ข่าวฆาตกรรมผู้หญิงสวยที่เข้ามาพัวพันกับเสี่ยสรอรรคยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้รวมเป็ห้าศพแล้ว
“ไปทานข้าวมั้ยพิม” อินโทรชวนเพื่อน
“ตอนนี้ยังไปไม่ได้จริงๆ อิน พี่กฤษเครียดที่คดีฆาตกรรมยังไม่คืบหน้า แม้จะสอบปากคำเสี่ยสรอรรคแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย” พิมกล่าว
“ผลชันสูตรไม่พบร่องรอยคนร้ายเลยงั้นหรอ” อินสงสัย
“ใช่ ไม่มีร่องรอยใดๆ ทั้งสิ้น คนร้ายสวมถุงมือ และก่อคดีในที่ลับตาคน”
“งั้นคงต้องสืบหาด้วยวิธีอื่นแล้ว” อินกำลังคิดแผน
“ยังไงน่ะ” พิมสงสัย
“ยังคิดไม่ออกน่ะสิ” อินแอบหัวเราะ
“อ้าว”
“คอยดูต่อไปก็แล้วกัน”
*************************************************
ณ ภัตตาคารแห่งหนึ่ง
เสี่ยสรอรรคพาสุนทรีและหมอดวงฤดีมาทานอาหารเย็นด้วยกัน พวกเขาทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
สักพักอินซึ่งแต่งตัวเป็สาวทอม ก็เดินเข้าไปปิดตาเสี่ย จนทุกคนบนโต๊ะพากันใ
“ทำบ้าอะไรน่ะ ปล่อยนะ” เสี่ยกล่าวเสียงดุ
“อย่าดุสิฮะเสี่ย จำเมียไม่ได้แล้วหรอฮะ” อินฝืนใจพูด
“อิน นั่นนายงั้นหรอ” เสี่ยเปลี่ยนน้ำเสียงเป็ดีใจ
อินใที่อยู่ดีๆ เสี่ยก็ลุกขึ้นยืนแล้วรีบดึงตัวอินเข้ามากอดและหอมอย่างไม่เกรงใจใคร
“เบาๆ หน่อยสิฮะเสี่ย อายคนอื่นบ้างสิฮะ” อินนึกไม่ถึงว่าเสี่ยจะทำแบบนี้กับเธอ
“พอดีเลย นี่คือว่าที่ภรรยาผมครับ คุณหมอดวงฤดี” เสี่ยรีบแนะนำตัวอิน
“เอ่อ คุณเปลี่ยนแนวแล้วหรอคะ” หมอสงสัย
“ครับ และผมจะรีบแต่งงานให้เร็วที่สุด” เสี่ยพูดยิ้มๆ
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะฮะ คุณหมอ คุณสุนทรี” อินยังคงแสดงบทบาทอย่างเต็มที่
อินตั้งใจว่าจะล่อตัวคนร้าย หากเหตุฆาตกรรมเป็เพราะเื่หึงหวงจริงๆ แต่ไม่คิดว่าเสี่ยจะให้ความร่วมมือร่วมแสดงอย่างสมจริงแบบนี้ เขาตั้งใจแกล้งเธอหรือเปล่าเนี่ย
พอทั้งสี่ทานอาหารเสร็จ หมอก็รีบขอตัวกลับเพราะมีเคสด่วนที่ต้องให้คำปรึกษา
สุนทรีแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ในขณะที่อินนั่งเบาะหลังไปพร้อมกับเสี่ย และเสี่ยก็โอบเอวเธอไม่ยอมปล่อย
อินก็เลยกระซิบบอกเสี่ย “เอ่อ เสี่ยฮะ ปล่อยผมก่อนได้มั้ย ผมจักจี้”
“ก็ฉันคิดถึงนายนี่” เสี่ยฟังหูทวนลม
อินคิดในใจว่า “นี่เขาจะแกล้งอะไรเธออีกล่ะเนี่ย” แต่ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะกลัวแผนแตก
ทุกคนกลับมาถึงบ้าน อินก็เดินมุ่งหน้าตรงไปที่ห้องข้างๆ ของเสี่ย ก็พบว่ามันกลายเป็ห้องเก็บของไปเสียแล้ว
“อ้าว แล้วผมจะนอนไหนล่ะฮะ ไม่เป็ไร ผมกลับก็ได้” อินหันหลังกลับ
เสี่ยกอดอินจากด้านหลัง แล้วกระซิบบอกเธอ “ห้องของเราไงครับอิน”
อินฟังแล้วขนลุก เลยรีบดึงมือของเสี่ยออก แต่พอสุนทรีเดินมา เธอก็เลยยอมปล่อยให้เสี่ยกอดเธอไว้อย่างนั้น
“เข้าไปทำกันในห้องสิคะ อย่ามาจู๋จี๋กันประเจิดประเจ้อแบบนี้ อย่าลืมสิว่าน้องก็อยู่ด้วย” สุนทรีกล่าว
“เราก็เข้าไปนอนเถอะสุนทรี พี่จะพาแฟนเข้านอนแล้ว” เสี่ยกล่าวกับน้องสาว
อินใที่เสี่ยโอบเอวเธอเดินเข้าไปนอนในห้องเขาอย่างง่ายดาย
เสี่ยเห็นอินวางหมอนกับผ้าห่มไว้บนพื้น “จะทำอะไรน่ะอิน”
“ก็นอนข้างล่างไงฮะ” อินกล่าว
“พวกเราเป็แฟนกันแล้ว ก็ต้องนอนด้วยกันสิ” เสี่ยเดินเข้าไปหยิบหมอนกับผ้าห่มไปไว้บนเตียงเหมือนเดิม
“บ้าหรอฮะ ผมก็แค่” อินหยุดกะทันหันเพราะเกือบเผลอหลุดปากว่าเธอแค่จะล่อตัวคนร้ายเท่านั้น
“แค่อะไร นาย้าอะไรกันแน่ ทำไมถึงยอมกลับมา” เสี่ยเริ่มสงสัย
“ผมอยากทำงานกับคุณฮะ ผมไปไม่รอด” อินยอมโกหก
“ก็เลยเอาตัวเข้าแลก”
“บ้าสิฮะ ก็ผมไม่รู้นี่ ว่าคุณให้ผมเลิกแสดงแล้วหรือยัง” อินพูดกลบเกลื่อน
“นอนข้างบนด้วยกัน ฉันถึงจะยอมให้นายทำงานด้วย” เสี่ยยื่นคำขาด
อินลังเล แต่เพื่อช่วยเพื่อนสืบคดี เธอก็เลยยอมตามใจเขา และแล้วอินเองก็คิดผิดถนัด เพราะเสี่ยก็เป็เช่นเดิม คือชอบแกล้งเธอ ตอนแรกก็มีหมอนข้างกั้นกลาง แต่พอกลางดึก เสี่ยก็ถือโอกาสเอาหมอนข้างออกแล้วเข้าไปกอดอินอย่างไม่เกรงใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น อินใเมื่อรู้ว่าเสี่ยนอนกอดเธอ เธอก็เลยตีเสี่ยด้วยอารมณ์โกรธ
“โอ๊ย เจ็บนะอิน”
“ทำไมคุณชอบถือโอกาสแบบนี้นี่” อินยังตีเขาอยู่
“ก็เธอนอนดิ้น เห็นมั้ยหมอนข้างอยู่พื้นฝั่งอิน ฉันไม่รู้ก็เลยนึกว่าเธอเป็หมอนข้าง” เสี่ยเถียงข้างๆ คูๆ
อินถอนหายใจ เพราะยังไงเธอก็เถียงอะไรไม่ได้ ก็เลยรีบไปอาบน้ำ
ในตอนนี้เสี่ยเดินโอบเอวอินไปทานข้าวเช้ากับน้องสาว พอทานเสร็จเสี่ยก็รีบพูดทันที
“ในเมื่ออินกับสุนทรีจะไปช่วยงานที่บริษัท อีกสิบนาทีเจอกันที่รถก็แล้วกัน”
อินได้ทำงานเป็เลขาเสี่ย ในขณะที่สุนทรีทำงานเป็ผู้ช่วยของวิชัย ตกบ่ายเสี่ยมีนัดกับเสี่ยวินชัย เลยไม่อยู่บริษัท
คุณวิชัยเดินมาพร้อมกับยื่นจดหมายน้อยส่งให้เธอ
“มันคืออะไรหรอฮะ” อินสงสัย
“คุณสุนทรีฝากมาให้ครับ” วิชัยกล่าว
อินเปิดอ่าน ก็พบข้อความว่า “เจอกันที่ดาดฟ้า”
อินจึงไปตามนัด และแล้วก็เจอสุนทรีที่ดาดฟ้าจริงๆ
“มีอะไรหรือเปล่าฮะ คุณสุนทรี” อินรีบถาม
สุนทรีค่อยๆ หันหน้ามาหาอินอย่างช้าๆ ในสภาพชุดดำ สวมถุงมือและถือมีดปลายแหลม และกำลังวิ่งจู่โจมสาวทอมทันที
อินใจนล้ม ทำให้สุนทรีรีบคร่อมตัวอิน พร้อมกับจับมีดไว้มั่น เตรียมจะแทงศัตรูหัวใจ
“ตั้งสติหน่อยสิฮะ คุณสุนทรี” อินพยายามเรียกสติสุนทรี
“แกจะแย่งพี่สรอรรคไปจากฉัน ตายไปซะเถอะนะ ไม่ต้องกลัวเหงา มีเพื่อนสาวๆ รอแกอยู่แล้ว” สุนทรีกล่าวเสียงเย็น
อินยังคงจับมือผลักไม่ให้สุนทรีแทงเธอได้ “คุณเป็ฆาตกรงั้นหรอ ทำไมล่ะฮะ ทำไมต้องฆ่าคนด้วย”
“พวกมันจะแย่งพี่สรอรรคไปจากฉัน” สุนทรีพูดพร้อมกับพยายามกดมีดลง
“ถึงคุณสรอรรคจะมีภรรยา แต่เขาก็ยังรักคุณเหมือนเดิมนะคุณสุนทรี” อินรีบเตือน
“ไม่ ไม่ พี่สรอรรคต้องเป็ของฉันคนเดียว” สุนทรีไม่ยอม
อินสังเกตเห็นสุนทรีดูเหมือนคนไม่มีสติ พูดจาวนไปวนมาว่า พี่สรอรรคเป็ของเขาคนเดียว
และแล้วอินก็หมดแรง สุนทรีกำลังจะแทงหัวใจสาวทอม แต่ทว่าสารวัตรกฤษพร้อมกับทีมตำรวจก็รีบเข้ามาจับทันท่วงที
พิมวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนด้วยความเป็ห่วง
ในขณะที่สุนทรีก็ถูกจับได้คาหนังคาเขา พร้อมกับคลิปวีดีโอและเครื่องอัดเสียงคำรับสารภาพของหญิงสาวทั้งหมด
“พาตัวไปได้” สารวัตรสั่ง
“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ผิด ปล่อย” สุนทรีอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
พิมและอินทำได้แต่ยืนมองสุนทรีด้วยความรู้สึกสงสาร เพราะก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าสุนทรีจะกล้าฆ่าคนได้
*************************************************
ณ โรงพัก
เสี่ยรีบเดินทางไปโรงพักอย่างเอาเื่ เพราะคิดว่าน้องสาวถูกปรักปรำแน่นอน
“ปล่อยน้องสาวผมเดี๋ยวนี้ เธอไม่มีทางฆ่าคนได้หรอก” เสี่ยสรอรรคโวยวาย
“เธอสารภาพทุกอย่างแล้วครับ อีกอย่างพวกเราจับได้คาหนังคาเขา น้องสาวคุณกำลังจะฆ่าอินนะครับ” สารวัตรกฤษกล่าว
ด้วยความรักน้องสาว เสี่ยจึงรีบเข้าไปดึงตัวอินแล้วพาไปที่จอดรถเพื่อคุยกัน
“คุณตั้งใจจะจับน้องสาวผมแต่แรกใช่มั้ยอิน” เสี่ยพูดอย่างเอาเื่
อินอึ้งกับคำพูดนั้น แต่นั่นก็เป็ความจริง เพราะเธอแอบสงสัยสุนทรี ถ้าสุนทรีมีปัญหาทางจิต ก็เป็ไปได้ว่าเธออาจจะฆ่าคนได้โดยไม่รู้ตัว “ใช่ฮะ ผมแสดงละครเพื่อล่อตัวคนร้ายออกมา”
“นายเคยรักฉันบ้างมั้ย อิน” เสี่ยพูดอย่างตัดพ้อ
“เอ่อ พวกเราไม่ได้เป็อะไรกันนี่ฮะ” อินกัดฟันพูด
“นายไปซะเถอะ อย่าให้ฉันเห็นหน้านายอีก และอย่ากลับมาเหยียบที่บ้านหรือบริษัทฉันอีก” เสี่ยรีบไล่สาวทอม
อินน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่คิดว่าเขาจะโกรธเธอมากขนาดนี้ แต่ก็กลั้นใจพูดว่า “ฮะ ผมจะไม่พบคุณอีก ลาก่อนคุณสรอรรค” อินเดินจากเสี่ยไป เธอมีน้ำตาไหลพราก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายใดๆ ก็ตาม
อินกลับบ้านพร้อมกับกอดพ่อของตัวเองร้องไห้
“เป็อะไรลูก ใครทำอะไรลูก” เสี่ยอันนพกล่าว
“หนูขอถอนหมั้นค่ะพ่อ” อินพูดทั้งๆ ที่สะอึกสะอื้น
“ทำไมล่ะลูก เสี่ยสรอรรคเป็คนดีนะ” เสี่ยแอบเสียดายว่าที่ลูกเขย
“อย่าเพิ่งถามเหตุผลเลยนะคะพ่อ” อินไม่อยากอธิบาย
ด้วยความรักลูกสาว เสี่ยอันนพจึงยอมตามใจ
เมื่ออินหักห้ามใจได้ เธอก็เลยวีดีโอคอลคุยกับไฮดรา พร้อมกับคุยปรึกษาเื่คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
“พิมบอกฉันแล้ว ว่าจับคนร้ายได้แล้ว” ไฮดรากล่าว
“แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ นะไฮดรา ทำไมสายตาของสุนทรีถึงดูแปลกๆ เหมือนไม่ใช่ตัวเธอ และเหมือนเธอไม่มีสติเลย” อินกล่าว
“ก็เห็นว่าพิมบอกว่าสุนทรีมีปัญหาทางจิตไม่ใช่หรอ” ไฮดราคิดว่ามันไม่แปลก
“ตอนฉันเจอสุนทรีครั้งแรก เธอดูเป็คนอ่อนโยนมาก สายตาเธอเป็มิตรกว่านี้ ผิดกับตอนที่เธอกำลังจะฆ่าฉัน” อินกล่าว
“สุนทรีอาจเป็ไบโพลาร์ก็ได้นะ” ไฮดราคาดการณ์
“งั้นฉันจะส่งคลิปที่อัดตอนที่สุนทรีกำลังจะฆ่าฉันให้เธอดูแล้วกัน”
ไฮดราพยายามสังเกตสุนทรี เธอเองก็รู้สึกแปลกๆ เพราะเห็นว่าสุนทรีไม่เป็ตัวของตัวเองจริงๆ
“คุณสุนทรีดูแปลกๆ จริงๆ” ไฮดราเห็นด้วยกับอิน
“ใช่มั้ย ที่สำคัญ ทั้งๆ ที่สุนทรีก็เป็คนเห็นฉันเดินออกมาจากห้องของเสี่ยสรอรรคในสภาพไม่เรียบร้อย ตอนนั้นสุนทรีก็ไม่ได้อาละวาดอะไรมากมาย แต่พอฉันกลับไปหาเสี่ยอีกครั้ง สุนทรีกลับมีสภาพเช่นนี้เสียได้”
“เก็บกด แล้วะเิอารมณ์หรือเปล่า” ไฮดรากล่าว
“ในเมื่อ คุณสุนทรีมีจิตแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทำไมไม่ดีขึ้นล่ะ” อินสงสัย
“จิตแพทย์คนนั้นเป็ใครล่ะ” ไฮดราอยากรู้
“คุณดวงฤดี ประวัติของจิตแพทย์คนนั้น ฉันส่งเข้าอีเมล์เธอแล้วนะ” อินคิดว่าเพื่อนอาจจะรู้จักเพื่อนในวงการเดียวกัน
“ชื่อคุ้นๆ นะ เหมือนเคยรู้จัก” ไฮดรารู้สึกคุ้นหู
ไฮดรารีบเปิดอีเมล์ ก็ต้องใ
“มีอะไรไฮดรา ทำไมทำหน้าแบบนั้น” อินสงสัย
“ดวงฤดีเป็แพทย์ประจำตัวสุนทรีงั้นหรอ” ไฮดรารีบถาม
“ทำไมหรอ” อินงงกับคำถามนั้น
“ดวงฤดีเรียนไม่จบนะ เธอเป็เพื่อนร่วมชั้นของฉันเอง” ไฮดรายอมบอก
“อะไรนะ ทำไมเรียนไม่จบ แล้วดวงฤดีสามารถทำงานที่โรงพยาบาลได้ยังไง” อินใ
“ใช้หลักฐานปลอมหรือเปล่า ที่เรียนไม่จบเพราะดวงฤดีใช้วิชาสะกดจิตคนไข้ในทางที่ผิด เธอสะกดจิตคนอื่นให้ขโมยข้าวของ โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัวเลยสักนิด และตำรวจที่อังกฤษสามารถสืบได้ เลยเข้าจับกุมตัวดวงฤดี แต่เธอติดคุกได้ไม่นานนักก็ปล่อยตัวออกมา ทางมหาวิทยาลัยเชิญดวงฤดีให้ออกจากการเป็นักศึกษาทันที” ไฮดราเล่า
“เป็ไปได้มั้ยว่าดวงฤดีจะสะกดจิตสุนทรี” อินคาดการณ์
“ไม่แน่ใจ มันคงต้องพิสูจน์ แต่เธออย่าเสี่ยงชีวิตอีกเลยนะอิน รอบหน้าเธออาจโชคไม่ดีอย่างนี้ก็เป็ได้” ไฮดราเป็ห่วง
“ฉันเข็ดแล้วล่ะ อีกอย่างเสี่ยก็ไม่อยากเจอหน้าฉันแล้วด้วย” อินเองก็ไม่รู้ว่าจะพิสูจน์ยังไง
“เธอรักเสี่ยใช่มั้ย” ไฮดราเริ่มสังเกตเพื่อน
อินอึ้งกับคำถามนั้น แต่เธอก็ไม่เคยปกปิดเพื่อนตัวเอง ก็เลยพยักหน้า