ตอนที่ 33
หลังจากที่ฟ่านเสี่ยวโหรว ได้ยินที่ชิงเทียนพูด เธอก็เอียงคอสงสัย “ผู้บ่มเพาะ... มันคืออะไรค่ะ?" เธอคิดว่ามันคงเป็การปลูกต้นไม้ หรือเขาอยากจะให้เธอเป็คนสวน
ชิงเทียนแบมือ บอลเพลิงสีฟ้าลุกโชติ่ อยู่ต่อหน้าฟ่านเสี่ยวโหรว เธอถอยหนีด้วยความใจนเกือบจะหงายหลัง “นี่คือสิ่งที่ฉันสอนให้ลู่ซือ และโอวหยางเจิ้งหยู"
ฟ่านเสี่ยวโหรว มองไปทางหลิวลู่ซือ สลับกับบอลเพลิงสีฟ้า เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมโอวหยางเจิ้งหยู ถึงเคารพอาจารย์ของเขานัก “ฉ... ฉันก็สามารถเรียนได้เหรอค่ะ?"
“แน่นอน และหากเธอทำได้ดี ฉันจะพาเธอไปยังโลกที่อยู่เหนือกว่า และเธออาจจะเป็ะเลยก็ได้ หากติดตามฉัน" ชิงเทียนยื่นมือไปหาเธอ
ฟ่านเสี่ยวโหรว รู้สึกว่าที่ชิงเทียนพูดมา ดูจะเป็แค่เื่ไร้สาระ แต่ว่า ถ้าแม้แต่โอวหยางเจิ้งหยู ยังยอมเป็ลูกศิษของชิงเทียน เธอจะยอมเชื่อเขาสักครั้งก็ได้ “ฉันอยากเป็ผู้บ่มเพาะค่ะ"
ชิงเทียน เผยรอยยิ้มออกมา “ลู่ซือ พาเธอไปศึกษาพื้นฐานของผู้บ่มเพาะ " หลังจากตอบรับคำสั่งของชิงเทียนแล้ว พวกเธอก็พากันขึ้นไป้าห้อง เพื่อเรียนรู้จุดพลังปราณ
หลังจากการฝึกซ้อมกับหลิวลู่ซือ ร่างกายของชิงเทียนก็ค่อนข้างเหนอะหนะ และมีเหงื่อไคลเต็มตัว จึงขึ้นไปอาบน้ำที่ชั้นบนเช่นกัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชิงเทียนเดินมาเปิดประตู “อาจารย์ ดูเหมือนว่าพี่สาวเสี่ยวโหรวจะมี...." หลิวลูซือกับฟ่านเสี่ยวโหรว ที่เห็นชิงเทียนเปลือยท่อนบนก็พากันหน้าแดงและเบือนหน้าหนี
ชิงทียนพึ่งคิดได้ ว่าเขายังไม่เปลียนชุด เลยปิดประตู และกลับมาพร้อมกับชุดนอน “มีอะไร?"
“ร่างกายของพี่สาวเสี่ยวโหรว ดูจะมีอาการติดขัดค่ะ"
ชิงเทียนมองเธอขึ้นๆลงๆ “เข้ามาสิ..." เขาเปิดประตูเชิญพวกเธอเข้ามาในห้อง หลังจากผ่านไปสักพัก เสียงร้องครางก็ดังออกมาจากห้องเป็ระยะ
“เลิกทำเสียงแบบนั้นสักทีจะได้ไหม" ชิงเทียนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขากลัวว่าแม่ของเขาที่อยู่อีกห้องจะเข้าใจผิดได้
“ก...ก็มัน อร๊างง... สบายตัวดี อื๊มมม... นี่ค่ะบอส" ฟ่านเสี่ยวโหรวกำลังถูกชิงเทียนใช้มือนวดคลายจุดให้เธอ เขาคิดว่าน่าจะเป็เพราะเธอทำงานหนักมากเกินไป จึงทำให้เส้นชีพจรติดขัด
หลิวลู่ซือนั่งดูด้วยความอิจฉา เธออยากให้ชิงเทียนนวดให้เธอบ้าง แต่เขาบอกว่าร่างกายเธอปกติดี เธอจึงต้องมานั่งดูชิงเทียน นวดให้ฟ่านเสี่ยวโหรวอยู่ห่างๆ
สายตาของชิงเทียน เหลือบมองไปทางหลิวลู่ซือ “มองแบบนั้นหมายความว่ายังไง" เขาเห็นสีหน้าของเธอ ก็พอจะดูออก “เข้าใจแล้วๆ เดียวฉันจะนวดให้เธอด้วย"
“เย้!! อาจารย์ใจดีที่สุด"
เสียงครวญคราง ดังออกมาจากห้องชิงเทียนไม่หยุด จนชิงอันต้องโทรมาบอกเขา ว่าลู่ซือยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งชิงเทียนก็อธิบายไปพร้อมกับกุมขมับ วันนี้สองสาวทำเขาปวดหัวจริงๆ
******************************
วันรุ่งขึ้น ชิงเทียนตั้งใจจะไปโรงเรียน เขาไม่ได้ไปเรียนหลายอาทิตย์แล้ว เย่เสวี่ยหลันยังคงนั่งที่โต๊ะตัวเดิม และยิ้มให้เขาเช่นทุกครั้ง “หายไปนานเลยนะค่ะ คุณหมอ"
“อย่าแซวน่า ฉันต้องไปทำธุระหลายอย่าง พึ่งจะได้พักนี่แหละ" เขาทำหน้าเซ็งเล็กน้อย
เย่เสวี่ยหลันมองเขาด้วยความเป็ห่วง “อย่าฝืนล่ะ หาเวลาพักผ่อนบ้าง"
ชิวเทียนััได้ถึงความอบอุ่นจากเธอ “วันนี้ไปกินข้าวบ้านฉันไหม?" ชิงเทียนเอ่ยชวนเธอ เขาอยากจะถามถึงความฝันของเธอเพิ่มเติมด้วย เย่เสวี่ยหลันพยักหน้าตอบพร้อมรอยยิ้มอันมีเสน่ห์
*******************************
ภายในเมืองจี่หนาน ชายคนหนึ่งกำลังเดินสะพายกล่องขนาดใหญ่ เดินมาตามท้องถนน เขามีหน้าตาคล้ายคนญี่ปุ่น ที่กล่องขนาดใหญ่ มีสติกเกอร์แปะไว้เต็มไปหมด คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่ามันคือเครื่องดนตรี “ให้ตายสิ แค่ภารกิจจับหมอคนเดียว ต้องลำบากถึงฉันเลยรึไง" เขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครบางคน
“หยุดบ่นซักทีซาโต้ แพทย์เทวะไม่ใช่หมอธรรมดา เรา้าตัวเขา เพื่อเค้นเอาความรู้ทางการแพทย์" เสียงปลายสายตอบกลับมา
“ก็ส่งพวกระดับ 3 มาไม่ได้รึไง รู้ไหมว่าฉันต้องกลับไปเล่นเกมจีบสาวต่อให้จบ ฉันขอสาปแช่งนาย ที่แยกฉันออกห่างจากฮารุจัง" ซาโต้ตอบด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจเป็อย่างมาก
“เออๆ ถ้าทำงานเส็จ ฉันจะซื้อหมอนข้างฮารุจัง รุ่นลิมิเต็ดให้"
“นายพูดเองนะ จำคำพูดตัวเองไว้ด้วยล่ะ"
*****************************
ชิงเทียนและเย่เสวี่ยหลัน เดินกลับบ้านผ่านถนนเส้นเดิม “ทำไมแถวนี้ไม่มีคนเลย?" เย่เสวี่ยหลันรู้สึกถึงความผิดปกติ
ชิงเทียนยืนนิ่งอยู่กับที่ “ั้แ่ตอนไหนกัน? มิติเอกเทศ..." เขาพบว่าตัวเอง และเย่เสวี่ยหลันกำลังอยู่ในมิติที่ถูกปิดกั้นจากภายนอก พลังแห่งห้วงมิติ มีเพียงแค่เซียนที่รู้แจ้งเจตจำนงค์แห่งมิติเท่านั้น จึงจะสามารถใช้ได้
ชายคนหนึ่งสะพายกล่องขนาดใหญ่ เดินเข้ามาหาพวกเขา “นี่คุณหมอ... ช่วยไปกับผมได้รึเปล่า?" เขาพูดเป็ภาษาอังกฤษ ลักษณะเป็ชายสัญชาติญี่ปุ่น มัดผมหางม้าที่กระเซอะกระเซิง รวบไว้ทางด้านหลัง
ชิงเทียนเอาตัวเข้ามาบังเย่เสวี่ยหลันไว้ “ขอโทษด้วย พอดีมีนัดแล้ว" เขาตอบเป็ภาษาอังกฤษเช่นกัน แล้วเรียกกระบี่มารฟ้าออกมา คมกระบี่แฝงไปด้วยพลังปรานที่ดูอันตราย
“ำไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า ตามรายงานนายเป็หมอไม่ใช่เหรอ แล้วที่ถืออยู่นั่น กระบี่?" ซาโต้ปลดกล่องที่สะพายไว้ มาตั้งไว้ด้านหน้า
เขารู้สึกถึงแรงกดดันจากชิงเทียน ได้อย่างชัดเจน “ถ้าอย่างนั้น ก็ช่วยทำให้ฉันหายเบื่อหน่อยเถอะ!" เขาเปิดกล่องแล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ ดาบคาตานะ 36 เล่ม พุ่งออกมาจากกล่อง แล้วร่วงหล่นลงไปปักอยู่กับพื้น มันมีออร่าห่อหุ้มทั่วใบดาบ
ซาโต้สามารถผนึกคลื่นความถี่สูงลงไปในวัตถุ โดยกล่องที่เขานำมาด้วยนั้น ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ใบดาบแทงโผล่ออกมา เพราะต่อให้เก็บไว้ในกล่องเหล็กกล้า มันก็จะถูกแทงทะลุเหมือนกระดาษอยู่ดี
ดาบทุกเล่มปักแน่นอยู่ที่พื้น ซาโต้พุ่งเข้ามาพร้อมกับดึงดาบที่ปักอยู่หนึ่งเล่มมาฟาดฟันกับชิงเทียน การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วมาก ชิงเทียนใช้กระบี้ปัดป้องอย่างยากลำบาก
กระบี่ของชิงเทียนไม่สามารถทำอะไรดาบของซาโต้ได้ และดาบของซาโต้ก็ไม่สามารถสร้างรอยบิ่นบนกระบี่ของชิงเทียนเช่นกัน “เป็กระบี่ที่สุดยอดมาก!" ซาโต้ฉีกยิ้มอย่างหลงไหล
ซาโต้ดึงดาบมาอีกเล่ม ตอนนี้เขากำลังสู้กับชิงเทียนด้วยวิชาดาบคู่ ชิงเทียนถอยเว้นระยะ แล้วเรียกัเพลิงสีฟ้าออกมา เขาส่งมันพุ่งไปข้างหน้า ัเพลิงสีฟ้าลอยพุ่งมาด้วยความเร็ว ซาโต้เคลื่อนตัวหลบอย่างหวุดหวิด
‘บรึ้มมมม!!!!' ตึกทางด้านหลังถูกะเิกระจุย และโครงสร้างที่เป็เหล็กก็หลอมละลาย ซาโต้ใช้ดาบในมือซ้าย งัดดาบอีกเล่มที่เสียบอยู่ที่พื้น ลอยขึ้นมาในอากาศ จากนั้นก็ใช้เท้าเตะด้ามดาบด้วยความแรง มันซัดพุ่งเข้าหาชิงเทียน ด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่าะุปืน
ชิงเทียน ใช้กระบี่เบี่ยงวิถีได้อย่างฉิวเฉียด ที่เขาไม่ยอมหลบก็เพราะว่า เย่เสวี่ยะหลันหลบอยู่ด้านหลังเขา ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอาการหวาดกลัว และตื่นตระหนก
ซาโต้ขว้างกระบี่ 2 เล่มในมือ นำหน้ามา มันหมุนควงเป็กงจักรเข้าหาชิงเทียน สายลมโดยรอบ รวมตัวที่ดาบคล้ายพายุขนาดย่อม จากนั้นเขาก็พุ่งตัวตามมา แล้วคว้าดาบที่อยู่บริเวณนั้นมาอีก 2 เล่ม ชิงเทียนปัดการโจมตีของกงจักรดาบ จากนั้นก็ใช้คลื่นปราณกระบี่ซัดตอบโต้กลับไป 3 ครั้ง ซาโต้ป้องกันได้เพียง 2 ครั้ง เท่านั้น ปราณกระบี่จันทร์เสี้ยว ที่หลุดผ่านการป้องกัน เฉือนเข้าที่แขนขวาของซาโต้ แต่ก็ยังไม่ลึกเท่าที่ควร
“ชักจะไม่หมูแล้วสิ..." ซาโต้พูดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
ชิงเทียนเองมีทีท่าเหนื่อยหอบ ซาโต้น่าจะแข็งแกร่งพอๆกับ ขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นต้น ชิงเทียน ที่อยู่ในขอบเขตสร้างแก่นปราณขั้นต้น สามารถสร้างาแให้ซาโต้ได้ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
“นี่มันเป็งานที่ไม่คุ้มเลยจริงๆ" ซาโต้บ่นอิดออด เขาใช้ปลายเท้าเตะดาบที่หล่นอยู่บนพื้นพุ่งเฉียงเล็งไปที่หน้าของชิงเทียน เสมือนเป็เส้นแสงสีขาว
ชิงเทียนยกกระบี่ป้องกันใบหน้า หลังจากเบี่ยงเบนทิศทางดาบได้อีกครั้ง ซาโต้ก็หายไปจากจุดที่ยืนอยู่ ชิงเทียนพึ่งรู้ตัวว่าเขาถูกหลอก ให้บดบังทัศนวิสัยของตนเอง แต่เขายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้
“ข้างบน!" ชิงเทียนยกกระบี่แล้วฟันสวนขึ้นไป้า ดาบและกระบี่ปะทะกันจนเกิดประกายไฟ คลื่นกระแทกแผ่ออกมาเป็วงกว้าง จนทำให้มวลอากาศสั่นไหว ซาโต้ะโถอยหลัง แต่ในขณะที่เท้าของซาโต้ถึงพื้น ดวงตาของชิงเทียนก็มีแสงสีฟ้าสว่างวาบ ‘เนตรสะกดเทพ' ร่างของซาโต้ชะงักค้าง เขาตื่นใถึงขีดสุด
‘เฉือนจันทร์ ดับดารา' ชิงเทียนวาดกระบี่ในแนวนอน เกิดเป็คลื่นเปลวเพลิงสีฟ้า ที่แฝงประกายอัศนีถาโถมเข้าใส่ซาโต้ ในเสี้ยววินาทีที่ เปลวเพลิงคมกริบ จะตัดร่างกายของซาโต้เป็ 2 ท่อน พันธนาการก็คลายพอดี แต่ซาโต้ไม่สามารถหลบพ้นได้ทั้งหมด เขามีรอยบาดยาวั้แ่เอวเกือบถึงสะดือ เืเริ่มไหลออกมาจากาแ
ชิงเทียนหวังจะพุ่งมาซ้ำ ทว่ามีชายลึกลับปรากฎออกมาจากความว่างเปล่า เขาใช้มือแตะไปที่ตัวของซาโต้ แล้วหายไปอย่างไร้ล่องลอย ชิงเทียนเคยดูภาพยนตร์ไซไฟมาบ้าง และสิ่งนี้ช่างคล้ายกับการเทเลพอร์ต ‘มนุษย์ที่สามารถใช้กฎของมิติได้อย่างใจนึก ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย' ชิงเทียนเก็บกระบี่มารฟ้า เข้าไปในจุดตันเถียน
มิติที่กางคลุมพื้นที่ไว้สลายหายไป ชิงเทียนรีบเดินไปดูอาการเย่เสวี่ยหลัน เธอกำลังยืนช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้น โชคดีที่เธอไม่ถูกลูกหลง “เธอไม่เป็อะไรนะ?" ชิงเทียนถามเพื่อความแน่ใจ
ภาพหลอนปรากฏขึ้นภายในหัว ของเย่เสวี่ยหลันอีกครั้ง เป็เหตุการณ์ที่เธอกำลังต่อสู้กับปีศาจตัวมหึมา มันมีขนาดเท่าดาวเคราะห์น้อย ไม่สามารถมองออกได้ว่า มันมีพื้นฐานเป็สัตว์ชนิดใดกันแน่ ในขณะที่เธอกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ
‘เฉือนจันทร์ ดับดารา' เส้นแสงที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า ตัดผ่านปีศาจขนาดมหึมา ออกเป็สองซีก ชายหนุ่มในชุดคลุมัหันมาถามเธอด้วยความเป็ห่วง “เ้าไม่เป็อะไรนะ?"
น้ำตาของเย่เสวี่ยหลันไหลซึมออกมา เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเอง ได้อีกต่อไป เย่เสวี่ยหลันโน้มตัวไปข้างหน้า แล้วบรรจงจูบชิงเทียนอย่างดูดดื่ม เมื่อได้สติคืนมา เย่เสวี่ยหลันผลักชิงเทียนออกไปด้วยความใ หน้าของเธอแดงก่ำ
“ฉ....ฉันไม่ได้ตังใจ" เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขา เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอต้องทำอย่างนั้น
ชิงเทียนยิ้มเล็กน้อย เขาจับมือเย่เสวี่ยหลัน “กลับบ้านกันเถอะ" พวกเขาเดินจูงมือกัน ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำ
------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิต์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิต์-105158271890771