บทที่ 18 ท่านย่าไม่้าเ้าแล้ว! (รีไรต์)
ไม่นานนัก รถล่อก็แล่นมาถึงตัวเมือง แม่เฒ่าเว่ยอุ้มซิ่งซิ่งลงจากรถม้า โดยไม่หันกลับไปมองหรือสนใจผู้เฒ่าสวีแม้แต่น้อย
"ท่านย่าเ้าขา ซิ่งซิ่งเดินเองได้เ้าค่ะ" ซิ่งซิ่งเอ่ยขึ้นอย่างว่าง่าย ขณะที่อยู่ในอ้อมกอดท่านย่าของนาง หลังจากนั่งรถล่อมาเป็เวลานาน นางรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย ท่านย่าเองก็คงจะรู้สึกไม่สบายเช่นกัน ซิ่งซิ่งไม่อยากให้ท่านย่าต้องลำบากไปมากกว่านี้
แม่เฒ่าเว่ยลูบแก้มเล็ก ๆ ของซิ่งซิ่งเบา ๆ ก่อนจะวางนางลง
"ท่านแม่" ไป๋เสี่ยวเฟิ่งกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แม่เฒ่าเว่ยก็รู้ทันทีว่าสะใภ้รองของตนจะพูดอะไร จึงพยักหน้ารับ "เ้าไปที่ร้านขายผ้าเถิด ข้าจะพาซิ่งซิ่งไปเดินเล่น"
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรู้สึกใปนดีใจเล็กน้อย นางถือห่อผ้าสองห่ออยู่ในมือชั่วครู่หนึ่ง โดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ท่านแม่ให้นางไปคนเดียว นี่แสดงว่าท่านเชื่อใจว่านางจะไม่โกงเงินแน่นอน!
เมื่อเทียบกับสิ่งอื่น ๆ แล้ว ความไว้วางใจเช่นนี้ทำให้ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก "ท่านแม่ ท่านวางใจได้เลยเ้าค่ะ ข้า..."
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
"ไปได้แล้ว" แม่เฒ่าเว่ยโบกมืออย่างรำคาญใจ แต่ในใจกลับคิดว่า ลูกสะใภ้ทั้งสองคนของนาง แม้จะมีข้อบกพร่องต่างกันไป และนางก็มักจะรู้สึกว่าพวกลูกสะใภ้น่ารำคาญและไม่ถูกใจ แต่โดยพื้นฐานแล้วทั้งสองคนก็มีนิสัยไม่เลว
ส่วนลูกสะใภ้คนที่สาม...
แม่เฒ่าเว่ยถอนหายใจหนัก
ถึงแม้ว่านางจะมิได้เป็คนไม่ดี แต่มนุษย์ไม่สามารถตัดสินได้ง่าย ๆ ว่าดีหรือไม่ดี ยังต้องฝึกจิตใจอีกมาก
ไม่รู้ว่าลูกชายคนเล็กของนางจะแต่งงานกับผู้หญิงแบบใด
เมื่อนึกถึงลูกชายคนเล็ก แม่เฒ่าเว่ยก็เอามือลูบหญ้าจัวซินในอ้อมอกโดยไม่รู้ตัว
ลูกชายคนเล็กของนางมีสถานการณ์พิเศษ หลังจากผ่าน่เวลาที่ยากลำบากนี้ไปแล้ว เมื่อชีวิตความเป็อยู่ของครอบครัวดีขึ้น นางต้องเก็บเงินไว้ให้ลูกชายแต่งงาน...
แม่เฒ่าเว่ยจูงมือซิ่งซิ่งเข้าเมือง
เด็กหญิงตัวน้อยเบิกตากว้าง มองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ั้แ่นางฟื้นขึ้น นางก็อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหนานถัวเล็ก ๆ แห่งนี้
การมาถึงตัวเมืองในครั้งนี้ ถือเป็โลกใบใหม่สำหรับนางโดยแท้
ถนนหนทางตรงสลับกับบาง่ที่ปูด้วยหิน บ้านแต่ละหลังสูงตระหง่าน แถมยังมีป้ายแขวนอยู่ ดูคึกคักไปหมด!
แถมยังมีท่านลุงท่านป้ามากมายมาตั้งร้านขายของอยู่ริมทางด้วย!
ซิ่งซิ่งมองจนตาเป็ประกาย
หัวใจของแม่เฒ่าเว่ยอ่อนยวบ ยื่นมือไปลูบผมเปียเล็ก ๆ บนหัวของหลานสาวตัวน้อย "ซิ่งซิ่ง อยากกินอะไรหรือไม่?"
ซิ่งซิ่งลังเล ั์ตาเหลือบมองไปที่ลูกอมที่อยู่ข้าง ๆ แต่ยังไม่ทันได้พูด เด็กน้อยก็อดคิดถึงท่าทางเ็ปของท่านย่าที่ยอมควักเงินจ่ายค่ารถตอนแรกไม่ได้ นางจึงกัดริมฝีปาก ก้มหัวส่ายไปมาเหมือนลูกตุ้ม
"ไม่ ไม่กินเ้าค่ะท่านย่า ซิ่งซิ่งกินขนมปังบนรถแล้ว ไม่หิวเลยเ้าค่ะ"
หญิงชราอดไม่ได้ที่จะลูบผมเปียของซิ่งซิ่งอีกครั้ง
บางครั้งนางก็อยากให้เด็กคนนี้ไม่ต้องทำตัวน่าสงสารขนาดนี้ เพราะเห็นแล้วมันทำให้รู้สึกใจหาย
แม่เฒ่าเว่ยเหลือบมองลูกอมที่อยู่ไม่ไกล "หลานสาวคนดีของย่า อย่ากลัวว่าย่าจะไม่มีเงินเลยนะ เดี๋ยวย่าไปขายสมุนไพรจัวซินที่ร้านยาก่อน เดี๋ยวก็มีเงินแล้ว… ตอนนี้ย่าอยากกินถังหูลู่ แต่ย่ากินไม่หมดหรอก หลานช่วยย่ากินหน่อยได้หรือไม่?”
ซิ่งซิ่งพยักหน้าอย่างจริงจัง ราวกับได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญยิ่ง
"ได้เ้าค่ะท่านย่า!"
หญิงชราจูงมือซิ่งซิ่ง ทั้งสองเดินไปยังร้านขายถังหูลู่ของชายชราด้วยกัน
...
เมืองนี้มีชื่อว่าเมืองหม่าพัว ขนาดไม่ใหญ่โตนัก นั่งรถล่อจากหัวเมืองไปท้ายเมืองก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
บ้านตระกูลซูตั้งอยู่ที่ตรอกซูจี๋ ชานเมืองหม่าพัว ล้อมรอบไปด้วยบ้านเรือนราษฎรธรรมดา
หลานชายตัวน้อยของบ้านวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าประตูรั้ว ะโเสียงดัง "พี่หย่งจวี๋ ข้าเห็นย่าของเ้าแล้ว!"
อวี้หย่งจวี๋นั่งกลุ้มใจเล่นใบไม้อยู่บนม้านั่งตัวเล็กในลานบ้าน พอได้ยินก็เงยหน้าขึ้นทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี "ท่านย่ามารับข้าแล้วหรือ?"
หลานชายบ้านตระกูลซูทำหน้าทะเล้นใส่เขา "ไม่ใช่สักหน่อย ท่านย่าของเ้าพาเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไปซื้อถังหูลู่ต่างหาก! ย่าทอดทิ้งเ้าแล้ว!"
อวี้หย่งจวี๋จากดีใจพลันเปลี่ยนเป็โกรธ ถึงเขาจะเอาแต่ใจ อย่างไรก็เพิ่งอายุสี่ขวบ ได้ยินคำพูดทำนองนี้ก็ทนไม่ไหวอยู่แล้ว!
"เ้าพูดโกหก!" อวี้หย่งจวี๋ตวาดเสียงดัง
หลานชายตัวน้อยของตระกูลซูแลบลิ้นออกมาอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับส่ายหัวไปมา "ข้าเห็นกับตา! ท่านย่าไม่ได้พูดถึงเ้าแม้แต่คำเดียว แล้วยังซื้อถังหูลู่ให้เด็กผู้หญิงคนนั้นด้วย นางไม่้าเ้าแล้ว!"
ทันใดนั้น อวี้หย่งจวี๋ก็พุ่งเข้าหาหลานชายของตระกูลซูด้วยดวงตาแดงก่ำ และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะอายุมากกว่าเขาสองปี แต่ก็ถูกอวี้หย่งจวี๋ผลักล้มลงในคราวเดียว
อวี้หย่งจวี๋นั่งทับร่างของหลานชายตระกูลซู ยกกำปั้นขึ้นพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ "ท่านย่าไม่มีทางทอดทิ้งข้า!"
ซูเสี่ยวเป่าหลานชายของตระกูลซู ปีนี้อายุได้หกขวบ เป็วัยซุกซนจนน่าตี พอเ้าน้องชายตระกูลอวี้พุ่งใส่ เขาจึงตอบโต้และต่อสู้กับอวี้หย่งจวี๋ทันที
เมื่อครอบครัวของซูและซูโหรวเอ๋อร์ได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งออกมา ซูเสี่ยวเป่ากับอวี้หย่งจวี๋ก็เต็มไปด้วยฝุ่นดินแล้ว
แม่ของซูเสี่ยวเป่ากรีดร้องออกมา ก่อนจะตรงเข้าไปฉุดกระชากอวี้หย่งจวี๋! เด็กชายตัวน้อยจะไปสู้แรงผู้ใหญ่ได้อย่างไร เขาถูกกระชากจนเซถอยหลังไปหลายก้าว แล้วยังถูกซูเสี่ยวเป่าฉวยโอกาสชกเข้าไปอีกหลายครั้ง จนอวี้หย่งจวี๋ร้องไห้ออกมา
ดวงตาของซูโหรวเอ๋อร์แทบจะทะลักออกมา!
ลูกชายที่นางเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม กลับถูกกลั่นแกล้งเช่นนี้!
ซูโหรวเอ๋อร์โอบกอดอวี้หย่งจวี๋ไว้ในอ้อมแขนด้วยดวงตาแดงก่ำ เสียงของนางสั่นเทา "ลูกแม่ ลูกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
อวี้หย่งจวี๋ยังไม่ทันได้พูดอะไร ซูเสี่ยวเป่าก็ร้องไห้โฮฟ้องแม่ของเขาเสียงดังลั่นว่า "เขาตีข้า!"
สะใภ้เฉียนผู้เป็มารดาของซูเสี่ยวเป่า พยายามเก็บกดความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ นางมองไปที่ซูโหรวเอ๋อร์ ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร นางก็เป็ฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "น้องสะใภ้ เ้านี่สอนลูกได้ดีจริง ๆ เลยนะ เก่งจริง ๆ กลับมาเยี่ยมบ้านแม่แท้ ๆ ยังมาหาเื่ตีพี่ชายเขาอีก! มิน่าล่ะ บ้านสามีถึงได้ไม่มีที่ให้เขายืนอยู่แล้ว!"
ซูโหรวเอ๋อร์โกรธจนแทบจะะเิออกมา
นี่พี่สะใภ้พูดอะไรออกมา?
ซูโหรวเอ๋อร์กำลังจะโต้ตอบกลับไป แต่แม่ของนางก็ออกมาจากบ้านพอดี และพูดขึ้นเพื่อไกล่เกลี่ย "พอได้แล้ว เด็ก ๆ เล่นกันก็แบบนี้แหละ ไม่เป็ไรหรอก!"
สะใภ้เฉียนกล้าขึ้นเสียงใส่ซูโหรวเอ๋อร์ แต่ไม่กล้าขึ้นเสียงใส่แม่สามี จึงได้แต่พาลูกชายเดินกลับเข้าห้องไปด้วยความโมโห
ซูโหรวเอ๋อร์กอดลูกชายร้องไห้น้ำตาไหลพราก
ทำไมทั้งคนในครอบครัวสามี หรือแม้แต่คนในครอบครัวของนางเองก็ยังรังแกนางอีก?
อวี้หย่งจวี๋ใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้า บอกเล่าเื่ราวทั้งหมดกับซูโหรวเอ๋อร์อย่างน่าสงสาร "ท่านแม่ครับ ซูเสี่ยวเป่าบอกข้าว่าเห็นท่านย่ามาในเมือง แล้วยังซื้อถังหูลู่ให้เด็กผู้หญิงคนนั้นด้วย ทั้งยังพูดอีกว่าท่านย่าไม่้าข้าแล้ว!"
แม่ซูเบิกตากว้างด้วยความใ "เสี่ยวเป่าเห็นแม่สามีของเ้ามาที่เมืองอย่างนั้นหรือ?"
อวี้หย่งจวี๋ไม่รู้ว่าทำไมยายของเขาถึงดูมีความสุขขึ้นมาทันที เด็กชายงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงตอบรับอย่างเชื่อฟังว่า "เขาพูดแบบนั้นจริง ๆ นะขอรับ!"
แม่ของซูโหรวเอ๋อร์จับแขนลูกสาวไว้ด้วยความดีใจ "แม่บอกแล้วใช่หรือไม่ ว่าทางบ้านสามีเ้าต้องมารับแน่ ๆ! เห็นไหม ผ่านไปแค่สองวัน แม่สามีก็มาหาถึงที่แบบนี้ แสดงว่าพวกเขายังให้ความสำคัญกับเ้ามาก ปกป้องหน้าตาให้เ้าเต็มที่!"
ซูโหรวเอ๋อร์รู้สึกพอใจมากที่ได้ยินแบบนั้น นางพึมพำในลำคอ ดวงตาฉายแววพึงพอใจ แต่ก็ยังทำเป็เล่นตัว "ท่านแม่เ้าคะ ข้าไม่ใช่คนที่จะใจอ่อนยอมกลับไปกับพวกเขาง่าย ๆ นะเ้าคะ!"
แม่ของซูโหรวเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วยกับลูกสาว "ใช่ ถูกต้อง! แม่จะบอกอะไรให้นะ ในเมื่อแม่สามีของเ้ามารับด้วยตัวเอง เ้าต้องวางท่าให้ดี! ไม่เช่นนั้นต่อไปใคร ๆ ก็จะมาดุด่ากดขี่ข่มเหงเ้า ชีวิตของเ้าในบ้านสามีจะลำบาก"
ซูโหรวเอ๋อร์พยักหน้ารัว ๆ "ท่านแม่พูดถูกเ้าค่ะ!"
แม่ลูกคุยกันต่ออย่างออกรสอีกพักหนึ่ง
อวี้หย่งจวี๋นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ รู้สึกเบื่อหน่ายเหลือเกิน
เขาฟังที่แม่กับท่านยายคุยกันไม่ค่อยรู้เื่ แต่ดูจากท่าทางของทั้งสองแล้ว ท่านย่าคงจะมารับพวกเรากลับไปแล้วสินะ?
จู่ ๆ อารมณ์ของเด็กชายก็ดีขึ้นทันที อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครทันสังเกตปัดฝุ่นบนตัวแล้ววิ่งออกไป