พลังปราณเอ่อล้นทุกอณู กำหนดจิตคิดจะเหินบิน ทันใดได้เกิดปีกบางใสพุ่งออกมาจากกลางหลัง ปีกนี้ขนาดเพียงหนึ่งวา มีลักษณะสีทอง กังหลงรู้ได้ทันทีปีกนี้มิใช่ปีกฟ้าวายุคำรณอย่างแน่นอน ....
ถ้าอย่างนั้น...นี่ ย่อมเป็นปีกยุทธของกลุ่มปราณยุทธทะยานเมฆา !!..แสดงว่าบัดนี้กังหลงได้ก้าวข้ามไปสู่ระดับปราณราชันย์สำเร็จแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้กังหลงจึงรำพันกับตัวเองว่า
"ในที่สุดก็สามารถผ่านคอขวดเข้าสู่ระดับปราณราชันย์ได้สำเร็จแล้ว...มิทราบด้วยฤทธิ์โอสถปราณเมฆินทร์ สามารถก้าวผ่านปราณราชันย์ระดับหนึ่งขั้นต้นไปได้หรือไม่และไม่ทราบระดับพลังจิตวิญญาณจะเพิ่มขึ้นบ้างอย่าง แต่กระบวนการที่ผ่านมาเมื่อครู่ทำให้ศีรษะมึนงงไปชั่วขณะเหมือนกัน"
กังหลงหลับตาโคจรสำรวจระดับปราณในร่าง บัดนี้สภาพจุดตันเถียน จุดจักระทั้งเจ็ดและเส้นชีพจรกลับเข้าสู่ภาวะปกติเช่นก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว เส้นชีพจรกลับอยู่ในสภาพเลือนลาง ไม่สามารถตรวจจับได้เหมือนดังกลับเข้าสู่สภาพซ่อนกายอีกครั้ง ...แต่ระดับปราณยุทธกลับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับปราณราชันย์ระดับสองขั้นกลางช่วงชั้นสูงสุด..!! .
.ตามสรรพคุณโอสถปราณเมฆินทร์หนึ่งเม็ดสามารถช่วยยกระดับปราณตั้งแต่ช่วงปราณยุทธขุนพลระดับครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุด ไปสู่ปราณราชันย์ระดับแปดขั้นสุดได้
กังหลงใช้โอสถปราณเมฆินทร์หนึ่งเม็ดสามารถยกระดับปราณปราณยุทธขุนพลระดับครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุด ไปได้แค่เพียงระดับปราณราชันย์ระดับสองขั้นกลางช่วงชั้นสูงสุด.. เท่ากับโอสถปราณเมฆินทร์หนึ่งเม็ด เพียงช่วยยกระดับกังหลงไปได้เพียงแค่สองระดับกับอีกครึ่งขั้นเท่านั้น หลังจากครุ่นคิดก็รำพึงว่า
"หรือสรรพคุณโอสถไม่เป็นไปตามที่ตำราบอก"
กังหลงหาทราบไม่ ว่าด้วยโอสถปราณเมฆินทร์ระดับสูงที่ตนสามารถปรุงออกมานั้น คุณค่าทางโอสถยากที่นักปรุงโอสถคนอื่นจะทำได้แม้จะเป็นโอสถระดับสูงเหมือนกันแต่คุณภาพแตกต่างกันเกือบห้าในสิบส่วน
เนื่องด้วยคุณภาพของเปลวไฟที่มีส่วนของธาตุสายฟ้าวายุทำให้คุณภาพโอสถที่กลั่นออกมาบริสุทธิ์กว่าการใช้เปลวไฟที่เกิดจากปราณธรรมดา และด้วยจุดตันเถียนที่มีขนาดใหญ่กว่าของบุคคลทั่วไปหลายเท่า ทั้งจุดจักระที่ได้รับการเปิดออกทั้งสิ้น จุดชีพจรที่ถูกเปิดออกสิ้นทั้งห้าสิบสี่จุด เส้นชีพจรลมปราณที่มีขนาดใหญ่โตกว่าของคนอื่นหลายเท่า
ด้วยสิ่งประหลาดต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนใครเหล่านี้ การเพิ่มถึงสองระดับกับอีกครึ่งขั้นถือว่ามากมายสูงสุดแล้วสำหรับกังหลง หากบุคคลธรรมดาอื่นได้กลืนกินโอสถปราณเมฆินทร์เม็ดนี้เข้าไปบุคคลเหล่านี้มิทราบจะสามารถต้านทานฤทธิ์ของโอสถได้หรือไม่ และหากต้านทานได้ ผลที่ได้รับนั้น ต้องยกระดับปราณไปไม่น้อยกว่าแปดขั้นเต็มอย่างแน่นอน..!!
แต่แม้โอสถปราณเมฆินทร์จะมีคุณสมบัติที่เลอเลิศเช่นนี้ใช่ว่าจะมีคนนิยมใช้กันก็หาไม่ ผู้คนต่างหลีกลี้หนีห่างเนื่องจากยังมีข้อจำกัดที่น่ากลัวคือผู้ใช้ต้องสามารถทนทานต่อความรุนแรงของพลังจากโอสถ
หากใครไม่มีความแข็งแกร่งของชีพจรลมปราณที่เหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่าแล้วก็มิอาจทนทานต่อความรุนแรงของฤทธิ์โอสถที่แผ่พุ่งออกมาแบบมหาศาลในพรวดเดียว...ซึ่งจะทำให้เส้นชีพจรของผู้ใช้โอสถชนิดนี้ฉีกขาดและระเบิดสิ้นชีพในพริบตาเดียว...
ด้วยคุณค่าที่สามารถก้าวข้ามระดับขั้นหนึ่งถึงแปดขั้นในคราเดียวเคยมีผู้บ้าบิ่นคิดทดสอบมากมาย ต่างต้องสังเวยชีวิตกับโอสถนี้ ...สถานเบาคือเส้นชีพจรลมปราณฉีกขาดจนกลายเป็นพิการทุพลภาพ...แล้วใครเล่าจะกล้าเอาทั้งชีวิตไปล้อเล่นกับโอสถนี้กัน !!
หลังจากสามารถก้าวสู้ระดับปราณราชันย์ได้ในที่สุด...กังหลงก็คลายกังวลเรื่องทักษะยุทธลงไปถนัดก่อนหน้านี้มีหลายอย่างที่ทำให้กังหลงไม่สามารถแตะต้องได้เนื่องจากถูกจำกัดด้วยระดับปราณยุทธระดับราชันย์....
กังหลงทดลองใช้ปีกยุทธขนาดหนึ่งวา...ที่ผู้มีปราณยุทธระดับราชันย์ทุกผู้คนสามารถมีขึ้นหลังจากก้าวสู่ระดับนี้...ทดลองโบยบินไปมาภายในเรือน กลับพบว่าความรวดเร็วไม่สามารถเทียบเคียงได้กับปีกฟ้าวายุได้เลยและต่อมากังหลงได้ลองเรียกปีกฟ้าวายุออกมา
มิคาดปีกปราณยุทธและปีกฟ้าวายุกลับแยกจากกันสามารถเรียกออกมาใช้พร้อมกันได้...เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทดลองใช้ปีกพร้อมกันทั้งสองชนิดโบยบิน กลับพบว่าความรวดเร็วในการโบยบินนั้นรวดเร็วมากว่าการใช้ปีกฟ้าวายุเพียงลำพังโบยบินรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า...
เมื่อเป็นเช่นนี้ระดับความเร็วในการเหาะเหินโบยบินของกังหลงในระดับปราณยุทธระดับเดียวกัน มิทราบจะมีใครสามารถเทียมเท่าได้..!!...หากแม้นพบเจอผู้มีปราณยุทธระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับครึ่งก้าวสู่สยบโลกาขั้นสุดก็มิแน่ว่าใครจะรวดเร็วกว่ากัน ..!!
เมื่อฝึกฝนพอใจกับระดับปราณยุทธและความรวดเร็วของปีกคู่...กังหลงเก็บปีกและหันมาคิดเรื่องทักษะยุทธ...ขณะนี้ตนจำเป็นต้องมีทักษะยุทธประจำกายไว้ใช้ต่อสู้และป้องกันตัวบ้างแล้ว...
ดังนั้นกังหลงจึงเริ่มค้นหาทักษะยุทธภายในถุงมิติทองคำเมื่อเห็นม้วนคัมภีร์สีแดงก็นึกถึงสิ่งที่ประมูลมาได้ เป็นทักษะยุทธระดับดีเด่นจึงหยิบออกมาและเริ่มใช้ปราณยุทธแผ่เข้าไปยังม้วนคัมภีร์เพื่อคลายผนึกออก ผ่านไปประมาณสามลมหายใจได้เกิดเสียงขึ้น
"แคร่ก แคร่ก พรึ่บ"
เสียงฉีกขาดดังชั่วครู่ม้วนคัมภีร์ได้ดีดคลายตัวออกม้วนคัมภีร์สลายกลายเป็นแสงดุจม่านพลังบาง ๆ ลอยตัวเบื้องหน้ากังหลงภายในม่ายพลังมีอักษรสีทองเจ็ดแถวลอยตัวอยู่ตรงหน้า
กังหลงแผ่พุ่งพลังจิตวิญญาณไปยังตัวอักษรที่ลอยอยู่ตรงหน้าทันที่ตัวอักษรสัมผัสกับพลังจิตวิญญาณกังหลงรู้สึกมึนงงศีรษะเล็กน้อยแล้วเกิดพลังดึงดูด อักษรทั้งหมดพุ่งหายเข้าไปยังทะเลแห่งจิตของกังหลงทันที และเริ่มกระบวนการเรียนรู้ ...
ในทะเลแห่งจิตมีข้อความขึ้นมา ..
...สัตตะมรณา...วิญญาณ...วารี...อัคคี...อัสนี..แสง...วาตะ...ปฐพี......
แยกเอกา...กำเนิดสัตตะท่วงท่า...พิชิตฟ้า...
ไตรธาตุ..สู่ยอดเยี่ยม
รวมธาตุสัตตะเลิศล้ำ...กำเนิดเอกาท่วงท่า...สวรรค์มรณา
หมุนเวียนร้อยแปดรอบเติมเต็มจักระหนึ่งธาตุกำเนิดหนึ่งท่วงท่าพิฆาต
หนึ่งราตรีหลอมรวมเจ็ดท่วงท่ากำเนิดหนึ่งสัตตะมรณา...พิชิตทั่วหล้า
........................
กังหลงยังมิอาจเข้าใจในข้อความเหล่านี้...ได้แต่สงบจิตใจทดลองโคจรลมปราณหมุนเวียนผ่านจุดต่าง....หนึ่งรอบ..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...สองรอบ..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง.....สาม...สี่...สิบ...สามสิบ...ห้าสิบ...หนึ่งร้อยรอบ..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...
หนึ่งร้อยหนึ่ง..หนึ่งร้อยสาม...หนึ่งร้อยหก...ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...กังหลงไม่ย่อท้อยังคงโคจรลมปราณหมุนวนอย่างต่อเนื่อง..ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม โคจรผ่านไปรอบที่ ....หนึ่งร้อยแปด..ทันใดนั้น...!!
"ฟิ้ว..!!"