สมาชิกขององค์กรจันทร์เสี้ยวที่ได้รับการเรียกตัวเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ต่างนั่งประจำที่เรียบร้อยบางคนมีหน้ากากปิดบังใบหน้า รักษาความลับของตัวตนแต่ละคนไว้ นาฟมองไปรอบๆเห็นผู้คนที่เคยได้ยินชื่อเสียงแต่ไม่เคยพบเจอ บางคนเป็นพ่อค้า บางคนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือที่รับใช้ราชวงศ์อย่างเงียบเชียบ
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดการประชุมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหารือทั่วไปแต่เป็นการวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ภายในห้องประชุมขององค์กรจันทร์เสี้ยวบรรยากาศหนักแน่นและเต็มไปด้วยความกดดัน สมาชิกมากกว่า 30 คนต่างนั่งประจำที่ตามลำดับ โดยทุกคนสวมสร้อยรูปจันทร์เสี้ยวประดับดาว
ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงถึงตำแหน่งและความสำคัญในองค์กรจำนวนดาวเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความรับผิดชอบสูงสุดในงานขององค์กรคนที่สวมใส่ต่างได้รับการคัดเลือกและผ่านบททดสอบอย่างหนักหน่วง
แสงไฟส่องเบาบางอยู่เหนือโต๊ะประชุมทรงกลมทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความระมัดระวังและเงียบสงบ เสียงกระซิบเบาๆจากสมาชิกแต่ละคนดังก้องไปทั่วห้อง สายตาของนาฟมองไปรอบๆเขาสังเกตเห็นว่าทุกคนในที่นี้ต่างเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลและฝีมือในอาณานิคมทุกคนต่างสวมสร้อยจันทร์เสี้ยวประดับดาวตั้งแต่ 4 ดาวขึ้นไป บ่งบอกถึงตำแหน่งระดับสูงในองค์กรพวกเขาเป็นยอดฝีมือที่ได้รับความไว้วางใจอย่างที่สุดการประชุมครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
นาฟมองที่สร้อยจันทร์เสี้ยวของตัวเองซึ่งมีเพียงสองดาวประดับอยู่ และมองไปที่คากิซึ่งนั่งอยู่ข้างๆทั้งคู่สวมสร้อยเหมือนกันรู้สึกถึงความแตกต่างที่ชัดเจนจากเหล่าผู้นำระดับสูงในห้องนี้
"ทำไมเราถึงได้อยู่ที่นี่?" นาฟคิดในใจ ความสงสัยเริ่มก่อตัวในจิตใจของเขาการประชุมครั้งนี้เต็มไปด้วยบุคคลระดับสูงที่มีอำนาจและบารมีอย่างแท้จริงแต่เขาและคากิเป็นเพียงสมาชิกชั้นล่างขององค์กรเท่านั้นพวกเขายังไม่ได้ผ่านภารกิจสำคัญมากมายและสถานะของพวกเขาก็ห่างไกลจากผู้ที่สวมสร้อยจันทร์เสี้ยว 4 หรือ5 ดาวมากนัก
คากิมองนาฟพลางกระซิบเบาๆ
"นายคงสงสัยสินะ?
นาฟพยักหน้าเห็นด้วย แล้วมองไปที่นั่งที่ยังว่างอยู่หนึ่งที่
ข้างๆ คากิสายตาของเขาจับจ้องไปที่เก้าอี้นั้นอย่างสงสัยเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปถามเพื่อนคู่หู
“แล้วที่นั่งนี่ล่ะ.... ทำไมถึงว่างอยู่?”
คากิยิ้มมุมปากและเอียงตัวมากระซิบ
“ที่นั่งนั้นเป็นของอัจฉริยะอันดับหนึ่ง“หม่าเหลี่ยง” ไงเจ้าคงเคยได้ยินชื่อเขา อันดับหนึ่งในร้อยอันดับนักศึกษา
ของสถาบันเราน่ะ... แต่เขาไม่ค่อยปรากฏตัวบ่อยนักข้าว่าเขาคงไปทำงานลับให้องค์กรอยู่”
นาฟพยักหน้ารับคำ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเขาเคยได้ยินชื่อเสียงของนักศึกษาผู้นี้มาก่อนเป็นบุคคลที่เลื่องลือว่าเก่งกาจทั้งในการต่อสู้และสติปัญญาแต่ไม่เคยมีใครในหมู่นักศึกษาได้พบเห็นเขาอย่างใกล้ชิดบ่อยนักราวกับว่าเขาเป็นเงาลับที่เคลื่อนไหวในที่มืด นาฟครุ่นคิดถึงความสามารถที่น่าจะเป็นไปได้ของบุคคลผู้นี้
"ข้าว่าคงทำภารกิจบางอย่างให้กับองค์กรมากกว่าจะมาร่วมประชุมแบบนี้น่ะ"
คากิพูดต่อ ขณะที่สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆห้องประชุมที่เต็มไปด้วยสมาชิกระดับสูง
"แต่ก็ไม่แน่ เขาอาจจะมาในภายหลังเราก็ไม่อาจคาดเดาได้!"
นาฟฟังแล้วก็นิ่งเงียบจิตใจเขาเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับอัจฉริยะอันดับหนึ่งผู้นั้นหากบุคคลนี้เป็นถึงอันดับหนึ่งในสถาบัน และได้รับการยอมรับจากองค์กรจันทร์เสี้ยวแน่นอนว่าต้องมีความสามารถที่เหนือกว่าคนทั่วไปอย่างมหาศาลเขาเองก็อยากรู้ว่าเมื่อถึงเวลาที่ได้พบกับอัจฉริยะคนนั้นจริงๆความสามารถของเขาจะน่าทึ่งเพียงใด
“เอี๊ยดด!”
ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมเปิดออกเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังก้องไปทั่วห้อง สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังบุคคลที่เดินเข้ามาผู้อำนวยการฝั่งตะวันตกขององค์กรจันทร์เสี้ยวก้าวเข้ามาด้วยความสง่างามเขาสวมสร้อยจันทร์เสี้ยวประดับดาว 6 ดวง แสดงถึงตำแหน่งอันสูงสุดในฝั่งตะวันตกขององค์กร ภายใต้ชุดสีดำเข้มเขาสื่อถึงพลังและบารมีที่เหนือกว่าใครในที่นี้
ตามหลังคือชายชรารองผู้อำนวยการสองคนซึ่งสวมสร้อยจันทร์เสี้ยวประดับดาว 5 ดวง ทั้งสองคนเป็นที่รู้จักในฐานะนักรบผู้แข็งแกร่งและผู้นำที่ชาญฉลาดไม่ว่าจะเป็นภารกิจไหนก็ไม่เคยล้มเหลวในหน้าที่
ผู้อำนวยการองค์กรจันทร์เสี้ยวฝั่งตะวันตกผู้มีอำนาจสูงสุดในห้องประชุมแห่งนี้ ยืนอยู่หน้าที่ประชุมสายตาของเขาคมกริบและเปี่ยมไปด้วยความเคร่งขรึม เขามองไปรอบๆสมาชิกที่เข้าร่วมการประชุม ทุกคนล้วนเป็นผู้ทรงพลังและมีตำแหน่งสูงในองค์กรแต่ละคนต่างสวมสร้อยรูปจันทร์เสี้ยวที่ประดับดาวตั้งแต่สี่ดวงขึ้นไป บ่งบอกถึงสถานะของพวกเขาในองค์กร
แล้วทันใดนั้นสายตาของผู้อำนวยการหยุดนิ่งอยู่ที่นาฟ ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงสายตาที่คมกริบจับจ้องมาจิตใจของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนที่ผู้อำนวยการจะพยักหน้าให้เล็กน้อยราวกับเป็นการแสดงออกที่คาดไม่ถึง
นาฟนิ่งไปครู่หนึ่ง ขณะที่ความคิดเริ่มหมุนวนในหัวความสงสัยมากมายผุดขึ้น
ชายชราผมขาวสวมแว่นซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการที่นั่งข้างผู้อำนวยการลุกขึ้นยืนสายตาทุกคู่ต่างหันไปจับจ้องที่เขา บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาหนักอึ้งอีกครั้ง
ขณะที่รองผู้อำนวยการเริ่มกล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง คล้ายกับน้ำหนักของข่าวร้ายที่เขากำลังจะบอก
“วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่เป็นภัยต่อเมืองฝั่งตะวันตกของเราโดยตรงโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกมิติแห่งการแข่งขัน ซึ่งขณะนี้เราได้เสียโลกมิติใบนี้ให้กับกลุ่มก่อการร้ายไปแล้ว!”