“ปัดโธ่ กะอีแค่แปดอักขระ ยังไงก็ตามแมวพวกนั้นตายในเรือนของนาง คนกาลกิณีเช่นนี้ ไล่ออกไปเสียเถิด”ไป๋ฉางชิงลูบจมูกของเขาอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แล้วพูดด้วยความโกรธปนเขินอาย
ฮูหยินเฒ่าไป๋จ้องไปที่ไป๋ฉางชิงอย่างโหดร้ายจากนั้นจึงคลี่กระดาษซวนจื่อออกมาดู
เมื่อมองแวบเดียวก็ได้รับการยืนยันแล้ว ทว่าคิ้วขมวดยังขมวดแน่น ใบหน้าของนางแปลกประหลาด“นี่ไม่ใช่แปดอักขระของหลานใหญ่ นางเกิดเดือนหก ปีปิงเฉิน ในนี้คือปีติงชีดูไปแล้ว... เป็นแปดอักขระของหลานรอง!"
อะไรนะ!ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมา ใบหน้าของทุกคนพลันแปรเปลี่ยนไปทันที
ไป๋ชิงโหรวลุกขึ้นยืนแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทันทีแม้แต่ใบหน้าของอวี๋ซื่อเองก็ขาวซีด ปลายนิ้วของนางสั่นเทา เป็นไปได้อย่างไร?! แผนการนี้ถูกพวกนางจัดวางเอาไว้อย่างระมัดระวังโดยไม่มีช่องโหว่ใดๆเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง!
ไป๋เซียงจู๋ฟังแล้วปิดปากด้วยความตกใจ “เป็นแปดอักขระของน้องหญิงรองจริงๆหรือเจ้าคะ”
จากหางตาของนาง นางเหลือบมองใบหน้าของอวี๋ซื่อ ก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างเย็นชาในใจ
เป็นอย่างไรเล่า ท่านน้าสะใภ้ที่แสนดีของนางแม้แต่ในฝันก็คงคิดไม่ถึงกระมังว่านางจะนึกถึงแปดอักขระเพราะศพแมวดำในวันนั้น? ในกระดาษซวนจื่อของนางได้เตรียมดวงชะตาวันเกิดของไป๋ชิงโหรวไว้แล้วเรียบร้อยเพื่อประโยชน์ในการโต้ตอบกลับ
เกี่ยวกับกลยุทธ์นี้ ไป๋เซียงจู๋คิดเพียงครู่หนึ่งก็รู้ได้ว่าเป็นคนของจวนเหิงชินอ๋องที่วางแผนนี้เอาไว้และอวี๋ซื่อกับไป๋ชิงโหรวก็เป็นเพียงมีดให้พวกเขาเท่านั้น
อย่างไรก็ตามนางจะไม่ยกโทษให้พวกเขาเพียงเพราะพวกเขาเองก็ถูกใช้เป็นมีดของคนอื่นในเมื่อเจ้าเป็นคนจัดวางแผนอย่างระมัดระวังเอง คงจะต้องขอโทษตัวเจ้าเองแล้วที่ไม่อาจใช้มันให้เกิดประโยชน์ได้
ไป๋ชิงโหรวตกใจจนพูดอะไรไม่ออก "นี่... เป็นไปได้อย่างไรเป็นแปดอักขระของข้าได้อย่างไร"
เป็นไปได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่านางได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้วไม่ง่ายเลยที่จะขโมยแปดอักขระของไป๋เซียงจู๋มาจากท่านย่าได้ อีกทั้งนางก็ซื้อทั้งนักบวชและแมวดำนั่นทำให้ในช่วงสองสามวันนี้นางเหน็ดเหนื่อยแทบตาย
แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นแปดอักขระของนางเอง นางจะระดมคนมากมายขนาดนี้เพื่ออะไร
ตนเองผลักตนเองตกลงสู่ขุมนรกหรือ? เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง นางไม่มีทางเป็นตัวกาลกิณี! หรือเป็นดาวหายนะอันใด!
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปชีวิตนี้ทั้งชีวิตไม่ต้องพูดถึงการเป็นฮองเฮาหรือกุ้ยเฟยใดๆแม้แต่การแต่งงานธรรมดายังยาก
ชีวิตทั้งชีวิตของนางจะพังทลาย นางไม่ต้องการนางมิอาจตกอยู่ในจุดจบที่น่าสังเวชเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน!
นางตื่นตระหนก ตื่นตระหนกอย่างควบคุมไม่ได้ชี้ไปที่ไป๋เซียงจู๋ ก่อนจะกรีดร้องอย่างมิอาจควบคุม“ไม่ใช่ข้า แต่เป็นเจ้า ต้องเป็นเจ้าแน่!”
ไป๋เซียงจู๋กัดริมฝีปากเบาๆ ก้มศีรษะลงแล้วเอ่ยอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม“น้องหญิงรอง ผู้ที่ร้องตะโกนจะฆ่าจะแกงล้วนเป็นเจ้า คนที่บุกเข้ามาในเรือนไห่ถังตั้งแต่เช้าก็คือเจ้าคนที่บอกว่าข้ามีดวงปิตุฆาตมาตุฆาตก็คือเจ้า ทว่าแปดอักขระที่เจ้ามั่นใจนั้นกลับเป็นของเจ้าเองเจ้ากำลังเอะอะโวยวายเพราะกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้หรือว่าเจ้ามีชะตากรรมที่ชั่วร้ายนี้? หรือเจ้าจะบอกว่าข้ามีญาณหยั่งรู้ฟ้าดิน ทำลายสวนไห่ถังเพื่อเจ้านำแมวดำนับร้อยมาทำให้สวนของตนเองเหม็นไปด้วยคาวเลือดคละคลุ้ง?”
ใช่แล้ว ให้ผู้ใดมาดูล้วนบอกว่าแปลกประหลาดผู้ที่ร้องตะโกนจะฆ่าจะแกงล้วนมิใช่ว่าเป็นคุณหนูรองหรือ ทว่ายามที่ถึงเวลาสำคัญแปดอักขระนั้นกลับเป็นของตนเอง นั่นทำให้คนมองไป๋ชิงโหรวแปลกขึ้นไปอีก
และคนที่ถูกชี้ตัวมาตลอดกลับเป็นคุณหนูใหญ่นางถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น อีกทั้งนักบวชลัทธิเต๋ายังกล่าวเช่นนั้นอีก
ไป๋ชิงโหรวไม่สามารถแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ได้นางเสียสติมากขึ้น และตะโกนด่าออกมาตรงๆ ว่า “นางคนชั้นต่ำ!"
“หุบปาก!” อวี๋ซื่อคว้าไป๋ชิงโหรวและตบนางอย่างรุนแรงทันทีก่อนเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะฝืนๆ ว่า "ช่วงนี้โหรวเอ๋อร์นอนหลับไม่สนิทนางมักจะมึนงงเล็กน้อย และมักจะทำอะไรโง่ๆ พี่หญิงและท่านแม่โปรดอย่าขุ่นเคือง”
ขณะที่นางพูดอย่างนั้น นางกำลังจะลากไป๋ชิงโหรวออกไป ไป๋เซียงจู๋มองดูการแสดงของอวี๋ซื่อด้วยสายตาเย็นชามุมปากของนางหยักยิ้มเหยียดหยัน ยามนี้จะรามือหรือ? สายไปแล้ว!
“เดี๋ยวก่อน ท่านน้าสะใภ้รอง เรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไขข้าเกรงว่ารีบร้อนไปแบบนี้ย่อมไม่ถูกต้องกระมัง” ไป๋เซียงจู๋ขยับตัวช้าๆแล้วพูดเสียงดังว่า “ท่านนักบวชตรวจผิดคนยังพอเข้าใจได้ทว่าดวงที่ตรวจสอบออกมาย่อมไม่ผิด อีกทั้งดวงแปดอักขระที่ท่านนักบวชคำนวณออกมานั้นตัวอักษรมิได้ขาดแม้แต่ตัวเดียว ดังนั้นแล้ว ท่านยายเจ้าคะจวนของพวกเรายังคงต้องระมัดระวังจึงจะถูกต้อง” นางพยักหน้าอย่างสงบความหายนะที่นำมานั้นย่อมเป็นของใครบางคน!
ใบหน้าของอวี๋ซื่อดูไม่ได้ ส่วนใบหน้าของไป๋ฉางชิงที่เมื่อครู่วิ่งเต้นไม่หยุดก็แข็งค้างเช่นกันเขาไม่ได้เป็นคนโง่ ดังนั้นย่อมเห็นความผิดปกตินี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อักขระทั้งแปดนี้ย่อมถูกเขียนขึ้นโดยลูกสาวของเขาเองแต่ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ก็ตามว่ามันมีปัญหา แต่ก็ยังจับไม่ได้อีกทั้งท่านแม่ก็ยังอยู่ที่นี่ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบอกว่าไป๋เซียงจู๋กำลังวางแผนเล่นเล่ห์อันใดอยู่
“ตัวซวยอะไร อยู่ที่นี่กันมาตั้งหลายปี ไม่เห็นมีอะไรเลยเจ้านั่นแหละ โตป่านนี้แล้ว กลับสร้างความวุ่นวายไม่เว้นวัน”คราวนี้ไป๋ฉางชิงต้องการหยุดเรื่องนี้เสีย
ไป๋เซียงจู๋ยิ้มเบาๆ“คำพูดของท่านน้ารองนั้นค่อนข้างจะเกินจริงไปสักหน่อยไม่ใช่ว่าข้ากลัวว่าโลกนี้จะยังไม่วุ่นวายพอแต่เพื่อความสะดวกสบายของคนทั้งตระกูลต่างหากเล่า”
ไป๋ฉางชิงยืนขึ้น “แปดอักขระนี้ต้องผิดพลาดอย่างแน่นอนดังนั้นเจ้าอย่าได้วุ่นวายอีกเลย ในความคิดของข้ามันแปลกมากที่แมวเหล่านี้ตายในเรือนของเจ้า บางทีมันอาจจะมีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับเจ้า”
ไป๋เซียงจู๋ยิ้ม นี่คือหัวใจของมนุษย์ ถ้าเป็นไป๋เซียงจู๋ เขาจะต้องกรีดร้องและฆ่านางอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นบุตรสาวของเขาเองเขาต้องการปกปิดเรื่องนี้ ไม่มีทางเสียล่ะ
“ท่านน้ารอง ท่านเอ่ยเช่นนี้ทำให้จู๋เอ๋อร์เสียใจมากนะเจ้าคะ”ไป๋เซียงจู๋แสร้งทำเป็นเศร้า นางเช็ดน้ำตาป้อยๆ
ดวงตาของไป๋ฉางชิงเป็นประกาย ใบหน้าของเขาดูน่าเกลียดทว่ากลับพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เดิมทีเจ้าก็ไม่สะอาดมาตั้งแต่แรกการที่ตระกูลไป๋ของเราย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ก็เพราะ…”
“พอแล้ว! เจ้ายังเป็นน้องชายของข้าอยู่หรือเปล่า มีน้าเช่นเจ้าด้วยหรือ?” ไป๋ซื่อซึ่งไม่ได้พูดมาพักหนึ่งทันใดนั้นนางก็มองไปที่ไป๋ฉางชิงด้วยสายตาที่เย็นชา
ไป๋ฉางชิงถูกไป๋ซื่อตำหนิ ใบหน้าของเขาดูน่าเกลียดเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่ากลับได้รับคำเตือนจากมารดาของตน
“เจ้ารองไม่ใช่เพราะลูกนอกคอกอย่างเจ้าหรอกหรือที่ทำครอบครัวเราตกต่ำแบบนี้! เกียจคร้านติดเหล้าและเล่นการพนัน! ยังไม่ละอายที่จะเอ่ยถึงหลานสาวของเจ้าอีก!”ไม้ค้ำในมือของฮูหยินเฒ่าไป๋เคาะกระแทกเสียงดัง
ไป๋ฉางชิงคิดว่าเขาไม่มีหน้าจะพูดได้อีกต่อไปแต่ดวงตาของไป๋เซียงจู๋ที่มองไปยังไป๋ชิงโหรวนั้นลุกโชนไปด้วยเพลิงแผดเผา
“ยามนี้เวลาไม่รอท่าแล้วข้าขอให้ท่านยายตัดสินใจด้วยเจ้าค่ะ!” เสียงของไป๋เซียงจู๋ไม่สูงไม่หยิ่งทะนงหรือใจร้อน แต่คำพูดของนางกลับดังก้องและทรงพลัง ดวงตาของนางใสแจ๋วราวกับน้ำทว่ากลับเต็มไปด้วยประกายแสงสว่าง ทำให้ผู้คนไม่สามารถจ้องมองตรงๆ ได้
สายตาเช่นนี้ทำให้คนที่นั่งอยู่ที่นั่นไม่อาจสบประสานเข้ากับสายตาของนางตรงๆได้
ในเวลานี้ ฮูหยินเฒ่าไป๋ก็เห็นความยุ่งยากของเรื่องนี้เช่นกันนางเหลือบมองอวี๋ซื่อแล้วพูดช้าๆ ว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ช่วงนี้ก็ให้เจ้าหลานรองอยู่ในโถงบรรพบุรุษชั่วคราวจนกระทั่งท่านนักบวชสามารถแก้ดวงให้เจ้าได้หลานรอง เจ้าไปตั้งแต่ตอนนี้เถิด”
ไป๋ชิงโหรวฟังแล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางหวาดกลัวจนสีหน้าซีดเซียว!น้ำตาไหลพราก
แสร้งทำเป็นอ่อนแอตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว!