[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    90 คลั่ง

    แง!


    เสียงของเด็กสาวร้องลั่นไปทั่วชั้น 1  เหล่าฮันเตอร์ที่กำลังออกกำลังกายล้วนแล้วตะลึงเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนร้องออกมา นับตั้งแต่ที่พวกเขาเข้าใชงานฟิตเนสแห่งนี้รุ่นพี่ที่พามาล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอย่าได้ทำให้เด็กสาวตัวเล็กๆร้องไห้เด็ดขาดถ้าไม่อยากมีเรื่อง


    หลายคนไม่สามารถหนีออกจากร้านได้เพราะตอนนี้อยู่ในโปรแกรมการฝึกจึงทำได้เพียงมองดูทุกอย่างด้วยความหดหู่เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้


    “ โอ๋โอ๋ เป่าเป้ยไม่ร้องนะ คนเก่งของลุงไม่ร้องนะ โอ๋โอ๋ ”


    อ้ายเสินเป็นคนแรกที่รีบพุ่งตัวเข้าไปหาเป่าเป้ยกับทำหน้าตาตลกๆเพื่อหยอกเด็กน้อยไม่ให้ร้อง ป๋อหลินรีบหยิบกลองป๋องแป๋งที่อยู่ด้านข้างมาสั่นเป็นจังหวะพยายามปลอบเด็กสาวไม่ให้ร้องออกไป


    พนักงานแต่ละคนที่ได้ยินเสียงร้องล้วนแล้วเข้าไปปลอบเด็กสาวที่กำลังร้องไห้จนทุกสายตาจับจ้องมองไปยังเธอ


    “ ตุ๊ตาหยูขี้เหล่เหยองือ.. ”


    “ ไม่ไม่ ตุ๊ตาของเป่าเป้ยน่ารักทุกตัวเลย ไม่มีตัวไหนขี้เหล่เลย ไม่ร้องนะ เดี๋ยวคุณลุงจะพาไปซื้อมาอีกเยอะๆเลย ไม่ร้องนะไม่ร้อง ”


    “ หยางหยางขี้เหล่เหยอ ”


    เด็กสาวหยิบตุ๊กตาที่ถูกเจ้าหน้าที่หญิงด่าขึ้นมาโชว์ให้ลุงๆดู แต่ละคนต่างก็ยืนยันว่ามันไม่ได้ขี้เหล่เลย


    “ อ้ายอ้ายฉกปกเหยอ ”


    “ ไม่ไม่ อ้ายๆสะอาดมากๆเลย เป่าเป้ยดูแลมันอย่างดี เฟยหลงซักตุ๊กตาเป่าเป้ยทุกวันพวกมันสะอาดมากๆ ไม่สกปรกเลยสักตัว ”


    “ งือ… ”


    เด็กสาวยังคงร้องไห้ต่อไป เธอวางขวดนมลงข้างๆแล้วหยิบตุ๊กตาขึ้นมากอดทีละตัว


    เหล่าฮันเตอร์เห็นภาพแล้วรู้สึกเจ็บปวด เด็กน้อยไม่รู้เรื่องอะไรกลับถูกเจ้าหน้าที่หญิงด่าตุ๊กตาของเธอ แม้พี่เลี้ยงคุณลุงพวกนี้จะดูใจร้ายไปหน่อย แต่ละวันพวกเขากลับเอาใจเด็กสาวแล้วคอยเลี้ยงดูอย่างดี  เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ในแต่ละวันหอมไปด้วยกลิ่นน้ำยาซักผ้า อาหารแต่ละอย่างดูก็รู้ว่าถูกบดมาเป็นอย่างดี  


    “  งือ…พี่สาวเป็นคนม่ายลี ”


    เด็กสาวยังคงร้องไห้ต่อไป เธอเอาแต่ก้มหน้ากอดตุ๊กตาไม่สนใจใครอีก 


    อ้ายเสินพยายามปลอบเด็กน้อยพลางมองสลับกับมังกรที่ยืนอยู่ด้านข้างที่กำลังกางปีก มันจึงรีบอุ้มคุณหนูขึ้นชั้น 3 ก่อนจะมีใครตายภายในร้าน


    “ คุณเจ้าหน้าที่! ”


    เจ้าหน้าที่หญิงที่กำลังยืนมองเด็กน้อยร้องไห้ได้สติ เธอควรจะกลับออกจากร้านไปแล้วแต่กลับถูกเสียงเด็กสาวดึงให้อยู่ภายในร้าน แต่ดูเหมือนว่าการที่เด็กร้องจะเปลี่ยนท่าทางของพนักงาน เนื่องจากพวกเขากำลังปลดปล่อยจิตสังหารท่วมท้นออกมาจนถึงที่สุด


    “ นี่เจ้าหน้าที่ ถ้าจะลงมือคิดให้ดีๆเพราะฉันสามารถสั่งปิดที่นี่ได้ ”


    “ อ๋อเหรอ เสียใจด้วย พวกเราไม่ใช่ลูกจ้างของร้านนี้หรอก เราแค่ช่วยเจ้าของร้านดูแลที่นี่ก็เท่านั้น ต่อให้ฉันจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเจ้าของร้าน ”


    “ คิดว่าด้วยเลเวลของพวกคุณจะทำอะไรเราได้เหรอ ฉันถูกส่งมาจากส่วนกลาง เลเวลของพวกเราแต่ละคนคือ 80 เอาสิถ้าอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ”


    “ เลเวล 80 เหรอ เหอะ คิดว่าพวกเราจะกลัวหรือไง เดี๋ยวได้รู้กัน แต่ก่อนอื่นพวกคุณถูกจ้างมาใช่ไหม ”


    ฮันเตอร์ภายในร้านแสดงท่าทางอยากรู้อยากเห็น หากอีกฝ่ายถูกจ้างมาหมายความว่ามีคนคิดจะเล่นงานร้านนี้อีกแล้ว


    พนักงานร้านฟิตเนสฝั่งตรงข้ามรีบปฎิเสธ พวกเขาไม่เกี่ยวข้องเลยแม้จะเป็นคู่แข่งแต่ไม่มีใครสามารถจ้างเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางมาตรวจสอบตรงๆเช่นนี้ได้


    “ พวกคุณกำลังสบประมาททางการอยู่ เราสามารถฟ้องคุณได้เต็มที่ ”


    “ เหรอ จะฟ้องพวกเราเหรอเอาสิ ออกจากร้านแห่งนี้ให้ได้ก่อนก็แล้วกัน ”


    เจ้าหน้าที่หันมองไปยังประตูทางออก ม่านพลังของร้านกลับมาแล้วพวกเขาจึงลองทำลายมันดูปรากฎว่าพลังภายในร่างหายไปกลายเป็นว่าพวกเขาไม่ต่างจากคนธรรมดาคนหนึ่งเลย


    “ หยุดนะ เรามาจากส่วนกลาง โทษในการทำร้ายเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางสูงมากเลยนะ ”


    อ้ายเสินบอกให้ป๋อหลินถ่ายรูปเอาไว้ จากนั้นเขาก็บอกให้คนอื่นๆเข้าไปปิดล้อมเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คนที่เริ่มชักอาวุธออกมาจากแหวนเก็บของ  อาวุธแต่ละอย่างกลับไม่สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้เลย แต่ละอย่างไม่ต่างจากไม้จิ้มฟัน


    “ ตอบมาใครจ้างพวกแกให้มาเล่นงานร้านแห่งนี้ ”


    อ้ายเสินเข้าไปกระชากคอเสื้อเจ้าหน้าที่หญิงจนเท้าลอยขึ้นสูงเหนือพื้น พวกเขายังคงใช้พลังภายในร้านได้จึงไม่ยากที่จะจัดการกับเจ้าหน้าที่


    “ ฉันจะฟ้องพวกแกให้ไม่มีที่อยู่ในประเทศนี้ เอาสิถ้ากล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ ”


    “ โอ้ นี่ถึงขั้นท้าทายกันเลยเหรอ ไม่ตอบสินะว่าใครจ้างมา ”


    “ เอาสิถ้ากล้า หากอยากรู้ว่าส่วนกลางจะตอบโต้เช่นไรก็เอาเลย ”


    อ้ายเสินขอรองเท้าจากป๋อหลินก่อนจะฟาดเข้าที่ปากของเจ้าหน้าที่หญิงจนอีกฝ่ายเบิกตาโตด้วยความไม่เชื่อว่าตนจะถูกตบหน้าด้วยรองเท้า


    “ แก! ”


    เพี๊ยะ!


    รองเท้าแตะของป๋อหลินตบลงไปที่ใบหน้าซ้ำๆ ยิ่งตบเจ้าหน้าที่หญิงเธอก็ยิ่งแสดงท่าทางโกรธออกมา เจ้าหน้าที่คนอื่นๆล้วนแล้วถูกกดลงพื้นให้ดูหัวหน้าของพวกเขาถูกตบเรื่อยๆจนปากและแก้มเริ่มแดง


    อ้ายเสินกลับไม่หยุดเขาลงมือตบไปเรื่อยๆจนใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มบวมเป่ง ในระหว่างตบใบหน้าเขาไม่ลืมทิ้งคำถามซ้ำๆให้คนด้านนอกรู้ว่าเขาตบเธอเพราะสาเหตุใด


    “ ใครจ้างแกมา! ”


    “ พูดสิ พูด! ”


    “ พวกฉันปัดกวาดเช็ดถูทุกเช้า เที่ยงแล้วก็เย็น แล้วยังจ้างแม่บ้านมาช่วยทำความสะอาดทุกๆเย็นของวันเพราะกลัวว่าเด็กสาวจะป่วย แกยังกล้ามาใส่ร้ายว่าร้านมีฝุ่นเรอะ ไหนลองใช้มือข้างที่ไม่สวมแหวนเก็บของลูบพื้นดูหน่อยสิว่ามันจะมีฝุ่นอีกหรือเปล่า”


    อ้ายเสินจับมือของเจ้าหน้าที่หญิงข้างที่ไม่ได้สวมแหวนแล้วนำมือข้างนี้ลูบไปตามพื้นและผนัง ก่อนจะนำมาดูอีกครั้งพบว่าไม่มีร่องรอยของฝุ่นเลย


    “ แม่บ้านที่ฉันจ้างมีสกิลกำจัดฝุ่น มันจะไปมีฝุ่นได้ไงถ้าไม่เทออกมาจากช่องเก็บของ แล้วไอ้เครื่องตรวจสอบพวกนี้แกซื้อมาจากไหน อย่าบอกนะว่าภาษีที่หักไปเอาไปซื้อเครื่องมือปลอม อากาศไม่บริสุทธิ์เหรอ เบาะปูไม่ได้มาตรฐานเหรอ ฉันล่ะอยากจะบ้า นี่คิดได้ไง ถ้าหากมันไม่ได้มาตรฐานเด็กตัวเล็กๆป่วยเป็นคนแรกแล้ว เอาล่ะตอบมาว่าใครจ้างแกถ้าไม่ตอบฉันจะตบให้ลืมผัวเลยยัยนี่ ”


    อ้ายเสินใช้รองเท้าตบไปเรื่อยๆ เขากล้าทำแบบนี้ก็เพราะว่าก่อนหน้านี้เฟยหลงเป็นคนบอกว่าเจ้าหน้าที่กำลังใส่ร้าย เขาจึงกล้าลงมือเต็มที่ไม่กลัวกฎหมายเลย


    “ จะรอให้เถ้าแก่กลับมาใช่ไหม โอเคได้ ฉันจะตบไปเรื่อยๆจนกว่าเจ้าของจะกลับมา แกจะตอบไม่ตอบ ”


    “ ป๋อหลินแจ้งตำรวจเร็ว ”


    ป๋อหลินรีบแจ้งตำรวจให้มาที่ร้าน แต่ไม่ได้แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ  เขาไม่รู้เหมือนกันว่าแจ้งตำรวจมาทำไมเฟยหลงไม่ได้บอกจึงทำได้แค่เรียกมาให้จบๆ


    หลังจากที่รอสักพักเสียงไซเรนก็วิ่งมาทางหลงเฉียงฟิตเนส รถพยาบาลก็เช่นเดียวกัน เมื่อรถเจ้าหน้าที่จำนวนมากจอดปิดหน้าร้าน อ้ายเสินก็รอดูว่าเฟยหลงจะให้เขาทำอะไรต่อจากนี้


    “ เห็นหน้ากากข้างๆไหม ”


    อ้ายเสินหันมองด้านข้าง ห่างออกไปไม่ไกลมากมีหน้ากากหล่นอยู่ มันคือของเล่นที่พวกเขาใช้ประจำนับตั้งแต่เจ้าของร้านไม่อยู่ที่นี่


    อ้ายเสินจึงเดินไปหยิบหน้ากากมาสวมใส่แล้วหันมองไปยังเชือกที่วางข้างๆ ก่อนจะหยิบมันไปมัดมือมัดเท้าเจ้าหน้าที่


    “ แล้วยังไงต่อ ”


    “  คลั่ง ”


    บนหน้าผากของอ้ายเสินเผยให้เห็นรอยหยัก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองต้องคลั่ง ไม่นานเขาก็ได้รับคำตอบจากเฟยหลง หากเขาอยากจะให้ร้านอยู่ต่อโดยไม่มีเจ้าของร้านเขาจะต้องคลั่งเพียงเท่านั้น


    “ พวกแกจะรออะไรไปเอาหน้ากากมาสวมสิ ”


    อ้ายเสินไม่รอช้าสั่งให้กลุ่มของป๋อหลินไปหยิบหน้ากากมาสวมใส่แล้วค่อยๆเชิญสมาชิกที่ออกกำลังกายเสร็จออกนอกร้านไปก่อนเพราะเขากำลังจะทวงความยุติธรรมให้กับร้าน


    ตำรวจที่เดินทางมาถึงมองดูผู้คนที่ค่อยๆทยอยออกมาจากหน้าร้านราวกับพึ่งกินปิ้งย่างเสร็จ เขาไม่เห็นความผิดปกติแม้แต่นิดเดียว


    ขณะที่กำลังอยากรู้ว่าใครเป็นคนแจ้งความ หน้าประตูทางเข้าก็เผยให้เห็นกลุ่มคนสวมหน้ากากไรเดอร์และไอ้มดแดงยืนหัวเราะราวกับคนบ้า


    “ อย่าเข้ามาไม่งั้นพวกนี่ตาย!!! ”


    เจ้าหน้าที่ส่วนกลางทั้ง 10 คนถูกจับเป็นตัวประกัน ตำรวจหน้าร้านทำเพียงยืนมองด้วยท่าทางงุนงงเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าฟิตเนสตรงหน้ากำลังจะทำอะไร  ผู้กองที่มาด้วยกันเกิดความสนใจจึงร้องตะโกนเข้าไปแทน


    “ พวกคุณอยากให้เราช่วยอะไรงั้นเหรอ ”


    “ ติดต่อส่วนกลางซะ ฉันอยากจะเรียกค่าไถ่จากส่วนกลาง! ”


    นายตำรวจมองหน้ากัน พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมต้องเรียกส่วนกลาง ในระหว่างที่คิดหาทางออกว่าจะทำอย่างไรนี้เอง หญิงสาวหน้าตาบวมเปล่งได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยการบอกตำแหน่งของตนเอง


    เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 มาจากที่ไหนนี้เองล้วนแล้วตกใจเพราะพวกเขามาจากส่วนกลางของรัฐบาล จากเดิมคิดว่าผู้คนในตึกแห่งนี้กำลังเล่นสนุก แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป


    “ ใจเย็นก่อนคุณ ได้โปรดใจเย็นๆก่อน ”


    “ ไม่เย็นมันแล้ว ติดต่อส่วนกลางเดี๋ยวนี้ไม่งั้นเราจะฆ่าพวกมัน! ”


    ตำรวจรีบผสานงานกับสถานีหลักในเมืองใหญ่ ไม่นานพวกเขาก็ติดต่อไปถึงองค์กรตรวจสอบที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 10 สังกัด


    “ ใจเย็นๆก่อนคุณ เราติดต่อเจ้าหน้าที่ส่วนกลางให้แล้ว ใจเย็นๆแล้วค่อยคุยกันก่อน ”


    “ ไหนเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ”


    “ พวกเขาอยู่ในสาย คุณพูดออกมาเลยพวกเขาได้ยินอยู่ เราจะหาทางออกของเรื่องนี้ไปด้วยกัน ”


    “ ดีเลย ฉันจะบอกให้ก็ได้ ฉันเป็นฮันเตอร์ที่มาใช้งานฟิตเนสแห่งนี้แล้วรู้สึกไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่คิดจะปิดฟิตเนสดีๆแบบนี้ รู้ไหมลูกน้องของพวกแกมันทำอะไร มันรับเงินจากคนนอกมาใส่ร้ายฟิตเนสเล็กๆว่าไม่ได้มาตรฐาน ฝุ่นเยอะ พรมมีแบคทีเรีย แล้วมันยังบอกว่าตุ๊กตาของเด็กตัวน้อยๆน่าเกลียดอีก พวกแกเลือกคนที่มีคุณสมบัติแบบนี้เข้าทำงานเหรอ ”


    อ้ายเสินร้องตะโกนสุดเสียง ในระหว่างนี้เขาก็ขอให้สมาชิกร้านที่ออกไปก่อนหน้าช่วยกันถ่ายทอดสดหน้าทางเพื่อให้เรื่องมันดังไปไกล โดยแลกกับโปรตีน 1 ชุด ซึ่งทุกคนก็ทำตามอย่างว่าง่าย


    “ พวกเราไม่ได้ทำ ที่นี่ไม่ได้มาตรฐานจริงๆ! ”


    “ เหลวไหล ถ้าไม่อยากให้ยัยนี่ตายส่งคนอื่นมาซะ ไม่งั้นฉันจะฆ่ามันที่หน้าร้านนี่แหละ ”


     อ้ายเสินออกแรงบีบให้มากยิ่งขึ้นจนใบหน้าของเจ้าหน้าที่หญิงซีดเซียว เจ้าหน้าที่อีก 9 คนที่มาด้วยกันถูกบีบคอจนใบหน้าแดงก่ำ  แม้จะตายพวกเขากลับสงสัยบางอย่าง ทำไมตำรวจถึงไม่เคลื่อนไหว พวกเขาทำเพียงกีดกันคนออกจากหน้าร้านแล้วติดต่อสังกัดของพวกมันเท่านั้น


    “ ผู้กองครับ เราได้ติดต่อเจ้าของร้านแล้ว สัญญาณของอีกฝ่ายขาดหาย เราเลยติดต่อเบอร์ของร้านแทน คนที่อยู่ข้างในยังปกติดีครับ ”


    ผู้กองมองไปยังชั้น 3 หน้าต่างบานที่ 2 นับจากซ้ายมือของตึกมีกิ้งก่าตัวสีแดงกำลังยืนมองพวกเขาจากข้างในนั้น โดยที่ข้างๆมันมีเด็กสาวกำลังดูดขวดนมมองดูผู้คนด้านล่างตึกด้วยใบหน้าตื่นเต้นกับผู้คนจำนวนมาก ราวกับว่ากลุ่มคนที่จับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกันไม่ได้แตะต้องอย่างอื่นเลยนอกจากเจ้าหน้าที่


    “ เราจะใช้แผนไหนกันครับ ”


    “ ฉันไม่อยากมีปัญหากับมังกรด้วยสิ เอางี้ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางรับมือไป ส่วนเราแค่ดูไปเรื่อยๆก็เท่านั้น ”


    “ เราจะไม่ช่วยเจ้าหน้าที่ส่วนกลางเหรอครับ ”


    “ พวกเขาไม่ฆ่าเจ้าหน้าที่หรอก เอาเป็นว่าอย่าพึ่งรู้อะไรเลย ให้ตำรวจตรึงกำลังเอาไว้ก่อน ”

     

    “ ครับผู้กอง ”

     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน