ตึกตักตึกตัก
เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มที่กำลังรีบเร่ง เดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว
“นี่รินลูก ช่วยเดินเบาๆหน่อยสิจะรีบอะไรนักหนากันล่ะ เดี๋ยวก็ลื่นหัวร้างข้างแตกกันหรอก”
เสียงของหญิงสาววัยกลางคน ได้กล่าวตักเตือนลูกของตน
“ออแม่พอดีอีผิงมันะโแหกปากเรียกผมข้างล่างน่ะ เลยจะลงไปดูซักหน่อย”
“อ๋อน้องผิงที่อยู่ข้างบ้าน ที่สนิทกับลูกอะนะ แม่ก็ว่าอยู่ใครมาะโหน้่าบ้านเราเสียงคุ้นๆ”
“แม่พอเข้าใจละว่าทำไมถึงรีบ พอแม่เรียกใช้นะบอกเดี๋ยวแล้วเดี๋ยวอีก ทีสาวนะรีบเชียวคิดอะไรกับเขาป่าวเรา”
“เลอะเทอะ แม่เนี่ย~ ผิงมันก็เพื่อนผมเหอะ ละอีกอย่างอีผิงมันมีแฟนแล้วด้วยนาจะบอกให้”
“แหม่~~ แม่ละเสียดายแทน เห็นพวกลูกๆสนิทกันั้แ่เด็กอุตส่าแอบคิดว่าเหมาะกันอยู่น้าา”
“คิดไปเรื่อยอะแม่ ผมจะคิดแบบนั้นกับเพื่อนได้ไงล่ะ ฮะฮะฮะ”
ผมนั้นได้แต่ฝืนยิ้นและหัวเราะแบบเจื่อนให้กับสิ่งที่แม่ได้พูดมา จนตอนนี้เรายังแอบคิดเลยถ้าคนที่ผิงชอบเป็เรา
ไม่ใช่เขาคนนั้นก็็คงดี สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือพยายามรักษามิตรภาพนี้ไว้ เราก็ได้แต่หวังว่าให้ผิงมันมีความสุขแม้ว่า
คนที่ทำให้มันมีความสุขนั้นไม่ใช่เราก็ตาม
แอ๊ดดด~~
เสียงของประตูที่ผมได้เปิดออกไปหาผมนั้นมันชั่ง เสียดแทงโสตประสาทซะเหลือเกินสงสัยเพราะว่า่นี้ฝนตกบ่อยมั้ง
มันเลยทำให้กลอนประตูเป็สนิม สงสัยคงต้องหาน้ำมันมาหยอดซะแล้วมั้ง
“เฮ้ผิง!! กูมาละว่าแต่มึงมีเื่อะไรถึงถ่อมาหากูถึงบ้านเนี่ย”
ผมนั้นได้ถามเธอด้วยความสงสัย
“เออใช่รินวันนี้มึงว่างป่าว ไปห้างกับกูหน่อยดิ”
“ไม่ว่างว่ะโทษที พอดีกูมีธุระต้องทำ วัยรุ่นพันล้านก็เงี้ยย”
ผมพยายามบอกปัด กับการไปห้างกับเธอ
“ไม่ว่างไรว้าา วันๆกูก็เห็นมึงเล่นแต่เกมอะ ไม่รู้แหละวันนี้มึงต้องไปห้างกับกู”
"กูี้เีผิงมึงฟังกูนะ ไปทำเชี่ยไรที่ห้าง มึงไปคนเดียวก็ได้กูไม่ชอบที่คนเยอะๆ"
ผมพยายามบอกปัดด้วยความรำคาญ
“เออน่าถือว่ากูขอล่ะน้าาาา น้าาาช่วยไปห้างกับกูหน่อยกูมีเื่ให้ช่วย ปิ๊งๆ”
{ดูมันทำกูมันซี่ ทำสายตาออดอ้อนชม้อยชายตาไปได้ ใครมันจะไปทนไหวกันว้าา แม่งเอ๊ยยอมก็ยอม}
“โอเค กูยอมช่วยก็ได้ แต่มึงต้องซื้อเกม Dead by daylight ให้กูเป็ค่าตอบแทน”
“โห้ริน มึงงได้ทีเอาใหญ่เลยเกมที่มึงบอก300กว่าบาทเลยหน่าขูดรีดเกินไปแล้ว”
“ผิงเื่นั้นมึงไม่ต้องห่วง่นี้มันจัดโปรลดราคาอยู่เหลือ 140บาทเพราะงั้นซื้อให้กูซะ”
“เออซื้อก็ซื้อวะ ราคาถือว่าไม่โหดร้ายกับเป๋าตังกูมาก เพราะงั้นมึงตกลงไปที่ห้างเป็เพื่อนกูนะโอเค๊~~”
“จัดไป งั้นไปกันเลยไหม”
“สต็อปป เดี๋ยวก่อนไอ้เพื่อนยาก มึงคิดจะไปทั้งอย่างงี้จริงดิ”
“อย่างงี้ของมึงคืออย่างไหนวะ กูก็ปกติดีนี่หว่าชักช้าว่ะไหนบอกรีบไงอย่าเื่เยอะดิ”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงงุนงงกับสิ่งที่เธอนั้นได้บอกกล่าวกับผม
“เอ่อเพื่อน ช่วนิยามคำว่าปกติของมึงให้กูฟังหน่อยสิ ว่ามันเป็ยังไง”
“ไอ้การที่ผมมึงกระเซอะกระเซิง ใส่เสื้อลายเป็ดย้วยๆกับกางเกงเซ็ตเดียวกับเสื้อมึงนี่ แถวบ้านมึงเรียกปกติหรอวะ”
ผิงพยายามอธิบายเพื่อให้ผมได้กระจ่าง
“ก็ปกตินี่หว่า ก็นี่มันชุดนอนนิ และก็อีกอย่างกูก็พึ่งตื่นนอนไม่กี่ชั่วโมงเองยังไม่ได้อาบน้ำเลยมันก็ต้องเป็งี้แหละ”
ผมพยามยามอธิบายชี้แจงแถลงไขให้เพื่อนรักได้ฟัง
“งี้บ้านมึงเซ่ อันดับแรกมึงไปอาบน้ำแล้วหาชุดดีๆ ให้เหมาะเหมือนกับผู้มีอารยะธรรมหน่อย ไปห้างทั้งที”
“ไม่ใช่เกินเป็ลิงกินกล้วยแบบนี้ กูรอได้เพราะงั้นไปอาบน้ำแต่งตัวซะไอเวรร”
“เห้อ~~เื่มากจริงจริ๊งงง ตัวเองขอให้คนอื่นช่วยแท้ๆเื่มากจริงๆ”
“โถ่มึงไปห้างนะ ไม่ได้เดินในบ้าน กูอายชาวบ้านชาวช่องเค้าถือว่ากูขอล่ะ”
ตัวเธอนั้นพูดด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมยกมือไหว้ขอร้อง
“ก็ได้ ก็ได้ เซ้าซี้จังงั้นนั่งรอนอกบ้านนี่แหละเดะกุไปอาบน้ำแปป ไม่ต้องเสนอหน้าเข้าบ้านกุเลยนะ”
ผมนั้นได้เปิดประตูกำลังเข้าบ้านเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว และได้พูดกำชับกับผิงไว้ด้วยสีหน้าจริงจัง
“เคจ้าเดี๋ยวกูรอตรงนี้แหละ รีบไปรีบมาล่ะ”
ผิงพูดพร้อมโบกมือลา ด้วยสีหน้าระรื่น
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปประมาณ10นาทีกว่าๆ
“เห้อออ ฮ่าาา”
เสียงใครบางคนถอนใจลากยาว
“ได้อาบน้ำหลังจากตื่นไม่นานก็สบายตัวเหมือนกันนะนี่ เหมือนกับสายน้ำคอยชำระล้างความเครียดออกไปเลย”
นรินทร์ได้พูดกับตัวเอง เพราะรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวหลังจากอาบน้ำมา
“แต่ถ้าให้ดีกว่านี้คือ เราจะต้องได้นั่งเล่นเกมอยู่บ้านแทนที่จะไปกับยัยเด๋อนั่นที่อยู่ข้างนอก”
“นี่นายกล้าว่าใครเด๋อนะ!! เดี๋ยวเหอะ”
หลังจากที่นรินทร์นั้นได้บ่นกับตัวเองก็ได้มีเสียงปริศนาแทรกเข้ามา
“อ๊ะ นะนี่เธอเดี๋ยวก่อนใครใช้ให้เข้าบ้านกันเนี่ย”
ผมนั้นได้รู้สึกประหลาดใจ กับการปรากฏตัวอย่างไม่คาดคิดของเพื่อนคนนี้อย่างมาก
“ถามได้ก็แม่นายน่ะสิ”
เธอนั้นได้ตอบคำถามและคลายความสงสัยของผมได้เปลาะนึง
“แม่เนี่ยนะพาเธอเข้ามา”
ถึงแม้ว่าเธอจะตอบคำถามผมแล้ว แต่ผมก็ยังสงสัยกับคำตอบที่เธอเอ่ยมา
“ใช่แล้วแม่เองแหละ ก็แม่เห็นน้องผิงเค้าอยู่ข้างนอกรอลูกอยู่ ลูกก็รู้แดดประเทศนี้ร้อนก็ร้อน”
“แม่เห็น แม่เลยพาเข้ามาหลบแดดข้างในบ้านยังไงล่ะ เห้ออ~~พวกผู็ชายบ้านนี้ช่างไร้ความละเอียดอ่อนจริงๆ”
“แม่ล่ะเป็ห่วงจริงๆ ว่าลูกจะหาเ้าสาวได้ไหมน้า ผิงจ๊ะ ผิงช่วยเป็เ้าสาวบ้านป้าให้ได้มันจ๊ะ”
หลังจากที่แม่ได้สวดผมยับเกี่ยวกับการที่ผมนั้นได้ทิ้งยัยผิงให้รอนอกบ้าน แม่ก็ได้เปลี่ยนไปถามคำถามที่ผมไม่อยากให้แม่
พูดมากที่สุดกับผิงจนได้ทำให้ผมไม่รู้จะทำสีหน้ายังไงดีไปเลย
“ขอโทษค่ะ คุณป้าพอดีหนูมีว่าที่เ้าบ่าวอยู่แล้วค่ะ หนูว่ารินมันก็น่าจะหาเ้าสาวให้ป้าได้แน่ๆค่ะ”
“ว้าาเสียกายจริงๆ ป้าอุตส่าคิดว่าจะได้มีลูกสะใภ้น่ารักๆแบบหนูแล้วเชียว ป้่าว่าลูกชายป้าครองโสดตลอดชีพแน่นอน”
“รินคงไม่ไร้น้ำยาขนาดนั้นหรอกค่ะคุณป้า ถ้ามันอดใจไม่ไหวจริงคงเอาไม้ไปฟาดหัวใครสักคน ละฉุดมา”
“เป็สะไภ้ให้ป้าได้แน่นอนค่ะ ฮ่าๆๆ”
“ถ้าจนปัญญาจริงๆป้าก็ว่าไอ้รินลูกชายป้าคงทำได้แหละมั้ง ถ้าิธีนั้น ฮะฮ่าๆๆ”
หลังจากที่ตัวผมนั้นได้ฟังบทสนทนาของสองสาว ตัวผมนั้นก็ได้รู้สึกหมั่นไส้และหงุดหงิดแปลกๆ
“โฮะโฮ่~~นี่อีผิงนี่แกกล้ามาเผากันถึงถิ่นเลยอย่างนั้นหรอ กล้ามากจริงๆนะเธอนี่”
“แม่ก็ด้วยเข้าขาผสมโรงกันใหญ่เชียว ไม่คิดจะช่วยปกป้องลูกชายเลยหรอเนี่ยย”
ผมนั้นหลังจากที่ได้ฟังทั้งคู่พูดทั้งหมด ก็ได้เกิดคำถามขึ้นมาในใจ
“โถ่ลูกเป็ลูกผู้ชายซะเปล่าทำน้อยใจไปได้ พวกเราก็แค่แซวนิดแซวหน่อยเอง”
“ใช่แล้วริน ผู้ชายซะเปล่าอย่างอนเื่ไม่เป็เื่ซี่”
“เออ เออ เออ ช่างมันละกันเอาล่ะอีผิงรีบใสตูดออกจากเก้าอี้บ้านกรู ละออกไปธุระของมึงกัน”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายกับการหยอกล้อเต็มทีแล้ว และผมก็ได้ชวนผิงให้รีบๆไปทำธุระให้เสร็จๆจบๆกันไป
“โอเช ได้งั้นไปกันน เล็ทส์โก ลาล่ะนะคะคุณป้าหนูต้องไปธุระแล้ว เดี๋ยวว่างๆจะมาเล่นด้วยใหม่นะคะ”
“จ้าๆ ไปดีมาดีนะ รินปกป้องน้องผิงด้วยล่ะลูกอย่าให้เกิดอันตรายล่ะ”
“ค้าบ ค้าบ รับทราบงั้นพวกผมไปล่ะนะครับ”
ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงแบบขอไปที
“ไปดีมาดีนะ ทั้งสองคน”
“บายครับ/ค่ะ"
Chapter 2.3 : ฟ้าหลังฝน end