บทที่ 28
“นี่เอ็งกำลังจะเปลี่ยนร้านข้าเป็นโรงเก็บแร่เรอะ”
เรกิลเอ่ยขึ้นเมื่อโรงหลอมของเขาถูกเปลี่ยนเป็นห้องเก็บแร่โดยไม่คาดคิด แท่งแร่ระดับสูงทวางเรียงรายเกลื่อนพื้นประดุจของแร่ขายราคาถูกคนแคระชราสุ่มหยิบมาหนึ่งก้อนก็ต้องประหลาดใจถึงคุณภาพของมันที่เรียกว่ายอดเยี่ยมก็ยังได้ยังไม่รวมแท่งแร่อีกสอบชิ้นที่แวววาวกว่าเพื่อนที่ถูกวางไว้นโต๊ะนั่นอีก
ส่วนเจ้าตัวทำบ้านรกนั้นตอนนี้กำลังนั่งหมดแรงข้าวต้มเนื่องจากไม่ได้กินอาหารมาสามมื้อแล้วใบหน้าซูบลงเล็กน้อยไม่น่ากลัวเท่าเบ้าตาลึกโบ๋ราวกับคนอดนอกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ล ลุงมีอะไรกินบ้างมั้ย”
เมื่อได้ยินดังนั้นคนแคระเฒ่าก็หัวเราะพรืดก่อนจะส่งของกินที่พกติดตัวให้ เด็กหนุ่มฉวยไปกินอย่างไม่เกรงใจแถมเคี้ยวเสียงดังราวกับวิญญาณโหยจนคนแก่อดส่ายหน้าไม่ได้
“ถ้าไม่บอกว่าเป็นมนุษย์ข้านึกว่าเอ็งเป็นคนแคระมาเกิดใหม่นะเนี่ย”
“อ๋าย อาม อ้า ไอ อะ อุง”
เอเลนตอบทั้งที่ในปากยังคงเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ
“เคี้ยวให้หมดก่อนค่อยพูดสิโว้ย”
เรกิลสรรเสริญเข้าให้ทีหนึ่งก่อนจะกระแอมไอ
“ที่อาณาจักรคนแคระมีเรื่องเล่าประมาณว่าความมุ่งมั่นสามารถของคนแคระทำให้ท้องไม่หิว”
ได้ยินดังนั้นเอเลนก็หัวเราะก๊ากประกอบเรกิลที่พูดด้วยสีหน้าจริงๆจังแม้เจ้าตัวจะไม่ขำด้วย
“เจอวัสดุที่น่าสนใจแบบนี้ จะให้สนเรื่องหยุมหยิมแบบนั้นได้ไง”
“งั้นเอาอาหารข้าคืนมา”
“ผมล้อเล่น”
เรกิลมองค้อนเจ้าเด็กตัวแสบไปทีหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแร่บนโต๊ะขึ้นมาชิ้นหนึ่งน้ำหนักของมันหนักกว่าแร่กระดูกมังกรน้อยธรรมดามากจนแทบถือแด้วยมือข้างเดียวไม่ไหว
แร่เกล็ดย้อนมังกรน้อย(สูง)
แรงค์ A
ประเภท วัสดุ
แร่แปรรูประดับสูงหลอมมาจากเกล็ดย้อนของไวร์เวิร์นที่ใกล้จะพัฒนาร่างเป็นมังกร เส้นกั้นบางๆระหว่างเผ่าพันธ์เหลือน้อยเต็มทีจนมิอาจแยกแยะความแตกต่างได้อีก ความทนทานสูงแต่มีน้ำหนักมากถือเป็นวัสดุชั้นเอกที่มีไม่กี่อย่างมาทดแทนได้พลังเวทมนต์แฝงธาตุแสงตามธาตุต้นกำเนิดของไวร์เวิร์น
คำอธิบายจบลงแค่นั้น เรกิลวางมันลงก่อนจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากแร่แท่งหนึ่งบนทั่งเหล็กแร่สีขาวที่แผ่พลังเวทย์ออกมามากกว่าเกล็ดย้อนมังกรน้อยเสียอีกทั้งยังแฝงความรู้สึกที่อาจจะถูกฆ่าฟันได้ทุกเมื่อ
แร่เขี้ยวแก้วมังกรน้อย(สูง)
แรงค์ S
ประเภท วัสดุ
วัสดุชั้นสูงที่อัดแน่นด้วยความคิดฆ่าฟันแร่จะทำร้ายผู้ที่บังอาจจับมันแต่ในขณะเดียวกันด้วยพลังธาตุแสงซึ่งสมควรเป็นธาตุที่อ่อนโยนสุดที่ก็สะกดข่มความบ้าคลั่งเอาไว้เช่นกัน หากจับสุ่มสี่สุ่มห้าจะถูกเงาหลอนของไวร์เวิร์นกรีดร้องทำให้ตกอยู่ในสถานะหวาดผวาและลดพลังชีวิตแบบไม่แยกแยะมิตรศัตรู
“หืม แร่ต้องสาปงั้นรึ”
เรกิลเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจในโลกที่กว้างใหญ่ที่มีวัสดุมากมายหลายประเภทซึ่งเขี้ยวแก้วมังกรน้อยจัดอยู่ในหมวดหมู่วัสดุต้องสาปที่สามารถทำร้ายผู้ที่สัมผัสมันได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
“อาจเป็นเพราะผมเอาเขี้ยวแก้วทั้งสี่ชิ้นมาหลอมรวมกันล่ะมั้ง”
เอเลนเช็ดปากตอบ
“แล้วตอนหลอมเอ็งรับมือกับมันยังไง”
เรกิลถามขึ้นตลอดชีวิตารเป็นช่างตีเหล็กเขาไม่เคยรับมือกับแร่ต้องสาปเลยสักครั้งจึงไม่แปลกที่จะอยู่รู้
“หนามยอกต้องเอาหนามบ่งสิลุง ในเมื่อมันอัดแน่นด้วยความคิดฆ่าฝันผมก็แผ่จิตสัมผัสสวนกลับ”
คำอธิบายของเอเลนไม่ได้ให้คววามกระจ่างเรื่องการป้องกันสถานะผิดปกติหรือการลดพลังชีวิตเลยสักนิด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำอวยพรแห่งการก่อกำเนิดที่ทำให้เขาสามารถจับมันได้โดยไม่สะทกสะท้านผนวกกับจิตสังหารที่เหนือชั้นกว่าทำให้เจ้าแร่ชนิดนี้ยอมสยบ
“แร่เกล็ดกระดูกมังกรเอาไปสร้างเป็นชุดเกราะน่าจะเหมาะ...จากปริมาณที่มีคงทำเกราะเบาได้ชุดหนึ่ง”
“แค่ชุดเดียว?”
เอเลนถามย้ำอีกครั้งให้แน่ใจแร่ที่เขาทุ่มเทจัดการกับพวกมันมาทั้งคืนสามารถสร้างชุดเกราะได้เพียงชุดเดียวนั้นเป็นคำพูดที่น่าเหลือเชื่อ
“เกล็ดของสัตว์อสูรประเภทมังกรมีน้ำหนักค่อนข้างมาก คนปกติไม่มีใครเขาเอามาทำเกราะหนักทั้งตัวหรอกน้ำหนักขนาดนั้นฉุดการเคลื่อนไหวไปเสียเปล่า หากไม่เอาไปทำเกราะเบาก็คงทำโล่ไปเลย”
จริงอยู่ที่น้ำหนักแค่นั้นไม่มีผลกับเด็กหนุ่มที่อู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงสิบเท่ามาตลอดแต่ก็ปฏิเสธได้ว่าคำพูดของชายชราถูกต้องทุกประการ
“อีกอย่าง เกราะหนักมันไม่เข้ากับเอ็งหรอก”
“หึ ลุงรู้หรอว่าผมจะทำเอาไว้ใส่เอง”
“ดูตาเอ็งก็รู้แล้วไอ้หนู”
เรกิลย้อนขึ้นทันควันก่อนจะเดินไปหยิบค้อนกับทั่งของตัวเอง
“เรื่องเกราะปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า ข้าพอจะมีแผ่นหนังสำหรับซับแรงกระแทกอยู่ส่วนหอกข้าจนปัญญาจะรับมือกับวัสดุต้องสาบ เอ็งหาทางเอาเองละกัน”
ไม่พูดเปล่าชายชราก็ถือวิสาสะหยิบวัสดุที่ต้องการใส่ลงในรถเข็นแล้วลากออกไป เนื่องจากโรงหลอมนี้เคยเปนของเรกิลกับภรรยามาก่อนพื้นที่ทำงานจึงถูกออกแบบมาให้สองคนใช้งานได้พร้อมๆกัน
พรึบ
เปลวไฟถูกจุดขึ้นไม่เหมือนกับเอเลนทีควบคุมไฟโยอาศัยสามันเดรอ์และประสาทสัมผัสเป็นหลัก ช่างตีเหล็กตัวจริงมีความสามารถในการควบคุมไฟได้แม่นยำแต่กำเนิดยิ่งเป็นเผ่าพันธ์ช่างตีเหล็กอย่างดรอฟว์ ไฟกับค้อนคือของเล่นที่มันคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งสมกับที่ได้รับความโปรดปรานจากเทพทราฟาก้า
“จงดู”
ชายชราเร่อุณหภูมิขึ้นสูงพร้อมสอดแท่งเหล็กเข้าไป เกล็ดย้อนเปล่งเสียงก่อนที่เปลี่ยนป็นสีส้มแค่เทคนิคนี้เอเลนก็ขนุกเพราะเห็นถึงความลึกซึ้งและใส่ใจในผลงานของอีกฝ่ายอย่างแจ่มชัด
เคร้ง
ค้อนเหล็กถูกฟาดลงบนเนื้อโลหะแทนที่จะเปลี่ยนโลหะทั้งก้อนเป็นเกราะแต่ชายชรากลับแบ่งมันออกมาเพียงส่วนเล็กๆตีมันอย่างมุ่งมั่นเพื่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเกล็ดที่มีนาดเท่าปลายนิ้วโป้งที่มองผิวเผินนี่คือเกล็ดแบบย่อส่วนแต่สำหรับชายชรานี่คือการเริ่มต้น
“หยุดจ้องข้าได้แล้ว ข้าต้องทำแบบนี้อีกเป็นร้อยครั้งเพื่อให้มีจำนวนเพียงพอจะสานเป็นเกราะให้เอ็งไหนจะต้องเตรียมแผ่นหนังสำหรับดานในของเกราะอีก”
ชายชราออกปากไล่ ทำให้เขาต้องเดินกลับมาที่มุมของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้
“ชิ ตาแก่ขี้เหนียวหวงวิชาละสิไม่ว่า”
หลังจาสรรเสริญชายชราเด็กหนุ่มก็หันกลับมาจัดการับอาหารของตัวเองต่อให้เสร็จ วันนี้เขาไม่มีกำหนดการต้องออกไปไหนเพราะเซลีนกำลังจัดประชุมเหล่าผู้มีอำนาจของหมู่บ้านเบรูอินเอเลนจึงสามารถอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน
เด็กหนุ่มเอาวัสดุสามชนิดมาวางเรียงกันหนึ่งแค่แร่กระดูกมังกรน้อยสองแร่มิธริลและสามแร่เขี้ยวแก้วมังกรน้อยสันและพลังของแร่ทั้งามงดงามและทรงพลังจนไม่อาจแตะต้องได้ด้วยมือเปล่าโดยเฉพาะแร่เขี้ยวแก้วมังกรน้อยที่แงบรรยากาศกดดันจนไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้
“เฮ้ หยุดนะ”
เอเลนเอ่ยปากก่อนจะกระแทกจิตสังหารปัดเป่าพลังคุกคามที่มันแผ่ออกมาแล้วบ่นในใจ แม้จะถูกชำรำล้างจนริสุทธิ์แต่จิตชั่วร้ายขงมันก็ยังไม่หายไปเสียทีเดียวและอาจจะก่อปัญหาได้หากทิ้งเอาไว้ข้างนอก
“ด้ามหอกต้องใช้มิธริลเป็นส่วนผสมแบบนั้นหอกจะแข็งแกร่งกว่า ใบหอกคงผสมอย่างอื่นลงไปไม่ได้ไม่งั้นเจ้าเขี้ยวนี่ได้เขมือบวัสดุชั้นสูงจนพรุนแน่”
เด็กหนุ่มพึมพำก่อนจะตัดสินใจเริ่มต้นที่ด้ามหอกก่อน เขาใช้หอกมาหลายชนิดทั้งหอกยาวสำหรับใช้ต่อต้านทหารม้า หอกฮาลเบิร์ดที่ช้ได้ทั้งแทงและฟันแต่หอกที่เขาคดว่าสามารถดึงศักยภาพของท่าแทงออกมาได้ถึงขีดสุดหอกจะต้องมีด้ามยาวสองเมตร
ควินดีลถูกออกแบบตามหลักการดังกล่าวโดยไม่คำนึงว่าด้ามจะต้องเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักมากเพราะเอเลนสามารถแบกรับน้ำหนักได้มากกว่านั้นหากหอกเบาไปมันจะส่งผลต้องประสาทสัมผัส
ร่างกายที่แข็งแกร่งก็ยิ่งต้องการอาวุธที่แข็งแกร่งตามมาในช่วงแรกๆเอเลนจะต้องสร้างอาวุธสำรองใหม่ทุกชิ้นเพื่อให้สอดรับกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้น อย่างอาวุธที่เขามอบให้นักผจญภัยหัวกะทิไปนั้นคืออาวุธสำรองชุดเก่าที่เขาไม่สามารถใช้งานมันได้แล้วนั่นเอง
เอเลนโยนแร่กระดูกมังกรน้อยเข้าไปในเตาหลอมตามด้วยมิธริล
“สลามันเดอร์ช่วยแยกไฟออกเป็นสองฝั่ง”
เนื่องจากแร่ทั้งสองชนิดมีจุดหลอมเหลวที่ต่างกันในการหลอมรวมแร่สองชนิดจะต้องกระทำในทันทีที่แร่เข้าใกล้จุดหลอมเหลว ตามปกติแล้วจะต้องใช้เตาหลอมสองเตาโดยช่างตีเหล็กสองคนทำงานประสานกันแต่เอเลนลัดขั้นตอนที่ต้องใช้สองคนด้วยเปลวไฟจากสลามันเดอร์
ทันใดนั้นเองทั้งสองฟากของเตาคล้ายกับโลกคนละใบอุณหภูมิที่แตกต่างกันกันทำให้บริเวณเส้นกั้นส่งเสียงกรีดร้อง ความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมินั้นแม้แต่เรกิลที่ทำงานอยู่อีกฝั่งยังอดชื่นชมไม่ได้
ด้านหนึ่งเอาเลนกำลังจับแร่กระดูกมังกรด้วยคีมเหล็กในขณะที่อีกด้านของเตาต้องใช้พลังเวทมนต์เข้าช่วยเพื่อจับแร่ แต่ขั้นตอนเหล่านี้สิ้นเปลืองแรงกายและแรงใจมากเพราะพลังเวทมมนต์พื้นฐานประสิทธิศาสตราจัดอยู่ในเวทมนต์ธาตุโลหะซึ่งแพ้ทางธาตุไฟอย่างรุนแรง
หากไม่ใช่เพราะมีดจำกัดพลังเวทมนต์มหาศาลเขาคงไม่เลือกวิธีนี้และไม่อยากให้เรกิลที่ไม่เชี่ยวชาญสูตรการผลิตอาวุธที่ไม่รู้จักเป็นคนช่วย
“กลับไปต้องจ้างผู้ช่วยมากซักคน”
เด็กหนุ่มรำพึงเบาๆประกอบกับแร่ทั้งสองมีอุณหภูมิที่เหมาะสม เอเลนจัดแจงประกอบมันทั้งสองเข้าด้วยกันก่อนจะระดมฟาดค้อนลงไป
เคร้ง
เสียงค้อนปะทะโลหะดังก้องทั่วโรงตีเหล็กเมื่อเหล็กถูกตีจนยาวพอประมาณเขาจึงพับครึ่งมันรอบหนึ่งแล้วนวดต่อทำสลับกันไปหลายครั้งจนเหล็กเย็นตัวถึงโยนมันเขาไปในเตาหลอม
“ฟู่ว ร้อนเป็นบ้า”
พูดจบก็ถอดเสื้อที่สวมอยู่ออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อในระดับสมบุรณ์ที่มีเหงื่อไหลรินถัดไปไม่ไกลคือร่าของดรอฟ์ชราที่ชิงถอดก่อนแล้ว
เอเลนนวด พับ แล้วนวดต่อจนโลหะผสมระหว่างกระดูกมังกรและมิธริลถูกพับรวมกันหลายพันชั้นจึงหยุดลงแล้วค่อยๆหล่อมันขึ้นเป็นด้ามหอกยาวประมาณสองเมตรเป็นรูปทรงกระบอกกว้างพอจะโอบได้ในหนึ่งฝ่ามือหากคิดจะยกมันต้องมีค่าพละกำลังอย่างน้อย 2500 แต้ม
เมื่อจัดการกับด้ามหอกเสร็จแล้วก็ถึงเวลาจัดการกับส่วนที่เป็นหัวใจของหอก แร่เขี้ยวแก้วมังกรน้อยส่งเสียงหวีดร้องทันทีที่มือสัมผัสพร้อมกับแผ่พลังกัดกินร่างกายออกมา
[แร่เขี้ยวแก้วมังกรน้อยกำลังสาปแช่งท่าน]
[คำอวยแห่งการก่อกำเนิดเสนอผล]
[ท่านต้านทาน]
เสียงของโลกส่งข้อความแบบเดียวกับเมื่อครั้งตอนที่แรท่ถูกสร้างเสร็จเอเลนถือมันขึ้นมาด้วยใบหน้าเฉยเมยกลับกันแร่เขี้ยวแก้วมังกรน้อยที่เปล่งเสียงออกมาด้วยวามกลัวคำสาปแช่งของัมนไร้ผลเมื่อยู่ต่อหน้ากาลอนันต์
แร่เขี้ยวแก้วมังกรน้อยถูกส่งเข้าไปในกองเพลิงอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ มันกรีดร้องเสียงแหลมจนแสบแก้วหูทั้งยังเปล่งจิตสังหารออกมาอย่าท้วมท้น เรกิลที่กำลังทำงานอยู่พลันเผยสีหน้าไม่สบายใจ
“ไม่ต้องกังวล ผมจัดการได้”
เอเลนตอบอย่างมั่นใจทั้งยังปลดปล่อยจิตสังหารออกมา ความคิดฆ่าฟันที่เหนือกว่าไวท์ไวร์เวิร์นถูกปลดปล่อยและถูกส่งไปยังแร่ก้อนหนึ่งมันต้านทานและผลักดันจิตสัหารขอแร่กับไปโดยเรกิลที่อยู๋ใกล้ๆไม่ได้รับผลกระทบเอเลนจ้องมองแร่ด้วสายตาเย็นชาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงพลังเวทย์
“ถ้ายังไม่ยอมสยบชั้นจะทำลายแกทิ้ง”
คำขู่ได้ผลแรงกดดันจากแร่ลดลงมากแต่ก็ยังไม่สงบเสียทีเดียวที่เอเลนต้องทำคือแสดงให้มันเห็นว่าตัวเขาอยู่เหนือกว่า เขาจัดการดึงมันออกมาด้วยคีมเหล็กแล้วระดมฟาดมันด้วยค้อนครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกๆครั้งเอเลนจะแฝงพลังเวทย์ผสมกับจิตสังหารเสมือนว่าขากำลังทุบตีมอนสเอตร์ตัวหนึ่งก็ไม่ปาน
เรื่องราวพิสดารจนเรกิลอดไม่ได้ที่จะหยุดมอง
“รูปแบบการใช้ค้อนยอดเยี่ยมมาก ไหนจะวิธีที่เขาใช้สยบแร่ต้องสาปนั่นอีก”
เรกิลกล่าด้วยน้ำเสียงทึ่งเขาที่ไม่มีประสบการณ์ในการใช้งานวัสดุต้องสาปมาก่อนไม่รู้เลยว่าช่างตีเหล็กคนนั้นต้องพยายามขนาดไหนจึงจะสามารถรับมือกับวัสดุต้องสาปได้ บางคนใช้วิธีพลัดกันเขามารับผลของคำสาปแช่งบางคนรีบนำแร่ไปชำระล้างแต่ไม่มีสักคนที่สามารถสะกดข่มแร่ต้องสาปด้วยกำลัง
จนกระทั่งวันนี้
เคร้ง
กี๊ซซซ
เสียงค้อนดังแข่งกับเสียงกรีดร้อง แร่เขี้ยวแก้วมังกรเพลิงกำลังอ่อนแรงและใกล้พ่ายแพ้มันจงเริ่มกัดกินพลังชีวิตเพื่อเป็นการข่มขู่ น่าเสียดายที่สมาธิของเด็กหนุ่มทรงพลังเกินกว่าจะรับรู้เหตุการณ์รอบตัวไปแล้วต่อให้มันลงมือหนักกว่านี้หรือมีเสียงดังกว่านี้ก็ไร้ผล
สุดท้ายเสียงในโรงตีเหล็กก็เหลือเพียงเสียงค้อนเพียงอย่างเดียว
ฉ่า
ใบหอกถูกแช่ลงในน้ำเย็นก่อนจะถูกนำมาลับคมอย่างประณีต เขี้ยวแก้วมังกรน้อยมีความแข็งมากเกินไปทำให้เอเลนต้องสูญเสียหินลับมีดไปหลายก้อนก่อนที่มันจะคมในระดับที่น่าพึงพอใจ ใบหอกสองง่ามที่มีช่องตรงกลางเว้นว่างเอาไว้
ใบหอกและด้ามถูกประกอบภายในเวลาอันรวดเร็วก่อนที่จะจบขั้นต้อนสุดท้ายด้วยการใช้แก่นผลึกมังกรทรงกลมสีขาวใส่ลในช่องว่างที่ใบหอกแสงสว่างวาบปรากฏขึ้นพร้อมกับเสีงของศาสตราวุธที่กู่ร้องอย่างยินดีที่ได้ถือกำเนิดขึ้น
[ท่านสร้าง คมเขี้ยวพยศแห่งท้องนภา ควีนดีล]
[ท่านผลิตยุทธภัณฑ์เกรด S สำเร็จ]
[ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้น 200 หน่วย]
.
.
.
.
คมเขี้ยวพยศแห่งท้องนภา ควินดีล (ไม่สมบูรณ์)
แรงค์ S (พัฒนา)
ประเภท อาวุธ
พลังโจมตี 24100
ความทนทาน 8950 / 8950
ผู้สร้าง เอเลน
เลเวลที่สามารถสวมใส่ 50
เงื่อนไขการสวมใส่ พลหอก อัศวิน
หอกที่ถือกำเนิดจากการใช้ชิ้นส่วนของไวร์เวิร์นี่เกือบจะข้ามเส้นแบ่งระหว่างไวร์เวิร์นกับมังกรอย่างคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากแก่นผลึกมังกรยังก่อตัวขึ้นไม่สมบูรณ์ทำให้พลังที่แท้จริงของควินดีลยังไม่เบ่งบานจนถึงขีดสุดจนกว่าแก่นผลึกมังกรจะถูกเติมเต็มด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง
- เพิ่มพลังโจมตีด้วยท่าแทง 100%
- เพิ่มความเสียหายธาตุแสง 100% (ถูกผนึก)
- รับความเสียหายจากเวทมนต์ธาตุแสงน้อยลง 50% (ถูกผนึก)
- เพิ่มความเสียหายต่อสิ่งมีชีวิตที่สืบเชื้อสายมาจากมังกร 50%
- รับความเสียหายจากสิ่งมีชีวิตที่สืบเชื้อสายมาจากมังกรน้อยลง 50% (ถูกผนึก)
- หอกสามารถสลับพลังโจมตีจากกายภาพเป็นเวทมนต์ได้ตลอดเวลา
- มีโอกาสปานกลางที่จะสะท้อนความเสียหาย 10% เมื่อรับการโจมตีด้วยด้ามหอก (ถูกผนึก)
- มีโอกาสสูงที่จะโจมตีอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจเครื่องสวมใส่ประเภทป้องกัน/พลังป้องกันของศัตรู
- มีโอกาสเล็กน้อยที่ผู้ใช้งานจะถูกสถานะโทสะมังกรเข้าครอบงำ (ถูกผนึก)
- ทุกครั้งที่สังหารสิ่งมีชีวิตที่สืบเชื้อสายมาจากมังกร จะได้รับพลังโจมตีเพิ่ม 1 หน่วย(ถาวร)(ปัจจุบัน 0 แต้ม)
- (รูน) ทักษะ ดูดกลืนมานา(ไม่สมบูรณ์) ดึงดูดพลังเวทมนต์ตามธรรมชาติมาเปลี่ยนเป็นมานาให้แก่ผู้ใช้งาน เท่ากับครึ่งหนึ่งของค่าพลังเวทมนต์สูงสุด ระยะหน่วง 1 ชั่วโมง
- (รูน) ทักษะ นภาพิโรธ(ถูกผนึก) แทงหอกไปด้านหน้าปลดปล่อยมังกรขาวโบยบินเข้าพร้อมดึงศัตรูขึ้นไปบนท้องฟ้าสร้างความเสียหาย 300% ของพลังโจมตี ระนะหน่วง 1 ชั่วโมง
- (รูน) ทักษะ คมเขี้ยวมังกรคลั่ง แทงหอกแปดครั้งสร้างความเสียหาย 500% และ 1000% ในหอกสุดท้าย แผลที่เกิดจากทักษะนี้จะไม่สามารถรักษาได้ 5 วินาที / หากเป้าหมายเป็นมังกรจะตกสู่สถานะคลั่งหากพลังชีวิตเป้าหมายลดลงต่ำกว่า 50% ระยะหน่วง 1 ชั่วโมง
“โอ้ นี่มันมากกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ซะอีก”
ตาลุงเรกิลกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม ตัวหอกสีขาวบริสุทธิมังกรตะวันออกที่เคยเห็นแต่ในหนังสือถูกแกะสลักเอาไว้ปลายด้ามหอกในท่วงท่าที่กำลังรัดหอกเอาไว้ ใบหอกสองง่ามงดงามไร้ที่ติท้าทายให้ผู้ที่พบเห็นคิดครอบครองหากแต่พลังเวทย์ที่แผ่ออกมาน่าหวาดหวั่นประหนึ่งมีมังกรปรากฏตัว
เด็กหนุ่มยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีถึงจะบอกว่าควินดีลมีเกลลันดร้าเป็นแรงบันดาลใจแต่ก็แค่ความประทับใจแรพบเท่านั้นในเชิงคณสมบัติแล้วเด็กหนุ่มเลือกจะออกแบบมันให้เหาะสมกับตัวเขาเองเป็นอาวธที่เกิดมาเพื่อตัวเขาเองก็ไม่ผิดนัก
น่าเสียดายที่แก่นผลึกมังกรที่เขามียังไม่สมบูรณ์ทำให้หอกถูกผนึกความสามารถบางอย่างเอาไว้ต่อให้เขามีแก่นผลึกมังกรอีกชิ้นแต่หากไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูงก็ไม่มีทางหลอมรวมแก่นผลึกมังกรทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันได้ แต่ลำพังแค่คุณสมบัติที่มีก็มากพอจะทให้ควินดีลกลายเป็นสมบัติระดับชาติแบบเดียวกับที่ซันโทเรียนและเกลลันดร้าเป็น
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาที่เขาจะได้พักซะทีก่อนจะวางหอกลงกับโต๊ะไม้แต่เขาดันลืมไปว่าตัวหอกมีน้ำหนักมากทำให้โต๊ะโค่นลงทันทีที่หอกปล่อยมือทำเอาเรกิลถึงกับนิ่งงันไปแวบหนึ่ง
“...บางที่ข้าก็ทึ่งนะที่เอ็งถือไอ้แท่งเหล็กนั่นได้ราวกับท่อนไม้”
เอเลนหัวเราะแห้งก่อนจะเอากระเป๋ายาวที่มีรูนลดน้ำหนักแบบเดียวกับของเรกิลออกมาแล้วยัดควินดีลงไปก่อนจะเอาไปวางเอาไว้ที่มุมห้อง เขารู้สึกวิงเวียนแม้จะมีร่างกายแข็งแกร่งก็ตาม
“ขอผมพักหน่อยนะลุง ไม่ไหวละ”
“เออๆ ใช้โซฟาในห้องรับแขกข้าได้เลย”
เอเลนเดินโซซัดโซเซกลับเข้าไปในบ้านก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาแล้วหลับไปในทันที โดยไม่ได้เอะใจเลยว่าตลอดทางล้วนตกอยู่ในสายตาของคนกลุ่มหนึ่ง
“เจ้านั่นน่ะเหรอคนนอก ดูอ่อนแอชะมัด”
นักผจญภัยของหนึ่งที่เป็นลูกน้องของมัลคอมม์แค่นเสยอย่างดูแคลน เจ้าช่างตีเหล็กจากเมืองหลวงทำงานได้ไมกี่วันก็เดินโซซัดโซเซประหนึ่งกิ่งไม้ต้องลมซึ่งจะเชื่อแบบนั้นก็ไม่ผิดเพราะคลาสช่างตีเหล็กรวมไปถึงคลาสสายสนับสนุนอื่นๆล้วนมีร่างกายที่อ่อนแอไม่เหมือนสายต่อสู้ ต่อให้เลเวลเยอะกว่าก็ส็คลาสสายต่อสู้ที่มีเลเวลน้อยกว่าไม่ได้
“ก็ตามที่ลูกพี่ว่านั่นแหละ เราต้องระวังแค่ผู้หญิงสองคนส่วนเจ้าช่างตีเหล็กคนนี้พวกเราต้องมีมารยาทกับมันหน่อย”
นักผจญภัยอีกคน มันเป็นหนึ่งในคนที่ได้เห็นประสิทธาพของอาวุธที่เหล่าหัวกะทิเอามาโอ้อวด มันจึงสนับสนุนความคิดของมัลคอมม์ที่ให้เชิญเอเลนมาเป็นผู้ติดตามอีกคน
หากลูกพี่ขอร้องมันดีๆเจ้าช่างตีเหล็กคนนั้นจะต้องมองเห็นความยอดเยี่ยมของมัลคอมม์และก้มหัวขอร้องเพื่อติดตามไปจนกว่าฟ้าดินจะล่มสลาย มันเชื่ออย่างไม่เคลือบแคลงเลยว่าเอเลนจะยอมเป็นม้าเป็นลาเพื่อให้ได้ติดตามคนที่แสนยิ่งใหญ่อย่างมัลคอมม์
“เออๆ ว่าแต่เมื่อกี้เอ็งเห็นแสงลอดออกมาจากโรงตีเหล็กมั้ย”
“คงเป็นฝีมือของตาแก่เรกิลนั่นแหละ”
นักผจญภัยคนที่สองกล่าว
“ลูกพี่เคยบอกว่าแสงเกิดจากการตีเหล็กคือการกำเนิดของยุทธภัณฑ์ระดับสูง....แย่แล้ว เราต้องไม่ปล่อยให้สมาคมรู้เรื่องนี้ ตอนนี้ยังไม่มีใครระแคะระคายเพราะยังอยู่ในที่ประชุมกันหมดรีบไปดักรอลูกพี่แจ้งเรื่องนี้โดยด่วน”
“เข้าใจแล้ว”
พูดจบนักผจญภัยคนแรกรับคำก่อนจะเดินออกไปหากมีใครทราบที่มีอุปกรณ์ระดับสูงถือกำเนิดย่อมต้องเกิดการแย่งชิงแต่ก่อนที่มันจะเป็นอย่างนั้นลูกพี่ของมันต้องได้ครอบครองอุปกรณ์ระดับสูงนั่นเป็นคนแรก
มัลคอมม์ดาวจรัสแห่งเบรูอิน บุตรชายของผู้นำหมู่บ้าน นักผจญภัยอันดับหนึ่งที่มันและเด็กคนอื่นๆเลือกจะติดตามเพราะต้องการมีชีวิตที่ดีกว่าการซูกหัวอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกไปวันๆ พวกมันทั้งหมดรอที่จะได้เฉิดฉาย ณ เมืองหลวงของจักรวรรดิ
นักผจญภัยคนที่สองหลุดออกจากห้วงความคิดก่อนจะกระจายคำสั่งออกไปเพื่อความรัดกุมเขาต้องไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาที่นี่ได้อีก
“ให้คนของเราล้อมโรงตีเหล็กเอาไว้ อย่าให้เป็นจุดสนใจ จับตาดูทุกคนที่ผ่านเข้าออกบริเวณนี้หากเป็นชาวบ้านคนอื่นให้ปล่อยไปแต่หากเป็นคนของสมาคมต้องดึงดูความสนใจของมันเอาไว้อย่างให้เข้าใกล้ที่นี่ได้เด็ดขาด”
สิ้นคำนักผจญภัยเกือบ 20 คนก็กระจายตัวออกไปตามจุดต่างๆโดยไม่ให้ผิดสังเกตุบางคนตั้งวงดื่มกิน บ้างสนทนา แต่จะผัดกันเบนสายตามาทางโรงตีเหล็กทุกครั้ง จริงๆคำสั่งนี้ออกจะเดินความจำเป็นไปเสียหนอยเนื่องจากบ้านของเรกิลไม่ค่อยจะมีชาวบ้านเฉียดผ่านมาอยู่แล้ว
ขณะเดียวกันในที่ประชุมก็กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
“ขอคัดค้าน ทำไมชั้นจะต้องทำตามคำสั่งของคนนอกด้วย”
ชายหน้าหนูหรือมัลคอมม์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนๆมันกำลังเอาเท้าทั้งสองขึ้นมาวางบนโต๊ะประชุมอย่างไร้มารยาท เซลีนกลับเยือกเย็นจนน่าเหลือเชื่อแม้จะถูกยียวนอยู่ก็ตาม
เจตนาของมันชัดเจนมาก ต้องการยั่วโมโหเราเพื่อให้ความน่าเชื่อถือของเราลดลง...ลูกไม้เด็กเล่น
เซลีนที่อยู่ในแวดวงของการแก่งแย่งชิงดีในตระกูลมาตั้งแต่เด็กมีหรือจะมองความคิดตื้นเขินของอีกฝ่ายไม่ออก ในตระกูลครีฟมอนด์ต้องเป็นราชสีห์เท่านั้นจึงจะมีที่ยืนในสังคมเซลีนไม่ใช่เจ้าหญิงที่ต้องรอให้มีคนมาช่วยเหลือ ที่เธอยังคงเงียบอยู่เพราะต้องการทราบเป้าหมายที่แท้จริงของอีกฝ่ายเท่านั้น
บรรยากาศการประชุมดำเนินไปได้ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากหมู่บ้านมีพื้นที่ใหญ่เกินกว่าที่กลุ่มของเซลีนและสมาคมจะสามารถป้องกันได้ทั้งหมดจึงได้ขอความร่วมมือกับกลุ่มคนในพื้นที่ด้วยการนำเสนอแผนการป้องกันที่มีประสิทธิภาพแต่มัลคอมม์กลับไม่เห็นด้วย
“เอาแบบนี้ดีมั้ย เรามาร่วมมือกันบุกไปถึงค่ายของพวกมันเดี๋ยวนี้ใช้จังหวะที่มันคาดไม่ถึงเพื่อโจมตีกลับ”
*******************************************************************************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
เอาตอนใหม่มาส่งครับ