The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่125 บุกดันเจี้ยน28 (3 VS 3)

              เมื่อระยะห่างของทั้งคู่เข้าใกล้กันมากขึ้น

              สกูร์ชิพอ้างปากพ่นลำแสงสีดำ เซเลน่าหลบแล้วร่ายสกิลขณะสวนกันด้วยความเร็วสูง

              ‘เวทไฟ-เอนชานต์ไฟเยอร์อบิลิตี้’

              เปลวเพลิงสีส้มดุดันห่อหุ้มที่ขาข้างขวา

              เซเลน่าเตะเข้าที่ชายโครงของสกูร์ชิพ จนตัวมันลอยกระเด็นกลิ้งไปหลายตลบแล้วชนกับกำแพงจนฝังเข้าไปด้านใน

              เพราะเลเวลที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ปลดล็อคสกิลใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ประสาทสัมผัสทุกอย่างดีขึ้นและความรุนแรงของสกิลก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย

              เซเลน่ามองกำแพงที่เป็นรูโบ๋อยู่ตอนนี้ซึ่งมีควันลอยออกมา..โดยยังมองไม่เห็นสัตว์ปีศาจที่ถูกฝังอยู่ข้างใน

              ตอนนั้นเองอยู่ดีๆก็มีแสงสีแดงพุ่งเข้ามาเฉียดแก้มเซเลน่า…ตัวเธอรีบเอียงคอหลบทันที

              “ชิ…”

              “อ๊ะ!….โทษทีนะ….ไม่ได้ตั้งใจ” 

              เรเวลกำลังสู้กับแกะโครงกระดูกอีกตัวอยู่…เอ่ยปากขอโทษโดยไม่ได้หันมามอง

              “หน็อยแน่แก…จงใจหาเรื่อง..อะ…อักก..”

              สกูร์ชิพตัวก่อนหน้านี้พุ่งเข้ามากัดตรงกลางลำตัวของเซเลน่าขณะเผลอ…แรงเฉื่อยจากการพุ่งตัวทำให้เซเลน่าลอยไปพร้อมกับสกูร์ชิพ

              “กรรร…แหง่ง”

              สกูร์ชิพพยายามกัดเข้าไป…แต่มีชุดเกราะป้องกันเอาไว้…แต่ในส่วนที่ชุดเกราะป้องกันไม่ถึง..ก็มีเลือดไหลซึมออกมา ….หากเป็นก่อนหน้านี้ที่ยังเลเวลชั่วคราวประมาณ40 เซเลน่าคงตัวเกือบขาดไปแล้ว แต่เพราะว่าตอนนี้เลเวลเพิ่มขึ้นถึง6และเข้าใกล้เลเวล50ขึ้นมาก เลยทำให้ไม่บาดเจ็บเท่าทีควร …แต่ว่า

              ‘เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่..’

              เซเลน่ารู้สึกเจ็บมากขึ้นเพราะฟันของสัตว์ปีศาจเริ่มฝังลึกเข้าถึงอวัยวะภายใน…

              สกูร์ชิพดันเซเลน่าไปเรื่อยๆจนหลังชนติดกำแพง..และเริ่มฝังเข้าไป

              เธอรีบร่ายสกิล <เอนชานต์ไฟเยอร์อบิลิตี้> อีก2ครั้งแล้วเอนชานต์ไปที่หัวเข่ากับข้อศอก จากนั้นกระทุ้งเข่าเข้าไปที่เบ้าตาล่าง และศอกเข้าไปที่เบ้าตาบน 

              “ย้าากกกกกกกกกกก”

              ‘ปักก…แผละ…’

              มีเสียงเละของเนื้อเยื่อบางอย่าง

              สกูร์ชิพร้องโหยหวยด้วยความเจ็บปวดทันที

              สัตว์ปีศาจเผ่าอันเดธที่ร่างกายเป็นโครงกระดูกตั้งตัว แต่ดูเหมือนว่าดวงตาสีแดงของมันจะไม่ใช่กระดูกแต่เป็นเนื้อเยื่อ

              สกูร์ชิพคลายปากออกจากลำตัวของเซเลน่า…สั่นกระโหลกศีรษะไปมาซึ่งเต็มไปด้วยเลือดกระเซ็นและไหลย้อนลงมาจากเบ้าตา

              “โห…เหลือเชื่อแหะ..จุดอ่อนมันอยู่ตรงนี้นี่เอง...”

              เซเลน่าวิ่งเข้าไปเตะซ้ำ แล้วร่ายสกิล

              'เวทย์ไฟ-คอมเขี้ยววิหคเพลิง'

              ร่างของเธอหุ้มด้วยลูกศรเพลิงสีแดงพุ่งเข้าไปกระแทกซ้ำ

              เซเลน่าฉวยโอกาสตอนที่ศัตรูลอยกระเด็นและสูญเสียการมองเห็นรีบร่ายสกิลอันใหม่ที่ยังไม่เคยลอง

             ‘เวทไฟ..โซลอีทเตอร์โรบ’

              เกิดเส้นเชือกเรืองแสงสีเหลือง พุ่งจากฝ่ามือเข้าไปมัดตัวสกูร์ชิพเอาไว้

              ทันทีที่เชือกสัมผัสถูกตัว..แสงสีเหลืองก็สว่างขึ้นและมีไอควันสีเทาลอยออกมาจากเส้นเชือก

              →ความสามารถพิเศษ <โซลอีทเตอร์โรบ> ทำงาน

              →เดรน HP ของศัตรู 1% ทุกๆ1วินาที 

              เซเลน่ามองHPของตัวเองที่เริ่มฟื้นคืนขึ้นมาทีละน้อย

              “ฉันขอพลังชีวิตของแกหน่อยละกันนะ..”

              สกูร์ชิพร่วงลงพื้นและพยายามดิ้นไปมา…เซเลน่าใช้มืออีกข้างจับเส้นเชือกที่ขึงศัตรูอยู่ อาศัยแรงดึงเหวี่ยงศัตรูที่กำลังดิ้นไปกระแทกกับผนังดันเจี้ยนอย่างแรง จากนั้นพุ่งเข้าไปแล้วใช้ขาถีบอัดซ้ำ

              “นิ่งๆสิเฟ้ยยย…”

              ‘ปักๆๆ….’

              

              ***

              ทางด้านเรเวลเองก็กำลังสู้กับสกูร์ชิพอีกตัวอยู่

              สู้กันตรงนี้โคตรแคบเลยแหะ…ไม่ควรใช้สกิลระยะไกลจริงๆ..เพราะอาจโดนลูกหลงไปถูกคนอื่นแบบเมื่อกี้…หลังจบงานนี้คงต้องไปขอโทษเซเลน่าแล้วสิ…แต่มันก็ไม่ได้โดนเธอสักหน่อยนี่นา 

              ทางด้านเรเวลที่พยายามทดลองสกิลใหม่อยู่พยายามหลบสกูร์ชิพไปเรื่อยๆ…

              <สกิลช็อคเวฟเคาเตอร์> ที่ก่อนหน้านี้ทดลองไปแล้วก็พอจะรู้จุดบกพร่องและจุดบอดอยู่บ้าง..เอาล่ะตอนนี้มาลองอันถัดไปกันเถอะ

              สกูร์ชิพอ้าปากกว้างแล้วพ่นน้ำเมือกสีเขียวออกมา

              เรเวลคิดในจิตใต้สำนึก สร้าง Holy barrier ขึ้นมาป้องกันด้านหน้า  

              เกิดกำแพงแสงสีรุ้งขึ้น..แต่ทว่ามันหายไปก่อนที่การโจมตีของศัตรูจะมาถึงเสียอีก

              “ชะ..ชิบหาย..”

              เรเวลกลิ้งตัวหลบน้ำเมือกสีเขียว

              'แผละ..ฟู่ววววว'

              ทันทีที่น้ำเมือกสัมผัสถูกพื้นและผนัง..ก็หลอมละลายสิ่งกีดขวางนั้นจนเกิดควันขึ้นฟุ้งไปทั่วและมีกลิ่นฉุนแสบจมูก

              “โจมตีด้วยกรดงั้นหรอ!…”

              สกูร์ชิพอ้าปากต่อแล้วพ่นน้ำเมือกสีเขียวรัวๆ

              “ชิ….”

              ‘เวทไฟ-กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ’

              เรเวลที่รู้ว่าหลบไม่พ้นจึงรีบร่ายสกิลเพื่อสร้างสถานะอมตะชั่วคราว…จากนั้นถีบพื้นเข้าไปสไลด์ลอดใต้ขาของสกูร์ชิพ  

              ‘กลาเดียร์คอมโบ’         

              หอกที่หุ้มด้วยเปลวเพลิงแทงเข้าไปที่ส่วนท้องอันว่างเปล่ากระแทกโดนกระดูกสันหลังของศัตรู…แต่ทว่าศัตรูไม่ลอยกระเด็นอย่างที่คิด…มันงอกหางออกมาจากกระดูกสันหลังแล้วแทงไปที่คอเรเวลซึ่งอยู่ข้างใต้

              'ตอนนี้แหละ!!'

              {Holy Barrier}

              เกิดกำแพงสีรุ้งขนาดเล็กขึ้นมาป้องกันส่วนคอของเรเวลเอาไว้

              ‘เคร้งง’

              หางของศัตรูถูกดีดสะท้อนออก

              →สะสม BC 1 (+1)

              เลเวลมองเลข 1 ข้างๆมุมสายตาที่มีสัญลักษณ์รูปหอกอยู่

             ‘เก็บเคาเตอร์มันเป็นแบบนี้เองสินะ’

              Holy Barrier มีระยะเวลาการคงอยู่ที่สั้นมากๆ…คงต้องคาดเดาจังหวะการใช้ให้ดีๆ..ถึงจะสามารถเก็บ BC ได้เพื่อจะใช้สกิลเทวทัณฑ์

              “กรร….”

              สกูร์ชิพที่รู้ว่าโจมตีมนุษย์คนนี้ไม่ได้ผล..แต่ก็ยังจะโจมตีต่อ…หางแหลมที่งอกออกมายังคงแทงลงมาเรื่อยๆ….

              เรเวลพยายามหลบ สลับกับใช้ Holy Barrier ในท่านอน

              กำแพงป้องกันสีรุ้งดีดสะท้อนการโจมตีไปเรื่อยๆ

              →สะสม BC 2(+1)

              →สะสม BC 3(+1)

              →สะสม BC 4(+1)

              แต่อยู่ดีๆก็มีหางอีกเส้นหนึ่งงอกออกมา แล้วแทงไปทางข้างสะโพกของเรเวล

              "แย่แล้ว!.."

              ‘เคร้งๆ’

              สร้างบาเรียป้องกันไม่ทัน แต่นับว่าโชคดีที่มีชุดเกราะป้องกันไว้

              ตอนนี้เรเวลรู้ดีว่าเขาไม่ชำนาญการคาดเดาจังหวะการใช้ Holy Barrier มากพอจึงไม่อยากเสี่ยงนอนสู้ใต้ท้องของศัตรูแบบนี้ เขาจึงร่ายสกิลอันใหม่อีกสกิลหนึ่ง

              ‘เวทไฟ-คริมสันเฮลิกซ์’

              หอกสีเงินเหวี่ยงสะบัด เกิดพายุแห่งเพลิงคล้ายเกลียวสปริงพัดสกูร์ชิพซึ่งยืนคร่อมอยู่ลอยขึ้นไปด้านบน แน่นอนว่าเรเวลเองก็ลอยขึ้นมาด้วย 

              ความสามารถพิเศษอีกอย่างของ<คริมสันเฮลิกซ์>คือสามารถเชนสกิลกลางอากาศต่อได้เลยโดยไม่ต้องร่าย

              เรเวลใช้ท่า<โรลลิ่งสเปียร์>

              เขาหมุนตัวแล้วใช้คมหอกผ่ามิติฟันไปที่สกูร์ชิพกลางอากาศ

              สกูร์ชิพดวงตาสีแดงฉานสว่างวาบรีบใช้เขาบนหัวกะโหลกขวิดป้องกันจนเกิดสะเก็ดไฟจากแรงปะทะ

              ผลจาก <คริมสันเฮลิกซ์> ยังคงอยู่ เปลวไฟรูปเกลียวสปริงยังคงม้วนตัวจากพื้นจนถึงปลายขาและรอบตัวเรเวล ทำให้เขาสามารถทรงตัวอยู่กลางอากาศได้โดยไม่ต้องใช้แอเรียล แถมยังสนับสนุนให้เขาสามารถออกแรงดันกลับได้ด้วย

              “ถึกจังนะแก…”

              เรเวลพยายามจะผ่าร่างของสกูร์ชิพ แต่ถูกเขาสีดำทมิฬของมันป้องกันเอาไว้

              “กรรร..”

              สกูร์ชิพเป็นสัตว์ปีศาจ ต่อให้ไม่ใช่ประเภทมีปีกก็สามารถทรงตัวอยู่กลางอากาศได้ด้วยพลังเวทของตัวมันเอง และมันก็พยายามออกแรงดันเรเวลกลับเหมือนกัน

              แต่ทว่าเรเวลไม่ได้มีสกิลpassiveที่ปรับเพิ่มค่าสเตตัสด้านกำลังอย่าง <พรแห่งเทพวิหคเพลิง>ของเซเลน่า ทำให้สุดท้ายแล้วหากวัดกำลังตรงๆแบบนี้เขาก็เสียเปรียบสกูร์ชิพที่เลเวลมากกว่าอยู่ดี

              สกูร์ชิพขวิดเขาสะบัดลงส่งแรงกระแทกผ่านหอก 

              <โรลลิ่งสเปียร์>ถูกยกเลิก

              เกลียวสปริงของ <คริมสันเฮลิกซ์> แตกสลาย

              เรเวลร่วงลงพื้นราวกับอุกกาบาตตกพร้อมกับหอกสีเงิน

              ‘ตู้มมมม..’        

              “อึก…”

              เขาพยายามลุกขึ้นแต่เมื่อเงยหน้าก็เห็นสกูร์ชิพพุ่งเข้ามาจนแทบจะถึงตัว

              ‘เวทไฟ-ไลน์นิ่งไดร์ฟ’

              แสงสีน้ำเงินห่อหุ้มตัวและอาวุธ

              เรเวลใช้มือยัน+ถีบพื้นแล้วกลิ้งตัวหลบในพริบตา

              ‘ตู้มมมม..’

              ทันทีที่สกูร์ชิพถึงพื้นราวกับอุกาบาตตก...ก็พุ่งเข้ามาหาเรเวลต่อหมายจะบดขยี้ซ้ำแบบไม่ให้หยุดพัก

              เรเวลเข้าสู่สถานการณ์วิกฤติทำให้ร่ายสกิลไม่ทัน จึงใช้เวทมนตร์แทน

              ‘ไฟเยอร์โบลต์’

              ‘ไฟเยอร์โบลต์’

              ‘ไฟเยอร์โบลต์’

              กระสุนสายฟ้าเพลิงถูกยิงออกมา3นัด แต่ก็หยุดสกูร์ชิพไม่ได้ 

              เมื่อเลเวลของศัตรูสูงขึ้นถึงจุดนี้..การโจมตีด้วยเวทมนตร์ธรรมดาเริ่มเปล่าประโยชน์ไปแล้ว

              ตัวมันพุ่งเข้าหาแล้วใช้เขาขวิดกระแทกไปที่ท้องจนเรเวลพุ่งไปไกลเป็นสิบๆเมตร เข้าไปกระแทกผนังดันจี้ยนจนฝังลึกเข้าไปเป็นรู

              สกูร์ชิพวิ่งต่อด้วยความเร็วสูงและกระโดดพุ่งเข้ามาในรูซ้ำ …เรเวลไม่มีเวลามาสนใจความเจ็บปวดมหาศาลที่ท้อง..เขารีบร่ายสกิลต่อทันที

              ‘เวทไฟ-เบิร์สแลนซ์’

              เกิดแรงระเบิด ทำลายผนังดันเจี้ยนรอบๆพร้อมกับผลักสกูร์ชิพให้กระเด็นออกมา 

              ‘เวทไฟ-สเปียร์เจเวลิน’

              แสงเลเซอร์สีแดงยิงออกมาลากผ่านร่างสกูร์ชิพในพริบตา จนกระดูกแกะหลายซีกเริ่มเกิดรอยร้าว 

              สถานะ <ไลน์นิ่งโหมด> เหลืออีก3วินาที เรเวลถีบพื้นเร่งความเร็วเข้าไปกระโดดถีบซ้ำ แล้วร่ายสกิล <คริมสันเฮลิกซ์> อีกครั้ง จากนั้นเง้อหอกจนสุดเตรียมผ่าร่างสกูร์ชิพด้วยหอกเปล่าๆ

              สัตว์ปีศาจเห็นดังนั้นจึงใช้เขาสีดำป้องกัน ทว่าในพริบตานั้น 

              'ติดกับละ'

              เรเวลใช้<โรลลิ่งสเปียร์>เบี่ยงตัวหลบโดยไม่ต้องร่าย จากนั้นใช้คมหอกผ่ามิติผ่าแยกร่างของสกูร์ชิพอีกมุมหนึ่งทันที

              โครงกระดูกแกะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆและแยกส่วนออกจากกัน 

              --------------

              →ดรอปไอเท็ม [เขาของสกูร์ชิพ]

              -Rare 2

              -------------

              “เห้อ..จบสักที..ติดลีลามากไปหน่อย”

              เรเวลค่อยๆร่อนลงมาบนพื้นอย่างนุ่มนวล

              คอมโบ5สกิลต่อเนื่องดุจสายฟ้าแลบเมื่อกี้นี้ ชิงความได้เปรียบอย่างมหาศาล จนพิฆาตศัตรูได้แทบจะในพริบตา ซึ่งหากมีคนอื่นมาเห็นคงจะตกใจมิใช่น้อย

              “…ถ้าไม่ได้บัพสัตว์เทพช่วย..คงทำแบบเมื่อกี้ไม่ได้หรอก”

              เพราะเลเวลที่แท้จริงของเราตอนนี้มันแค่ LV36 เท่านั้นเอง

              แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น..เซเลน่าก็จัดการสกูร์ชิพจนเกือบจะเรียบร้อยแล้ว

              เส้นเชือกเวทมนนตร์สีเหลืองพันรอบตัวแกะไปทั่ว พร้อมกับกระดูกแตกไปหลายส่วนจากการกระทืบของเซเลน่าซ้ำๆหลายๆที และเหวี่ยงกระแทกกำแพงไปมา

              เมื่อ<โซลอีทเตอร์โรบ>เดรน(ขโมย) HP ของศัตรูจนถึงขีดจำกัดแล้ว…

              เซเลน่าก็เดินขึ้นไปเหยียบบนตัวของสกูร์ชิพ จากนั้นนั่งย่อตัวลงแล้วลูบหัวมันเบาๆ

              “ไม่คิดเลยนะว่าจะเอาชนะพวกแกได้ในระยะเวลาสั้นๆขนาดนี้…คงต้องขอบคุณสิงโตสีส้มตัวนั้นแหละ”

              เธอยืนขึ้นกระโดดถอยออกมาแล้วร่ายสกิลขณะที่เชือกสีเหลืองยังมัดศัตรูไว้อยู่

              ‘เวทไฟ-พลาสม่าบอลแอทแทค’

              บอลเพลิงสีแดงทรงกลมมีสายฟ้าสีน้ำเงินดุดันห่อหุ้ม..พุ่งจากฝ่ามือของเซเลน่าไปปะทะกับร่างสกูร์ชิพที่นอนแน่นิ่งจนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

              ‘ตู้มมมมมมมมมมมม’

              เศษชิ้นส่วนโครงกระดูกแตกกระจาย

              เกิดควันไหม้ลอยฟุ้ง..แถมมีสายฟ้าสีน้ำเงินแลบไปมา             

              --------------

              →ดรอปไอเท็ม [ตาของสกูร์ชิพ]

              -Rare 4

              --------------

     

              

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน

    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247