“เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเรามาเริ่มถ่ายกันเลยนะครับ!!” เสียงของช่างภาพที่ดังขึ้น ทำให้คิรินกลับมาสู่สตูดิโอถ่ายแบบอีกครั้ง เขากะพริบตาถี่ๆ ก่อนพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โอ๊กเดิมในท่าทางสง่างาม ก่อนจะรู้สึกถึงอ้อมกอดจากด้านหลังของตน เมื่อหันไปเขาก็พบกับไซซีในชุดเดรสสีดำสไตล์อิตาลีที่สวยมากจนเขาละสายตาไม่ได้
“อะไรเหรอคะ? ก็ทีมงานบอกให้พวกเราทำเหมือนคู่รักกันนี่นา ถ้าคิรินไม่รู้ว่าจะโพสต์อะไรงั้นทำเหมือนกับตอนที่ไวท์มองพิมพ์ก็ได้นะคะ” ไซซียิ้มหวานให้ชายหนุ่ม
‘วิโอล่า?’ คิรินคิดในใจก่อนจะก้มหน้าลงมองชุดสูทของตนอย่างละเอียด
‘นี่มันชุดที่ดอน ลาเตราโน่สวมอยู่นี่!? อย่าบอกนะว่าบทที่บรีฟให้ถ่ายรูปเฉยๆก็นับว่าอยู่ในเงื่อนไขพลังของเขาด้วยน่ะ?’
“จะเริ่มถ่ายล่ะนะ!”
หลังจากได้ยินเสียงของช่างภาพ คิรินก็หลุดจากภวังค์ ก่อนจะกลายเป็ดอน ลาเตราโน่ที่แผ่ออร่าอันทรงอำนาจออกมาพลางหันหน้าขึ้นไปมองไซซีหรือวิโอล่าที่โอบกอดเขาจากด้านหลังด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและเมื้อมมือมาจับมือของเธอเบาๆอย่างอ่อนโยน
“3…2…1…”
แชะ!
การถ่ายแบบในธีม "หัวหน้ามาเฟียและภรรยาแสนสวย" ได้ดำเนินการต่อไปอย่างราบรื่นโดยที่ไม่มีการสั่งให้ถ่ายใหม่ มีแต่ให้ถ่ายท่าโพสต์อื่นเพิ่มเติมแทน
ภายในสตูดิโอ แสงไฟสปอตไลต์ส่องลงบนฉากหลังที่ถูกตกแต่งให้ดูหรูหราและเคร่งขรึม ผนังสีดำเงามันวาว ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจที่มีกลิ่นอายของอิตาลีอย่างชัดเจน โต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่กับแก้ววิสกี้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะช่วยเสริมบรรยากาศให้สมจริงยิ่งขึ้น
ภาพแรก: ความอ่อนโยนภายใต้ความเ็า
คิรินในนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้โอ๊ก พนักพิงสูงประดับลายแกะสลัก เขาเอนตัวพิงเบาๆ มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ ส่วนอีกข้างวางอยู่บนที่เท้าแขน ท่าทางสง่างามและทรงพลังดึงดูดสายตาทุกคนในห้อง
ไซซีในยืนอยู่ด้านหลังเขาในชุดเดรสสีดำยาว สะท้อนความสง่างามและความอันตรายในแบบฉบับของผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างาาแห่งโลกมืก เธอวางมือเบาๆ บนบ่าของคิริน พร้อมก้มหน้าลงมาใกล้ ดวงตาคู่งามสบกับดวงตาของเขา
ช่างภาพะโออกคำสั่ง “คิริน มองไซซีด้วยสายตาที่เหมือนเธอคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณ!”
คิรินมองขึ้นไปยังไซซีด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักปนความลุ่มหลง ดวงตาเ็าที่เคยแสดงถึงอำนาจในตอนแรก กลับแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นราวกับเธอคือทุกสิ่งในโลกนี้
“แชะ!” เสียงกล้องจับภาพในจังหวะที่สมบูรณ์แบบ
ภาพที่สอง: ความหลงใหลอันแสนลึกซึ้ง
โต๊ะไม้โอ๊กถูกใช้เป็ฉากสำหรับภาพถัดไป คิรินนั่งอยู่ที่โต๊ะในท่าทางที่ดูผ่อนคลาย แต่มือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมไปจับมือของไซซีที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ
ไซซีโน้มตัวเข้ามาใกล้ มืออีกข้างยกขึ้นััใบหน้าของคิรินอย่างแ่เบาด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
“คิริน ทำเหมือนคุณไม่มีใครในโลกนี้อีกแล้ว ยกเว้นผู้หญิงคนนี้!” ช่างภาพบอก
ชายหนุ่มสบตากับเธอ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและความมั่นคงราวกับกำลังบอกว่า ‘ไม่มีใครแตะต้องเธอได้ หากฉันยังมีชีวิตอยู่’
“แชะ!” อีกภาพหนึ่งถูกบันทึกไว้
ภาพที่สาม: เ็ากับคนทั้งโลก แต่อ่อนโยนกับเธอคนเดียว
ในฉากนี้ คิรินและไซซีถูกจัดให้ยืนเคียงข้างกัน โดยมีฉากหลังเป็กำแพงสีดำลายหินอ่อน คิรินยืนตัวตรง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือโอบเอวไซซีอย่างมั่นคง ท่าทางนั้นแสดงออกถึงความเป็เ้าข้าวเ้าของและความมั่นใจ
ไซซียืนแนบชิดเขา มือข้างหนึ่งจับเนคไทสีแดงเข้มของเขาเบาๆ ราวกับกำลังผูกมัดหัวใจของผู้ชายคนนี้ไว้
“สายตาที่เหมือนพร้อมจะฆ่าทุกคนที่กล้าทำร้ายเธอ… ใช่! แบบนั้นแหละ!” ช่างภาพะโ
คิรินมองกล้องด้วยสายตาที่เยือกเย็นและน่าเกรงขาม รอยยิ้มบางที่แต่งแต้มบนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ พร้อมกับแฝงคำเตือนว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องคนที่เขารักได้
“แชะ!”
เมื่อการถ่ายภาพสิ้นสุดลง ช่างภาพลดกล้องลงและปรบมือดังสนั่น
“สุดยอด! พวกคุณทำได้ดีมาก อย่างกับได้หัวหน้ามาเฟียตัวจริงมาเป็แบบให้เลย ออร่าน่ากลัวแต่ทรงพลังนั่นทำเอามือผมสั่นจนเกือบถ่ายภาพไม่ได้เลย ฮ่าๆ”
ทีมงานอีกคนหนึ่งพูดเสริมด้วยน้ำเสียงทึ่ง “แววตาเขาตอนมองไซซี…ทำเอาฉันกรี๊ดในใจเลยนะ มันเหมือนกับสามีที่มองภรรยาที่รักสุดหัวใจจริงๆเลย”
“คิริน คุณเคยถ่ายแบบแนวนี้มาก่อนหรือเปล่าครับ?” ช่างภาพถามด้วยความสนใจ
คิรินหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบอย่างสุภาพ “ไม่เคยครับ นี่เป็ครั้งแรก ผมแค่ทำตามที่พี่ช่างภาพบอกเท่านั้น”
‘ถึงความจริงเราก็แค่กลายเป็ดอน ลาเตราโน่ที่มองภรรยาสุดที่รักอย่างวิโอล่าก็เถอะ แต่ที่แน่ๆ เราจะไม่ลืมวันนี้ไปตลอดชีวิต หุๆ’
“คุณทำได้ดีมากจริงๆ ค่ะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้องไซซีถึงเลือกคุณมาเป็คู่ถ่ายแบบ” ทีมงานอีกคนเอ่ยยิ้มๆ
ไซซีหัวเราะเบาๆ แล้วมองคิรินด้วยสายตาอบอุ่น “เขาเหมาะมากใช่ไหมล่ะคะ?”
“ที่สุดของเจ้เลยล่ะค่าาา”
“ฮะๆ” คิรินยิ้มเขินๆ
“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ อ้ะ คิรินก็อย่าพึ่งหนีฉันกลับไปไหนนะคะ” ไซซีเอ่ยขอตัวด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปบอกคิริน
“ได้ครับไซซี”
หลังจากได้ยินคำตอบของคิริน หญิงสาวก็เดินออกจากห้องสตูดิโอทันทีและรีบเดินไปยังห้องน้ำและปิดประตูด้วยความรวดเร็ว
“…” ไซซีเอนตัวพิงประตูทางเข้าห้องน้ำที่ล็อคเอาไว้ก่อนจะเงยหน้ามองเพดานด้วยสายตาเหม่อลอยและใบหน้าที่แดงระเรื่อไปถึงใบหู
“สายตานั่นรุนแรงต่อหัวใจยิ่งกว่าตอนเขาเป็ไวท์อีกนะ…”