ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่534 ความวุ่นวายภายใน ด่านผาแต้มโลหิต

        ครั้นเมื่อ อี้เฉินสืบฝีเท้ามาถึงด่านผาแต้มโลหิต มิติที่แตกร้าวก็ขยายออกกว้าง ก่อนฝีเท้าอี้เฉินกับกลุ่มคน เผ่าสงคราม ร่วม10ชีวิตจะสืบฝีเท้า ออกมาจากมิติที่เปิดแยก
 


        หมู่ชนไม่น้อยภายใน ด่านผาแต้มโลหิต ต่างก็จ้องมองไปบนท้องฟ้าสูงอย่างไม่วางตา ก่อนจะส่งสายตาออกไปสำรวจ ว่าผู้อาวุโสท่านใดมาเยือน ยังด่านผาแต้มโลหิต ในช่วงเวลาที่วุ่นวายเฉกเช่นนี้

 


         แม้แต่เหล่าผู้อาวุโส ที่อยู่ภายในจวนรอบเมืองหลวง ยังส่งปราณจิตออกไปจับจ้อง ตรวจดูสถานการณ์ ความเป็นไปภายในเมืองหลวงในฉับพลัน เมื่อรับรู้ถึงปราณพลังที่ผิดแปลก ย่างกายมาเยือนยังสถานที่แห่งนี้

 


         เหล่าอนุชน ที่อยู่โดยรอบบริเวณเมืองหลวง เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนเผ่าสงครามหลาย10ชีวิต พร้อมกับ สตรีน้อยอายุ17ปีนามว่า เหม่ยเซียน อนุชนมีชื่อของทวีปทางเหนือ โดยเฉพาะเหล่าบุรุษหนุ่ม มองปาดเดียวก็จดจำนางได้ในทันที จากความงดงามที่โดดเด่นสะดุดตา เสียงกล่าวพูดจึงดังออกมาในทันใด

 


"นั้นมันแม่นาง เหม่ยเซียน แห่งเผ่าสงครามไม่ใช่หรือ พวกเขามากับผู้ใดกันข้าไม่ยักคุ้นใบหน้าของเขา"

 


         แต่หญิงสาวภายในกลุ่ม กล่าวขึ้นมาด้วยความเขินอาย เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหล่าของบุรุษหนุ่มผมขาว ที่เดินนำหน้า สืบฝีเท้าปรากฏกายออกมา ด้วยความองอาจ ทำให้หลายๆ คน หอบหายใจหนักถี่อยู่ไม่น้อย เมื่อรับรู้ว่าอายุของเขายังไม่เท่าใด "เขา เขาหยั่งรู้ ห้วงมิติ ได้อย่างนั้นหรือ นั้นก็หมายความว่าเขาไปแตะอยู่ในขั้นพลัง เซียนสวรรค์แล้วสิ"

 


         ก่อน อนุชนมีชื่อของเผ่าอสูรฟ้า จะกล่าวขึ้นมา ท่ามกลางโรงเตี๊ยม เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าสูง พร้อมกับฝ่ามือของเขาที่กำหมัดไว้จนแน่น บ่งบอกถึงความแค้นที่มีต่ออี้เฉินไม่น้อย เมื่อลูกพี่ลูกน้องของเขา ถูกชายหนุ่มผู้นี้ฆ่าสังหาร ภายในสงคราม เทพพันปี "เขามีนามว่าอี้เฉิน ผู้เป็นอันดับหนึ่งของ จอมยุทธ์รุ่นใหม่"

 


          ครั้นชายหนุ่มเผ่าอสูรฟ้ากล่าวคำพูดออกมาเสียงดังไม่น้อย รอบโรงเตี๊ยมต่างก็พากันพูดคุยออกมาไม่ขาด จนเกิดเสียงดังจอแจ ทว่าชายหนุ่มเผ่าอสูรฟ้า ถึงเขาจะโกรธแค้นอี้เฉินมากถึงเพียงใด แต่เขาก็ยังเป็นแค่ชนรุ่นหลัง ระดับพลังยังห่างชั้นกับอี้เฉินยามนี้อยู่หลายขุม ก่อนจะรีบเก็บโทสะลงไป

 


           เหม่ยเซียน พร้อมกับกลุ่มคนเผ่าสงคราม ครั้นเตรียมจะกล่าวขอบคุณอี้เฉิน พวกเขาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อรับรู้ถึงปราณพลังที่บีบคั้นของ ขั้นพลัง ราชันสวรรค์ ริ้วคลื่นสีทองส่งออกอยู่แวบหนึ่ง ส่งให้พวกเขาตัวสั่นเทิ้ม ชะงักในฉับพลัน

 


           ก่อนผู้อาวุโสหลาย10ชีวิต จะพุ่งปราดสืบฝีเท้าเข้ามาปิดล้อมอี้เฉิน ทุกทิศทาง ราวกับเป็นร่างเงาของภูตพราย เพียงเสี้ยวินาที อี้เฉินก็ถูกปิดล้อมไว้อย่างสมบูรณ์ ก่อนเสียงดุ ของสตรีนางหนึ่งจะกล่าวพูดขึ้นมา เมื่อเห็นใบหน้าอี้เฉินชัดๆ ถนัดเต็มสองตา บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ ของสตรีนางนี้เท่าใดนัก "เจ้าทำให้ด่านผาแต้มโลหิตเกิดความวุ่นวาย เจ้าไม่รู้งั้นหรือ ว่าโทษมันหนักหนาถึงเพียงใด"

 


         อี้เฉินขมวดคิ้วมุ่น จนเป็นปมอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นผู้อาวุโสที่เขาพอจะรู้จักบ้าง เขาจึงผ่อนลมหายใจลง ไม่ว่าจะเป็น ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน 'ยามนี้ นางไปอยู่ขั้นพลัง ราชันสวรรค์แล้วอย่างนั้นหรือ'

 


          อี้เฉินรีบโค้งคำนับ ทักทายผู้อาวุโสทั้งสามที่อยู่ในขั้นพลังราชันสวรรค์ ในทันที "บรรพบุรุษชราคุมยอดเขาสวรรค์ ท่านสบายดีหรือไม่?" ก่อนอี้เฉินจะคลี่ยิ้มบางให้ ชายชราแก่หง่อม แต่ยังให้ความรู้สึกที่ทรงอานุภาพ ส่ายหัวให้เด็กหนุ่ม น้อยๆ

 


          อี้เฉินกล่าวพูดออกมาอีกครา เผยให้เห็นถึงความกะล่อนของเขาไม่น้อย แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสชราที่อยู่โดยรอบ ยังเบ้ปาก หนังตากระตุกออกมา เล็กๆ "ข้าขอแสดงความยินดีกับท่าน ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ที่ท่านสามารถ เลื่อนขั้นพลัง ราชันสวรรค์สำเร็จ ความงดงามของท่านช่างเป็นนิรันดร์ จริงๆ"



        ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน แม้แต่นางที่ได้ยินคำพูดของอี้เฉิน ยังหนังตากระตุกถี่ยิบ ไม่ชมชอบนิสัย ของอี้เฉินผู้นี้เท่าใดนัก แม้แต่ฝ่ามือของนาง ยังสั่นไหวน้อยๆ อยากจะตบใบหน้าหนุ่มน้อยผู้นี้ให้ได้

 


        "ส่วนท่านนี้คือผู้ใดเช่นนั้นหรือ" อี้เฉินไต่ถามไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ทำให้เหล่าผู้อาวุโส ใบหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่น้อย กลัวว่าคนแดนพุทธจะเดือดดาลเป็นโทสะขึ้นมา

 


          ชายชราคุมยอดเขาสวรรค์ กระแอมไอออกมาเล็กๆ กลัวอี้เฉินจะสร้างความวุ่นวายไปมากกว่านี้ "ท่านนี้คือผู้นำของแดนพุทธ นามว่าเทียนหมิง อี้เฉินช่วงนี้เรากำลังยุ่งวุ่นวาย เจ้ามีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ ถึงถ่อมายังด่านผาแต้มโลหิต"

 


          อี้เฉินเขายังไม่ทันจะเอ่ยตอบ คำพูดออกไปบอกกล่าว แม้แต่น้อย ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน นางกล่าวพูดแทรก ขึ้นมาในทันใด เมื่อเห็นการเก็บซ่อนปราณพลังของอี้เฉิน อย่างไร้ที่ติ "บรรพบุรุษคุมยอดเขาสวรรค์ เอาเช่นนี้ไม่เล่า เราส่งอี้เฉิน ออกไปสืบข่าวคราว ของคนแดนพุทธ ที่ออกไปร่วมสงคราม เป็นเช่นไร"

 


          ชายชราแค่นเสียงไม่พอใจออกมา "ข้ารู้นะ ว่าเจ้าไม่ชอบใจในตัวอี้เฉิน ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน แต่เจ้าจะรับโทสะ ขององค์จักรพรรดิอี้เทียนหรง ได้หรือ หากส่งเด็กหนุ่มออกไปตายเช่นนี้"

 


          อี้เฉิน เขารู้สึกงงงวย ประหนึ่งโดนไม้หน้าสามทุบเข้าใส่หัว อย่างจัง ก่อนกล่าวขัดบทสนทนาของชายชรา "พวกท่านหยุดก่อน! มันหมายความว่าอย่างไร"

 


         เมื่อน้ำเสียงอี้เฉินกล่าวพูดขัดจังหวะ กลุ่มคนเผ่าสงคราม โดยเฉพาะ เหม่ยเซียน ที่ไหวพริบดี พวกเขากล่าวขอบคุณอี้เฉิน แล้วจากความวุ่นวายไปในทันที ทว่าหญิงสาวไม่วายจะแลบลิ้นปลิ้นตาให้อี้เฉิน ทำให้อี้เฉินหนังตากระตุกน้อยๆ ในความขี้เล่นของเด็กสาว

 


         ครั้นเมื่อชายชราคุมยอดเขาสวรรค์เล่าเรื่องที่คนดินแดนพุทธ ออกไปทำสงคราม ยังไม่กลับออกมาร่วมร้อยชีวิต แถมหนึ่งในนั้น ยังมีผู้ที่เปิดเส้นลมปราณเซียนเฉกเช่นเดียวกับอี้เฉิน เขาก็คือทงอี้ หายสาบสูญไปภายในสงคราม แดนนรกสีขาวที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ต้องห้าม มันก็ทำให้อี้เฉิน ยกฝ่ามือถูคางครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย

 


          แม้แต่อี้เฉินยังจดจำ ในยามที่เขาเข้าไปภายใน แดนนรกสีขาวได้ดี ก่อนกล่าวคำพูดออกไป "ข้ารู้จัก ทงอี้เป็นการส่วนตัว เดี๋ยวข้าจะออกไปสืบข่าวเขาให้ ว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไรในยามนี้"

 


          หลวงจีนชรา เทียนหมิง เขาไม่ค่อยอยากเชื่อว่า ทงอี้จะพลาดท่าในศึกสงคราม มหาทวีป ทว่ายามนี้ก็ผ่านมาหลายวัน จากการต่อสู้ครั้งใหญ่ ทว่าก็ไม่ปรากฏคนแดนพุทธกลับมาแม้แต่คนเดียว ทำให้เขาอดที่จะหวั่นใจไม่ได้

 


          ครั้นคิดจะออกไปตามหาศิษย์ ด้วยตนเอง เกรงว่ามันจะผิดเงื่อนไข ทำให้สงครามขยายใหญ่เป็นวงกว้างโดยไม่ใช่เหตุ ก่อนหลวงจีนชราจะกล่าวพร้อมกับน้ำเสียงถอนหายใจออกมายาว "อมิตาพุทธ   เจ้าคิดจะไปจริงหรือ หนุ่มน้อย แม้ว่าสงครามจะลดทอนความรุนแรงลงไปมาก ทว่าเหล่านายกอง ขั้นพลังเทพสวรรค์แท้จริง ก็ยังมีอยู่ภายในแดนนรกสีขาวไม่น้อย"

 


อี้เฉินพยักหน้าขานรับ อย่างหนักแน่น อย่างไรเขาก็จะออกไปแดนนรกสีขาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของแท่นบูชายัญ ประตูไปยังดินแดนเบื้องล่างอยู่แล้ว

 


          บรรพบุรุษชราคุมยอดเขาสวรรค์ เขากล่าวตักเตือนอี้เฉินอีกครา เมื่อเห็นอี้เฉินขานรับอย่างไม่ฉุกคิด "เจ้าคิดให้ดีหนุ่มน้อย" แต่เมื่อพวกเขาเห็นความตั้งใจของอี้เฉิน จึงทำได้แต่ถอนหายใจออกมายาว

 


         "อมิตาพุทธ เช่นนั้นเจ้าเอาแผ่นยันต์นี้ไป หากเกิดอะไรขึ้น เจ้าส่งข้อความกลับมา ข้าจะส่งคนไปช่วยเจ้าอย่างแน่นอน" หลวงจีนชรา กล่าวอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

 


          ครั้นอี้เฉินคิดจะสืบฝีเท้า จากไปทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ เขาหยุดชงักอยู่ชั่วครู่ ก่อนไต่ถาม ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เจือนด้วยความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย "หลินเฟย นางเป็นเช่นไรบ้าง ยามนี้นางสบายดีหรือไม่?"

 


          ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ขมวดคิ้วมุ่น เข้าหากันจนเป็นปม เมื่อรับรู้สายตา ของหลินเฟยจ้องมายังสถานที่แห่งนี้อย่างไม่วางตา "ข้าคิดว่าเจ้า จะไม่ถามหาลูกบุญธรรม ต่อหน้าข้า แล้วเสียอีก" ก่อนนางจะผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อรับรู้ถึงความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ชี้นิ้วออกไปด้านล่าง ทิศทางจวนรักษาในทันใด

 


อี้เฉิน สีหน้าของเขาตื่นตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่คิดว่าหลินเฟย นางจะอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ เขารีบกวาดสายตา ไปในทิศทางที่สตรี ชี้นิ้วในทันใด

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน