เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 48 กล่องไม้..?

    พระอาทิตย์ฉายแสงสว่างไสวรุ่งอรุณวันใหม่ก็มาถึง เทียนอี้ลุกมาทำธุระส่วนตัวแต่เช้าตามปกติ ก่อนที่จะเดินไปยังห้องรับรองเพื่อกินอาหารเช้า เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยก็ตรงไปอีกที่หอการค้าหมื่นธาราทันที
    วันนี้คนที่เหลือรอดของตระกูลฟางต้องนำทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดมาส่งมอบให้เทียนอี้. ที่หอการค้าหมื่นธาราตามที่เทียนอี้สั่งไว้. เทียนอี้นั่งรออยู่ห้องรับริงที่ชั้น 5 ได้ไม่นาน ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งจากตระกูลฟางเข้ามาขอพบเทียนอี้
    ชายวัยกลางคนผู้นี่คือ ฟางเฉิน มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพ่อบ้านของบ้านตระกูลฟาง ทำงานให้กับฟางหลงมาหลายสิบปี เป็นผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลฟางมากที่สุดผู้หนึ่ง เป็นสุนัขที่คอยรับใช้ตระกูลฟางในทุกๆเรื่องมาโดยตลอด ทั้งเรื่องที่ดี และไม่ดี
    ฟางเฉินรออยู่สักพักก็มีพนักงานพามันไปหาเทียนอี้ เนื่องจากฟางเฉินเป็นหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลฟางมาหลายปี และนับว่าเป็นผู้ที่ติดมดตามรับใช้ฟางหลงมาตลอด จึงเป็นคนที่มีความสำคัญคนหนึ่งของตระกูลฟาง จึงรู้ว่าทรัพย์สินของตระกูลฟางมีจำนวนเท่าได เพราะมันเองก็เป็นผู้หนึ่งที่สามารถเข้าถึงห้องสมบัติตระกูลฟางได้.
    แต่เมื่อวานนี้เทียนอี้ได้แสดงถึงพลังที่น่ากลัวจนมันไม่สามารถขัดขืนได้ ด้วยความหวาดกลัวที่มีต่อเทียนอี้ และกลัวตายหัวหน้าพ่อบ้านคนนี้จึงเป็นผู้นำในการรวบรวมทรัพย์สิน และทรัพย์สมบัติที่มีค่าทั้งหมดของตระกูลฟางเมื่อวานนี้ แล้วจึงนำมามอบแก่เทียนอี้ในวันนี้
    เมื่อฟางเฉินได้ขึ้นมาถึงชั้นห้าก็ได้ตรงไปหาเทียนอี้ทันที เทียนอี้ตอนนี้กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิเดินลมปราณรออยู่ในห้อง เมื่อมีคนเข้ามาหาก็ลืมตาขึ้นมามองผู้ที่กำลังเดินเข้ามาทันที ภายในดวงตาเทียนอี้มีประกายกระบี่วิ่งผ่านไปมาก่อนที่จะหายไปในที่สุด
    ฟางเฉินที่กำลังเดินเข้ามา เมื่อเห็นสายตาของเทียนอี้ที่มองมา และสังเกตุเห็นประกายกระบี่เล็กน้อยนั้น มันก็อดที่จะสั่นสะท้านไปไม่ได้เพราะมันสัมผัสได้ว่าเทียนอี้ในตอนนี้นั้นมีความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อวานนี้แล้ว ช่างเป็นการพัฒนาที่รวดเร็วและน่ากลัวยิ่งนัก
    เมื่อเทียนอี่เห็นฟางเฉินที่กำลังยืนสั่นเป็นลูกนกอยู่เบื่องหน้าตนเองนั้นก็ไม่ได้พูด หรือแสดงท่าทีไดๆออกมา เพราะยิ่งคนเหล่านี้หวาดกลัวเขามากเท่าไหร่มันยิ่งไม่กล้าที่จะลองดีกับเขาเท่านั่น นี่คือสิ่งที่เทียนอี้ต้องการ
    เมื่อฟางเฉินเห็นว่าเทียนอี้ได้พูดสิ่งไดเลยมันก็ทำการหยิบแหวนมิติออกมา 2 วงทันทีก่อนที่จะมอบให้กับเทียนอี้ แล้วบอกกับเทียนอี้ด้วยน้ำเสียงสุภาพ
    "ทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดของตระกูลฟางล้วนอยู่ในแหวนมิติทั้ง 2 วงนี้แล้วขอรับ"
    "ในแหวนมิติวงสีแดงนั้นจะเป็นของจำพวกเงินทอง ของมีค่า เครื่องประดับต่างๆ รวมทั้งเอกสารการครอบครองพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่เคยเป็นของตระกูลฟางขอรับ"
    "และในแหวนวงสีเหลืองนั้นจะมีพวกผลึกอสูร สมุนไพรวิญญาณ และ ผลึกปราณอีกเล็กน้อยขอรับ" ฟางเฉินอธิบายรายระเอียดพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่กำลังไหลอยูบนใบหน้า
    เทียนอี้หยิบแหวนมิติทั้ง 2 วงขึ้นมากและทำการสำรวจสิ่งของที่อยู่ด้านในแหวนมิติทั้ง 2 วง และของด้านในก็เป็นไปตามที่ฟางหลงอธิบายมาทุกอย่าง แหวนมิติเต็มไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง สมุนไพรต่างๆ อาวุธชุดเกราะ ของตระกูลฟาง เทียนอี้ได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจกับสินสงครามที่ได้มาในครั้งนี้
    เมื่อสำรวจมาสักพักเทียนอี้ก็ได้เก็บแหวนมิติทั้งสองวงเข้าไปไว้ในมิติพิเศษที่หลังมือตัวเองทันที เมื่อฟางเฉินไม่เห็นแหวนมิติบนนิ้วของเทียนอี้ไม่มีแหวนมิติ แต่เทียนอี้กลับสามารถทำให้แหวนทั้งสองวงหายไปกลางอากาศได้นั้น ทำให้มันแทบช็อคตาย
    เพราะว่าผู้ที่สร้างมิติเก็บของ ของตนเองได้นั้นมีเพียงขอบเขตราชันจักรพรรดิ์ขึ้นไปเท่านั้นที่ทำได้ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามันกลับทำได้ และยังทำต่อหน้าต่อตาของมันเองอีกด้วยฟางเฉินได้แต่คิดว่า ชายที่อยู่ตรงหน้าของตนจะทำอะไรที่ทำลายสามัญสำนึกของคนปกติอีกกี่อย่างกันแน่
    ขณะที่มันเหม่อลอยอยู่นั้นเอง เทียนอี้ได้ใช้สำผัสของตนตรวจค้นตัวของฟางเฉิน และก็ไม่ทำให้เทียนอี้ผิดหวังจริงๆ บนตัวของฟางเฉินกลับมีกล่องไม้อยู่อีกใบหนึ่ง เทียนอี้จึงได้ปล่อยจิตกระบี่ที่เก็บงำไว้ออกมาส่วนหนึ่งทันที
    เมื่อจิตกระบี่ที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวเทียนอี้ตอนนี้ ทำให้เทียนอี้ที่กำลังนั่งอยู่ในตอนนี้คนทั้งคนมองดูราวกับกระบี่วิเศษเล่มหนึ่ง ที่พร้อมที่ทิ่มแทงและฟาดฟันทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ดูแล้วน่าเกรงขามอย่างมาก
    ตอนนี้ฟางเฉินมันรู้ตัวแล้วว่าเทียนอี้สังเกตเห็นกล่องไม้ที่มันซ่อนเอาไว้แล้ว มันจึงทำได้เพียงนำกล่องไม้ใบเล็กออกมาจากแขนเสื้อของตน แล้วส่งให้กับเทียนอี้อีกครั้งด้วยมือที่สั่นเทา เพราะความหวาดกลัว
    ตอนนี้สายตาของเทียนอี้จับจ้องไปที่กล่องไม้ ตรงหน้าที่มองดูเหมือนจะไม่มีค่าอะไร แต่ที่มันที่สะดุดตาเทียนอี้คือ อักขระที่เขียนไว้บนฝาของกล่องไม้เก่าๆใบนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นอักขระโบราณที่ไม่สามารถหาพบได้ในปัจจุบัน
    แต่เทียนอี้รู้จักมัน ไม่ใช่สิต้องบอกว่าเทียนอี้รู้จักมันจากความทรงจำของเซียนกระบี่มากกว่า กล่องที่ดูเก่าแก่ใบนี้มีค่าที่สุดสำหรับเทียนอี้ในตอนนี้ เทียนอี้หยิบมันขึ้นมาดูอย่างใกล้ชิดอ่านข้อความทุกตัวอักษรบนกล่องอย่างจริงจังตั้งใจ ก่อนจะหันไปพูดกับฟางเฉินด้วยน้ำเสียงเย็นชา
    "ใจกล้ามากที่บังอาจกล้าแอบเก็บของของข้าไว้คงเบื่อที่จะมีชีวิตแล้วกระมัง"
    หลังพูดเสร็จเทียนอี้ก็สร้างเพลิงทมิฬขนาดเท่าเม็ดถั่วขึ้นมา ก่อนจะโยนไปใส่ร่างของฟางเฉินทันที เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีแล้วฟางเฉินก็คิดจะกระโดดหลบ แต่แล้วภาพที่เคยเกิดขึ้นกับสามผู้อาวุโสสำนักจันทรเสี้ยวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
    ฟางเฉินที่ไม่สามารถขยับได้ราวกระถูกแช่แข็ง ต้องมองดูเปลิวเพลิงทมิฬขนาดเล็กตกใส่ร่างของตน และนั้นก็คือภาพสุดท้ายที่มันได้เห็นก่อนที่จะถูกเผาในพริบตา จนหายไปกับความว่างเปล่าเหมือนกับว่ามันไม่เคยมาที่นี้มาก่อน
    หลังจากเทียนอี้ได้โยนเปลวเพลิงทมิฬออกไปแล้วมันก็ไม่ได้หันไปสนใจฟางเฉินอีกเลย แม้แต่ตอนที่ฟางเฉินถูกเผาจนหายไปเทียนอี้ก็ไม่แม้ที่จะชายตามองด้วยซ้ำ ตอนนี้สายตาของเทียนอีกำลังจับจ้องไปที่กล่องไม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่าข้อความเหล่านั้นที่สลักบนกล่องไม้ มันได้ดึงดูดเทียนอี้ได้อย่างที่สุด
    มีเพียงผู้เยาว์ที่มีวาสนา ถึงจะควรค่ากับสุสานเทพกระบี่ "สุสานเทพกระบี่" เพียงคำๆนี้ก็สมมารถสั่นสะเทือนทั่วทั้งโลกยุทธภพได้แล้ว ไม่ต้องจินตนาการเลยว่าถ้ามีคนรู้ถึงการมีอยู่ของสุสานเทพกระบี่ สงครามการฆ่าฟัน และการนองเลือดจะต้องเกิดขึ้นมากมายอย่างแน่นอน
    ตอนนี้เทียนอี้สำรวจกล่องไม้ใบนี้อย่างระเอียดเพื่อหาวิธีเปิดกล่องไม้ เขาเชื่อว่าด้านในกล่องต้องมีเบาะแสที่เกี่ยวกับสุสานเทพกระบี่อย่างแน่นอน มองหาอยู่พักใหญ่เทียนอี้ก็ยังคิดหาวิธีเปิดไม่พบ จากนั้นไม่นานเทียนอี้ก็ใช้สารพัดวิธี ที่จะพยายามเปิดกล่องไม้ใบนี้ให้ได้
    เท้ยนอี้ใช้แม้กระทั่งกระบี่ในการฟันเพื่อเปิดกล่องไม้ แต่กล่องไม้ที่ดูธรรมดาใบนี้เมื่อถูกฟัน ด้วยกระบี่ของเทียนอี้เต็มแรงกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนให้เห็น คิดไม่ออกจริงๆว่ากล่องไม้ที่ดูธรรมดาๆใบนี้จะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ เทียนอี้จะใช้เพลิงทมิฬก็กลัวจะรุนแรงเกินไปจนเผากล่องไม้จบไม่เหลือเทียนอี้จึงไม่ยอมเสี่ยง
    หลังจากนั่งคิดอยู่อีกนานนับชั่วยาม. เทียนอี้ก็คิดวิธีที่ควรจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดออกมาได้ในที่สุด เทียนอี้นำกล่องไม้มาวางไว้บนผ่ามือซ้ายแล้วนำผ่ามือขวามาประกบไว้ด้านบนอี้ที คล้ายท่าประกบมือทำสมาธิ.
    ก่อนที่จะหลับตาแล้วควบคุมจิตรกระบี่ในห้วงวิญญาณไปที่กล่องไม้ ทันไดนั้นเองกล่องไม้ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ก็สั่นไหวเล็กน้อยอยู่สักพักก่อนจะมีเสียงดัง แกร๊ก! คล้ายกับเสียงของกิ่งไม้หักก่อนที่ฝากล่องจะเปิดออกในที่สุด......

    ค้างอ่ะดิ????????ไรต์ก็ค้าง...????????

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน