ตอนที่สิบแปด วิถีของโนบิตะ
“วิถีของโนบิตะ”
ที่มักจะคิดว่าความสามารถของโนบิตะคือยิงปืนกับพันด้ายไม่เกี่ยวข้องกันเป็นความสามารถสองอย่าง
แต่มันสามารถแปลได้ว่า
โนบิตะคือคนที่มีความสามารถในการกะระยะทิศทางและการจับการเคลื่อนไหวสามมิติ
และตอนนี้ผมก็สามารถจำลองภาพสามมิติถึงห้ามิติในหัวได้และเลื่อนการเคลื่อนไหวของเวทมนตร์ได้ง่ายดายมากขึ้นกว่าเดิมเหมือนอีกอวัยวะหนึ่ง
สมองนั้นค่อยๆเสริมพลังด้วยเวทมนตร์ที่ได้ส่งผลมากว่าการฝึกฝนสมองด้วยวิธีปรกติ
วิธีของการดัดแปลงดีเอ็นเอ ตามทฤษฎีจะได้ประมาณ 10 iq นั้นเป็นขีดจำกัดซึ่งไม่ใช่น้อยๆหากดูตามแผนภาพของไอคิว
ช่องว่างระหว่าง 10 IQ คือช่องว่างระหว่าง”คนธรรมดา” กับ”อัจฉริยะ” หรือ “ปัญญาทึบ” กับ “คนปรกติ” ตามค่าเฉลี่ย
แน่นอน IQ ไม่ใช่ทุกอย่าง
หากคนเล่นเกมส์จะรู้ว่า int กับ wis หรือ cha นั้นเป็นคนละค่าสถานะกัน
แต่ความสามารถในการมองดูจัดหมวดหมู่ ใช้ตรรกะที่เกี่ยวข้องกับ IQก็เป็นสิ่งจำเป็นในการแก้ปัญหาทางเทคนิค
ซึ่งเป็นสาเหตุที่โนบิตะสามารถแก้ไขและออกแบบการพันด้ายแบบใหม่ได้เพราะที่จริงเขาสามารถจำลองภาพการเคลื่อนไหวสามมิติในหัวได้อย่างง่ายดาย
หากมีคนทดสอบไอคิวของโนบิตะด้วยรูปแบบของด้ายและภาพสามมิติ อาจจะได้ไอคิวแบบชิกามารุ
น่าเสียดายที่ระบบของคนปรกติ ไม่สามารถรองรับอัจฉริยะอย่างโนบิตะได้
ผมก็ทำการเลียนแบบโนบิตะนั้น
สร้างสมองที่สามารถจินตนาการภาพการเคลื่อนไหวสามมิติภายในหัว
อันที่จริง
หากผมไม่สนด้านความแม่นยำ ผมสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างกอริลล่า
ที่สร้างความแข็งแรงได้มากกว่าคนธรรมดา แต่ความแม่นยำของการเคลื่อนไหวจะน้อยลง
ตอนนี้ผมพัฒนาทักษะที่ทำให้มนุษย์ได้เปรียบสรรพสัตว์ก่อน
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของข่านแห่งสตาร์เทร็ก
ไม่ใช่กำลังแต่เป็นสติปัญญา
เคล็ดวิชาต่างๆ ไม่ใช่ศาสตร์การเรียนจับฉ่ายแบบเป็ด
แต่ทุกเคล็ดวิชานั้นมีเป้าหมายเดียวกันแบบวิทยาศาสตร์
“การเข้าใจถึงความเป็นไปของโลกให้ได้มากกว่าเดิม ค้นหาความเป็นจริงที่เป็นจริงยิ่งขึ้น”
เหมือนกับแนวทางทฤษฎีของทุกสิ่ง unified theory นั่นล่ะ
ว่ามันเหมือนจิ๊กซอว์ที่มีภาพใหญ่และชิ้นส่วนมากมาย
ผมก็แค่พยายามจะต่อให้มันสมบูรณ์ขึ้นมาเท่านั้นเอง
คติตาบอดคลำช้างนั้นคือเรื่องจริง
แต่มีคนคลำช้างไปมากมายแล้ว ถึงเวลาต้องวาดภาพตัวช้างนั้นแล้วด้วยทฤษฎีเวทมนตร์และต่างมิติ
ผมไม่ได้ทำเรื่องนี้เพียงลำพัง มีอัจฉริยะมากมายเดินทางมาก่อนผม ดร.ชมิทช์ที่คิดค้นประตูไปมิตินรกก็เป็นหนึ่งในนั้น
Mind Domination
หนังสือของการไมด์คอนโทรลล้างสมอง
ผมเอามาใช้เพื่อสร้างสมอง เสริมพลังให้แข็งแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ไม่เลือดกำเดาไหลหรือเกิดการกระทบกระเทือนเมื่อใช้เวทมนตร์
จากความรู้สึกที่เหมือนกับสมองเป็นก้อนเจลลาติน
เมื่อศึกษาหนังสือก็เริ่มสร้างสมองมีความแข็งแกร่งราวกับป้อมปราการ
ท่ามกลางชิ้นส่วนเล็กๆจากขยะรีไซเคิลที่รวบรวมมาได้
ผมขยับมือทีหนึ่งก็เริ่มต่อรวมตัวกันเป็นรูปร่างของปากกาเล็กๆที่สามารถยิงไฟหรือน้ำแข็งมาได้สองนัด
ความสามารถทางร่างกายและความสามารถเทเลคิเนซิส เพิ่มขึ้นได้อย่างมากหากเรามีพลังงานมากพอ
แทบจะไม่ได้นอน ผมก็พบว่าเช้าอีกวันแล้วแต่กลับไม่ง่วงเลยแม้แต่น้อย
ที่มาจากการพัฒนาคุณภาพของสมองและการฝึกซ้อมพลังจิต
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดของร่างกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเวทย์จากพลังงานมหาศาลที่ได้มาจากการรีไซเคิลขยะหลายสิบกิโลกรัม
..
10%อาจจะดูเหมือนน้อย แต่สำหรับนักกีฬาระดับโลกเพียงแค่หนึ่งวินาทีก็คือการตัดสินว่าจะได้แชมป์หรือไม่
และความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาแค่10% ก็แสดงผล
คนเรามีขีดจำกัดกำแพง 10 วินาทีในการวิ่ง100 เมตรของนักเรียนมัธยมปลาย
คนทะลุ 10 วินาทีได้ก็จะได้เป็นนักวิ่งระดับโลก
หรือพูดแบบอายชิลด์ 4.2วินาทีต่อสี่สิบหลา
แลนซ์ อาร์มสตรอง นักกีฬาอาชีพที่จะก้าวล้ำเหนือคนมืออาชีพที่ฝึกฝนอย่างหนักด้วยกัน ก็ต้องพึ่งยาที่เพิ่มให้เลือดเข้มข้นขึ้น สูบฉีดออกซิเจนให้เพิ่มมากขึ้น
ในวงการมืออาชีพที่ทุกคนพยายาม มีโค้ชมืออาชีพและอาหารการกิน มีวินัยในตนเอง
ที่เท่ากันทุกอย่างที่ต่างกันก็คือ คุณสมบัติทางร่างกายหรือการโด๊ปยานั่นเอง
เราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ร่างกายก็ไม่อาจเท่ากับคนที่เกิดมาเหมาะสมกับกีฬาชนิดนั้นได้
คนเราตกเป็นข้าทาสของดีเอ็นเอที่เรากำเนิดมา นั่นคือสัจธรรม
การฝึกมาถึงขีดจำกัด พยายามน้ำตาเป็นสายเลือด เสียหยาดเหงื่อไปเท่าไร
ก็เพื่อให้ได้ร่างกายที่ดึงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่อย่างที่นักกีฬาทำ
แต่หลังจากนั้นล่ะ ถ้าเราอยากเป็นแชมป์ทำได้แค่เลิกฝันอย่างนั้นหรือ?
โอโรจิมารุที่ต้องหาเซลล์ของตระกูลอุจิวะก็เพราะเหตุนี้
เพราะเขาไม่ยอมแพ้ต่อขีดจำกัดของเขาที่กำเนิดมาไม่มีความสามารถพิเศษอย่างตระกูลอุจิวะ
เขาเชื่อมั่นว่าสติปัญญาและวิทยาศาสตร์จะแก้ปัญหาที่พบเจอได้
และคาบุโตะก็เป็นคนที่ทำไอเดียสำเร็จในการปลูกถ่ายดีเอ็นเอที่มีพลังจักระสูงของท่านโฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งได้สำเร็จ
ผมไม่ถึงขั้นมีพลังเท่าท่านรุ่นที่หนึ่ง ฮาชิรามะ
ผมแค่ทำลายสถิติสิบวินาทีได้แล้วเท่านั้น..โดยไม่ต้องเสริมพลังเวทย์ในร่างกายเลย
ร่างกายที่มีแสงแห่งเทพอยู่นั้น อยู่เหนือกว่าขีดจำกัดคนปรกติธรรมดา
ที่แค่ความสามารถพื้นฐานก็เกินขีดจำกัดคนธรรมดาสิบวินาทีนี้ไปแล้ว
และนี่ยังจะพึ่งเริ่มเท่านั้น
ผมจะฝึกฝนร่างกายเพิ่มขีดจำกัดให้สูงมากขึ้นไปอีก
ยาโด๊ปทำให้นักกีฬาอาชีพคนหนึ่งเหนือนักกีฬาอาชีพอีกคนหนึ่ง
พลังเวทย์จะทำให้ผมเหนือมนุษย์ปรกติที่ฝึกมาอย่างดีพวกนั้นขึ้นไปอีก
10%
มันไม่ใช่ 10% ที่เพิ่มขึ้น แต่เป็น 10% ที่มากกว่าขีดจำกัดของร่างกายและยังมีทางให้ไปต่อได้อีก
คือจุดที่ต่อให้พยายามแค่ไหนด้วยวิธีธรรมดาก็ไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้
..
ผมต้องขอถอนคำพูดเรื่องวิทยาศาสตร์ไม่แพ้เวทมนตร์ ผมรู้สึกอายจนหน้าชาเมื่อเห็นผลลัพธ์ด้วยตาของตนเอง
จากที่เมื่อวานผมต้องหลบพวกนักกีฬา กลายมาเป็นตอนนี้ผมวิ่งนำหน้าพวกเขาด้วยความเร็วสูงกว่าและความอดทนที่มากกว่าได้โดยไม่รู้สึกเหนื่อยแถมยังรู้สึกสดชื่นยิ่งกว่าทานพวกเมทแอมเฟตามีนเสียอีก
ผสมผสานกับการที่ผมใช้คาถา purify ชำระล้าง กรดที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อที่ออกกำลังกายและทำให้รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ
คนที่เป็นนักกีฬาระดับโลกได้คือคนที่ทนพวกกรดเหล่านี้ได้เท่านั้น
ที่บอกว่านักกีฬาระดับโลกต้องมีร่างกายพิเศษเพราะต้องเป็นคนที่ทนทานพวกสารเคมีต่างๆเหล่านี้ได้เท่านั้น
ส่วนผมมีตัวช่วยจากเวทมนตร์ divine spark ที่เสริมสภาพร่างกายและ purify
ที่ผมเหนือกว่าพวกนักกีฬารวมไปถึงความอึด
และรู้สึกดีใจปนเศร้าใจที่เห็นผลลัพธ์ที่ต่างไปด้วยตาของผมเอง
นักกีฬาที่ฝึกหนักมาตลอด แพ้คนที่พึ่งจะฝึกหนักมาเมื่อวานด้วยเวทมนตร์แสงแห่งเทพที่เสริมพลังร่างกาย
คนปรกติต้องฝึกร่างกายให้ปวดกล้ามเนื้อ จึงจะมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
Pain and Gainเจ็บปวดจึงจะได้กล้ามเนื้อเพิ่ม
แต่ผมวิ่งแซงหน้าพวกเขากว่าครึ่งรอบด้วยร่างกายที่เสริทมแสงเทวะนี่มาแล้ว
คุ้มค่ากับค่าไฟที่ต้องจ่ายไปทุกดอลล่าร์ที่ใช้แหวนแปลงพลังไฟฟ้าของบ้านและอากาศ พลังงานรอบข้างเป็นแสงเทวะ
รู้สึกตัวอีกทีผมก็น็อครอบพวกนักกีฬาและผมรู้สึกตัวว่าได้กลายเป็นจุดสนใจของห้องไปแล้ว
ปรกติเลโอนาร์ดจะวิ่งในช่วงสั้นๆได้เร็วกว่าพวกนักกีฬา เนื่องจากมีช่วงขาที่ยาวและระเบิดพลังระยะสั้นได้
แต่จะหมดแรงและโดนจับในที่สุดเมื่อวิ่งไปได้สักพักและกล้ามเนื้อของเนิร์ดเริ่มปวดเมื่อย ความคงทนสู้นักกีฬาไม่ได้
แต่ตอนนี้ด้วยเวทมนตร์ ก็สามารถเปลี่ยนเนิร์ดให้มีร่างได้ราวกับกัปตันอเมริกา
และตารางการฝึกแบบปรกติของผมกว่าจะแค่มีร่างกายเท่าพวกนักกีฬาที่ฝึกฝนประจำอาจจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำหกสัปดาห์
แต่ตอนนี้แค่วันเดียว ความแตกต่างก็เห็นได้ชัดขนาดนี้แล้ว
ผมวิ่งเลยพวกนักกีฬาไปอีกครั้ง
ในหัวสงบนิ่งไม่เกิดอาการเหนื่อยหรือทนไม่ไหว
กล้ามเนื้อสามารถรับการใช้งานได้เพราะความทนทานที่มาจากแสงแห่งเทพเจ้า divine spark ในร่างกาย
นี่คือสาเหตุที่มนุษย์ดัดแปลงต้องอาศัยดีเอ็นเอของปีศาจสินะ
วิทยาศาสตร์ธรรมดา ไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดแบบนี้ได้
คือสาเหตุที่ดร.ที่ทำการทดลองเรื่องมนุษย์ดัดแปลงเพื่อการกำจัดปีศาจของรัฐบาลก็หันเข้าหาดีเอ็นเอของปีศาจเพื่อสร้างสุดยอด ซุปเปอร์โซลเยอร์ ทหารมนุษย์ดัดแปลงที่สามารถสู้กับปีศาจได้
ซึ่งพวกเขาก็ทำสำเร็จ แค่ควบคุมมนุษย์ดัดแปลงให้ทำตามคำสั่งไม่ได้เท่านั้นเอง
..