เล่มที่ 2 บทที่ 53 เปลี่ยนเรื่องยากเป็นเรื่องง่าย
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นได้เห็นตำรับยาของโอสถเปิดสวรรค์ละก็จะต้องตื่นตะลึงอย่างมากเป็นแน่ เพราะนี่เป็นโอสถสำหรับนักพรตระดับธรณีมงคลหากกล่าวโดยละเอียดคือสำหรับนักพรตระดับธรณีมงคลขั้นเก้าโดยเฉพาะ
สรรพคุณของโอสถเปิดสวรรค์มีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือการเพิ่มโอกาสสำเร็จในการเปิดถ้ำสวรรค์หรือก็คือการทะลวงจากระดับธรณีมงคลขึ้นสู่ระดับถ้ำสวรรค์นั่นเอง
ต้องรู้ว่าเส้นทางแห่งการบำเพ็ญมรรค เมื่อระดับบำเพ็ญสูงขึ้น การยกระดับจะยากขึ้นตามไปด้วยแม้จะเป็นเพียงการยกระดับหนึ่งขั้นเล็กก็มีแต่จะยากเย็นขึ้นเรื่อยๆยิ่งมิต้องกล่าวถึงการยกระดับหนึ่งระดับใหญ่เลยมันยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์อย่างแท้จริง
ดูจากสมาชิกของนิกายแสวงมรรคกได
ในทั้งนิกายแสวงมรรคมีศิษย์ระดับเบิกปราณอยู่หลายหมื่นคน ทว่าระดับธรณีมงคลกลับมีเพียงหลักสิบคนส่วนระดับถ้ำสวรรค์นั้นมีเพียงผู้อาวุโสประมุขยอดเขาทั้งห้าเท่านั้น
ดังนั้นหากสามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จในการทะลวงระดับใหญ่ได้แม้เพียงไม่กี่ส่วนสำหรับนักพรตก็ถือเป็นเรื่องที่ทำได้เพียงเพ้อฝันเท่านั้น
นอกจากนี้โอสถเปิดสวรรค์ยังเป็นถึงโอสถระดับสามมีเพียงโอสถจารย์ระดับสามขึ้นไปเท่านั้นถึงจะหลอมได้
โอสถจารย์เองก็ย่อมมีการแบ่งระดับเช่นกันซึ่งหลักในการแบ่งระดับก็ง่ายดายมากสามารถหลอมโอสถระดับใดได้ก็ถือเป็นโอสถจารย์ระดับนั้น
ทว่าการยกระดับของโอสถจารย์นั้นเป็นเรื่องยากกว่าการยกระดับบำเพ็ญอย่างมหันต์
กระทั่งนิกายใหญ่อย่างนิกายแสวงมรรคก็ยังมีโอสถจารย์เพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งยังเป็นเพียงระดับสองด้วย แต่กระนั้นโอสถจารย์คนนี้กลับมีตำแหน่งฐานะในนิกายแสวงมรรคที่สูงศักดิ์ยิ่งนักเทียบเท่ากับประมุขยอดเขาทั้งห้าได้เลยทีเดียว
ส่วนโอสถจารย์ระดับสามนั้นแม้แต่ประมุขนิกายก็ยังต้องเคารพนอบน้อมหากได้พบบางทีอีกฝ่ายอาจจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ
จินตนาการออกได้ไม่ยากว่าโอสถเปิดสวรรค์มีมูลค่าสูงมากเพียงใด เป็นของที่หายากสุดขีด ทันทีที่ปรากฏจักต้องดึงดูดนักพรตระดับธรณีมงคลมากมายนับไม่ถ้วนให้เข้ามาแย่งชิงกันเป็นแน่
เมื่อเห็นเจียงอวิ๋นวางคัมภีร์หยกลงสีหน้ายังคงสงบ เหล่าเฮย์ก็รีบเปิดปากกล่าวถาม “น้องเจียง โอสถเปิดสวรรค์เจ้าหลอมไหวไหม?”
เจียงอวิ๋นกล่าวอย่างลังเล“ในตำรับยามีสัดส่วนวัตถุดิบบันทึกไว้อย่างละเอียด ตามหลักแล้วข้าสามารถหลอมได้ทว่าข้าไม่เคยหลอมมาก่อน คงต้องลองดูก่อนสักหลายครั้ง”
อันที่จริงแล้วเหล่าเฮย์ก็มิได้คาดหวังอะไรมากนักอย่างไรเสียเจียงอวิ๋นก็มีอายุน้อยและระดับบำเพ็ญต่ำเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้โอสถจารย์ระดับสามที่แท้จริงเป็นคนหลอมเองก็ยังไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสามารถหลอมสำเร็จแน่นอน
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของเจียงอวินที่มีความมั่นใจแฝงอยู่อย่างชัดเจนก็ทำให้เขารู้สึกสงสัยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้อีกครั้งเจ้าหนูนี่คงมิได้คุยโวอยู่หรอกนะ?
“น้องเจียงแม้ข้าจะไม่รู้เรื่องการหลอมโอสถ ทว่าข้าเคยได้ยินว่า ยิ่งเป็นโอสถระดับสูงขั้นตอนในการหลอมจักยิ่งยุ่งยากซับซ้อนอีกทั้งข้ายังเคยดูตำรับยาของโอสถเปิดสวรรค์มาแล้วเพียงขั้นตอนยิบย่อยก็มีมากถึงสามสิบกว่าขั้นตอน หากผิดพลาดแม้เพียงขั้นตอนเดียวสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจักสูญเปล่าทันที!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วมีหรือที่เจียงอวิ๋นจะไม่รู้ถึงความสงสัยของเหล่าเฮย์ที่มีต่อเขาแต่เขาก็ไม่โกรธเคือง ยิ้มกล่าวว่า “พี่ใหญ่เหล่าเฮย์ท่านกล่าวถูกต้องแล้วอันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นโอสถระดับสูงต่ำเพียงใดหรือจะเป็นวิธีการหลอมที่ยุ่งยากซับซ้อนแค่ไหนทว่าแท้จริงแล้วมันก็ล้วนมีรากฐานเดียวกัน”
เหล่าเฮย์ใจเต้นเล็กน้อย เพราะคำกล่าวของเจียงอวิ๋นี้เหมือนจะทำให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่างทว่ายังไม่อาจจับจุดได้ในทันที จึงเผยสีหน้าสงสัยออกมาอย่างอดไม่ได้
เมื่อเห็นสีหน้าของเหล่าเฮย์เจียงอวิ๋นก็รู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่เชื่อคำพูดของเขา หลังครุ่นคิดครู่หนึ่งเขาจึงคว้ากิ่งไม้ในกองวัตถุดิบตรงหน้าออกมาสองท่อน
หนึ่งท่อนมีใบไม้อยู่เพียงหนึ่งใบอีกหนึ่งท่อนนั้นมีใบไม้อยู่หลายสิบใบ
“พี่ใหญ่เหล่าเฮย์ท่านดูกิ่งไม้สองท่อนนี้ เปรียบเทียบกิ่งไม้ที่มีใบไม้ใบเดียวเป็นโอสถระดับหนึ่งกิ่งไม้ที่มีใบไม้หลายใบเป็นโอสถระดับสามดูไปแล้วกิ่งไม้ที่มีใบไม้หลายใบเหมือนจะซับซ้อนยิ่งกว่า ทว่าในความเป็นจริงทั้งสองมิได้แตกต่างกันแต่อย่างใด”
“ใบไม้ทั้งหมดล้วนงอกมาจากกิ่งไม้กิ่งไม้ทั้งหมดล้วนงอกมาจากต้นไม้ และต้นไม้ทั้งหมดล้วนงอกขึ้นมาจากรากอีกทีหนึ่ง”
“การหลอมโอสถก็เช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่ซับซ้อนมากเพียงใด มันก็เป็นสิ่งที่ค่อยๆสั่งสมเพิ่มพูนจากรากฐานทีละน้อย ขอเพียงมีพื้นฐานมั่นคงแล้วเรื่องวิธีการก็มิใช่ปัญหา”
“กล่าวโดยง่ายก็คือหวนคืนสู่รากฐาน เปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นง่าย!”
ระหว่างที่กล่าวอยู่นั้นเจียงอวิ๋นก็กระตุกข้อมือเบาๆ ใบไม้ทั้งหมดบนกิ่งไม้ทั้งสองท่อนพลันร่วงโรยหลงเหลือแต่เพียงกิ่งไม้เปล่าๆ สองท่อนในมือ
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นดวงตาของเหล่าเฮย์ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ต่อจากนั้นเขาก็ยืนขึ้นยกสองมือประสานกัน แล้วค้อมตัวคำนับให้เจียงอวิ๋นจากใจจริง“คำพูดของน้องเจียงในวันนี้ เป็นประโยชน์ต่อข้าอย่างใหญ่หลวง ขอบคุณ!”
เจียงอวิ๋นตื่นตกใจรีบลุกขึ้นประคองร่างของเหล่าเฮย์ “พี่ใหญ่เหล่าเฮย์ ท่านทำอะไรคำพูดเหล่านี้ข้ามิได้คิดเองหรอกนะ ปู่เป็นคนสอนข้าต่างหาก ถ้าท่านอยากขอบคุณท่านไปขอบคุณปู่ข้าแทนเถอะ ไม่ต้องขอบคุณข้า”
เหล่าเฮย์พยักหน้าจริงจังกล่าว “ได้หากวันหน้ามีโอกาส ข้าจักต้องไปเยี่ยมเยือนปู่ของเจ้าแน่นอน!”
เจียงอวิ๋นยิ้มกล่าว “ได้ขอเพียงพี่ใหญ่เหล่าเฮย์ต้องการ วันหน้าข้าจักพาท่านไปเอง!”
เจียงอวิ๋นคิดว่านี่คงเป็นเพียงคำกล่าวล้อเล่นของเหล่าเฮย์เท่านั้นทว่าในใจของเหล่าเฮย์กลับบังเกิดความเคารพยำเกรงต่อปู่ของเจียงอวิ๋นขึ้นมาอย่างแท้จริง
ยังไม่กล่าวถึงเรื่องที่อีกฝ่ายสามารถบ่มเพาะเจียงอวิ๋นที่ยังอายุน้อยๆให้กลายเป็นโอสถจารย์ได้ เพียงคำกล่าวที่ว่าหวนคืนสู่รากฐานเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นง่าย แม้จะฟังดูเหมือนเป็นหลักการที่เรียบง่ายแต่แท้จริงแล้วผู้ที่สามารถทำได้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเจียงอวิ๋นสามารถทำได้แล้วอย่างน้อยในเส้นทางแห่งการหลอมโอสถ ในใจของเจียงอวิ๋นไม่ได้มีการแบ่งแยกความเรียบง่ายหรือซับซ้อนอยู่เลย
เป็นอย่างที่เขากล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนเพียงใดก็ล้วนริเริ่มจากจุดที่ง่ายที่สุดขึ้นมาทีละก้าว
“พี่ใหญ่เหล่าเฮย์ข้าไม่ได้หลอมโอสถมาสักพักหนึ่งแล้ว พอดีว่าท่านมีวัตถุดิบมากเพียงพอเช่นนั้นข้าจึงอยากลองหลอมโอสถสวรรค์รุ่งโรจน์ดูก่อนสักเม็ดเพื่อซ้อมมือสักเล็กน้อยจากนั้นจึงค่อยเริ่มทดลองหลอมโอสถเปิดสวรรค์”
“น้องเจียงว่าอย่างไรก็อย่างนั้น!”
ต่อจากนั้นเจียงอวิ๋นก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก สะบัดข้อมือออกปล่อยลูกบอลเพลิงลูกหนึ่งไปใต้หม้อหิน จุดไฟเผากิ่งไม้เสร็จแล้วเขาถึงได้ยื่นมือไปหยิบวัตถุดิบมา ค่อยๆ ใส่ลงหม้อไปอย่างเป็นระบบ
เหล่าเฮย์ปิดปากแน่นไม่กล่าววาจาใดอีกเช่นกันทว่าสองตาเขายังคงจับจ้องไปที่เจียงอวิ๋น
ยิ่งดูเหล่าเฮย์ก็ยิ่งรู้สึกนับถือเจียงอวิ๋นและปู่ของเจียงอวิ๋นมากยิ่งขึ้น
“ปู่ของน้องเจียง ต้องเป็นยอดคนท่านหนึ่งแน่ดูๆ แล้วเขาเหมือนจะสอนน้องเจียงเพียงเรื่องที่เป็นพื้นฐานที่สุดทว่ามันกลับเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากที่สุดทั้งยังเป็นการสร้างพื้นฐานในวิถีแห่งการหลอมโอสถที่มั่นคงให้กับน้องเจียงด้วย”
หากวันใดวันหนึ่งเจียงอวิ๋นมีระดับการบำเพ็ญสูงแล้วทั้งยังมีเตาหลอมโอสถระดับสูงที่สลักไว้ด้วยค่ายกลมากมายเต็มไปหมดละก็เกรงว่าในโลกนี้คงไม่มีโอสถใดที่เขาไม่สามารถหลอมได้อีก!
ทุกท่วงท่าทุกอิริยาบถของเจียงอวิ๋นทุกขั้นตอนในการหลอมยา ล้วนลื่นไหลดุจสายน้ำ ไม่มีการหยุดชะงักแม้แต่น้อยทำให้ผู้คนเพลิดเพลินกับการรับชมูได้เลยทีเดียว
เห็นได้ชัดว่า การหลอมโอสถเช่นนี้เจียงอวิ๋นเคยทำซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเกรงว่าต่อให้เขาปิดตาอยู่ก็คงทำสำเร็จได้อย่างง่ายดาย
เหล่าเฮย์ตอนนี้ รู้สึกอยากให้บรรดาโอสถจารย์ผู้สูงส่งทั้งหลายที่ตนเคยเจอได้มาเห็นภาพที่เกิดขึ้นนี้ด้วยตาตัวเองจริงๆ
เด็กน้อยอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปีการบำเพ็ญเพียงระดับเบิกปราณ ใช้เพียงหม้อหินอันเรียบง่ายกลับสามารถหลอมสร้างสิ่งที่นักพรตต่างวาดฝันปรารถนาอย่างโอสถได้!
หากเรื่องนี้ถูกพูดออกไปละก็ไม่รู้ว่าจะทำให้โอสถจารย์มากมายเพียงใดต้องอับอายขายหน้า