เมื่อเก่อมามาหลี่ถูกจับกุมไปตงเฟยในฐานะที่เป็นเจ้านายโดยตรงก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบนางจึงถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าที่ตำหนักฮองไทเฮาหลังจากที่รักษาตัวหายแล้วฮ่องเต้ทรงมอบสิทธิ์ในการตัดสินพระทัยลงโทษให้กับฮองไทเฮา
“ฝ่าบาททรงปัดความรับผิดชอบได้รวดเร็วนัก”
“เสด็จแม่ช่วยหม่อมฉันด้วยเถิดคราวนี้พระสนมทั้งสองถูกวางยาพร้อมกันแต่ที่เกินคาดคือเก่อมามาหลี่วางยาตงเฟยเจ้านายของตนเอง มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ?แม้จะหาตัวคนวางยาเหม่ยเฟยไม่ได้แต่หม่อมฉันคาดว่าคงจะเป็นหนึ่งในสามแน่”สีหน้าของฮ่องเต้ดูมีเลศนัยจนฮองไทเฮาต้องหันมามองซ้ำ
“ฝ่าบาทคงมีแผนสินะ?”
“ทรงสมกับเป็นเสด็จแม่ของกระหม่อม”ฮ่องเต้ทรงค้อมพระเศียรเล็กน้อย
“อืม...”ฮองไทเฮาทรงยิ้มน้อยๆ “เช่นนั้นก็ว่าไปตามแผนของเจ้าเถิด”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ”
เก่อมามาหลี่ไม่ได้ให้การซัดทอดผู้ใดนางยอมรับว่าตนเองเป็นผู้วางยาพระสนมเพียงเพื่อให้ฮ่องเต้เกิดการหวาดระแวงในตัวพระสนมองค์อื่นเท่านั้นมิได้หวังทำร้ายหรือเอาชีวิตตงเฟยแต่อย่างใด?เมื่อสอบสวนโดยละเอียดแล้วฮองไทเฮาทรงสั่งให้กักบริเวณตงเฟยหกเดือนในฐานะที่นางไม่อาจควบคุมคนรับใช้ของตนได้ส่วน เก่อมามาหลี่ถูกเนรเทศออกไปอยู่ชายแดน
เมื่อข่าวของตงเฟยหลุดออกไปนอกวังใต้เท้าตงแห่งกรมโยธาธิการในฐานะบิดาพระสนมตงรู้สึกอับอายนักในยามเข้าสู่ท้องพระโรงขุนนางสูงวัยต้องเผชิญหน้ากับสายตาตำหนิของเหล่าขุนนางด้วยกันแม้ผู้กระทำผิดจะเป็นเก่อมามาหลี่มิใช่บุตรีของเขาโดยตรงทว่าก็ไม่อาจกลบเกลื่อนความคิดของผู้อื่นที่ว่าความผิดของผู้รับใช้ก็เป็นความผิดของผู้เป็นนายด้วยหากมิใช่เพราะระยะนี้ฮ่องเต้ทรงมีโครงการสร้างเขื่อนอยู่หลายเมืองแล้วให้เขาควบคุมการสำรวจเขาก็คงอาจจะหลีกเลี่ยงการเสนอหน้าในท้องพระโรงได้บ้าง
เจ้ากรมคลังเสิ่นรู้สึกพอใจที่ตงเฟยหมดความสำคัญในวังหลังเพราะเหม่ยเฟยที่มีพี่ชายเป็นหัวหน้าองครักษ์วังหลวงนั้นไม่มีผลกับการแย่งชิงความสำคัญใน ราชสำนัก เหลือเพียงเฉินเฟยบุตรีเจ้ากรมพิธีการเท่านั้นที่ยังได้รับความใส่ใจจากฝ่าบาทกรมพิธีการไม่ได้มีผลกับอำนาจและผลประโยชน์นอกวังดังนั้นเฉินเฟยจึงมิได้อยู่ในสายตาของเจ้ากรมคลังเสิ่น ใต้เท้าเสิ่นมาเข้าเฝ้าเสิ่นกุ้ยเฟย
“หากยังจับคนร้ายที่วางยาเหม่ยเฟยไม่ได้เห็นทีฮ่องเต้อาจจะไม่ทรงวางพระทัย” ใต้เท้าเสิ่นคาดคะเนถึงเหตุผลในการจัดงานเลี้ยงวังหลัง“บางทีอาจจะทรงหวังจะตามหาคนร้ายที่ฆ่าพระโอรสก็ได้”
เสิ่นกุ้ยเฟยได้ยินบิดากล่าวเช่นนั้นก็ตกใจ“ท่านพ่อ ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นซ้ำแล้วเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่าบาทจะไม่ทรงตามหาความจริง”
“ทายาทเสียชีวิตไปถึงหลายคนในลักษณะเดียวกันพระสนมอย่าลืมสิว่าแต่ก่อนก็อาจจะพอโทษเถียนฮองเฮาได้แต่ยามนี้ไม่มีนางแล้วจะโทษผู้ใดดี?”
“นั่นสิเจ้าคะ”นางอมยิ้ม การสิ้นพระชนม์ของพระโอรสที่อยู่ในตำแหน่ง รัชทายาททำให้โอกาสของนางเพิ่มขึ้นยามนี้เมื่อตงเฟยทำให้ตัวนางเองเข้าสู่ภาวะลำบากก็ยิ่งทำให้ตัวเลือกเหลือน้อยลงที่แน่ๆจากนี้ไปโอกาสที่ฮ่องเต้จะเสด็จตำหนักฟาหยางคงไม่มีแล้ว
“หากพระสนมคิดจะทำสิ่งใดโปรดระมัดระวังให้มากขึ้น”
“ข้าจะกำชับต่งมามาหลี่ให้เข้มงวดกว่านี้”เสิ่นกุ้ยเฟยเมื่อนึกถึงงานเลี้ยง วันนั้นก็เสียววาบหากนางมิได้สั่งต่งมามาหลี่ให้ฝังขวดยาพิษให้เรียบร้อยหลังจากใส่ในอาหารแล้วป่านนี้คนที่จะถูกนำตัวเข้าไปขังคุกใต้ดินอีกคนก็คงเป็นหัวหน้านางกำนัลแห่งตำหนักหรงซิ่ง
“ในเมื่อพระสนมเข้าใจแล้วกระหม่อมก็เห็นจะต้องทูลลา”
องครักษ์จูรู้สึกหงุดหงิดเขาเป็นผู้ที่นำองครักษ์และนางข้าหลวงไปตรวจค้นตัวทุกคนยังตำหนักห่าวซินแต่กลับยังไม่พบหลักฐานใดในขณะที่องครักษ์หู่คู่หูของเขากลับพบขวดยาพิษได้รับความดีความชอบจากฮ่องเต้ด้วยความขัดเคืองจูจิ้นติ้งจึงเรียกให้คนสนิทของตนอีกสองคนไปช่วยค้นหาหลักฐานในสวนที่จัดเลี้ยงวังหลัง
“องครักษ์จูเราแค่สามคนคงหาสิ่งที่ต้องการไม่พบหรอกนะท่านไปเรียกคนมาช่วยเพิ่มอีกเถอะสวนนี้ใหญ่โตเกินไปหากเราจะหาโดยใช้คนแค่นี้ก็คงต้องใช้เวลาหลายวันเทียว”
จูจิ้นติ้งควักถุงเงินในสาบเสื้อออกมาโยนให้คนสนิท“เจ้าเอาไปจ่ายให้ขันทีที่ว่างงานแถวนี้มาช่วยเราก็แล้วกัน”องครักษ์คนสนิทของจูจิ้นติ้งไปเรียกขันทีมาได้ถึงสิบคนพวกเขาช่วยกันค้นตามกอต้นไม้และโคนต้นไม้ในสวนจนทั่ว
“เจอแล้ว! เจอแล้ว!”
องครักษ์จูรีบวิ่งไปหาขันทีที่บอกว่าเจอสิ่งผิดปกติด้วยความตื่นเต้น“เจ้าเจอสิ่งใด?” ขันทีน้อยยื่นขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวมาหน้าจูจิ้นติ้งเขารับแล้วเปิดฝาจุกขวดนั้นออกมาดมเล็กน้อย
“พวกเจ้าหากันต่อไปนะเดี๋ยวข้าไปหาหมอหลวงก่อน”จูจิ้นติ้งร้องเรียกคนสนิททั้งสองให้รีบตามตนเองไปตรวจสอบขวดที่เพิ่งค้นพบหู่ซิ่นสือเห็นจูจิ้นติ้งก้าวเร็วๆ ไปทางสำนักหมอหลวงคิดจะเรียกเอาไว้แต่กลับเรียกไม่ทันผ่านไปครึ่งชั่วยามองครักษ์จูก็เดินลิ่วกลับมาใบหน้าของเขายิ้มกว้างราวกับผู้ชนะ
“ไปเข้าเฝ้ากันเถอะซิ่นสือ ข้ามีเรื่องสำคัญต้องกราบทูล” สีหน้าของจูจิ้นติ้งเหมือนกับพบเรื่องยิ่งใหญ่เดินนำหน้าหู่ซิ่นสือไปด้วยท่าทีราวกับชนะสงครามกอบกู้แคว้น องครักษ์หู่รู้ว่าต่อให้เซ้าซี้อย่างไรจิ้นติ้งก็คงไม่ยอมบอกเขาอยู่ดี
ฮ่องเต้ทรงอ่านเอกสารที่สำนักหมอหลวงเขียนรับรองการตรวจสอบและพิจารณาขวดยาที่วางอยู่ตรงหน้า“เจ้าพบมันในสวนที่จัดงานเช่นนั้นหรือ?”
“พะยะค่ะหม่อมฉันรู้สึกสังหรณ์ใจจึงให้ขันทีไปช่วยกันลองค้นดู”
“ดีมาก! อู๋กงกงเอารางวัลมา”ฮ่องเต้ปลาบปลื้มที่องครักษ์ประจำพระองค์มิได้ปล่อยผ่านเรื่องที่พระองค์ให้ความสนใจอู๋กงกงสั่งให้ขันทีถือถาดตำลึงทองออกมา “นี่คือรางวัลของเจ้า”
จูจิ้นติ้งเห็นของบนถาดแล้วในใจก็ลิงโลด“ขอบพระทัย พะยะค่ะ”
“คราวนี้พวกเจ้าต้องหาความจริงให้ได้ว่าผู้ใดคือคนที่เอาของสิ่งนี้ไปทิ้งในกอดอกไม้นั่น?ถ้าสอบถามให้ละเอียดมากพอก็น่าจะตามหาร่องรอยได้บ้าง”
หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งรับคำสั่งจากฮ่องเต้ด้วยท่าทีแข็งขันองครักษ์หู่ให้คนสนิทของตนไปสืบว่าจูจิ้นติ้งค้นหาขวดยาพิษนั้นได้อย่างไร?พอรู้วิธีแล้วก็ควักเอาถุงเงินให้กับคนสนิทไปว่าจ้างขันทีและนางกำนัลด้วยเช่นกัน“พวกเจ้าไปจ้างคนมา อย่าให้น้อยหน้าจูจิ้นติ้งข้าต้องหาคนที่เอาขวดยาพิษนั่นมาทิ้งไว้ให้เจอก่อน”
“ขอรับ!” คนสนิทขององครักษ์ทั้งสองเริ่มระดมคนของตนออกพูดคุยสอบถามคนทั่วทั้งวังหลวงโดยมีการให้รางวัลสำหรับผู้ที่ยอมตอบคำถามด้วย ข่าวนี้ทำให้สนมทั้งสามหนาวๆ ร้อนๆไปตามๆ กัน
“ต่งมามาหลี่ออกไปสืบข่าวทีว่าองครักษ์ทั้งสองสืบได้ความไปถึงไหนแล้วอย่าให้พวกเราเป็นคนสุดท้ายที่รู้ หากมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเราจะได้แก้ไขทัน”
***************
