยวผมฉัน เสื้อผ้าฉันก็ยับยู่ยี่กันพอดี และอีกอย่างเราก็แค่แฟนปลอมๆ น่ะ อย่าจริงจังนักเลย!”
หญิงสาวตอบอย่างเฉยชาแนวประชดประชันแฝงอยู่ในน้ำเสียง ร่างบางพลิกตัวเข้าประจันหน้ากับชายหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่นั้นมองลึกเข้าไปในตาเขาที่กำลังสะกดกลั้นความขมขื่นในในแววตาอันดุดันคู่นั้น รอยยิ้มที่ยิ้มเยาะสนุกสนานของเธอพลันเปลี่ยนเป็แค่นยิ้ม ใบหน้าคมสันฉายแววเ็ป หญิงสาวเก็บความรู้สึกในแววตาน้ำเสียงอ้างว้างเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“เอ่อ ฉันว่าเราออกไปกันได้แล้วล่ะ เดี๋ยวจะสายเอา”
ดวงตากลมโตหลุบลงพลางดันตัวเขาออกจากเธอเบาๆ ก่อนจะเดินลงบันไดไปข้างล่างอย่างเงียบๆ ท่าทีที่เ็าของเธอแสดงออกมาเป็อาวุธที่ไร้รูปร่างที่เชือดเฉือนใจคนให้เจ็บลึกยิ่งกว่าคมมีดใดๆ ดวงหน้าหวานใบหน้าถอดสีเมื่อเห็นั์ตาขมขื่นลึกๆ ของเขา
***************************************************
บรรยากาศภายในรถสปอร์ตค่อนข้างกระอักกระอ่วน ชายหนุ่มชำเลืองมองดวงหน้างดงามอยู่เป็ระยะสลับกับมองตรงไปยังเบื้องหน้า หญิงสาวเอาแต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชื่นชมบรรยากาศยามเช้าในเมืองศิวิไลซ์ เธอยังคงครุ่นคิดในสิ่งที่เธอได้พูดออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว สำหรับผู้ชายอย่างเขาแล้วที่จริงมันคงไม่กระทบกระเทือนจิตใจเท่าไหร่นัก แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกเสียใจและรู้สึกได้ว่าเธอแคร์ความรู้สึกของเขาแค่ไหน
ดวงอาทิตย์ที่ซ่อนอยู่หลังก้อนเมฆปุยแผ่แสงเรืองรองไปยังตึกระฟ้าสูงตระหง่าน แสงแดดส่องกระทบกระจกของอาคารสำนักงานพาณิชย์ ฝูงชนเดินผ่านไปมาบนฟุตบาทอย่างวุ่นวาย เมื่อร้านค้าเริ่มทยอยเปิดก็เริ่มมีเสียงคุยจอแจดังขึ้นเมื่อลูกค้าต่างก็เร่งรีบเข้าไปยังร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ รถหรูจอดเทียบฟุตบาทหน้าตึกสูงระฟ้าที่เฟรย่าทำงาน หญิงสาวคว้ากระเป๋าหนังใบหรู เธอแค่นยิ้มก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อยหากแต่นุ่มนวลเสนาะหู
“ฉันขอบใจคุณมากนะ ที่มาส่งฉัน”
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มขึ้นพึงพอใจ เขาชี้นิ้วที่แก้มขวาเพื่อเป็สัญญาณให้เธอทำอะไรบางอย่าง
“อยากให้ฉันจูบแก้มคุณเพื่อเป็การขอบคุณงั้นรึ?”
“ใช่”
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางกรอกตาขึ้นเล็กน้อย
“คุณไม่มีสิทธิ์กรอกตาใส่ผมอย่างนั้นนะ! หอมแก้มเป็การขอบคุณซะ ”
“อื้ม ก็ได้”
ดวงหน้าสวยเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าชายหนุ่มเพื่อกะจะจุ๊บแก้มเขา แต่ทว่าชายหนุ่มดันหันหน้ามาประกบริมฝีปากเธอ หญิงสาวรู้สึกใเล็กน้อย เลยใช้มือเรียวเล็กตบตีลงที่ไหล่กว้างๆ ของเขาไปเบาๆ ใบหน้าเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่ทว่าััจูบที่อ่อนโยนและนิ่มนวลจากเขาทำให้มือเรียวเล็กที่ทุบตีค่อยๆ หยุดลงและััลูบไล้ท่อนแขนแกร่งของเขา เขาและเธอถอนริมฝีปากออกจากกัน เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพึงพำเบาๆ
“คุณนี่ร้ายนักนะ หึหึ อุ๊ย! ริมฝีปากคุณติดลิปสติกชั้นน่ะ ฮ่าๆ มาเดี๋ยวเช็ดออกให้”
เธอพูดขึ้นพลางใช้นิ้วเรียวเล็กเชยคางของเขาขึ้น หลังจากนั้นจึงควานหาผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กในกระเป๋าของเธอ และหยิบขึ้นมาเช็ดลงบนริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างแ่เบา เขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอที่กำลังตั้งใจเช็ดริมฝีปากอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะ เอาล่ะ คุณไปทำงานได้แล้ว นี่ก็ใกล้จะสายแล้ว ไว้เจอกันเย็นนี้ ผมจะไปรับคุณไปดินเนอร์ด้วยกันนะ”
“โอเค ขอบใจนะที่มาส่งฉัน บาย”
“บาย”
สิ้นเสียงปิดประตูรถหรู ั์ตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวทุกอิริยาบถ โดยเฉพาะก้นงามงอนที่ส่ายไปมาดูช่างดึงดูดสายตายิ่งนัก เธอเดินตรงดิ่งเพียง 5 ก้าวเดินเพื่อไปยังร้านกาแฟสไตล์มินิมอลสีขาวที่สร้างจากตู้คอนเทนเนอร์สี่เหลี่ยมเล็กๆ ตั้งอยู่ริมฟุตบาท ร่างบางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้เล็กๆ สีขาวที่มีเพียงสองตัวเท่านั้นเพื่อรอรับคาปูชิโน่ร้อนหอมกรุ่นยามเช้า ดวงหน้ามนหันกลับมามองยังรถหรูของชายหนุ่มที่ยังคงจอดอยู่ที่เดิม เมื่อเธอรู้ตัวว่าชายหนุ่มยังคงเฝ้ามองเธอก็ปรากฏใบหน้าแปลกใจ คิ้วเล็กเลิกขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงรีบหลบสายตาและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว