เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 84 การทดสอบของปรมาจารย์จิตศัสตรา

                เพียงสายตาก็ทำให้องครักษ์ผู้นั้นสูญเสียความมั่นใจในการต่อสู้แล้ว ทางฝั่งของบรรดาองครักษ์ที่เหลือต่างก็ลุกฮือตั้งหอกตรงแล้วมองมายังเมิ่งฝาน

               แต่ครู่หนึ่งก็เข้าใจได้ทันทีว่าเมิ่งฝานคือปรมาจารย์จิตศัสตราผู้หนึ่ง เพราะมีเพียงผู้มีพลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้

               เจ้าของร่างยังไม่ขยับ แต่กลับทรงอานุภาพจนน่ากลัว!

               จากนั้นบรรดาองครักษ์ทั้งหลายก็จึงหลีกทางให้กับเมิ่งฝาน พวกเขาต่างก็รู้กันดีว่าในช่วงนี้ตนเองไม่ควรที่จะมีเรื่องบาดหมางใดกับปรมาจารย์จิตศัสตรา

               เมื่อเห็นว่าคนพวกนั้นหลีกทางให้กับตนเองเมิ่งฝานจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะสลายพลังจิตของตนเองไป

               องครักษ์ที่นั่งลงไปบนพื้นเมื่อครู่อาการดีขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองเมิ่งฝานแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “ท่านใต้เท้า...ปรมาจารย์จิตศัสตรา เชิญตามข้ามาได้เลยขอรับ ท่านคงจะมาทำการทดสอบสินะขอรับ ข้าจะพาท่านเข้าไปเอง!”

               ทหารองครักษ์ผู้นั้นเอ่ยพลางลุกขึ้นยืนโดยมีท่าทีต่างไปจากเดิมอย่างลิบลับ เรียกได้ว่าเป็นการนอบน้อมอย่างที่สุดเลยก็ว่าได้

               การทดสอบ?

               เมิ่งฝานย่นคิ้วสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา เพียงแต่เดินตามทหารองครักษ์ไปยังสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราเท่านั้น

               สมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรานั้น ภายนอกดูเก่าแก่คร่ำครึ ยิ่งเป็นภายในก็ยิ่งคล้ายดั่งข้ามผ่านกาลเวลามาอย่างเนิ่นนาน เป็นความสวยงามเลิศล้ำน่าเชยชม แต่ขณะเดียวกันก็หาได้สูญเสียความน่าเกรงขามไม่

               ไม่นานเมิ่งฝานก็เดินตามทหารองครักษ์มาจนถึงใจกลางของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรา

               เมื่อเขามองไปรอบๆ ก็พบว่าที่นี่มีของล้ำค่ามากมายเจริญเติบโตอยู่ภายใน ถึงขั้นที่ไม่กลัวว่าจะมีผู้ใดขโมยออกไป นับว่าใจกว้างเสียจริง

               “หึหึ ผู้ที่มีเงินทองมากที่สุดในบรรดามนุษย์ทั้งหลายก็คงจะไม่พ้นปรมาจารย์จิตศัสตราแล้วล่ะ บนโลกใบนี้มีการช่วงชิงมากมาย การสังหารก็จำเป็นต้องใช้อาวุธ ซึ่งที่มาของอาวุธเหล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับปรมาจารย์จิตศัสตรา อย่ามองว่าปรมาจารย์จิตศัสตราอย่างพวกเขาเป็นเพียงคนแก่ชรา เพราะแท้จริงแล้วถึงจะแก่แต่ก็มากด้วยทรัพย์สมบัติ!”

               เสียงของรั่วสุ่ยอีดังออกมาจากไข่อสูรทมิฬ

               เมิ่งฝานพึมพำออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าหาเรื่องนาง

               ตลอดเวลาที่รู้จักกันมาทำให้เด็กหนุ่มรู้นิสัยของอีกฝ่ายไม่น้อย แม้ว่านางจะมีพลังสูงส่ง มีวิธีและความสามารถที่ชำนาญการ แต่บางครั้งก็คล้ายดั่งเด็กน้อยที่เปลี่ยนอารมณ์จากดีใจเป็นร้องไห้ได้ในชั่วพริบตา

               เขาในตอนนี้ยังไม่อาจหาเรื่องนางได้ แต่ในภายหน้านั้น... เมื่อนึกถึงภาพยามที่รั่วสุ่ยอีให้ตนเองได้เห็นสัดส่วนอันงดงามเมิ่งฝานก็ลูบปลายจมูกเล็กน้อย ร่างกายที่ทำให้บุรุษทุกคนต้องบ้าคลั่งนั้นคงจะมีผิวสัมผัสที่ไม่เลว

               แต่ก็แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นได้เพียงความคิด!

               ในระหว่างที่เมิ่งฝานกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ทหารองครักษ์ได้หยุดยืนอยู่ตรงหน้าวิหารขนาดใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “ใต้เท้า มาถึงแล้วขอรับ”

               เมิ่งฝานลูบปลายจมูก กวาดตามองวิหารโบราณหลังใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วก้าวเท้าเข้าไปภายใน

               ภายในวิหารนั้นกว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง มีแสงระยิบระยับสวยงามเปล่งประกาย รูปปั้นและภาพวาดจัดวางอย่างสวยงาม มีผู้คนมากมายอยู่ภายใน ในจำนวนนั้นมีคนมากมายที่ยืนอยู่กับที่ในมุมต่างๆ บุรุษหลายคนต่างก็ยืนอยู่เบื้องหน้าผู้อาวุโสของตนเอง

               ผู้คนที่อยู่โดยรอบนั้นล้วนแต่สนทนาด้วยระดับเสียงที่ค่อนข้างเบา ไม่มีผู้ใดกล้าอวดดี ต่อให้เมิ่งฝานเดินเข้ามาผู้คนเหล่านั้นก็เพียงแค่ปรายตามองอย่างไม่ได้สนใจมากนัก ดูท่าที่นี่คงจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นก่อนหน้า!

               เมิ่งฝานลูบปลายจมูกเล็กน้อย ผู้คนจำนวนไม่น้อยในที่แห่งนี้มีระลอกคลื่นแห่งพลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย แต่ถึงกระนั้นก็เพียงแต่ยืนอยู่กับที่อย่างนอบน้อมคล้ายดั่งกำลังเฝ้ารอบางสิ่งก็ไม่ปาน ซึ่งหลังจากที่เมิ่งฝานมองเห็นมุมหนึ่งของวิหารที่ยังว่างเว้นอยู่จึงไปยืนรออยู่ในจุดดังกล่าวอย่างเงียบงัน

               ไม่นานก็มีกลุ่มคนที่สวมชุดสีดำเดินมาจากด้านหลังของวิหาร บริเวณหน้าอกมีซวินจางของปรมาจารย์จิตศัสตราติดอยู่

               เห็นได้ชัดว่าผู้คนเหล่านั้นคือปรมาจารย์จิตศัสตราที่แข็งแกร่ง ชายชราที่สวมชุดสีม่วงผู้หนึ่งมองมายังผู้คนทั้งหลายด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงอันแหบพร่า “ทุกท่าน ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมพิธีวัดความสามารถของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรา กฎของวันนี้ไม่มีอันใดซับซ้อน ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าสามสิบปีล้วนแต่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งสิ้น โดยจุดประสงค์ของพวกเราก็คือหากผู้ใดผ่านการทดสอบจะสามารถเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราได้ทันที!”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นพลันมีเสียงสนทนาดังขึ้นในวิหารไม่น้อย ชนรุ่นหลังของหลายตระกูลต่างก็มีใบหน้าที่แสดงถึงความตื่นเต้นปรากฏ เพราะเมื่อใดที่ได้เป็นปรมาจารย์จิตศัสตราก็จะได้รับเหรียญทองคำและเกียรติยศมากมายไม่จบสิ้น

               ภายในอาณาจักรต้าก้านนั้น อาจจะมีคนสังหารจอมยุทธ์ผู้บำเพ็ญพลังปราณตามอำเภอใจ แต่หากพบเจอกับปรมาจารย์จิตศัสตราก็ยังต้องลังเลอยู่ชั่วครู่ เพราะถึงอย่างไรแล้วการสังหารปรมาจารย์จิตศัสตราผู้หนึ่งก็อาจนำมาซึ่งการล้างแค้นจากทั้งสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรา ผู้ที่มีเงินทองนับไม่ถ้วนและของโบราณที่แปลกประหลาดมากมาย

               รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลง ดูท่าครานี้เขาจะโชคดีไม่น้อยเพราะไม่ต้องทดสอบเพียงลำพังแล้ว เขานึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะเป็นวันที่สมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราเปิดรับชนรุ่นหลังพอดี ขอเพียงเฉิดฉายในพิธีนี้การที่จะได้รับซวินจางของปรมาจารย์จิตศัสตราก็ไม่ใช่เรื่องยาก

               หลังจากนั้นไม่นานบุรุษชุดสีม่วงพลันกระแอมออกมาครั้งหนึ่ง ความเงียบก็ปกคลุมไปทั่ววิหารในทันใด

               ชายชราชุดสีม่วงหันหลังกลับไปเอ่ยถามชายชราที่อยู่ด้านหลัง เขาผู้นั้นสวมชุดสีดำ เส้นผมขาวไปทั้งศีรษะ อายุมากแล้วแต่ซวินจางที่หน้าอกกลับทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็รู้สึกสั่นสะท้าน

               ลายสลักระดับห้า เป็นสิ่งที่บ่งบอกชายชราผู้นั้นเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราระดับห้า ซึ่งผู้ที่อยู่ในระดับนี้ภายในอาณาจักรต้าก้านนับว่าเป็นผู้ที่ล้ำค่าและหายาก เพราะถึงอย่างไรแล้วปรมาจารย์จิตศัสตราผู้ที่มีขั้นสูงสุดของอาณาจักรต้าก้านก็เป็นเพียงระดับหกเท่านั้น

               “เขาคือตงหลายต้าซือ!”

               “ถูกต้อง นึกไม่ถึงว่าการคัดเลือกปรมาจารย์จิตศัสตราในครั้งนี้จะทำให้ตงหลายต้าซือสนใจ!”

               เสียงซุบซิบดังมาจากรอบตัว ล้วนแต่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ตงหลายต้าซือคือหัวหน้าสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราแห่งเมืองไท่หยาง ปกติแล้วเขาจะไม่ปรากฏตัว นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมายังวิหารใหญ่ด้วยตนเอง

               “มาเริ่มกันเถอะ!”

               ตงหลายต้าซือพยักหน้าแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นชายชราชุดสีม่วงก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “พวกเจ้า ชนรุ่นหลังที่เตรียมตัวเข้ารับการทดสอบทุกคนจงเดินมาที่นี่ให้หมด”

               เมื่อได้ยินดังนั้นชนรุ่นหลังทั้งหลายจึงเดินไปตามคำสั่ง

               ในจำนวนนั้นมีศิษย์จากผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองไท่หยางอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งผู้ติดตามของพวกเขาเหล่านั้นล้วนแต่มองด้วยสายตาอันวาดหวัง หากมีโอกาสได้อยู่ในเส้นสายของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราอิทธิพลของพวกเขาก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

               เมิ่งฝานเองก็เดินออกไปเบื้องหน้าเช่นกัน ก่อนที่เขาจะพบว่ามีจอมยุทธ์ผู้เดินทางเพียงลำพังอย่างตนเองอยู่จำนวนน้อยอย่างยิ่ง ต่อมาไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

               “นี่ เจ้าหนู เจ้าเองก็มาเข้าร่วมการทดสอบด้วยอย่างนั้นหรือ?”

               มันเป็นน้ำเสียงที่น่าฟังอย่างยิ่ง เมื่อเมิ่งฝานหันหลังกลับไปก็พบว่าเป็นสตรีผู้หนึ่ง เส้นผมของนางงดงามและมีผิวพรรณขาวผ่อง ใบหน้าสวยสดโดดเด่นทั้งยังมีรูปร่างที่ไม่เลว แต่สิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานสนใจนั้นก็คือชุดเกราะที่นางสวมใส่เอาไว้ ซึ่งการที่นางสวมเอาไว้ด้านนอกก็ทำให้ดูมีสง่าราศีของผู้ยิ่งใหญ่

               นึกไม่ถึงว่าจะได้พบเจอกับสตรีรูปงามที่โดดเด่นกว่าผู้ใดในสถานที่แห่งนี้!

               เมิ่งฝานลูบปลายจมูกของตนเองเล็กน้อย อีกฝ่ายไม่ด้อยไปกว่าไป๋สุ่ยเอ๋อร์เลยก็ว่าได้ นับว่าเป็นสตรีที่มากด้วยความเชื่อมั่นในตนเองเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานไม่อาจรับได้คืออีกฝ่ายนั้นดูคล้ายว่าจะมีอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปีเท่านั้น

               เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยอย่างจนปัญญา “ยิ่งเจ้าทำได้ ข้าก็ยิ่งมีโอกาสทำได้ยิ่งกว่าเจ้า!”

               “หึ!”

               สตรีชุดเกราะส่ายหน้า ตาดวงโตจ้องมองเมิ่งฝานก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง “อีกประเดี๋ยวลองดูก็จะรู้เอง แต่เจ้าอย่าร้องไห้ก็แล้วกัน!”

               ระหว่างที่เอ่ยวาจาท่อนขาเรียวสวยนั้นก็ก้าวออกมาข้างหน้า ซึ่งเมิ่งฝานปฏิเสธไม่ได้เลยว่าท่ามกลางผู้คนมากมายเหล่านี้ นางคือผู้ที่ดึงดูดสายตาที่สุดแล้ว

               ผลที่เกิดจากความงามของสตรีมักมากมายเช่นนี้เสมอ

               เมิ่งฝานหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะยืนอยู่กับที่พร้อมกับผู้คนทั้งหลาย รอว่าชายชราชุดสีม่วงจะเอ่ยอันใดต่อไป

               ไม่นานชายชราชุดม่วงก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย พลันมีอัญมณีสีขาวปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ แล้วจึงเอ่ยเสียงเรียบ “พวกเจ้าเข้ามาทำการทดสอบได้แล้ว อัญมณีพลังจิตนี้...ขอเพียงผู้ที่สัมผัสมีพลังจิตมากพอ ก็จะสามารถกลายเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราระดับหนึ่งได้ในทันที!”

               ไม่ต้องทำการฝึกฝน พลังจิตของทุกคนล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิด ซึ่งการที่สามารถสื่อผสานกับพลังจิตของตนเองต่างหากจึงจะสำคัญที่สุด

               ยิ่งพลังจิตแข็งแกร่งเท่าใดแสงของอัญมณีก็จะยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น และจะยิ่งเป็นการบ่งบอกว่าเหมาะสมกับการเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราเพียงใด หลังจากที่ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มสาวทั้งหลายก็ยืนเรียงแถวแล้วก้าวเอามือไปวางไว้บนอัญมณีดังกล่าว เมื่อสัมผัสก็จะมีแสงเปล่งประกายขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่แล้วหาได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ไม่

               คนเหล่านั้นคือผู้ที่สวรรค์กำหนดไว้แล้วว่าไม่อาจเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราได้ ภายใต้การช่วยเหลือจากชายชราชุดสีม่วงนั้นทำให้เด็กหนุ่มสาวทั้งหลายเดินไปเบื้องหน้าจำนวนมากมาย แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถยืนอยู่ข้างกายเขาได้ ส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่ต้องกลับมาอย่างจนปัญญา

               เวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งก้านธูป ผู้ที่รอรับการทดสอบก็เหลืออยู่เพียงน้อยนิดแล้ว

               หลังจากนั้นเพียงไม่นานบุรุษชุดดำผู้หนึ่งก็เดินมาอยู่เบื้องหน้าของอัญมณี เมื่อเขาวางมือลงไปพลันมีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นมา ถึงขั้นที่ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในบริเวณรอบๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว

               อายุของบุรุษผู้นั้นไม่มากเท่าใด โดยเขามีอายุราวยี่สิบปีเท่านั้น แต่กลับมีพลังจิตอันแข็งแกร่งและบ่งบอกว่าใกล้จะอยู่ในขั้นวิญญาณแล้ว ใบหน้าของชายชราผู้เป็นปรมาจารย์จิตศัสตราทั้งหลายต่างก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย

               ชายชราชุดสีม่วงเอ่ยว่า “อู๋หลง ถือว่าไม่เลว ไม่เสียแรงที่เจ้าติดตามตงหลายต้าซือมาตั้งแต่เด็ก!”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นบุรุษผู้มีนามว่าอู๋หลงก็ยกยิ้มอย่างเก้อเขิน แต่ไม่นานกลับมีเสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นที่ข้างกาย “หึ ข้าจะแข็งแกร่งกว่าเจ้าให้ดู!”

               เจ้าของเสียงนั้นคือสตรีชุดเกราะที่พูดจาเสียดสีเมิ่งฝานเมื่อครู่ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความอยากรู้ ก่อนที่นางจะเดินขึ้นหน้าไปแล้วนำฝ่ามือสวยวางไว้บนอัญมณี

               อัญมณีพลันเปล่งประกายเจิดจรัสเหนือกว่าแสงของอู๋หลงเมื่อครู่ ภาพปรากฏการณ์ในเวลานี้บ่งบอกว่าพลังจิตของสตรีผู้นี้อยู่ในขั้นวิญญาณแล้ว

               จึงนำมาซึ่งเสียงฮือฮาของคนภายในวิหารในชั่วพริบตา พวกเขาล้วนแต่มองสตรีผู้นั้นด้วยความตกตะลึง เมืองไท่หยางแห่งนี้มีสตรีผู้แข็งแกร่งดั่งปีศาจเช่นนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?

               สตรีชุดเกราะผู้มีสีหน้าซึ่งบ่งบอกถึงความสุขเอ่ยถามเสียงเบา “เป็นอย่างไร!”

               อู๋หลงอ้าปากแต่ก็ไม่รู้ว่าควรเอ่ยอันใดออกไป ก่อนที่เสียงของตงหลายต้าซือจะดังขึ้น “องค์หญิงสาม ท่านเติบใหญ่ในพระราชวัง ย่อมต้องมีความล้ำเลิศที่ผู้อื่นไม่อาจทัดเทียมได้อยู่แล้ว”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันใด

               องค์หญิงสาม!

               ทุกคนต่างก็รู้ดีว่านี่หมายถึงสิ่งใด จักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าก้านมีพระโอรสพระธิดาอยู่สามพระองค์ พระธิดาเพียงหนึ่งเดียวก็คือองค์หญิงสาม เซี่ยหลัน!

               องค์หญิงแห่งอาณาจักรต้าก้าน เวลานี้คนทั้งหลายต่างก็มองไปยังสตรีดังกล่าวด้วยใบหน้าตกตะลึง

               เซี่ยหลันคลี่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อน “ท่านปู่ตงหลายอย่าได้เปิดโปงข้าสิเจ้าคะ เหรินเจียแค่อยากมาลองเล่นสนุกเท่านั้น!”

               “ท่านสนใจในคลังสมบัติของเหล่าฟูเสียมากกว่าละมั้ง!” ตงหลายต้าซือว่าพลางกระตุกยิ้ม ทว่านัยน์ตาของเขากลับมีความรักและเอ็นดูปรากฏ “ไม่ต้องห่วงไปหรอก อีกประเดี๋ยวหากท่านผ่านการทดสอบของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราย่อมมีของให้ท่านจำนวนไม่น้อย!”

               “จริงหรือเจ้าคะ!”

               เซี่ยหลันพยักหน้าด้วยความชอบใจ จากนั้นจึงไปยืนอยู่ด้านข้าง

               สายตาของทุกคนที่มองไปยังเซี่ยหลันนั้นล้วนแต่แฝงไปด้วยความเคารพยำเกรง เพราะฐานันดรของนางนั้นจะบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจของสวรรค์ก็ยังไม่เกินงาม

               ต่อมาผู้คนที่เหลือก็เดินขึ้นไปด้านหน้า แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องพบกับความผิดหวัง ยามนี้ผู้ที่สามารถยืนอยู่ข้างกายของชายชรามีชนรุ่นหลังอยู่เพียงเจ็ดคนเท่านั้น

               เวลานี้เหลือเพียงเมิ่งฝานผู้เดียวที่ยังไม่ได้ทำการทดสอบ สายตาของคนทั้งหมดจึงมองไปยังจุดที่เขาอยู่ เมื่อเห็นใบหน้าของเขาคนเหล่านั้นล้วนแต่ครุ่นคิดขึ้นในใจว่าเหตุใดเมิ่งฝานจึงได้เด็กถึงเพียงนี้

               “หึหึ น้องชาย เร็วเข้าสิ!”

               เซี่ยหลันมองเมิ่งฝานอย่างหยอกล้อ ก่อนจะกะพริบตามองเขาถี่ๆ

               เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วเดินไปยังเบื้องหน้าของชายชราชุดสีม่วง ก่อนจะวางมือบนอัญมณี เพียงชั่วพริบตาต่อมาพลันมีแสงสว่างเปล่งประกายทั่ววิหารใหญ่!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134