ตอนที่ 116 แบตเตอรี่ 3200 mAH!!
คนหนึ่งพูดจีน ส่วนอีกคนตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษและทั้งสองกำลังพูดเรื่องเดียวกัน…แม้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่พีทพูดภาษาอังกฤษ เพราะเด็กนักเรียนในประเทศไทยล้วนเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองกันอยู่แล้ว
และตัวของพีทเองก็อ่านออกเขียนได้ ถึงจะไม่เป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา แต่ถ้าพีทอยากจะให้เหมือนเป๊ะ ตัวเขาก็สามารถทำได้ เพียงแต่เขาไม่ต้องการให้เอไออัลฟ่าหรือผีตนอื่นๆ มาเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้
สู้ให้เอไออัลฟ่าเรียนรู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าดูจะเป็นประโยชน์มากกว่า ส่วนสตีเฟ่น จ๊อบส์ก็วุ่นอยู่กับการสร้างแอปพลิเคชันที่พีทอยากได้ รวมไปถึงยังต้องแบ่งเวลาว่างมาพัฒนามือถือเป็นของตัวเองเพื่อแข่งกับ Pineapple ที่ไม่เอาไหนในโลกนี้…ดังนั้นพีทจึงขอลุยการโต้คารมนี้ด้วยตัวเอง
“ยังน้อยเกินไป? เด็กน้อยคนนี้กำลังพูดเรื่องตลกอะไรอยู่ เธอคิดว่านักวิจัยและพัฒนาของฉันที่จบอย่างน้อยปริญญาเอกในสาขานี้โดยตรง ยังเก่งไม่พอเหรอ?!” จางรุ่ยเทียนหัวเราะออกมา เสียงของเขาดังพอที่จะทำให้นักวิจัยที่อยู่ด้านล่างหลายๆ คน ถึงกับมองขึ้นมาและก็มีบางส่วนที่พ่นลมหายใจด้วยความรำคาญ มองพีทที่เป็นเพียงแค่นักศึกษาวัยละอ่อน ประหนึ่งเป็นแค่เด็กน้อยที่อวดดี
‘3200! คิดว่าพวกเราไม่เคยลองมาก่อนเหรอ? กว่าพวกเราจะดึงประจุพลังงานให้อยู่ได้ 3000 mAh คิดว่าพวกเราต้องเหน็ดเหนื่อยกันมากแค่ไหน?’
‘จะไปสนใจเด็กอวดดีคนนั้นไปทำไม ไม่เห็นเหรอว่าท่านจาง กำลังสั่งสอนเด็กนั้นแทนพวกเราอยู่’
‘สั่งสอนคงไม่หรอกมั้ง อย่างน้อยเด็กนั้นก็เป็นคนที่พาร์ตเนอร์อย่างคุณรดาพามาด้วยตัวเอง ยังไงรองประธานจางก็คงต้องให้เกียรติอีกฝ่ายสักหน่อย’
‘พาร์ตเนอร์แล้วยังไง! ไม่ใช่ประเทศของเราหรอกเหรอ ที่ให้เทคโนโลยีกับพวกเขา พวกเขาก็แค่หอบเงินเข้ามาลงทุนตอนที่ท่านประธานยังตั้งตัวไม่ได้ก็เท่านั้น หากเป็นตอนนี้เชื่อเถอะประธานใหญ่จางของพวกเรา ไม่มีทางร่วมมือทางธุรกิจกับพวกเขาแน่’
เหล่านักวิจัยต่างมองขึ้นไปดูการโต้เถียงที่กำลังเกิดขึ้นและก็มีบางส่วนที่ดูจะไม่ค่อยเคารพการร่วมมือกันทางธุรกิจของบริษัทสยามที่มาจากประเทศไทยของรดาสักเท่าไร โดยมองว่าบริษัทของรดาเป็นพวกนายทุนที่อาศัยช่วงที่ประเทศจีนกำลังพัฒนา เข้ามากอบโกยกำไรและเทคโนโลยีไป
หากเป็นประเทศในปัจจุบัน เชื่อเถอะว่าเงินที่บริษัทของรดาหอบมาลงทุน คงเป็นได้แค่เศษกระดาษเท่านั้น ประเทศจีนในตอนนี้ก้าวหน้าจนกลายเป็นประเทศที่พัฒนา ติดอันดับโลกไปแล้วและกำลังจะขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ เทียบเท่ากับสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เหล่านักวิจัยจะไม่เห็นหัวรดาที่มาจากประเทศเล็กอย่างประเทศไทยแบบนี้
“น้องชายแบตเตอรี่ 3200 mAh ของเธอ…ในเชิงทฤษฎีอาจจะทำได้ก็จริง แต่ความเป็นจริงมันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก ฉะนั้นพี่ชายคนนี้ขอเตือนด้วยความหวังดี อย่าได้อ่านตำราในอินเทอร์เน็ตที่ไร้สาระมากจนเกินไป เพราะในนั้นบางอย่างก็พูดให้ดูเกินจริงนั่นเอง” จางรุ่ยเทียนยิ้มที่มุมปาก พลางใช้มือมาตบไหล่พีท ที่สูงน้อยกว่าเขาเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังได้เปลี่ยนสรรพนามในการเรียกหาพีท ที่จากเดิมยังเรียกว่าคุณ หากแต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนคำเรียกเป็นน้องชายเสียอย่างนั้น
จากสรรพนามที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ มีเพียงสิ่งเดียวที่แน่ชัดก็คือ จางรุ่ยเทียนนั้นกำลังดูแคลนพีทอยู่นั่นเอง
พีทรับรู้ทุกอย่าง เขายังคงนิ่งโดยมีรดาและฝ้าย กำลังช่วยเข้ามาห้ามเพราะรู้ว่าพีทน่าจะขุ่นเคืองในใจไม่น้อย แม้ตัวของฝ้ายจะฟังไม่ออกว่าอีกฝ่ายพูดอะไรก็ตาม แต่เธอคาดเดาจากความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก มีหรือจะไม่รู้ว่าเวลาพีทโกรธมันเป็นยังไง
“ไม่เป็นไรหรอก เขาก็แค่ลองเชิงฉันหวังให้ฉันขายหน้าเท่านั้น” พีทส่งยิ้มให้กับฝ้าย พลางพยักหน้าให้กับรดา เพื่อบอกว่าตัวเขาไม่เป็นไรที่ถูกเยาะเย้ยจากจางรุ่ยเทียน
อย่างไรก็ตาม การที่เขาโดนท้าทายแบบนี้ มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยผ่าน จางรุ่ยเทียนอาจเป็นคนเก่ง เป็นอัจฉริยะระดับประเทศ แต่ในสายตาของพีท
จางรุ่ยเทียนก็ไม่ต่างอะไรจากอาจารย์อมรหรือประธานวรชัยในอดีตเลยสักนิด อัจฉริยะแล้วยังไง ตัวเขาในตอนนี้มีบุคคลระดับโลกและระบบสุดล้ำคอยช่วยเป็นกองหนุน จางรุ่ยเทียนตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยคนหนึ่งเช่นเดียวกัน
“ผิดแล้ว ผมกำลังคิดว่านักวิจัยและตัวคุณควรไปศึกษาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่ร่ำเรียนแต่หนังสือแค่ภายในประเทศเพียงอย่างเดียว” คราวนี้เป็นพีท ที่เป็นฝ่ายที่ยิ้มออกมาบ้าง พอพูดจบเขาก็มองลงไปเผชิญหน้ากับเหล่านักวิจัยกว่า 30 ที่กำลังมองขึ้นมา
“ถ้าใช้สูตรดั้งเดิมที่พวกคุณใช้อยู่ของ LiCoO₂ ก็คงได้ราว ๆ นั้นอยู่แล้ว แต่ถ้าเพิ่มสารเติมแต่งอย่าง Yttrium oxide ลงในขั้นตอนเคลือบชั้นคาโทดสัก 0.03%… ความเสถียรและความหนาแน่นของพลังงาน ก็น่าจะเพิ่มขึ้นราวๆ ประมาณเจ็ดเปอร์เซ็นต์เห็นจะได้”
พีทพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง ประหนึ่งเขาเป็นอาจารย์ที่มีสติปัญญาอันเลิศล้ำ เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ที่คงแก่เรียนกำลังสอนเด็กน้อยนักวิจัย…หากแต่ภาพที่ปรากฏออกมา มันดันเป็นภาพของเด็กหนุ่มวัย 22 ปี กำลังสอนเหล่านักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ที่แต่ละคน ล้วนมีดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์ ฉะนั้นภาพที่ออกมา มันเลยดูตลกอยู่เล็กน้อย
เมื่อเห็นสภาพของเหล่าดอกเตอร์กำลังช็อกและนิ่งค้างไป แน่นอนทุกคนรู้ความหมายของสิ่งที่พีทพูด พวกเขาเป็นถึงดอกเตอร์ของประเทศจีน บุคคลที่ฉลาดเป็นกรดอย่างพวกเขามีหรือจะไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ
“Yttrium…มัน มันไม่ทำให้โครงสร้างผลึกเสียสมดุลเหรอ?!” หัวหน้านักวิจัยที่นั่งปลีกวิเวกทำการวิจัยของตัวเองอยู่ด้านหลังของห้อง ได้ยกมือขึ้นถามพีท ราวกับไม่ห่วงถึงภาพลักษณ์และตำแหน่งหัวหน้าของตัวเองเลยสักนิด
หัวหน้านักวิจัยคนนี้ ถือเป็นบุคลากรคนสำคัญของบริษัทโนวา มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เขาถือเป็นอัจฉริยะในหมู่มวลอัจฉริยะด้วยกัน จนทำให้เขาได้รับตำแหน่งหัวหน้านักวิจัยไปครองแม้จะมีนักวิจัยคนอื่นๆ หมายปองตำแหน่งนี้ของเขาอยู่หลายสิบคนก็ตาม
แต่กระนั้นกลับไม่มีสักคนที่จะก้าวข้ามผ่านเขาไปได้ หัวหน้านักวิจัยผู้นี้มีชื่อว่า ‘เฉิน สืออี’ หรือจะเรียกว่า หัวหน้าเฉิน ก็ได้ทั้งนั้น
คำถามของหัวหน้าเฉินทำเอาห้องวิจัยทั้งห้องถึงกับเงียบ ขนาดจางรุ่ยเทียนที่มั่นหน้ามั่นโหนกก็ยังสงบปากสงบคำ เพราะแม้แต่พ่อของตนเองก็ยังให้ความเคารพในตัวหัวหน้าเฉินคนนี้เช่นเดียวกัน
‘ติ้ง~!’
[ท่านได้รับภารกิจพิเศษ จงทำให้นักวิจัย ‘เฉิน สืออี’ ผู้นี้ยอมรับและเคารพในตัวคุณให้ได้]
[รางวัลความสำเร็จ: แคปซูลเพิ่มขุมพลังให้กับเอไออัลฟ่า ขึ้นอีก 1 ระดับ สถานะปัจจุบันเอไออัลฟ่าอยู่ที่ระดับ 1/5]
[ค่าความยอมรับของนักวิจัย: 10/100]
พีทมองดูภารกิจพิเศษที่จู่ๆ ก็เด้งขึ้นมา จนทำให้เขาถึงกับชะงักไป เพราะโดยปกติแล้วระบบมักจะให้ภารกิจที่เกี่ยวโยงกับธุรกิจของเขา เพื่อใช้ปลดล็อกบุคคลสำคัญหรือแต้มในระบบ หากแต่ในครั้งนี้มันกลับมอบภารกิจพิชิตใจนักวิจัยตรงหน้าเขาเสียอย่างนั้น
‘ภารกิจพิเศษมัดใจนักวิจัย…เหอะๆ ~เอาก็เอา’ พีทยิ้มแห้งๆ อย่างเสียไม่ได้ อย่างน้อยรางวัลที่ได้รับจากระบบมันก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพิ่มระดับขุมพลังของเอไออัลฟ่าเชียวนะ
ปกติแล้วเอไออัลฟ่ามันก็ฉลาดเป็นกรด หลังจากได้ร่ำเรียนวิชามาจากสตีเฟ่น จ๊อบส์โดยตรง รวมไปถึงเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากในโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหากยกระดับมันขึ้นอีกขั้นหนึ่ง พีทเองก็อยากรู้ว่าเจ้าเอไออัลฟ่าของเขามันจะฉลาดสักแค่ไหนเชียว
“ถ้าใช้มากไปก็ใช่ครับ แต่ที่ผมพูดถึงคือ 0.03% ถ้าค่าถูกต้อง ทุกอย่างก็จะไม่เสียสมดุลครับ” พีทตอบกลับหัวหน้าเฉิน พลางเหลือบมองจางรุ่ยเทียนที่ยังคงยิ้มเยาะอยู่ อย่างไรก็ตามพีทไม่ได้สนใจจางรุ่ยเทียนเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายจะมองเขายังไง ตอนนี้คนที่พีทให้ความสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็น หัวหน้าเฉิน ที่กำลังตาลุกวาวเสียมากกว่า
“ลองให้ทีมทดสอบดูสิครับ ผมคิดว่าความจุน่าจะขึ้นราว ๆ สามพันสองร้อยได้ไม่ยาก” พีทเสนอให้ทดลอง ซึ่งกระบวนการมันก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่ปรับค่าตามที่พีทบอกไปในก่อนหน้านี้และกำหนดตัวแปรตามที่พีทช่วยเสริมให้ก็เป็นอันเริ่มการทดลองได้
อย่างไรก็ตามนักวิจัยทุกคนกลับนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีใครคิดสนใจคำพูดของเด็กน้อยอย่างพีท แต่ทว่าไม่ใช่สำหรับหัวหน้าเฉิน ชายวัย 50 ที่ผมสีขาวปกคลุมไปครึ่งศีรษะ เขาได้ลุกออกมาจากที่นั่งของตน ด้วยความร้อนใจ สองขาก้าวฉับไว ราวกับอายุของหัวหน้าเฉินย้อนกลับไปอยู่ในวัย 30 ต้นๆ เขาได้ผลักนักวิจัยที่เกะกะขวางทางให้หลบออกไป “หลีกไป อย่าได้มาเกะกะ!”
จางรุ่ยเทียนและเหล่านักวิจัยต่างตกตะลึงกับการกระทำของหัวหน้าเฉิน เพราะตลอดระยะเวลาหลายสิบปีนับตั้งแต่หัวหน้าเฉินก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าทีมวิจัย ตัวของเขาแทบไม่เคยแสดงอาการตื่นเต้นออกมาเลยสักครั้ง
แม้แต่การวิจัยในครั้งนี้ที่หัวหน้าเฉินมีส่วนร่วม ไม่น้อยไปกว่าจางรุ่ยเทียน ก็ยังไม่สามารถทำให้เฉินผู้เฒ่าผู้นี้แสดงความดีใจออกมาเลย
หัวหน้าเฉินได้ทำทุกอย่างตามกระบวนการเดิมที่ตนเองเคยวิจัยได้ หากแต่เมื่อถึงตอนตั้งค่าและปรับสมดุล หัวหน้าเฉินเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของพีทด้วยความตั้งอกตั้งใจอย่างเต็มที่…ที่เหลือก็แค่เฝ้าดูผลลัพธ์ที่จะปรากฏในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ซึ่งในระหว่างที่กำลังเครื่องประมวลผล ทางด้านของรดา ฝ้ายและหญิงเล็กก็เข้ามายืนห้อมล้อมพีทเอาไว้ พลางระดมยิงคำถามเข้าใส่ชายหนุ่มกันไม่ยั้ง “พีทนี้เป็นบริษัทพาร์ตเนอร์ของพี่รดานะ ทำอะไรให้เกียรติหน้าของพี่รดาด้วย” ฝ้ายกลัวว่าพีทจะทำให้พี่รดาเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง เธอจึงได้ดุเขาไปตรงๆ และก็มีแค่เธอเท่านั้นแหละที่กล้าดุพีทแบบนี้
“หัวหน้าในอนาคตของฉันช่างร้ายกาจจริงๆ ขนาดเรื่องวิทยาศาสตร์ก็รู้เรื่องด้วย…ยังไงก็ขอให้มันสำเร็จก็แล้วกันนะ ฉันไม่อยากให้พี่รดาของฉันต้องขายหน้าเพราะนาย” หญิงเล็กแอบแซวพีทเล็กน้อย ตามประสาพี่สาวที่น่ารำคาญ
ส่วนรดาเธอไม่ได้พูดอะไรมากกับพีท เพียงแค่พูดประโยคเดียวสั้นๆ “เสร็จจากตรงนี้ ขอคุยส่วนตัวด้วยหน่อย” ใบหน้าของรดาสงบนิ่งไม่ต่างจากพีท มันทำให้พีทอ่านใจเธอไม่ออกเลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ โกรธ? โมโห?
พีทมองรดาอยู่สักพัก ก่อนที่ในช่วงเวลาเดียวกัน การปรับแต่งค่าที่เครื่องก็พลันเสร็จสิ้น ‘ติ้ง~!’ เสียงสัญญาณแจ้งเตือนขึ้นพร้อมกับเครื่องที่เปิดออก
หัวหน้าเฉินใช้อุปกรณ์ทุกอย่างนำ แบตเตอรี่ที่ได้ ประคองมันออกมาจากเครื่องด้วยมือที่สั่นเทา ท่ามกลางสายตาของนักวิจัยที่กำลังเฝ้ามอง โดยเฉพาะจางรุ่ยเทียน ที่เฝ้าภาวนาในใจขอให้การทดลองนี้ล้มเหลว แม้การทดลองนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทของเขาก็ตาม
แต่กระนั้นถ้ามันสำเร็จก็เท่ากับว่า ตนเองได้แพ้ให้กับเด็กน้อยอย่างพีทนะสิ…ไม่มีทาง!
หัวหน้าเฉินนำแบตเตอรี่ที่ตั้งความสมดุลใหม่ตามสูตรของพีท ได้นำมันมายังแท่นวัดประจุ ตัวเลขสีแดงค่อยปรากฏขึ้นตามกำลังไฟ…เครื่องวัดเริ่มทำงาน 10 100…1000!
ตัวเลขได้พึ่งขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที ก่อนที่มันจะแตะเลข ‘3000’ ที่เป็นค่าสูงสุดที่ทำได้ในก่อนหน้านี้เป็นที่เรียบร้อย หากแต่เครื่องวัดประจุยังคงทำงานต่อไป 3050…3100~มันยังคงไหลไปต่อ
ท่ามกลางความเงียบของเหล่านักวิจัยที่ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ‘สิ่งที่เด็กน้อยนั้นพูด มันทำได้จริงเหรอเนี่ย?’ ‘สิ่งที่ฉันและนักวิจัยคนอื่นๆ ทุ่มเทคำนวณกันมาตลอดทั้งปี กำลังจะถูกเด็กบ้าคนนี้บดขยี้อย่างนั้นเหรอ’ นักวิจัยและจางรุ่ยเทียน ต่างกำหมัดแน่น ด้วยความโกรธ แต่ถึงจะโกรธมากแค่ไหน พวกเขาก็ต้องแสร้งปั่นหน้ายิ้ม เพื่อรักษาภาพลักษณ์
3150…3200! ทะลุ 3200 แล้ว แต่กระนั้นเครื่องวัดก็ยังคงไหลไปเรื่อย ก่อนที่จะหยุดอยู่ที่ ‘3216 mAH!!’
“วัดได้ 3216 mAh พ่อหนุ่มการคำนวณของเธอถูกต้อง” หัวหน้าเฉิน สืออี๋เป็นคนประกาศผลการทดสอบด้วยตัวเอง ทั่วทั้งห้องวิจัยเงียบสนิทราวกับป่าช้า ถึงทุกคนจะตกตะลึงกับความสำเร็จนี้ แต่กระนั้นกลับไม่มีใครกล้าแสดงความดีใจออกมาเลยสักคนเดียว
นักวิจทุกคนต่างก้มหน้าลง พวกเขาต่างพากันอับอายและต่างพากันละอายแก่ใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เพราะนี้คือผลงานของพีท คนที่พวกเขาเคยปรามาสและหัวเราะเยาะว่าเป็นเพียงแค่เด็กน้อยนั่นเอง
พีทเห็นและรับรู้ถึงบรรยากาศ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจท่าทีของเหล่านักวิจัยพวกนั้น เขาแค่มองไปที่จางรุ่ยเทียนและยิ้มให้
แน่นอนจางรุ่ยเทียนชะงักไป เมื่อเห็นรอยยิ้มของพีท แต่ในฐานะที่เป็นถึงรองประธานและเป็นถึงผู้นำในการวิจัยในครั้งนี้ ย่อมไม่อาจ ไม่รักษาหน้าได้ “ฮ่าฮ่า ช่างบังเอิญจริงๆ นับเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม นี้ถือเป็นความสำเร็จของบริษัทพวกเรา” จางรุ่ยเทียนนิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา พร้อมกับยกเอาความดีความชอบทั้งหมดไปเป็นของบริษัทตัวเองอย่างหน้าไม่อาย
แต่แล้วในขณะที่เหล่านักวิจัยกำลังจะร่วมหัวเราะไปกับรองประธาน จางรุ่ยเทียน ทางด้านของหัวหน้าเฉินผู้เฒ่าก็กระแอมขึ้นมาเบาๆ “รองประธานจาง ท่านเองก็รู้ตามหลักวิทยาศาสตร์ไม่มีคำว่าบังเอิญ…สูตรคำนวณเหล่านี้ ล้วนเป็นการคิดคำนวณมาอย่างรอบคอบของพ่อหนุ่มท่านนี้ ผลงานนี้นับว่าเป็นของเขากึ่งหนึ่ง” คำพูดของหัวหน้าเฉินได้ตบหน้ารองประธานจาง ฉาดใหญ่ เขาจ้องมองจางรุ่ยเทียนเหมือนผู้อาวุโสมองดูศิษย์ที่ดื้อรั้น
แม้จางรุ่ยเทียนจะมีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานของบริษัทแห่งนี้ก็ตาม แต่หัวหน้าเฉินก็ไม่ลังเลเลยที่จะสั่งสอนและบอกกล่าวถึงความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy