ตอนที่ 92
ขอสู้ตาย
ทางด้านม่วนเต๋อมองคลื่นพลังตรงหน้าที่วิ่งมาด้วยความเร็วแหวกว่ายอากาศคล้ายจะฉีกทุกอย่างให้ย่อยยับคลื่นพลังมีความทำลายล้างรุนแรงจนร่างกายของเขาเกิดสั่นสะท้านเหงื่อบนใบหน้าผุดพรายและพลังมีแรงกดทับมหาศาลราวจะตรึงร่างเขาไว้ตรงนั้นให้แหลกเหลวสมองของเขากำลังประมวลผลถึงการหาวิธีรอดจากวิกฤติในครั้งนี้ก่อนจะปรากฏหยกชิ้นหนึ่งอยู่ในมือเขาจึงเค้นพลังบีบอัดลงไปหยกชิ้นนั้นก็สลายกลายเป็นผุยผงก่อนตัวเขาจะหายวับไปด้วยความเร็วสูงพลังโจมตีพลาดไปเพียงพริบตาเดียวก็เกือบเอาชีวิตเขาไปแล้ว
“ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อนหากเจอหน้าอีกทีคราวหน้าเจ้าไม่รอดแน่”
เมื่อเห็นว่าคนที่เขาคิดจะสังหารหนีหายไปต่อหน้าเช่นนั้นก็สร้างความโมโหเดือดดาลให้กับคนที่ลอยอยู่เบื้องหน้าที่ได้แต่กัดฟันกรอดๆอย่างจำใจก่อนที่เขาจะส่งเสียงคำรามให้สัตว์อสูรโบราณอย่างแมงป่องยักษ์เดินหน้าไปทางคนที่หลบหนีไปก่อนหน้านั้นทันที
ทางด้านไป๋เหอหลังจากหลบหนีมาได้ไกลในใจของเขาได้แต่ภาวนาขอให้คนผู้นั้นหนีรอดปลอดภัยแม้จะเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของคนผู้นั้นอยู่ไม่น้อยแต่ตัวเขาก็ต้องเร่งหลบหนีเอาชีวิตรอดเช่นกันรู้ทั้งรู้ว่าคนลึกลับที่ปรากฏตัวคงไม่ใช่คนบนโลกนี้แน่อาจจะเป็นคนที่มาจากโลกอื่นเหมือนคนที่อยู่ในถ้ำและพลังการต่อสู้นั้นก็ร้ายกาจเกินกว่าที่เขาจะต่อกรได้
"ข้าหวังว่าจะหนีรอดได้อย่างปลอดภัยนะ"
เขาห้อตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิตก่อนที่แผ่นหลังของเขาจะรู้สึกขนลุกซู่ราวกับว่าทางด้านหลังมีคลื่นสังหารแผ่รุนแรงมาทางเขาราวกับว่ามันกำลังมาถึงตัวเขาแล้วใจที่เป็นกังวลถึงอันตรายเริ่มเต้นแรงก่อนจะหันไปมองด้านหลังถึงคลื่นภัยคุกคามนั้นพอสบตาเท่านั้นเขาถึงกับเบิกตากว้างรีบเรียกกระบี่มาเล่มหนึ่งปัดพลังโจมตีออกพร้อมกับประทุวิชาเกราะกายาเหล็กเต็มกำลังเพื่อรักษาชีวิต
คลื่นพลังที่โจมตีเขานั้นมาจากเจ้าแมงป่องยักษ์ตัวนั้นที่ไล่ตามเขามาติดๆ
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกันตามมาเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ” ไป๋เหอสีหน้าตกตะลึงเป็นกังวลถึงชีวิตเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าราวจะไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าตนเองที่ใช้ความเร็วมากพอกลับถูกตามมาได้เร็วมากจนเขานึกกลัวก่อนที่จะได้ยินเสียงที่เขาไม่อยากจะได้ยิน
"เจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นอย่างนั้นเหรอ"
เมื่อคลื่นเสียงดังขึ้นก็ปรากฏไอสังหารที่รุนแรงออกมาจากบุคคลลึกลับที่ร่างค่อยๆเผยกายออกมาสีหน้าแววตามีความชั่วร้ายเผยให้เห็นเด่นชัดจ้องมองเหยื่อด้วยความกระหายใคร่อยากเข่นฆ่า
ไป๋เหอถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อมองเห็นคนผู้นั้นเขาไม่รู้ว่าจะใช้วิชาอะไรมาต่อกรแล้วดูเหมือนว่าคนตรงหน้าแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะสู้ด้วยได้
"เจ้าจะฆ่าข้าให้ได้้อย่างนั้นเลยรึไง" น้ำเสียงที่ตะโกนถามออกไปกล่าวอย่างไม่ยินยอมนักเหตุใดคนอ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของคนแข็งแกร่งด้วยซึ่งเขาไม่มีความยินยอมสักนิด
“ข้าไม่ชอบหน้าเจ้าแล้วก็เห็นเจ้าเป็นแค่ปลวกมดเท่านั้นคิดอยากสังหารก็ไม่ผิดนักหรอก”เขาตอบคำถามอย่างไม่ยี่หระคนที่เอ่ยถามสักนิดเขาสัมผัสได้ถึงความกลัวที่คนผู้นี้มอบให้ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบอย่างมากนั่นแหละสิ่งที่เขาต้องการก็คือความกลัวจากคนผู้หนึ่งซึ่งมีให้เขา
“ก็ได้เมื่อคิดอยากสังหารข้าอย่างนั้นข้าก็จะขอสู้ตายกับเจ้าเข้ามาเลย”
ในเมื่อยังไงก็หนีไม่พ้นงั้นก็สู้ให้ตายไปข้างหนึ่งเลยก็แล้วกัน ไป๋เหอไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วเมื่อในชีวิตของเขามีอุปสรรคมากมายถึงเพียงนี้แล้วหนียังไงก็ไม่รอดการต่อสู้ก็คือหนทางเดียวที่ทำได้งั้นเขาก็ยอมสู้ตายเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ตามเถอะ
มองเห็นความสิ้นหวังคนตรงหน้าชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจก่อนจะทะยานตัวเข้าไปหาคนที่เขาไม่ชอบหน้าหวังจะใช้ฝ่ามือทำลายคนผู้นั้นให้ย่อยยับในคราเดียว
ไป๋เหอมีความไม่ยินยอมจะตายง่ายๆเขาระเบิดเค้นพลังกายาเกราะเหล็กออกมาคุ้มกันกายแม้ภายในจะเกิดนึกกลัวแต่แววตายังคงมุ่งมั่นจ้องคนตรงหน้าด้วยท่าทางที่พร้อมจะต่อกร
"จงตายไปเสีย" ชายลึกลับตวาดออกไปเงื้อมือหวังจะฟาดไปยังร่างนั้นด้วยพละกำลังของตนเอง
"ข้าไม่ยินยอม!!" เมื่อไปเหอตะโกนออกมาอาวุธระดับสวรรค์มีมากถึง 50เล่มก็โผล่ออกมาหวังโจมตีคนเบื้องหน้าเช่นกัน
ชายลึกลับเม่ื่อเห็นอาวุธกำลังเข้ามาสกัดการโจมตีของเขาจากที่จะใช้พลังฝ่ามือสังหารคนตรงหน้าก็เปลี่ยนตวัดมือไปยังอาวุธเหล่านั้นแทนแต่ด้วยพลังที่รุนแรงของเขากลับทำให้ร่างกายคนที่เขาคิดสังหารได้รับผลกระทบไปด้วย
ไป๋เหอที่ไม่ทันได้หลบหลีกก็โดนพลังซัดโจมตีเข้าร่าง ก่อนร่างของเขาจะหล่นลงเหวเบื้องล่างที่มีป่าไม้เขียวขจีอยู่ร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีไปหลายครั้งดูเหมือนว่าเขาจะบาดเจ็บสาหัสเต็มทน
ความลึกของเบื้องล่างนั้นก็ทำให้ร่างตกลงมาไกลพอสมควรไป๋เหอพอมีสติรีบคว้ากิ่งไม้ที่มันยื่นออกมาจากหน้าผาไว้ได้ทันหากไม่เช่นนั้นร่างเขาตกลงไปคงต้องจบชีวิตลงแน่ๆยังดีที่ยังมีซอกเล็ก ๆให้ตัวเขาพอจะเข้าไปยืนได้เขาไม่รู้ว่าวิธีการที่เขาทำจะสามารถหลบพ้นได้เหรอไม่ ได้แต่ภาวนาว่าขอให้คนที่คิดจะตามลงมาหาเขาไม่พบ
เขายืนนิ่งอยู่ครู่ก็สัมผัสได้ว่าคนผู้นั้นได้ล่องลอยลงมายังเบื้องล่างตามเขามาแล้ว เขารีบขยับกายเข้าไปข้างในให้ลึกสุดก่อนจะคว้าเถาวัลย์แถวนั้นมาปิดบังกายหวังว่าคนผู้นั้นจะหาเขาไม่เจอรีบเก็บพลังปราณไม่ให้คนผู้นั้นสัมผัสได้
“นี่มันอะไรกันเจ้านั่นหายไปไหนแล้ว”
คนที่เหาะมาถึงเบื้องล่างเหาะสำรวจไปทุกที่แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาร่างของคนที่ตกลงมาก็รู้สึกสงสัยและหงุดหงิดทันทีคนผู้หนึ่งจะหายไปได้อย่างไรกันแล้วเขาก็ไม่สามารถสัมผัสการมีอยู่ของคนผู้นั้นได้สร้างความงุนงงและเดือดดาลให้แก่เขาอย่างมากก่อนที่เขาจะเหาะขึ้นไปอย่างนึกเสียดาย
ไป๋เหอหลังจากเห็นว่าคนที่คิดสังหารเขาไปแล้วก็รู้สึกโล่งอกขึ้นรีบดึงยาออกจากแหวนมารักษาอาการบาดเจ็บทันที เมื่อกี้เขากลัวแทบแย่ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะสามารถรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
“เจ้าคนชั่วช้านั่นคอยดูเถอะเมื่อข้ารอดไปได้และมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าเจ้าข้าจะสังหารเจ้าด้วยมือข้าเอง”
ความโกรธแค้นที่เป็นฝ่ายถูกกระทำและความนึกเสียดายอาวุธระดับสวรรค์ที่ถูกทำลายลงไป๋เหอก็มีความตั้งมั่นไว้ว่าเขาจะต้องล้างแค้นให้จงได้คนผู้นี้ได้สร้างความจดจำในจิตสำนึกของเขาแน่นสนิทคิดว่าสักวันหากเขายังมีชีวิตรอดอยู่คนผู้นี้เขาจะสังหารด้วยมือเขาอย่างแน่นอน
ในระหว่างที่เขากำลังนึกคิดอยู่นั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เริ่มคืบคลานเข้าหาตัวเขาเรื่อยๆก่อนจะมัดแน่นไปยังร่างไป๋เหอที่ยังไม่ทันระวังตัว
“นี่!! นี่มันอะไรกันเถาวัลย์พวกนี้"
เขามองดูสิ่งที่กำลังรัดพันตัวเขาด้วยใบหน้าตื่นตะลึงพยายามดึงมันออกพยายามขยับตัวแต่ที่แคบเกินไปทำให้เขาขยับตัวลำบากเถาวัลย์ยังคงมัดร่างเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆจนเขาเจ็บทั้งร่างทรมานอย่างเจ็บปวดแขนขาที่คิดว่าจะใช้ได้ก็ถูกตรึงด้วยเถาวัลย์แน่นเถาวัลย์เริ่มขยับลามขึ้นมารัดคอร่างกายที่ยังได้รับบาดเจ็บยังไม่หายดีมันทำให้อวัยวะภายในแทบจะแหลกเหลวเพิ่มก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ราดรดไปที่ต้นเถาวัลย์
“ไม่! ข้าไม่ต้องการตายอยู่ตรงนี้ข้าจะต้องออกไปแก้แค้นศัตรู”
เขาคำรามลั่นด้วยเสียงหนักแน่นไม่คิดจะยอมแพ้ต่อโชคชะตาสิ่งที่พูดไปเมื่อกี้ยังไม่ได้ลงมือทำเรื่องอะไรเขาจะยอมแพ้เขาจึงใช้กำลังทั้งหมดที่มีเค้นพลังลมปราณออกมาเต็มที่พร้อมระเบิดพลังวิชากายาเกราะเหล็กเถาวัลย์ที่มัดตัวแน่นเริ่มคลายตัวลงทีละนิดนั่นมันพอที่จะทำให้เขาเริ่มขยับตัวได้เขาใช้แรงที่มีพยายามกระชากเถาวัลย์ออกจากตัวแต่มันกลับไม่ปล่อยเขาง่ายๆมันกลับรัดเขาหนักขึ้น
เพื่อที่จะหาหนทางเอาชีวิตรอดเขาจึงอ้าปากงับใช้ฟันกัดฉีกมันออกมาทีละเล็กละน้อยเถาวัลย์ไม่ได้เหนียวเกินไปเขาสามารถกัดเนื้อมันออกทีละนิดจนขาด จากที่กำลังจะรัดคอเขาอยู่ตอนนี้มันกลับขาดท่อนหนึ่งลงไปกองกับพื้นแต่ที่น่าแปลกใจก็คือเถาวัลย์นี้กลับมีรสชาติหวานแต่เถาวัลย์ที่กัดทิ้งไปกลับยาวขึ้นเหมือนเดิมมันกำลังเข้ามารัดคอเขาอีกครั้งไป๋เหอมีแววสิ้นหวังไม่คิดว่าจะมาตายเพราะเถาวัลย์บ้านี่ หนีรอดจากคนมาได้ก็มาเจอเจ้าเถาวัลย์ที่ดูเหมือนจะมีชีวิตนี้อีกเขาเริ่มท้อแท้กับชีวิตแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ตายด้วยน้ำมือคนแต่จะตายด้วยเถาวัลย์นี่
ในขณะที่ไป๋เหอเริ่มรู้สึกสิ้นหวังหลังจากต่อสู้กับเถาวัลย์จนร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าจะไม่สามารถต่อต้านมันอีกได้แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความแปลกของร่างกายตนที่เกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น! กับร่างกายข้าเหตุใดมันร้อนขนาดนี้”
เขาเริ่มมีอาการร้อนรนกระดิกตัวไปมาอย่างทุกข์ทรมานแทบจะแดดิ้นสิ้นชีวิตอยู่ตรงนั้นเถาวัลย์ที่มัดตัวเขาเริ่มรู้สึกว่ามันคลายลงเรื่อยๆตอนนี้สติสัมปชัญญะของเขาเลื่อนลอยไร้ความคิดใดๆดวงตาเหลือกราวกับคนกำลังจะหมดลมหายใจก่อนที่ร่างนั้นจะดับสิ้นความรู้สึกสลบเหมือดลง
ผ่านไปหลายชั่วยามทางด้านสหายที่ร่วมสู้อยู่ด้วยที่ได้พากันหลบหนีต่างเมื่อรอดชีวิตได้ก็พากันหวาดผวากับสิ่งที่ได้พบต่างก็นึกถึงคนที่ร่วมสู้ด้วยกันไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
“เจ้าว่าตอนนี้คนที่เหลือจะหนีรอดกันได้หรือไม่ข้าเป็นห่วงพวกเขาเหลือเกิน” หนิงเฉินกล่าวด้วยสีหน้าร้อนใจแม้ว่าจะหลบหนีออกมาได้แต่สหายที่ร่วมเดินทางกันมาก็ต่างหายไปคนละทิศคนละทางทำให้เขาเป็นห่วงอย่างมาก
“ข้าว่าพวกเราทุกคนต้องรอดออกจากด่านที่นี่ได้ ข้าเชื่อว่าพวกเราจะได้พบกันข้างนอกแน่” หนิงเจี้ยนกล่าวเสริมขึ้นมาบ้างแม้ว่าคำพูดของตนมีความไม่มั่นใจเต็มร้อยแต่เขาไม่ต้องการคิดอย่างนั้นเขายังคงมองในแง่บวกว่าพวกเหล่าสหายทุกคนจะรอดและออกไปเจอหน้ากันได้อีกครั้ง