บทที่ 9 เมืองฉาย (100%)
หนึ่งปีผ่านพ้นไปไวเหมือนสายน้ำไหล ซู่มินเรียนวิชาเวทจนกลายเป็นจอมเวทระดับก่อจิตได้สำเร็จ นับว่าเป็นจอมเวทที่อายุน้อยที่สุดในโลก ความสำเร็จที่รวดเร็วดุจปีศาจ มิใช่เพราะพรสวรรค์วิเศษเหนือมนุษย์ แต่เป็นเพราะในร่างมีวิญญาณจอมเวทระดับมหาปราชญ์สถิตอยู่ ระดับปราชญ์ที่เผ่ามนุษย์มิอาจเอื้อมถึงเมื่อกำลังภายในของซู่มินบรรลุถึงขั้นที่เก้า เสวี่ยหยางชักนำพลังปราณบริสุทธิ์แห่งฟ้าดินมาเปิดเส้นชีพจรวิญญาณให้ศิษย์รักได้สี่เส้น เส้นชีพจรวิญญาณจะคอยดูดซับพลังปราณรอบตัว แล้วตกผลึกเป็นพลังที่ทรงอานุภาพอยู่ในจุดตันเถียน เมื่อพลังถูกกักเก็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะก่อตัวเป็นลูกแก้ว เรียกว่า ลูกแก้วรวมปราณลูกแก้วรวมปราณคือจุดกักเก็บพลังฟ้าดินเกื้อหนุน และเป็นจุดส่งพลังปราณผ่านเส้นชีพจรไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อเจ้าของร่างใช้วิชาเวทคาถาหรือวิชายุทธ์เวทคาถาของจอมเวทใช้พลังจิตเปรียบดังพู่กัน ใช้พลังปราณเปรียบดังน้ำหมึกในการวาดภาพเวทอักขระ ซู่มินมีความจำดีเป็นเลิศ สามารถจดจำภาพเวทอักขระพื้นฐานได้ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน และฝึกใช้พลังจิตต่างพู่กันวาดภาพเวทอักขระจนชำนาญภายในเวลาเพียงหกเดือน“จอมเวทระดับก่อจิตเป็นเพียงความสำเร็จขั้นต้น การเลื่อนขั้นขึ้นเป็นจอมเวทระดับหลอมจิตมีความยากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เวทอักขระขั้นหลอมจิตเป็นเวทป้องกันและเวทโจมตี เส้นสายอักขระสลับซับซ้อน เจ้าจงตั้งใจฝึกฝนอย่าได้ย่อท้อเป็นอันขาด”“ทราบแล้วเจ้าค่ะอาจารย์”ซู่มินตอบรับคำสั่งสอนอย่างเชื่อฟัง ร่างจิตนั่งหลับตาเข้าสมาธิ พุ่งกระแสจิตไปที่จุดเสินถิง เพื่อจดจำภาพเวทอักขระสี่ร้อยเก้าบทที่เสวี่ยหยางเพิ่งถ่ายทอดให้เสวี่ยหยางพยักหน้าอย่างพอใจ เขารู้ดีว่าลูกศิษย์ตัวน้อยมีจิตใจเข้มแข็งและมุ่งมั่นเกินเด็กวัยเจ็ดปี เวทคาถาระดับหลอมจิตต้องใช้พลังปราณจำนวนมากในการวาดภาพเวทอักขระ หมู่บ้านหลังเขาแห่งนี้มิใช่สถานที่เหมาะสมในการบ่มเพาะอัจฉริยะอีกต่อไปช่วงกลางดึก วิญญาณมังกรขาวลอยออกจากร่างซู่มิน มุ่งหน้าไปที่ห้องนอนของซู่หลัน กรงเล็บสีทองขยับวาดวงเวทอักขระเรืองแสง แล้วผนึกเข้าไปในอกของเด็กหนุ่มที่หลับลึกเพราะเวทนิทราอยู่บนเตียง เมื่อผนึกเวทคาถาเสร็จสิ้น ร่างมังกรขาวก็เลือนหายไปวงเวทอักขระพุ่งทะลุผ่านเสื้อผ้าซึมหายเข้าไปในผิวหนัง พลังปราณฟ้าดินในอากาศไหลเข้าไปในร่างเด็กหนุ่มราวกับสายน้ำ พลังปราณบริสุทธิ์แทรกซึมไปตามเส้นชีพจรวิญญาณ กล้ามเนื้อ และกระดูก ก่อนจะไหลวนเข้าไปสะสมในลูกแก้วรวมปราณเมื่อสี่เดือนที่แล้ว จิตวิญญาณของเสวี่ยหยางก่อตัวเป็นร่างจิตได้สำเร็จ ร่างจิตสามารถออกมาอยู่นอกร่างซู่มินได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เสวี่ยหยางแอบช่วยเหลือซู่หลันอย่างลับ ๆ ทุกสามวันเขาจะมาร่ายเวทดูดพลังฟ้าดินเข้าร่างให้เด็กหนุ่มจากการแอบช่วยเหลือของเสวี่ยหยางและการฝึกตนอย่างบ้าคลั่ง ซู่หลันสามารถทะลวงเปิดเส้นชีพจรวิญญาณได้สามเส้น และก่อกำเนิดลูกแก้วรวมปราณในจุดตันเถียนได้สำเร็จ เด็กหนุ่มเลื่อนระดับจากผู้ฝึกยุทธ์ฝึกหัดขึ้นเป็นจอมยุทธ์ระดับก่อปราณช่วงต้นก่อนซู่มินสามเดือนพัฒนาการที่รวดเร็วดุจปีศาจของหลานทั้งสองเป็นสิ่งที่ซู่เซียวคาดไม่ถึง โดยเฉพาะหลานสาว ที่ฝึกยุทธ์เพียงแค่ปีเดียวก็สำเร็จเป็นจอมยุทธ์ระดับก่อปราณช่วงต้น ชายชรารู้สึกดีใจและเคร่งเครียดในเวลาเดียวกัน วิชายุทธ์พื้นฐานที่เขาคิดค้นขึ้นกลายวิชาไร้ค่า เมื่อเทียบกับความสามารถของเด็กทั้งสองเพลงมวยเก้าทัพเป็นวิชาฝึกกายขั้นที่หนึ่ง เหมาะกับผู้เริ่มต้นฝึกยุทธ์ระดับฝึกหัด จอมยุทธ์ระดับก่อปราณต้องเรียนวิชาขั้นสองขึ้นไป เคล็ดวิชาเหล่านั้นล้วนเป็นวิชาที่ถ่ายทอดภายในตระกูล แต่เด็กสองคนนี้โดนตระกูลทั้งสองฝั่งทอดทิ้ง และตัวเขาเองก็จะไม่สอนวรยุทธ์ของตระกูลเก่าให้หลานอย่างเด็ดขาดซู่เซียวหยิบกล่องไม้สีดำขนาดกลางออกมาจากใต้เตียง ภายในกล่องบรรจุเห็ดสีดำดอกใหญ่ไว้หนึ่งดอก ชายชราจ้องมองเห็ดสีดำอยู่นาน“ถึงเวลาใช้เจ้าเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของหลานข้าแล้ว” ยามเช้ามืดซู่เซียวเรียกทุกคนมานั่งรวมกันที่ห้องโถง ชายชราจ้องมองหน้าหลานทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนตกใจแทบตกเก้าอี้“พวกเราจะย้ายไปอยู่ในเมืองฉาย หอบัวสวรรค์จะจัดงานประมูลของมีค่าทุกสิ้นเดือน เราจะนำเห็ดจักรพรรดิเข้าร่วมประมูล เงินที่ได้คงเพียงพอให้พวกเราซื้อบ้านและที่ดินแถบชานเมือง เราจะปลูกผักขายเลี้ยงชีพ เงินที่เหลือจากการซื้อบ้าน ตาจะหาซื้อเคล็ดวิชาขั้นสองให้พวกเจ้าสักเล่ม”“เรานำเห็ดไปประมูลแล้วเอาเงินไปซื้อเคล็ดวิชากลับมาฝึกเองได้ อยู่ที่นี่เราขึ้นเขาล่าสัตว์มาเป็นอาหารได้ ทำไมต้องย้ายบ้านไปอยู่ในเมืองขอรับ”ซู่หลันเอ่ยถามด้วยความสงสัย แม้ไม่เคยเข้าเมืองเลยสักครั้ง แต่เด็กหนุ่มรู้ดีว่าชีวิตในเมือง คงอยู่ได้ด้วยการใช้เงินซื้อทุกอย่าง“เคล็ดวิชาขั้นสองไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อได้ง่าย ๆ อาจจะใช้เวลาหานานเป็นปีหรือมากกว่านั้น ในเมืองฉายมีโรงประลองยุทธ์ ผู้มีวรยุทธ์จะต่อสู้ประลองฝีมือกันในสนาม ฝ่ายชนะจะได้เงินรางวัลเป็นค่าตอบแทน การได้เห็นการต่อสู้ด้วยวิชายุทธ์จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าทั้งสอง”ได้ฟังคำอธิบายของท่านตา สีหน้าเด็กทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่าในทันที ในหัวน้อย ๆ เริ่มคิดแผนการในแบบของตนเอง ซู่หลันสนใจโรงประลองยุทธ์ เขาจะจดจำเคล็ดวิชาที่เหมาะกับตนแล้วนำมาฝึกฝนเอง ซู่มินอยากลองสร้างของใช้เวทขั้นต่ำ ซึ่งวัตถุดิบจะมีขายเฉพาะในเมือง ถ้าสร้างได้สำเร็จแล้วนำไปขาย จะมีเงินพอกินพอใช้ไม่ลำบากสมบัติในบ้านไม้เก่า ๆ มีไม่มากนัก ใช้เวลาเก็บของเพียงครึ่งวันก็พร้อมออกเดินทาง ครอบครัวซู่ใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วยาม ในการย้ายถิ่นฐานจากหมู่บ้านทุรกันดารหลังเขา เข้าสู่เมืองฉายที่รุ่งเรืองด้วยรถม้ารับจ้างเมืองฉายเป็นเมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่งในแคว้นซิง ถนนสายหลักมีทั้งหอการค้า หอโอสถ หอสุรา โรงเตี๊ยมหรูหรา ร้านอาหารเลิศรส ร้านที่อยู่บนถนนเส้นหลักมักมีกลุ่มอำนาจหนุนหลังอยู่ ลูกค้าเกือบทุกคนเป็นผู้มีฐานะร่ำรวยตั้งแต่เดินผ่านประตูเมืองเข้ามา เด็กน้อยจากบ้านนอกทั้งสองตื่นเต้นกับความคึกคักของเมืองใหญ่เป็นอย่างมาก ตึกรามบ้านช่องล้วนสูงใหญ่ ร้านค้ามีของกินและของใช้แปลก ๆ มากมายในเมืองฉาย คนที่มีฐานะธรรมดาจะอาศัยอยู่ทางฝั่งซ้ายของเมือง ซู่เซียวพาครอบครัวไปเปิดห้องพักสองห้องที่โรงเตี๊ยมราคาถูก พวกเขาต้องพักอยู่ในโรงเตี๊ยมจนกว่าจะถึงวันประมูลของหอบัวสวรรค์“ในเมืองแห่งนี้เต็มด้วยคนมีอิทธิพลทั้งคนจากตระกูลใหญ่ คนของสำนักต่าง ๆ และผู้มีฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน พวกเราต้องระวังตัว อย่าไปมีเรื่องกับคนเหล่านั้นเด็ดขาด” ซู่เซียวเอ่ยเตือนหลาน ๆสองพี่น้องพากันพยักหน้า คนทั้งครอบครัวนั่งกินซาลาเปากับน้ำชาหนึ่งกาที่สั่งขึ้นมากินในห้องพัก ก่อนจะแยกกันไปพักผ่อน