เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 154 ฝืนสู้

              เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร!

              เสียงนี้ก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณผู้คนมากมายหลายพันตกอยู่ในความเงียบงันและมีใบหน้าตกตะลึง

              ราชาจิ้งจอกเตี่ยนหานนั้นถือเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความโหดเหี้ยมณ ทะเลทรายถามู่แห่งนี้ ทว่าเมิ่งฝานที่อยู่เบื้องหน้าเขากลับบ้าบิ่นยิ่งกว่าร้ายกาจยิ่งกว่า!

              “เจ้าคนผู้นี้!”

              เมื่อได้ยินเสียงที่ก้องไปทั่วบริเวณสีหน้าของเสวี่ยไต้เอ๋อร์ก็เปลี่ยนไปนางรู้ดีว่าเมื่อก่อนนี้ตนเองประเมินเมิ่งฝานต่ำไปจริงๆ เพราะแม้แต่นางที่ทะนงตนอย่างยิ่งก็ยังไม่กล้าที่จะเอ่ยคำนี้ออกมาต่อหน้าของเตี่ยนหานนางยอมรับเลยว่าตนเองไม่อาจเทียบกับอีกฝ่ายได้จริงๆ

              กลางอากาศ เตี่ยนหานที่ลงมือพลันมีสีหน้าที่แดงก่ำดั่งตับสุกรนัยน์ตาของเขาอัดแน่นไปด้วยความชั่วร้ายก่อนจะตะโกนเสียงดัง “เจ้าเด็กปากคอเราะราย วันนี้ข้าจะต้องสับร่างเจ้าให้ขาดเป็นหมื่นชิ้น!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นพลังอันแข็งแกร่งก็พุ่งทะลวงไปในอากาศร่างของเตี่ยนหานปกคลุมไปด้วยพลังปราณทั้งยังมีแสงสีทองเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเลือนรางฝ่ามือของเขาที่ดิ่งลงมาจากฟากฟ้านั้นประหนึ่งของที่หนักนับพันจินก็ไม่ปาน!

              เต้ง!

              เสียงปะทะดังกังวานอยู่ในอากาศฝ่ามือของเตี่ยนหานหยุดชะงักอยู่อย่างนั้นเพราะแขนทั้งสองข้างของเมิ่งฝานไขว้กันเอาไว้และมีทวนหยินหยางปรากฏขึ้นมาที่เบื้องหน้า

              ทวนทั้งสองไขว้เป็นกากบาทร่างกายของเมิ่งฝานแข็งแกร่งดุจขุนเขาที่ไม่ไหวติงแต่แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะกลับทำให้พื้นเบื้องล่างแตกร้าวทว่าเมิ่งฝานกลับไม่ได้ล่าถอยไปแม้เพียงก้าว

              ลงมือแล้ว!

              เพียงชั่วพริบตาความเงียบงันพลันปกคลุมไปทั่วบริเวณพวกเขารู้ดีว่าวันนี้จะต้องเป็นการต่อกรของผู้ยิ่งใหญ่เป็นแน่ ซึ่งมันอาจจะทำให้อิทธิพลและอำนาจภายในทะเลทรายถามู่แห่งนี้เปลี่ยนไปเลยก็ว่าได้ผู้คนที่อยู่ไม่ไกลในเมืองเฟิงเลี่ยต่างก็รีบเดินทางมาชมการต่อสู้ตามคำเล่าลือแล้วมองไปยังคนทั้งสองด้วยความตกตะลึง

              หืม?

              นัยน์ตาของเตี่ยนหานสั่นไหว การลงมืออย่างสุดกำลังของตนนั้นต่อให้เป็นขุนเขาขนาดย่อมก็ยังต้องพังทลายทว่าพลังอันแข็งแกร่งของเขากลับไม่ได้ทำให้เมิ่งฝานสั่นสะท้านแม้เพียงน้อยนิด เขาจึงรู้ว่าต่อให้อีกฝ่ายดูเหมือนบุรุษหนุ่มผู้อ่อนแอแต่ก็มีพลังที่น่าสะพรึงไร้เทียมทาน!

              เตี่ยนหานยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนองใดเมิ่งฝานก็ก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าเลือดลมในร่างกายเดือดพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน พลังปราณถาโถมดุจสายธารหลากมุ่งไปยังทวนหยินหยางที่อยู่ในมือ

              ทวนหยินหยางที่อยู่ในมือของเมิ่งฝานนั้นเป็นถึงศัสตราวุธระดับห้าแต่ที่ผ่านมาเขาควบคุมพลังแห่งหยินหยางได้ไม่ดีพอจึงไม่อาจปล่อยอานุภาพของมันออกมาได้ทั้งหมด

              ทว่าเวลานี้ผนึกโบราณที่อยู่ในสมุทรปราณของเมิ่งฝานพลันขยับเพียงชั่วพริบตาร่างกายของเขาที่เป็นดั่งหลุมดำที่อัดแน่นไปด้วยพลังอันแปลกประหลาดแล้วในเวลาต่อมาพลังแห่งฟ้าดินที่อยู่โดยรอบก็ถาโถมเข้ามายังร่างกายของเมิ่งฝานอย่างมากมายจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

              ฝ่ามือทั้งสองขยับ จากนั้นทวนหยินหยางที่อยู่ในมือของเมิ่งฝานก็ทุ่มไปยังเตี่ยนหานที่อยู่ในอากาศ

              “ทวนคู่...สังหาร!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นทวนคู่กลายเป็นเส้นพลังที่มีความโค้งอันสวยงามในอากาศพุ่งทะยานไปยังเตี่ยนหานพร้อมมีแสงสว่างเปล่งประกาย โดยทวนคู่ได้ปล่อยพลังแห่งสุริยันและจันทราออกมาทั้งสองสอดผสานและมีแสงแห่งพลังอันยิ่งใหญ่เปล่งประกาย ร้ายกาจอย่างที่สุด!

              “ศัสตราวุธระดับห้า!”

              เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของเตี่ยนหานก็เปลี่ยนไปเขาใช้ฝ่ามือทั้งสองป้องกันไว้เบื้องหน้า ในเวลาต่อมาพลังปราณอันน่าสะพรึงพลันแผ่ซ่านจากนั้นโล่อันแข็งแกร่งซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ปรากฏขึ้นมา

              ปัง!

              เมื่อเสียงที่คล้ายดั่งสายฟ้าฟาดดังสนั่นโล่ที่เบื้องหน้าของเตี่ยนหานพลันแตกร้าวก่อนที่ร่างของเตี่ยนหานจะลอยกระเด็นออกไป เมื่อฝ่าเท้ากลับมาเหยียบพื้นกลับมีรอยลากเป็นร่องลึกชัดเจนปรากฏขึ้น

              แม้เตี่ยนหานจะเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณระดับแปดแต่พลังปราณก็ยังถูกเมิ่งฝานทำลายลงด้วยการใช้ทวนคู่เพียงครั้งเดียว!

              เมิ่งฝานขยับร่างกายและมีนัยน์ตาที่วาวโรจน์ก่อนหน้านี้เขาไม่อาจแสดงอานุภาพพลังของทวนหยินหยางได้โดยง่ายแต่หลังจากที่แช่อยู่ในน้ำจากของล้ำค่าที่ใช้เงินถึงสองแสนเหรียญทองคำซื้อมาหนึ่งคืนจึงทำให้ฤทธิ์ของตัวสมุนไพรเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝานทั้งหมด

              เรียกได้ว่าพลังของเมิ่งฝานในเวลานี้คือสิ่งที่เขาในเมื่อก่อนไม่อาจเทียบกันได้เมื่อฤทธิ์ยาเหล่านั้นเข้าสู่ร่างก็ทำให้ลมปราณเพิ่มพูนอย่างมากมายร่างกายแข็งแกร่งจนอยู่ในจุดที่ไม่อาจคาดเดา

              หากบอกว่าเมื่อก่อนพลังลมปราณของเขามากมายมหาศาลในยามนี้คงต้องบอกว่าเมื่อปลดปล่อยมันออกไปก็คล้ายกับสามารถเคลื่อนขุนเขาพลิกสมุทรได้เลยทีเดียวลมปราณแผ่ซ่าน แข็งแกร่งดุดัน ต้องการเพียงการปลดปล่อย

              ร่างกายของเขาในยามนี้ได้เป็นไปตามเงื่อนไขของวิชากายามหาธาตุแล้วขั้นแรกไม่ขยับร่าง ลมปราณแข็งแกร่ง เป็นดั่งสัตว์อสูรก็ไม่ปานศัสตราวุธธรรมดานั้นยากที่จะแทงทะลุร่างเขาได้

              หากเป็นเมื่อก่อนขั้นเกลาวิญญาณระดับแปดก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกยำเกรงอยู่บ้างทว่าเวลานี้เขาคิดอยู่เพียงคำเดียว คือต้องสู้!

              จะต้องลองต่อสู้สักครั้งจึงจะรู้ว่าตนเองในยามนี้แข็งแกร่งไปถึงเพียงใดแล้วและราชาจิ้งจอกเตี่ยนหานผู้นี้ก็คือเครื่องทดสอบ!

              แล้วพลังแห่งหยินหยางอันมากมายก็ปรากฏขึ้นที่ทวนคู่อีกครั้งเมิ่งฝานเคลื่อนไหวด้วยความเร็วปานสายฟ้าตรงไปหาเตี่ยนหาน หากไม่ขยับก็ยังดีอยู่แต่เมื่อขยับก็คล้ายดั่งพลังแห่งอัสนีที่ยิ่งใหญ่!

              เมิ่งฝานเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว ทวนคู่ในมือพุ่งไปจู่โจมศัตรูขณะเดียวกันพลังแห่งหยินหยางก็ผสานตัวเป็นลักษณะของทวนคู่อันร้อนแรงอยู่ในอากาศ จากนั้นก็พุ่งเข้าไปจู่โจมเตี่ยนหาน

              “ทวนคู่...ทะลวง!”

              วิชาทวนทั้งหลายนั้นอยู่ในทวนคู่หยินหยางอยู่แล้วแต่เป็นเพราะเมื่อก่อนเมิ่งฝานไม่มีศักยภาพที่จะควบคุมมันเท่านั้นจึงไม่ได้แสดงอานุภาพอันแข็งแกร่งของมันออกมา

              ร่างกายของเมิ่งฝานในยามนี้พัฒนาอย่างแข็งแกร่งประหนึ่งผ่านการนิพพานมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่ปานแต่พละกำลังกลับแข็งแกร่งกว่าเดิมถึงสองเท่าเมื่ออยู่ภายใต้พลังปราณอันถาโถมของเมิ่งฝานเงาของทวนคู่ขนาดใหญ่ในอากาศคมกริบขึ้นมาอย่างฉับพลันทั้งยังคล้ายดั่งว่าสามารถแทงทะลวงได้ทุกสรรพสิ่งอีกด้วย!

              ให้ตายเถอะ!

              เตี่ยนหานตวาดเสียงต่ำก่อนจะปล่อยพลังฝ่ามือออกไปต้านทานแล้วในวินาทีต่อมาพลันมีเสียงระเบิดดังก้องอยู่ในอากาศ ขณะนี้ระลอกคลื่นแห่งพลังแผ่ซ่านร่างของเตี่ยนหานถอยหลังไปด้วยความเร็วและรุนแรงดั่งดาวตกซอกนิ้วแตกเป็นแผลและมีเลือดไหลตามฝ่ามือลงไปเบื้องล่าง

              เพียงชั่วพริบตาความตกตะลึงพลันปกคลุมไปทั่วบริเวณไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าผลลัพธ์ของมันจะเป็นเช่นนี้

              เกรงว่ายามนี้เตี่ยนหานคงจะโด่งดังไปทั่วเมืองเฟิงเลี่ยแล้วทว่าคู่ต่อสู้ที่เป็นบุรุษหนุ่มซึ่งมีอายุไม่ถึงยี่สิบปีผู้นี้กลับเหนือกว่าเขา

              คนของกลุ่มจิ้งจอกโลหะต่างก็ตัวแข็งทื่อไปด้วยความชะงักงันนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นเตี่ยนหานสะบักสะบอมถึงเพียงนี้เพราะโดยปกติแล้วผู้ใดในทะเลทรายถามู่ได้ยินนามของเตี่ยนหานก็ล้วนแต่หวาดกลัวไปด้วยกันทั้งสิ้น

              โฮก!

              เสียงที่คล้ายดั่งสัตว์อสูรดังออกมาจากปากของเตี่ยนหานก้องกังวานไปทั่วบริเวณเขายืนอยู่กับที่มองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาที่เยือกเย็น ก่อนจะยกยิ้มอย่างร้ายกาจแล้วเอ่ยขึ้นว่า“เจ้าหนู ดูเหมือนว่าถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องถูกเหล่าจื่อฉีกร่างจนขาดสะบั้นให้ได้เลยสินะกระบวนท่านี้เหล่าจื่อไม่ค่อยได้ใช้มันเสียเท่าใด!”

              ในระหว่างที่เอ่ยวาจาเตี่ยนหานก็เดินขึ้นหน้านัยน์ตาคู่นั้นมีสีแดงโลหิตปรากฏขึ้นมาอย่างชั่วร้ายเป็นที่สุด ทั้งยังมีเสียงกระดูกกระทบกันดังขึ้นมาเบาๆอีกด้วย

              เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาร่างกายของเตี่ยนหานก็ขยายใหญ่ขึ้นราวหนึ่งเท่าตัวมีเส้นขนสีแดงขึ้นปกคลุมร่างกายเป็นชั้นๆ จากนั้นผู้ที่กลายเป็นสัตว์อสูรในร่างมนุษย์อย่างแท้จริงก็ปรากฏกายขึ้นแม้จะยืนอยู่กับที่แต่กลับมีความชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมาอย่างน่าหวาดกลัวเป็นที่สุด

              “มันคือการกลายร่าง!”

              “ไม่ผิดแน่ ตอนนี้เตี่ยนหานจะเข้าจู่โจมอย่างไม่สนใจสิ่งใดแม้แต่คนของกลุ่มจิ้งจอกโลหะเขาก็คงจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ!”

              เมิ่งฝานที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายมองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเขารู้ดีว่านี่จะต้องเป็นวิชายุทธ์ระดับอักษรหงเป็นแน่มันคือการนำเลือดไปผสานกับสัตว์อสูรเมื่อใดที่กระตุ้นพลังของมันก็จะทำให้กลายเป็นดั่งสัตว์อสูรตัวหนึ่งก็ไม่ปาน

              ที่น่าเสียดายก็คือ ยามนี้เตี่ยนหานได้สูญสิ้นสติสัมปชัญญะไปแล้วกลายเป็นดั่งเครื่องจักรสังหารเท่านั้น!

              โฮก!

              หลังจากที่ร้องคำรามเตี่ยนหานก็พุ่งเข้าไปหาเมิ่งฝานกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายเพิ่มขึ้นมากมายกว่าเดิมไม่น้อย จากนั้นพลันทะลวงอากาศเข้ามาหาเมิ่งฝานเมื่อยกฝ่ามือขึ้นก็มีเงาร่างของกรงเล็บหมาป่าขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นมาในอากาศ!

              เวลานี้ทั้งพละกำลังและความเร็วของกรงเล็บนั้นล้วนแต่เพิ่มขึ้นมาในระดับที่ยากจะคาดเดาหากอีกฝ่ายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาย่อมต้องตายเป็นแน่

              รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลง ขณะเดียวกับที่ขยับทวนคู่ในมือจากนั้นเงาร่างของทวนสุริยันพลันพุ่งทะลวงฝ่ามือของเตี่ยนหานไป ขณะเดียวกันทวนจันทราก็ฟาดโจมตีไปยังหัวไหล่ของเตี่ยนหานในมุมองศาที่ยากจะต้านทาน

              ฉึบ!

              เลือดสีแดงสดหลั่งไหล เงาของทวนแทงเข้าไปยังร่างกายของเตี่ยนหานทว่าเขาผู้นั้นกลับไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว ซ้ำยังปล่อยพลังฝ่ามือเข้าใส่เมิ่งฝานอย่างดุดัน!

              ปัง!

              เมื่อฝ่ามืออันดุดันพุ่งเข้าหาหน้าอกเมิ่งฝานจึงล่าถอยซ้ำยังกระอักเลือดออกมา ก่อนจะมองไปยังเตี่ยนหานด้วยแววตาแปลกประหลาด

              “ระวังด้วยขอรับพี่ใหญ่วิชายุทธ์กลายร่างเป็นสัตว์อสูรนั้นทำให้เขาไม่เกรงกลัวต่อความเจ็บปวด อีกอย่างพลังชีวิตก็ยังมากมายจนน่าสะพรึงด้วยหากยังถ่วงเวลาต่อไปท่านก็มีแต่จะต้องตาย!” หลินถังที่อยู่ไม่ไกลตะโกนบอกไปนัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แม้จะรู้ดีว่าเมิ่งฝานนั้นมีความสามารถมากมายแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งเช่นในยามนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่ต้องกังวลทั้งสิ้น

              โฮก!

              เตี่ยนหานคำรามเสียงต่ำก่อนจะพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานอีกครั้งกรงเล็บเมื่อครู่ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ถาโถมทำให้เมิ่งฝานอดไม่ได้ที่จะล่าถอยก่อนจะใช้ทวนคู่แทงออกไปเบื้องหน้า

              ฉึบ!

              เงาทวนแทงเข้าไปยังฝ่ามือของเตี่ยนหานทว่าอีกฝ่ายกลับจับเงาของทวนเอาไว้แน่น จากนั้นฝ่ามือขนาดใหญ่อีกข้างก็ตวัดกรงเล็บเข้าที่หัวไหล่ของเมิ่งฝาน

              แม้ว่าในยามนี้เมิ่งฝานจะมีพลังนับพันชั่งก็ยังไม่อาจหลุดไปได้

              ฉึบ!

              รอยเลือดปรากฏขึ้นมาในทันใดเตี่ยนหานทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานมีบาดแผลฉกรรจ์ปรากฏ เลือดสีแดงหลั่งไหลเปื้อนไปทั่วชุดสีคราม!

              ขณะนี้ใบหน้าของเตี่ยนหานบิดเบี้ยวไปเล็กน้อยก่อนน้ำเสียงอันเยือกเย็นและร้ายกาจจะดังออกมาจากปาก “เจ้าหนูเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอกนะ จงรอ....รับความตายเสีย!”

              เสียงอันแหบพร่าดังขึ้นในอากาศมันแหลมแสบแก้วหูเป็นอย่างยิ่ง เวลานี้เตี่ยนหานกลายร่างเป็นสัตว์อสูรจึงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดในสายตาของเขามีเพียงเมิ่งฝาน มีเพียงการสังหาร!

              ศัตรูเช่นนี้ต่างหากถึงจะน่าสะพรึงกลัวที่สุด!

              แม้จะสัมผัสได้ถึงความกังวลของผู้คนที่อยู่ด้านหลังแต่เมิ่งฝานก็ไม่ได้ลังเลหรือเบนความสนใจ เขาพลันเลียริมฝีปากที่เปื้อนไปด้วยเลือดด้วยท่าทีที่เย็นชา

              ในขณะเดียวกันก็ขยับด้วยการก้าวออกไปเบื้องหน้ากล้ามเนื้อใต้ชุดสีครามปูดนูนพร้อมกับมีพลังปราณอันน่าสะพรึงแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายที่มากไปกว่านั้นคืออากาศโดยรอบเริ่มบิดเบี้ยว

              รอบกายเขานั้น พลังแห่งฟ้าดินที่มากมายพลันถาโถมเข้าไปหาเมิ่งฝานจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและเขาก็หาได้ปฏิเสธการถาโถมของพลังที่เข้ามาหาตนไม่ เวลานี้เขาจึงคล้ายดั่งหลุมดำที่กำลังรับพลังแห่งฟ้าดินก็ไม่ปาน

              เป็นไปได้อย่างไรกัน!

              ผู้คนทั้งหลายที่อยู่โดยรอบต่างก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปพวกเขามองไปยังเมิ่งฝานที่กำลังกลืนกินพลังแห่งฟ้าดินดั่งเครื่องจักรด้วยความตกตะลึงเป็นที่สุดเพราะไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่มีขีดจำกัดในการกลืนกินพลังแห่งฟ้าดินทั้งสิ้น แต่ดูเหมือนว่าเมิ่งฝานนั้นจะได้รับข้อยกเว้นการกลืนกินที่ไร้ขีดจำกัด!

              หืม?

              ยามนี้แม้แต่เตี่ยนหานที่สติสัมปชัญญะเหลือน้อยก็ยังมีความสงสัยปรากฏขึ้นที่นัยน์ตาเพราะดูเหมือนว่ามีพลังมากมายถาโถมออกมาจากร่างของเมิ่งฝาน มันทั้งบ้าคลั่งยิ่งกว่าและยังน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

              ในวินาทีต่อมา เมิ่งฝานก็ก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวกระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็นแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “กายา...มหาธาตุ!”

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน