บทที่ 70
เป็นเวลากว่า 10 โมงเช้าหน่อยๆ โอ๊ตขับรถของเขาออกจากคอนโดที่เกิดเหตุ โดยที่เขาไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเลย และเขาก็ไม่สนใจว่าใครจะเป็นจะตายยังไง คนที่ก่อปัญหาเอาไว้ก็ต้องรับผลกรรมตามการกระทำของตัวเองถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว โอ๊ตใช้ความคิดเล็กน้อยว่าจะจัดการกับตัวเองต่อไปยังไงดี แผนเดิมก็ไม่ได้คิดอะไรไว้ และเขายังมีเวลากว่าอีก 5 ชั่วโมงกว่าจะกลับหอพักเพื่อไปขายแพนเค้กต่อในตอนเย็น และแล้วเขาก็ตัดสินใจว่าจะเดินทางเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อจะหาอาหารรับประทานในมื้อเช้าควบเที่ยงนี้ อีกประเด็นหนึ่งคือเขาต้องการโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่นั่นเอง เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นแล้ว เขาก็ไม่รอช้ามุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังในเมืองเชียงใหม่ทันที เมื่อมาถึงโอ๊ตก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยรักษาความปลอดภัยของทางห้าง มันอาจจะเป็นเพราะว่ารถของเขามีราคาค่อนข้างสูง พวกเขาจึงให้โอ๊ตเข้ามาจอดในที่จอดรถพิเศษนั่นเอง หลังจากที่รถคันหรูจอดลงสนิทแล้ว เขาก็หันไปมองนาฬิกาบนคอนโซนรถก็พบว่ามันเป็นเวลา 10.30 น.พอดี และเป็นวินาทีเดียวกับที่ประตูหน้าเปิดให้ผู้คนเข้าไปใช้บริการ โอ๊ตไม่รอช้า เขารีบออกจากรถ และเข้าประตูห้างไปในทันที“อ้ากกกกก! ไม่ได้มาห้างนานแค่ไหนกันนะเรา..” โอ๊ตแทบจะจำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่เขามาเดินห้างนั้นมันเมื่อไหร่กันแล้ว ใบหน้าของเขาแสดงรอยยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มเดินดูสินค้านู่นนี่นั่นของเขาอย่างสุขใจ พ่อค้าแม่ค้า พนักงานของแบรนด์ต่างๆ บ้างก็กำลังเตรียมตัวขายสินค้าของตัวเอง บางร้านเองก็พร้อมแล้วที่จะให้บริการ แต่มันก็เป็นส่วนน้อยที่พร้อมแล้ว“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า.. เชิญรับชมสินค้าด้านในก่อนได้นะคะ” เสียงใสๆของพนักงานสาวร้านโทรศัพท์ที่เป็นซัพของแบรนด์ดังๆเอ่ยขึ้นเพื่อเรียกลูกค้า โอ๊ตเข้าใจดีว่าคนพวกนี้ต้องการทำยอดการขาย และยอดเหล่านี้ก็จะถูกตีกลับมาเป็นค่าคอมมิชชัน เป็นผลตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนประจำที่แสนจะน้อยนิด ‘พนักงานคนนี้ดูค่อนข้างขยันนะ.. งั้นก็เอาเป็นร้านนี้ก็ได้’ โอ๊ตกล่าวในใจ เขามองดูความกระตือรือร้นของอีกฝ่ายที่ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งๆที่พนักงานขายคนอื่นๆกำลังทานข้าว ไม่ก็แต่งหน้ากันอยู่เลยแท้ๆ อีกอย่างไม่ว่าใครจะเดินผ่านไปผ่านมาก็ไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ขนาดโบรชัวร์ที่เธอแจก ยังไม่มีใครหยิบไปเลยแม้แต่คนเดียว จะให้คนขยันอย่างนี้มาสูญเสียกำลังใจก็ใช่เรื่อง เขาต้องการจะสนับสนุนคนขยัน“สวัสดีครับพี่สาว.. ช่วยแนะนำสินค้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” โอ๊ตกล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้ม“แน่นอนค่ะคุณลูกค้า เชิญรับชมข้างในก่อนนะคะ...” พนักงานสาวตอบด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็มีคนฟังสิ่งที่เธอกล่าวมาตลอด 10 นาทีนี้แล้ว เป้าหมายแรกของการขายของที่แท้จริงคืออย่างแรกต้องมีคนฟังในสิ่งที่เราจะเสนอขายก่อน จะซื้อไม่ซื้อก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างน้อยก็ยังได้พูดนำเสนอสินค้าบ้าง ถ้าลูกค้าสนใจ และเห็นว่ามีบริการที่ดี พวกเขาก็คงจะกลับมาใช้บริการอย่างแน่นอน แต่ถึงเธอจะคิดอย่างนั้นมันกลับไม่ใช่สำหรับพนักงานรุ่นพี่ผู้มีประสบการณ์ขายมานาน พวกเขารู้ดีว่าเช้าๆอย่างนี้ คนที่เดินไปเดินมาก็มักจะมีเป้าหมายธุระของตัวเองอยู่แล้ว มีส่วนน้อยที่จะจงใจมาซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างนี้“ก็แค่เด็กนักศึกษา..” พนักงานหลายคนไม่สนใจโอ๊ตที่เป็นแค่เด็กศึกษาเท่านั้น ด้วยตัวสินค้าที่ราคาต่ำก็หลายพันบาทแล้ว พวกเขาคิดว่าโอ๊ตคงจะไม่มีปัญญาในการซื้อสินค้าแน่นอน พวกเขาจึงทำธุระของตัวเองต่ออย่างไม่สนใจอะไร โอ๊ตที่เห็นบรรยากาศอย่างนี้ก็คิ้วกระตุกเล็กน้อย ‘ท่าทางอย่างนั้นมันดูถูกกันชัดๆ..’ โอ๊ตคิดอย่างนั้น และเขาก็กู่ร้องในใจสั้นๆว่า ‘ได้ดิ!’ อีกสักเดี๋ยวพวกเขาคงจะอึ้งกันแน่ว่าเขานั้นมีกำลังซื้อได้มากขนาดไหน “ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสนใจสินค้าประเภทไหนคะ ทางร้านของเรามีบริการสินค้าไอทีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และโน๊ตบุ๊คค่ะ..” พนักงานคนเดิมยังคงกล่าวถามออกมาอย่างร่าเริงกับลูกค้าของเธอ โดยที่ไม่สนใจว่าใครจะมองยังไง“ผมสนใจโทรศัพท์มือถือครับ..” โอ๊ตที่ได้ยินเสียงของเธอก็หันกลับมาให้ความสนใจ ก่อนจะยิ้ม และกล่าวตอบไปอย่างสุภาพ เมื่อพนักงานได้ยินความต้องการของลูกค้าแล้ว เธอก็พาลูกค้าของเธอมุ่งไปยังโซนดังกล่าวในทันที“ไม่ทราบว่าลูกค้ามีสินค้า หรือแบรนด์ตัวไหนอยู่ในใจบ้างหรือเปล่าคะ ฉันจะได้แนะนำได้ถูกต้อง” พนักงานกล่าวถามตามขั้นตอนปกติ โอ๊ตก็นึกคิดสักเล็กน้อย ถ้าช่วงนี้ที่เพื่อนพูดถึงกันก็คงจะเป็นจำพวก ‘U PHONE’ รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกเมื่อเดือนก่อน“ผมมาดู ‘U PHONE’ ตัวใหม่น่ะครับ.. ยังไงก็ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ” โอ๊ตกล่าวตอบกลับ พนักงานก็พยักหน้า และเชิญเขามายังจุดหนึ่งที่มีสินค้าตัวโชว์วางอยู่“นี่คือ U PHONE 13 Pro Max ตัวใหม่ล่าสุดของทางยูโฟน สเปคเครื่อง....” เธอกล่าวแนะนำก่อนจะหยิบตัวสินค้าทดลองนี้ให้กับโอ๊ตลองใช้ไปพลางๆ พร้อมกับอธิบายสเปคเครื่องไปด้วย กล้องเท่าไร แบตเท่าไร ระบบปฏิบัติการอะไร เธอคนนี้ไม่พลาดเลยแม้แต่น้อย“ถ้าลูกค้าต้องการจะใช้เพื่อการศึกษา ฉันขอแนะนำเป็น U pad Pro ตัวใหม่ล่าสุดค่ะ นอกจากมันจะทำงานเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่รองรับทั้งคีย์บอร์ด และเมาส์ได้แล้ว....” พนักงานก็เริ่มกล่าวแนะนำสินค้าของเธอไป จนในที่สุดโอ๊ตก็ต้องเริ่มสงสัยถึงราคาของพวกมัน เพราะพนักงานคนนี้ไม่ได้บอกถึงราคามันเลยแม้แต่ครั้งเดียว“เป็นสินค้าที่น่าสนใจครับ แต่ว่าราคาของพวกมันอยู่ที่เท่าไรกันครับ..” โอ๊ตกล่าวถามตามที่ตัวเองสงสัย พนักงานสาวก็ยิ้มให้กับโอ๊ตเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยราคาตามความเป็นจริง“สินค้าทั้งสองนั้นจะมีราคาที่แตกต่างกันตามหน่วยความจำของเครื่องค่ะ ถ้าตัว U PHONE13 Pro Max มีหน่วยความจำสูงสุดที่ 512GB ราคาที่ 54,990 บาทค่ะ แต่ถ้าลูกค้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้มากถึงขนาดนั้น ฉันขอแนะนำเป็นเพียงแค่ตัว 64GB หรือไม่ก็ 128GB ที่มีราคารองลงมาหน่อยค่ะ..” พนักงานกล่าวถึงราคา ซึ่งโอ๊ตต้องแสดงสีหน้าเครียดตามความเคยชิน เพราะมันเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง และเขาก็ไม่เห็นประโยชน์ของมันนอกจากรับสายเข้า-ออกเท่านั้น หลังจากนั้นพนักงานคนนี้ก็ดูจะขยันมากจนเกินไป เธอแนะนำคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แล้วก็กล้องถ่ายรูปให้กับโอ๊ต อาจจะเรียกได้ว่าเธอแนะนำสินค้าเกือบจะหมดร้านแล้วก็ว่าได้ ซึ่งโอ๊ตก็พิจารณาตามความจำเป็นที่ตัวเองต้องใช้ มันก็มีเพียงแค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้น เขากำลังคิดว่าจะซื้อตัว U PHONE12 Pro Max 128GB หรือจะซื้อแค่ 64GB ดี แต่ทันใดนั้นเองเสียงแว่วๆมาจากทางหนึ่ง และของมันขึ้นทันที..“สุดท้ายก็ไม่ซื้ออะไร.. แอบสงสารยัยนั่นเหมือนกันนะที่ขายให้กับคนไม่มีปัญญาจะซื้อ” พนักงานคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับเบือนหน้าหนี พนักงานอีกคนที่เป็นเพื่อนกับพนักงานคนนั้นเองก็เช่นกัน สายตามันบ่งบอกได้ถึงการดูถูกอย่างชัดเจน และมันทำให้ความรู้สึกแรกที่เข้ามาในร้านกลับมาอีกครั้ง ทั้งๆที่ลืมไปแล้วแท้ๆ“ขอโทษนะครับคุณพนักงาน.. ถ้าผมซื้อสินค้าจากร้านนี้ คุณจะได้คอมมิชชันกี่เปอร์เซ็นต์เหรอครับ” โอ๊ตกล่าวถามตรงๆกับพนักงาน ซึ่งตัวของพนักงานเองก็เลือกที่จะตอบกับโอ๊ตตามความเป็นจริง“ฉันจะได้รับผลตอบแทนจากการแนะนำเป็นจำนวน 4 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าเต็มค่ะคุณลูกค้า” เธอกล่าวตอบพร้อมกับยิ้มแย้มรับคำถาม“ถ้าอย่างนั้นผมขอถามอีกอย่าง.. ที่นี่รับชำระเงินผ่านบัตรหรือไม่ครับ..” โอ๊ตกล่าวถาม“แน่นอนค่ะคุณลูกค้า ทางเรามีบริการพร้อมเพย์ด้วยถ้าลูกค้าสะดวกโอนเลย หรือจะชำระในรูปแบบของการผ่อน 0% สูงสุดนาน 10 เดือนจากบริการของธนาคารบางเจ้าได้ด้วยค่ะ..” พนักงานกล่าว“ถ้าอย่างนั้นผมเอา U PHONE13 Pro Max 128GB 1 เครื่อง U pad ตัวท๊อปพร้อมกับปากกาอะไรนั่นที่คุณว่า แล้วก็คีย์บอร์ด.. กล้อง... โน๊ตบุ๊ค... ทั้งหมดจ่ายแบบรูดผ่านเดบิดการ์ดใบนี้ได้เลยในจำนวนเต็มราคา..”โอ๊ตจัดชุดใหญ่แบบไฟกะพริบ ชี้สินค้าตัวนู้นตัวนี้ที่ได้รับการแนะนำมาจากพนักงานสาว แน่นอนว่าพวกพนักงานรุ่นพี่ที่ได้ยินก็ต่างอ้าปากค้างด้วยความเจ็บใจ เพราะราคารวมๆของสินค้าที่ชายหนุ่มคนนี้ต้องการจะซื้อมันมีราคารวมกว่า 120,000 บาท นั่นก็เท่ากับว่าคอมมิชชันที่พนักงานสาวคนนั้นจะได้รับมากถึง 4,800 บาทเลยทีเดียว“..ขอบพระคุณคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในการบริการของเรานะคะ..” พนักงานสาวที่อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะกล่าวขอบคุณ และก้มหัวให้กับโอ๊ต“ผมไม่ได้ชื่นชอบการบริการของทางร้าน แต่ผมชื่นชอบการบริการของคุณ.. คุณไปจัดการตามขั้นตอนของคุณเถอะ..”โอ๊ตกล่าว ก่อนที่พนักงานจะรับบัตรเดบิตของโอ๊ตไปรูดเงินตามจำนวน 124,820 บาท ตามราคาสินค้า แน่นอนว่าพนักงานที่เหลือได้แต่กัดฟันแน่น และอิจฉาพนักงานคนนี้ไม่น้อย โอ๊ตเซ็นรับสินค้า และบิลจ่ายเงิน ก่อนจะเดินถือของทั้งหมดออกมาอย่างเชิดๆ ท่ามกลางคำขอบคุณของพนักงานคนนั้นที่ดังไล่หลังมา เมื่อออกมาจากร้านมาได้สักพักหนึ่ง และลงบันไดเลื่อนลงมาจากชั้นไอที เขาก็เริ่มคอตกในทันที.. ‘นี่เราทำอะไรลงไปกันเนี่ย..’ เขามองสินค้าที่เพิ่งจะซื้อไปด้วยราคาหลักแสน และเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้พวกมันยังไง คิดแล้วก็เหนื่อยใจไม่น้อย เมื่อสิ้นสุดบันไดเลื่อนโอ๊ตก็ได้แต่เดินแบบคนซึมๆ เขาไม่น่าไปหลงคำดูถูกของพนักงานพวกนั้นเลยจริงๆ เขาเดินไปอย่างหมดแรงไม่ได้มองทางข้างหน้าให้ดีจนเขาชนกับใครสักคนหนึ่งเข้าให้ อ๊าก! ตุบ!...