ตอนที่ 15
เกาลัดจับดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาไว้แน่น มันเริ่มสั่นรัวมาสักพักแล้ว ั้แ่อังเตบอกว่ามีผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจมายังเมืองไพรนารัม และตอนนี้กำลังต่อสู้อยู่กับผู้ใช้ไสยเวทย์มีฝีมือคนหนึ่ง
อังเตยังไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็ใครจึงไม่ได้บอกอะไรกับเกาลัดมากนัก แต่สิ่งที่แปลกประหลาดในตอนนี้คือดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาของเกาลัด กำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง โดยที่เกาลัดเองก็ไม่อาจััรู้ได้เช่นกัน
ทางด้านศึกระหว่างอองทีกับเทธานกำลังเริ่มที่จะปะทุ ภายหลังจากอองทีรับดาบครุฑฑาวิหกมาไว้ในมือ ขุมพลังปริศนาในร่างเขาก็คล้ายจะโอนถ่ายพลังมาให้เขาเป็ระยะ เพลิงดำก็คอยแฝงตัวเฝ้าติดตามอยู่ไม่ห่างกายอองที
ส่วนเทธานนั้นเขาเสกอสูรร่างหินใหญ่ั์ตัวหนึ่งออกมา มันเข้าโจมตีอองทีอย่างบ้าคลั่งราวกับว่ามันเพิ่งตื่นจากจำศีล อองทีมิได้กลัวเกรงมันแต่อย่างใด เขากระชับดาบไว้แน่นเพื่อเตรียมพร้อม
อองทีสั่งให้เพลิงดำสกัดอสูรร่างหินเอาไว้ก่อน ส่วนเป้าหมายของเขาก็คือเทธาน อองทียังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมายังเมืองในม่านอำพรางแห่งนี้ทำไม แล้วตอนนี้เขาซ่อนเกาลัดไว้ที่ใดกันแน่
ครั้นเพลิงดำกลายร่างเป็งูั์ตัวหนึ่ง มันเลื้อยตรงเข้ารัดร่างอสูรร่างหินเอาไว้ทันที เสียงของอสูรร่างหินดังกึกก้องด้วยความเ็ป จากนั้นมันก็จับลำตัวงูั์ขว้างออกไปให้พ้นตัว แต่มันกลับไม่คิดว่าสิ่งที่มันโยนออกไปนั้นเป็เพียงอากาศว่างเปล่า
เพลิงดำกลายร่างเป็หมาป่าดำ จากนั้นจึงทะยานร่างเป็ไอควันสีดำเข้าจู่โจมอสูรร่างหินทันใด ไอควันสีดำนั้นแทรกซึมเข้าไปในร่างอีกฝ่าย ไม่นานนักอสูรร่างหินมันก็ะเิแตกออกกลายเป็เศษหินแหลกละเอียดทันที
เทธานยังไม่ทันที่จะใช้เวทย์อาคมของตนจัดการเพลิงดำ ทว่ากลับปรากฏแสงสีขาวหนึ่งวาบผ่านร่างเขาไป อองทีตวัดดาบครุฑฑาวิหกฟาดใส่กลางแผ่นหลังของเทธาน จนเขาถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย
ศาสตราวุธในตำนานย่อมมีพลังมากล้นเกินกว่าเทธานจะรับมือไหว เขารีบร่ายเวทย์อาคมป้องกาย จากนั้นก้อนพลังสีดำสนิทถูกปล่อยผ่านออกมาจากอุ้งมือของเขา สิ่งนั้นมันดิ้นไปมาคล้ายมีชีวิต เสียงหวีดร้องระงมของบางอย่างแทรกออกมาจากก้อนพลังนั้นเป็ระยะ
ยาหลู่ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ ถึงกับรู้สึกพรั่นพรึง “นี่มันคือ..วิชาไสยเวทย์ปีศาจลึกลับที่ใช้ิญญาคนตายนับพันหมื่นมาหลอมรวมกัน ในอดีตสิ่งนี้เคยต่อกรกับผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นมหาเทพมาแล้ว”
เมื่อทุกคนรู้มาจากปากยาหลู่ก็ถึงกับตื่นใขึ้นมา หากสิ่งนี้เคยต่อกรกับผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นมหาเทพ เพียงศาสตราวุธดาบครุฑฑาวิหก อองทีก็ไม่อาจเอาชนะเทธานได้
เทธานยิ้มเยาะ ดวงตาทะมึนดำนั้นปรากฏแววอาฆาตแค้นอยู่หลายส่วน นับหลายร้อยปีที่เขาถูกจองจำ จะตายก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ครานี้หากเขาได้แก้แค้น มันย่อมสาสมแล้วที่เขาถูกกระทำ
พลันนั้นเสียงเย็นเยือกอันคุ้นเคยดังเข้ามาในจิตของเทธาน อีกฝ่ายระงับสีหน้าดุดัน เขาถอนสายตาออกมาจากเงาร่างอองที แล้วจึงมองไปยังเพลิงดำในร่างของหมาป่าดำที่ยืนอยู่ใกล้ๆนั้น ความสงสัยของเขาเริ่มมีน้ำหนัก ตัวประหลาดนี้มีพลังลึกลับยากจะคาดเดา จะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขากำลังตามหาอย่างแน่นอน
คนผู้นั้น.. ย่อมไม่้าให้เขาสังหารอองทีก่อนที่จะได้สิ่งนั้นมา หากสามารถจับตัวประหลาดอย่างเพลิงดำมาได้ ไม่แน่ว่าอาจจะตามหาของสิ่งนั้นได้เร็วกว่าที่คาด
เทธานหลุบตาลงต่ำ ดวงตาเรียวงามตวัดมองเพลิงดำอยู่ครู่หนึ่ง เขาโยนก้อนพลังสีดำขึ้นกลางอากาศ เ้าสิ่งนั้นร้องโหยหวนดังกึกก้อง จากนั้นบางส่วนก็เริ่มแตกตัวออกเป็ก้อนกลมนับร้อยๆก้อน มันพุ่งโจมตีมายังกลุ่มของอองทีและคนของเผ่ามังคาที่อยู่ด้านหลัง
พวกเขารีบร่ายเวทย์อาคมป้องกัน แต่มันกลับไม่ได้ผล พลังงานสีดำจากวิชาไสยเวทย์ปีศาจ เจาะทะลุม่านป้องกันเข้ามาพุ่งใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว หลายคนที่หลบไม่ได้ก็ถูกมันกลืนกินร่าง ทว่าคนที่โชคร้ายกลับถูกควบคุมไว้ ดวงตาพวกเขามีริ้วสีดำบดบัง และเริ่มหันมาทำร้ายพวกเดียวกันเอง
โกรินให้คนที่ไม่ใช่ผู้ใช้ไสยเวทย์อยู่ในเกราะอำพราง ที่สร้างขึ้นจากอาวุธเวทย์ไปก่อน พอเสร็จแล้วจึงหันไปช่วยโกรังและยาหลู่ช่วยผู้ใช้ไสยเวทย์คนอื่นๆ
ความโกลาหลวุ่นวายครั้งนี้ ถูกปาเนียงยืนมองผ่านกระจกเวทย์ในห้องโถงแห่งนั้น นางแค่นเสียงเย็นกล่าว “หึ เขาสามารถฟื้นพลังขึ้นมาได้เกือบสมบูรณ์เช่นนี้ ผู้ที่ช่วยเขาน่าจะไม่ใช่ธรรมดาแน่นอน”
อองทีเมื่อรู้ว่าฝั่งของตนเริ่มเสียเปรียบ ก้อนพลังสีดำนั้นยังลอยเด่นกลางอากาศ ดาบครุฑฑาวิหกในมือของเขาเริ่มเปล่งแสง มันพลันกระชากพลังออกมาจากร่างของอองที จนร่างกายอีกฝ่ายเริ่มอ่อนเปลี้ยลง อองทีรู้สึกเพียงว่ามือและแขนของเขาถูกดาบบังคับให้พุ่งตรงไปยังก้อนพลังสีดำนั้น
เทธานเมื่อเห็นว่าอันตรายกำลังตรงดิ่งเข้ามา เขารีบปัดมือออกไปข้างหน้า จากนั้นก้อนกลมหลายร้อยก้อนที่ออกไปก่อนหน้า ก็กลับมารวมกันกับก้อนพลังสีดำเช่นเดิม
ขณะที่ดาบครุฑฑาวิหกตวัดโค้งฉีกอากาศมานั้น สีหน้าอองทีกลับพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ เสียงคมดาบสองเล่มปะทะกันดังสนั่น อองทีดวงตาเบิกโพลงเมื่อเงาร่างสายหนึ่งที่กำลังยกดาบขนานกันกับเขา เป็เกาลัด..
หญิงสาวในชุดสีดำสนิท ปล่อยผมยาวไสว สัญลักษณ์เด่นชัดตรงหว่างคิ้วยิ่งเพิ่มความมีเสน่ห์ให้ดวงหน้างดงามของนางอย่างไร้ที่ติ อองทีรับรู้ถึงแววตาอันดุร้ายของเกาลัดในทันที ดวงตากลมโตนั้นไร้ซึ่งความอ่อนโยนสดใสเหมือนเช่นในอดีตแล้ว
ขณะที่เขาเริ่มตั้งสติได้ แต่กลับถูกเกาลัดใช้เท้าข้างหนึ่งถีบเข้ามายังหน้าอกอย่างแรง จนร่างเขาลอยลิ่วตกมาอีกฟากหนึ่ง เืร้อนภายในกายอองทีเหมือนกำลังวิ่งพล่าน จนเขาต้องพ่นเืสดคำหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
ระหว่างนั้นดาบครุฑฑาวิหกเริ่มหม่นแสงลง เกาลัดหันมาแลกเปลี่ยนสายตากับเทธานชั่วครู่ นางสีหน้าเฉยชาก่อนจะใช้ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาที่อยู่ในมือ จ้วงแทงเข้าไปในก้อนพลังสีดำนั้น
คลื่นพลังสีแดงกลุ่มหนึ่งลอดผ่านเนื้อผ้าออกมาจากร่างของเกาลัด มันค่อยๆม้วนตัวมารวมกันที่ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา อักขระที่สลักไว้บนดาบพลันเรืองแสงขึ้นมา เมื่อก้อนพลังสีดำที่ถูกสิ่งอื่นรบกวนก็เริ่มสั่นกระตุกรุนแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนนับพันิญญาดังก้องไปทั่วบริเวณ จนผู้ที่รับฟังนั้นแทบคลื่นไส้อาเจียนออกมา
เทธานดวงตาทะมึนดำ มือทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เกาลัด..นางกำลังทำสิ่งใด?
เมื่อเห็นการกระทำนั้นของเกาลัด เทธานรีบร่ายเวทย์อาคมดึงก้อนพลังสีดำนั้นเข้าหาตัว แต่กลับถูกคลื่นพลังสีแดงฉุดรั้งไว้ มันกำลังค่อยๆกัดกินดวงิญญาภายในก้อนสีดำนั้นอย่างช้าๆ
เทธานโอดครวญในใจ หากเขาสูญเสียสิ่งนี้ไปก็เท่ากับว่า พลังเวทย์บางส่วนของเขาย่อมต้องหายไปด้วย เมื่อเขาสบโอกาสจึงใช้เวทย์ไร้สภาพหลอกล่อเกาลัดหันไปอีกทาง ก่อนจะรีบกระชากก้อนสีดำออกมาจากปลายคมดาบอย่างรวดเร็ว
เกาลัดมองก้อนพลังสีดำลอยออกไปต่อหน้า ก็พลันตวัดสายตามายังเทธานที่กำลังเก็บสิ่งนั้นแทรกหายเข้าไปในมืออีกข้าง
เทธานไม่รู้ว่าอาวุธสังหารที่เขาสร้างขึ้นมาอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ เพราะเมื่อครู่นั้นนางก็ทำร้ายอองที และตอนนี้กำลังจ้องจะเล่นงานเขาอีกคน
ในเมื่อไอพลังจันทราสีเืถูกไอพิษของเขาและพลังของดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาสะกดไว้แล้ว นางยังสามารถนำสิ่งนี้มาใช้ได้อย่างไร และดูคล้ายกับว่านางกำลังเป็ศัตรูกับเขาไปด้วย
ขณะที่เทธานขบคิดอยู่นั้น หญิงสาวก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าเพลิงดำแล้ว หมาป่าดำแยกเขี้ยวขู่อีกฝ่าย กลิ่นอายประหลาดจากตัวนางก็เริ่มแผ่ออกมา จนทำให้เพลิงดำรีบหดหางของตนในทันใด
มันกำลังหวาดกลัว..
จังหวะนั้นเทธานกำลังจะใช้ไอพิษของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจ ปล่อยเข้าไปในร่างของเกาลัดเพื่อทำการควบคุมนาง เพลิงดำพลันเปลี่ยนร่างเป็ไอควันสีดำพุ่งเข้าสกัดทันใด หญิงสาวยืนเซถลาเล็กน้อย นางรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรง จึงต้องนั่งลงใช้ดาบยันกายเอาไว้
เบื้องหน้าพบว่าเพลิงดำกำลังต่อสู้กับเทธานอย่างดุเดือด เกาลัดเหลือบมองเหรียญคุมิญญาที่ห้อยไว้ที่คอตน มันกำลังพยายามควบคุมไอพลังจันทราสีเื จนเหรียญมีริ้วสีแดงเป็ระรอกคลื่นอย่างชัดเจน
ปาเนียงที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ย่อมแคลงใจมิใช่น้อย เช่นนั้นแล้วไอพลังจันทราสีเืก็ไม่อาจคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้พลังในส่วนอื่นๆแทรกผ่านออกมาได้
เกาลัดจึงกลายเป็ว่า.. เมื่ออยู่ในร่างที่ถูกพลังดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาควบคุม ไอพิษจากผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจของเทธานก็ไม่อาจหลอมรวมกัน จึงทำให้นางไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเทธานไปด้วย
ฉะนั้นตอนนี้นางย่อมเป็ศัตรูได้กับทุกคน..
อองทีรีบวิ่งตรงเข้ามาหาเกาลัด แต่กลับถูกนางลุกพรวดชูดาบสกัดเอาไว้ ั์ตาสีดำของเกาลัดยังปรากฏไอสังหาร ส่วนอารันที่วิ่งตามมาติดๆก็ต้องหยุดชะงัก เพราะพลังกดดันมหาศาลจากตัวเกาลัด ส่งผลให้ปราณเวทย์ในกายเขาคล้ายกำลังเหือดแห้งลงเหมือนอยู่กลางทะเลทราย
เกาลัดปรายตามองอองทีอย่างห่างเหิน นางจ้องมองดวงตาที่ถูกปิดอีกข้างหนึ่งไว้อย่างสงสัย จากนั้นหางตาก็พลันชำเลืองมองเพลิงดำที่กำลังต่อสู้อยู่กับเทธานอยู่อีกฝั่ง อองทีไม่ได้สนใจพวกเขาแล้ว แต่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ากลับมองเขาเช่นศัตรูในยามศึกคนหนึ่งเช่นนั้นหรือ
“เกาลัด เ้าลองตั้งสติก่อนได้หรือไม่ นี่มันไม่ใช่เ้า!” น้ำเสียงอองทีแฝงไปด้วยความลนลาน
หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ บุรุษผู้นี้นางเคยคิดจะสังหารเขาในตอนนั้นมิใช่หรือ ดาบเล่มนั้นที่หยุดดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาของนางได้ก็อยู่ในมือของเขา วันนี้ดาบของนางยังไม่ได้ดื่มเืของผู้ใดเลย หากเป็คนที่อยู่ตรงหน้านี้ นางย่อมไม่เกี่ยงที่จะลองเสี่ยงดูอีกครั้ง
ครั้นเมื่อคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เกาลัดในร่างอาวุธสังหารเดินถอยห่างจากอองทีออกมาหลายก้าว ระยะห่างนั้นทำให้อองทีเริ่มสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง แต่เพียงพริบตาเดียวกันนั้น ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาที่นางถืออยู่ ก็พลันพุ่งตัดผ่านอากาศเข้ามาใกล้เขาอย่างรวดเร็ว ปลายคมดาบเฉือนผิวบริเวณลำคอของชายหนุ่มจนเกิดเป็แผลเล็กน้อย
ดาบครุฑฑาวิหกเริ่มสั่นรัว จากนั้นมันก็ลอยออกจากมือของอองทีอย่างว่องไวเช่นกัน ศาสตราวุธเทพโบราณกับอาวุธเก่าแก่ของเผ่าอสูรแดง พวกมันผ่านศึกมานับไม่ถ้วน ว่ากันว่ามันใช้กระดูกเป็หินลับดาบ ใช้พลังิญญาในการซ่อมแซมและคงอยู่
เปรี้ยง!!
เสียงกัมปนาทดังสนั่นก้องไปทั่วท้องฟ้า แสงแปลบปลาบจากสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางลานซ้อมใหญ่ของเมืองไพรนารัม กลิ่นอายแปลกประหลาดชวนให้ผู้คนขนลุก
ใจกลางสายฟ้านั้นปรากฏดาบสองเล่มปักลงพื้นดินใกล้เคียงกัน แรงกดมหาศาลแผ่ปกคลุมไปทั่วเมือง เหล่าผู้ใช้ไสยเวทย์ในเมืองที่ััได้ต่างก็พากันเข้ามาชมเหตุการณ์ประหลาดพร้อมเพรียงกัน ปาเนียงและพูมะผู้คุมกฎเมืองก็แอบมองอยู่อีกฝั่งของลานฝึกซ้อมใหญ่
ส่วนเทธานกับเพลิงดำถูกสะเก็ดสายฟ้าที่ฟาดลงมา กระเด็นไปกองกันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง จนพวกเขาต้องหยุดการต่อสู้ชั่วคราว เทธานััพลังดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาได้ สายตาจึงควานหาเงาร่างของเกาลัดในทันใด
จังหวะที่กำลังเกิดโกลาหลอยู่นั้น พลังของดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาก็พลันอ่อนแรงลง สติของเกาลัดก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวพลางใช้มือทั้งสองข้างบีบศีรษะของตนไว้เพื่อคลายความมึนงง
ทว่าภาพเบื้องหน้าของนาง ไฉนมีผู้คนมากหน้าหลายตาที่เคยรู้จักรวมกันอยู่ที่นี่ แต่คนแรกที่ปรากฏตัวต่อหน้านางกลับเป็อังเต แววตาของเขาสะท้อนความตื่นใ หัวคิ้วของชายหนุ่มยังไม่คลายออก เขารีบจับข้อมือของเกาลัดไว้แน่น ก่อนจะพานางวิ่งหนีออกจากลานสมรภูมิอันดุเดือดแห่งนี้ทันที
เกาลัดเพียงจับใจความได้สั้นๆจากที่อังเตพูดในระหว่างทางว่า เขาใช้เวทย์อำพรางลับของเผ่าพยัคฆ์ดำคลุมตัวของนางเอาไว้ ั้แ่ดาบทั้งสองเล่มเข้าปะทะกัน พอสบโอกาสเขาจึงรีบพานางหนีออกมา
เกาลัดยังไม่มีโอกาสสอบถามเื่ราวจากอังเต ว่าเหตุใดนางถึงอยู่ในสถานที่แบบนั้น สักพักอังเตก็พาเกาลัดออกมายังถนนใจกลางเมือง ผู้คนยังตื่นตระหนกกับสายฟ้าปริศนานั้น หลายคนต่างก็เริ่มหลบเข้าที่พักกันบ้างแล้ว
เหตุการณ์อันน่าระทึกที่ลานฝึกซ้อมใหญ่ของเมืองไพรนารัมได้ผ่านพ้นไป เทธานยอมถอยและออกจากเมืองไป ส่วนอองทีเห็นเพียงดาบสองเล่มที่เหลือไว้ดูต่างหน้า ทางด้านเกาลัดก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หากจะบอกว่าเป็ฝีมือของเทธานนั้น ย่อมไม่ใช่..
หรือนางถูกคนของเผ่าพยัคฆ์ดำลักพาตัวไป..
อังเตจดจำเส้นทางลับที่ปาเนียงเคยบอก เขายังเก็บอาวุธเวทย์ที่ใช้สำหรับการออกไปจากที่นี่ไว้ เส้นทางลับที่ว่านั้นกลับอยู่ด้านหลังโรงเหล้า ใกล้บริเวณที่เขาเคยพาเกาลัดมาหลบซ่อนตัว
เมื่อทั้งสองแอบเข้ามาได้แล้ว อังเตจึงใช้เวทย์อาคมลองตรวจหาจุดที่จะสามารถใช้อาวุธเวทย์ได้ แต่พลันนั้นเสียงแหบแห้งอันคุ้นเคยก็ดังลอดออกมาจากอีกฝั่ง
“เห๊อะ..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าเคยสอนให้เ้าหนี เ้าก็รีบหนีเชียวนะ” ปาเนียงยืนใช้ไม้เท้าค้ำยันพื้นไว้ สายตาของหญิงชราพลันมืดครึ้มเมื่อมองเห็นอังเตที่ยืนอยู่ข้างกายเกาลัด
เกาลัดยิ้มระรื่น นางวิ่งโผเข้าไปกอดปาเนียงอย่างดีใจ “ท่านยาย ท่านมาช่วยข้าแล้ว! เอ่อ เื่ข้างนอกเป็ยังไงบ้างเ้าคะ..” เกาลัดผ่อนเสียงให้เบาลง ก่อนปาเนียงใช้ไม้เท้าเคาะหน้าผากนางครั้งหนึ่ง จนเกาลัดหน้าหงิกงอทันใด
“ยังจะมาถามว่าเป็อย่างไร เ้าก่อเื่แล้วก็หนีมาเช่นนี้หรือ ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าไว้ใจใคร” สายตาหญิงชรามองผ่านมายังอังเตอย่างไม่ตั้งใจ จนอีกฝ่ายก้มหน้าลง แววตาคล้ายแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด
ปาเนียงกล่าวเสริมว่าเทธานออกจากเมืองไปแล้ว ส่วนอองทีและคนของเผ่ามังคา หลายคนยังาเ็จึงต้องปักหลักอยู่ที่เมืองไพรนารัมไปก่อน
เกาลัดเมื่อเห็นว่าอังเตกระทำการบุ่มบ่ามไปบ้าง แต่เขาก็ช่วยนางให้ออกมาจากที่แห่งนั้น จึงกล่าวแก้ต่างให้อีกฝ่ายไปว่า
“อย่าโทษอังเตเลยนะเ้าคะท่านยาย ถ้าขืนข้ายังอยู่ เทธานอาจยังไม่ยอมจากไปก็ได้ อีกอย่างท่านอย่าส่งข้าให้เ้าอองทีเลยนะเ้าคะ ข้าไม่ชอบท่าทางวางอำนาจของหมอนั่น” หญิงสาวเขย่าแขนปาเนียงไปมาอย่างออดอ้อน
“ท่านยายขอรับ ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับนาง ท่านบอกเส้นทางลับและมอบอาวุธเวทย์ให้ข้าก็เพื่อพานางออกไปจากที่นี่ หากเกิดเื่ไม่ดีขึ้น ข้าก็ทำตามที่ท่านแนะนำแล้วนะขอรับ” อังเตอธิบาย
ปาเนียงเสียงอือในลำคอ นางลืมไปว่าเคยกล่าวเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ไม่สมควรที่จะพาเกาลัดหนีโดยไม่บอกกล่าวนางสักคำ
ปาเนียงยังทำสีหน้าเคร่งขรึม นางจึงขอคุยเป็การส่วนตัวกับเกาลัด อังเตเข้าใจเจตนาของหญิงชรา จึงปล่อยให้ทั้งสองสนทนาได้ตามสะดวก ปาเนียงร่ายเวทย์อาคมเป็ม่านกั้นไว้เพื่อไม่ให้ความลับใดหลุดออกไปได้
สักพักใหญ่ม่านอำพรางก็ถูกเปิดออก ปาเนียงคลายสีหน้ากังวลลงมาบ้างแล้ว ส่วนเกาลัดกลับทำทีท่าหนักอกหนักใจแทน แต่ถึงอย่างไรหญิงสาวก็ยังพยายามยิ้มแย้มเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็ห่วงนางมากนัก
ปาเนียงกล่าวกับอังเตว่านางอนุญาตให้พาเกาลัดออกจากเมืองได้ แต่ในส่วนที่เขาจะพานางกลับเผ่าพยัคฆ์ดำ ก็ย่อมเป็สิ่งที่เขาเป็ผู้ตัดสินใจเอง นางไม่อาจห้ามได้
เกาลัดพลันรู้สึกยินดีเมื่อปาเนียงไม่ส่งนางให้กับอองที หากนางได้อยู่ใกล้เขาอีกมีหวังว่า ไม่ก็เขาหรือว่านาง.. อาจจะต้องตายกันไปข้างหนึ่งแน่ๆ
ภายหลังจากที่อังเตกับเกาลัดออกจากเมืองไพรนารัมแล้ว ปาเนียงส่งนกเวทย์ตัวหนึ่งออกจากฝ่ามือของนาง มันมุ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่งของเมือง จากนั้นหญิงชราก็หายลับไปจากบริเวณนั้น นางต้องไปพบกับคนผู้หนึ่ง เ้าเมืองโกนิล เ้าอองที..
เรือนพักกองบัญชาการของผู้คุมกฎเมืองตั้งอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง พูมะเป็ผู้ให้การรับรองคนของเ้าเมืองโกนิลและคนของเผ่ามังคา เขาย่อมทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่วนที่ว่าเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างเ้าอองทีกับเทธานที่ได้เกิดขึ้น ผู้น้อยอย่างเขาไม่อาจให้คำตอบชัดเจนได้
อองทีนั่งอยู่ในห้องพักรับแขกด้านในกองบัญชาการ บริเวณด้านหน้าห้องพบแต่เพียงไคจากับลอซูเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆไปนั่งกินนั่งดื่มกับเหล่าคนคุ้มกันของเมืองที่อยู่เรือนอีกด้าน
พอปาเนียงมาถึงไคจากับลอซูก็โค้งคำนับด้วยความเกรงใจอยู่หลายส่วน หญิงชราผมฟู แต่งกายเรียบง่าย แต่กลิ่นอายพลังเวทย์กลับลึกลับยิ่ง
นางถามไคจากับลอซูอยู่หลายประโยค ทั้งสองมองหน้ากันตอบคำถามนางอย่างอึกอัก เพราะไม่รู้ว่าหญิงชราท่าทางประหลาดนี้ นางล่วงรู้ความลับบางอย่างของพวกเขาได้อย่างไรกัน
ปาเนียงเดินเข้ามาในห้องพักรับแขกที่อองทีนั่งรออยู่ หญิงชราพลันสังเกตว่าเ้าเมืองโกนิลผู้น่าเกรงขามลุกขึ้นไปยืนข้างโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยไม่คล้ายว่าจะให้เกียรติอีกฝ่ายเท่าใดนัก
ปาเนียงแววตาดำดิ่งลง ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ท่าทางหยิ่งผยองของชายหนุ่มย่อมไม่เคยเปลี่ยนเสียเลย
ส่วนบนโต๊ะนั้นนอกจากถ้วยชาสีเข้มแล้ว ก็ยังมีแมวดำขนฟูนอนขดนิ่งไม่ขยับอยู่ตัวหนึ่ง มันเงยหน้ามองผู้มาใหม่อย่างปาเนียงด้วยท่าทางเกียจคร้าน ก่อนจะมุดหน้าเข้าลำตัวอ้วนกลมของมันตามเดิม
หญิงชราแค่นเสียง ฮึ! ให้กับมัน ก่อนจะนั่งลงตามคำเชิญของอองที
“เ้าไม่ต้องมานั่งเสียเวลาอยู่ที่นี่หรอก เด็กสาวนั่นไปกับคนของเผ่าพยัคฆ์ดำแล้ว ต่อให้เ้ากับนางเคยเป็.. อืม ช่างเถิด เอาเป็ว่าตอนนี้ข้ายังไม่อยากให้เ้าได้พบนาง มันเป็เื่ดีสำหรับตัวเ้าเองมากกว่า” ปาเนียงมองอีกฝ่ายอย่างกระอักกระอ่วน
อองทียกยิ้มเล็กน้อย สีหน้าไร้แววยินดีกับสิ่งที่หญิงชราบอก “ท่านกับเผ่าพยัคฆ์ดำมีข้อตกลงร่วมกันเช่นนั้นหรือ”
หญิงชราขมวดคิ้วแน่น นางหัวเราะในลำคออย่างไม่ปิดบัง “หึ ตอนนี้เ้าอาจจะยังจำอะไรไม่ได้สินะ ไม่ใช่ข้าที่มีข้อตกลงกับเผ่าพยัคฆ์ดำหรอก แต่เพราะมันคือโอกาส.. โอกาสที่จะเติมเต็มคำพยากรณ์ต่างหาก”
ครั้นนางกล่าวจบ ั์ตาชายหนุ่มประกายเจิดจ้าทันที หญิงชราไร้ความเป็มาผู้นี้ล่วงรู้ถึงคำทำนายด้วยหรือ เขากลับลืมไปว่านักพยากรณ์ที่ย่าหลู่ช่วยเหลือนั้นมาจากเผ่าพยัคฆ์ดำ
หากคนของเผ่าพยัคฆ์ดำถือครองคำทำนาย เช่นนั้นเกาลัดอาจจะเกี่ยวข้องกับคำทำนายด้วยหรือไม่
ปาเนียงไม่รอให้อองทีได้ขบคิด จึงกล่าวเสริมไปว่า “ของสิ่งนั้นมีพลานุภาพสูงยิ่งนัก เ้าต่างหากควรที่จะรู้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน” นางถาม
อองทีตวัดสายตาแข็งกร้าวไปยังหญิงชรา “รู้ว่าท่านคงสืบเื่ของข้ามาไม่น้อย ข้าก็อยากจะบอกว่าของสิ่งนั้น.. ข้าเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน”
ปาเนียงผงกศีรษะเล็กน้อย สองมือค้ำยันไม้เท้าไว้ นางปรายตาเหลือบมองแมวดำขนฟูตัวนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์
“เ้าอาจจะสงสัยว่าทำไมข้าให้เ้ากับเทธานมาเจอกัน เพราะต่อไปศึกของพวกเ้าจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ ลานฝึกซ้อมใหญ่ของที่นี่เป็ลานประลองของผู้ใช้ไสยเวทย์โดยเฉพาะ พลังธาตุทั้งสี่โอบล้อมอย่างสมบูรณ์ ข้าไม่ได้อยากชมการแสดงอันไร้สาระ เพียงแค่อยากจะรู้ว่าพวกเ้ามีพลังอะไรต่อสู้กันบ้าง”
ปาเนียงนิ่งเงียบชั่วครู่ พลางกล่าวต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา “อีกอย่าง..เทธานเป็ถึงระดับผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจที่ร้ายกาจ เขาเป็ตัวการก่อศึกาเมื่อหลายร้อยปีก่อน ตอนนั้นเขาสร้างหายนะจนผู้คนล้มตายมากมาย
แต่ไม่นานเขาก็พ่ายแพ้และก็ถูกจองจำ เทธานอาจไม่ได้น่ากลัว แต่ผู้ที่ปลดปล่อยเขาให้เป็อิสระต่างหากที่พวกเราจะต้องระวัง ข้าคิดว่าการต่อสู้ของพวกเ้าจะล่อเขาเปิดเผยตัว แต่เด็กนั่นกลับมาสร้างเื่ไว้ก่อน”
ประโยคสุดท้ายนางกล่าวถึงเกาลัด ไอพลังจันทราสีเืที่อยู่ในร่างของนางมีอำนาจเหนือเหรียญคุมิญญานัก พลังของดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาจึงเข้ามาแทรกแซงได้อยู่ตลอดเวลา
แม้ว่าตอนนี้ดาบยังอยู่กับอองที แต่เมื่อไหร่ที่ผู้เป็นายร้องเรียกมัน ต่อให้จะอยู่นรกหรือ์ ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาก็สามารถฟันฝ่าไปหาได้
ปาเนียงอยู่สนทนากับอองทีอยู่พักใหญ่ จนพูมะเข้ามาแจ้งว่ามีเื่รายงานด่วน ปาเนียงกล่าวเตือนอองทีอยู่หลายคำ ก่อนจะขอตัวกลับไปจัดการธุระของตน
อองทีรับรู้แต่เพียงว่าผู้ที่พาเกาลัดไปคืออังเต บุตรชายคนโตของเ้าจักษา ผู้นำของเผ่าพยัคฆ์ดำ
แม้ว่าปาเนียงจะไม่ได้เปิดเผยเื่ราวที่ชัดเจนมากนัก หากไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำทำนายแล้ว การให้เกาลัดไปกับคนของเผ่าพยัคฆ์ดำ หญิงชราย่อมมีจุดประสงค์แอบแฝงมากกว่านั้นเป็แน่
‘นางมารน้อย เ้ากำลังคิดทำอะไรอยู่..’ อองทีคิดกังวลในใจ
ภายในห้องมืดสลัวในปราสาทดำ อองทีหอบร่างโซเซกลับมาคล้ายกับกำลังาเ็ปราณภายในอย่างรุนแรง ร่างกายของเขามีเส้นสีดำปรากฏขึ้นมาแทบทุกส่วน
ก้อนพลังสีดำนั้นถูกเกาลัดใช้ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาทำลาย แม้จะแค่บางส่วนแต่นั่นก็ทำให้แก่นิญญาของเขาาเ็ไปด้วย
เขาอาจจะต้องใช้เวลาฟื้นพลังอีกสักระยะ แต่ตอนนี้เทธาน้าิญญาของมนุษย์ที่เพิ่งตายมากกว่าร้อยดวง เพื่อมาทดแทนวิชาไสยเวทย์นี้ เขาได้ให้จันทร์วาลาสั่งคนคุมกันปีศาจเพื่อควานหาิญญาของมนุษย์มาแล้ว
ทางด้านเกาลัด เทธานไม่สามารถััพลังในตัวของนางได้แล้ว จึงยากที่จะติดตามตัวหญิงสาวได้ ยายเฒ่าปาเนียงต้องทำบางอย่างกับตัวนาง ตอนนั้นเกาลัดถึงเป็ปรปักษ์กับเขา ส่วนการติดตามดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาต้องรอสอบถามจากเผ่าอสูรแดงเท่านั้น
“เ้าให้คนไปตามกอนมาพบข้าแล้วหรือไม่” เทธานลืมตาขึ้นมาถาม ขณะที่เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินสีดำด้านใน ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาคล้ายขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด
จันทร์วาลาที่ยืนอยู่ไม่กล้าจะสอบถามเื่ที่เกิดขึ้น รวมถึงเื่ของเกาลัด นางจึงได้แต่เพียงตอบคำถามเขาได้ไม่กี่คำเท่านั้น
เทธานรู้ว่านางยังสงสัยบางอย่าง จึงบอกความจริงกับนางไปว่า “เกาลัดถูกคนของเผ่าพยัคฆ์ดำชิงตัวไปแล้ว เ้าต้องเดินทางไปดินแดนทางใต้ จงไปเตรียมตัว”
จันทร์วาลาระงับสีหน้าดีใจของตน เมื่อรู้ว่าเกาลัดถูกชิงตัวไปแล้ว “นายท่าน เผ่าพยัคฆ์ดำเป็เมืองลึกลับ คนภายนอกไม่อาจเข้าไปได้โดยง่าย ข้าหรือจะ..”
“เ้าต้องไปพาเกาลัดกลับมา หรือจะเอาดวงิญญาของเ้ามาฟื้นพลังให้ข้าก็ตามใจเ้า!” เทธานสาดแววตาอำมหิตมายังจันทร์วาลา
ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าก่อนจะแค่นเสียงไอหลายครั้ง แก่นิญญาของเขาปวดร้าวจนแทบจะฉีกออกมาด้านนอก
จันทร์วาลาก้มหน้าต่ำพลางกล่าวด้วยเสียงสั่นกลัว “ขะ..ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ”
นางรีบรับคำเทธาน จากนั้นก็ผละตัวออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว จันทร์วาลาแสยะยิ้มเล็กน้อย หากนางพาเกาลัดกลับมาได้จริง เด็กปีศาจนั่นก็คงเป็เพียงร่างไร้ิญญาแล้ว
หากนางสังหารเกาลัดและใส่ความเผ่าพยัคฆ์ดำว่าเป็ผู้ทำ เทธานอาจจะแค่เสียใจ เขาคงไม่หาญกล้าไปถล่มเผ่าพยัคฆ์ดำด้วยตัวเองกระมัง
กอน อสูรร่างั์จากเผ่าอสูรแดงมาพบเทธานอยู่ครู่หนึ่ง มันก็รีบกลับออกไปเหมือนกำลังจะรีบเร่งทำอะไรสักอย่าง มันทิ้งอสูรในร่างมนุษย์ไว้หลายสิบตน เพื่อติดตามจันทร์วาลาเดินทางลงใต้ตามหาเผ่าพยัคฆ์ดำกับเกาลัด
กอนไม่สามารถรู้ตำแหน่งของดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาได้ ถึงแม้ว่าดาบจะเคยเป็สมบัติของเผ่าอสูรแดงก็ตาม แต่เมื่อดาบมันเลือกนายแล้ว ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องย่อมเข้าถึงไม่ได้
ยกเว้นแต่ว่า.. ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาจะถูกปลดปล่อยพลัง นั่นย่อมหมายความว่า เกาลัดจะต้องถูกพลังของดาบครอบงำ และอยู่ในร่างอาวุธสังหารนั้นอีกครั้ง
อังเตทอดนั่งมองทิวเขาตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายเย็นชื้นจากแม่น้ำสายใหญ่เริ่มเข้ามาใกล้ เขากับเกาลัดนั่งรถม้าลากผ่านเมืองน้อยใหญ่มาร่วมห้าวันแล้ว แต่อีกไม่นานก็เป็ท่าเรือลำเพา นั่นคือเป้าหมายของพวกเขา
ความจริงแล้วอังเตย่อมสามารถเปิดอุโมงค์อากาศ เพื่อพาเกาลัดเดินทางกลับเผ่าพยัคฆ์ดำได้ แต่หญิงสาวกลับอ้างว่าต้องทำตามคำสั่งของท่านยายปาเนียงแนะนำ เพราะการเปิดอุโมงค์อากาศเดินทางนั้น เหรียญคุมิญญาที่นางสวมใส่อาจจะถูกคลายพลังออก ถึงตอนนั้นแล้วอาจไม่สามารถควบคุมพลังในตัวเกาลัดได้อีกเลยก็เป็ได้
หากเทธานหรือผู้ใดก็ตามตรวจพบพลังของนางเข้า อังเตย่อมไม่อยากเสี่ยงเช่นกัน เพราะการเปิดอุโมงค์อากาศ ก็ไม่อาจเข้าไปในม่านอำพรางของเผ่าพยัคฆ์ดำได้โดยตรง และในตอนนี้อองทีอาจรู้แล้วว่า เกาลัดติดตามมากับคนของเผ่าพยัคฆ์ดำ
ดินแดนทางใต้ถือว่าอาณาจักรโกนิลมีอิทธิพลสูงสุด หากอองที้าตามหาเผ่าพยัคฆ์ดำจริงๆ ย่อมง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
เ้าจักษาผู้เป็บิดาของอังเต เขาถือกฎลับอย่างหนึ่งเป็สำคัญ ว่าห้ามสายเืของตระกูลผู้นำเผ่าโกนิล มาเหยียบย่างบนแผ่นดินของเผ่าพยัคฆ์ดำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอย่างอองที จะหาหนทางเข้ามายังเผ่าพยัคฆ์ดำไม่ได้
ในตอนนี้ผู้ที่อังเตจะต้องระมัดระวังมากที่สุดคือเทธาน ถึงต่อให้วันนั้นเขายอมถอยกลับ แต่เทธานต้องกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง
แม้ตอนนี้จะยังไม่มีผู้ใดพบเจอเกาลัด เพราะพลังของนางถูกเหรียญคุมิญญาสะกดไว้ แต่หากนางเป็เหมือนกับเช่นวันนั้นอีก อังเตก็กลัวว่าเขาต่างหากจะเป็ผู้ที่ถูกเกาลัดสังหารเป็คนแรก
ครั้นรถม้าลากเดินทางมาถึงท่าเรือลำเพาใน่บ่ายคล้อย อังเตมองเงาหลังเกาลัดที่เพิ่งลงจากรถม้า แม้ว่านางจะแต่งกายคล้ายบุรุษ แต่ก็ไม่ทำให้ดวงหน้าอันงดงามของหญิงสาวนั้นลดน้อยลงไป ประกายดวงตาอันว่างเปล่าของอังเตเริ่มมีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไป ความรู้สึกละอายแก่ใจกลับหวนเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว
เกาลัดบอกว่านางเคยอยู่ที่ท่าเรือลำเพาระยะหนึ่ง จากนั้นจึงเดินทางไปยังเมืองดุรงคา และทำให้ไปเจอกับเทธานโดยบังเอิญในวันนั้น
อังเตย่อมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เขาแอบสะกดรอยตามนางกับอารันไปยังท่าเรือเล็ก หากเขาตัดสินใจชิงตัวเกาลัดมาั้แ่ตอนนั้น เื่ราวคงไม่ยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้
“ท่านบอกว่าเราจะได้ขึ้นเรือสำเภาลำใหญ่จริงๆใช่ไหม” เกาลัดหันมายิ้มให้เขา ขณะที่นางเกาะขอบรั้วมองดูเรือสำเภาจอดเรียงรายกันอยู่ที่ท่าเรือ
วันนี้อากาศสดใสกว่าวันก่อนนัก ทำให้มีผู้คนขึ้นลงเรือตลอดไม่ขาดสาย เกาลัดเห็นเพียงว่าชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มให้นาง แววตาของเขาคล้ายมีบางอย่างกังวลอยู่ตลอดเวลา
อังเตพลันกล่าวตอบนางไปว่า “เราจะลงเรือกันคืนนี้ เ้าอยากจะไปซื้อของใช้สตรีกับอาหารไว้หรือไม่” ชายหนุ่มเห็นนางส่ายหน้าจึงเริ่มแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ข้าก็อยากไปนะ แต่ข้าเคยมีโจทก์เก่าที่ท่าเรือลำเพา หากบังเอิญพวกนั้นเห็นข้าเข้า เื่น่าจะยุ่งเหยิงขึ้นมาทีเดียว เอาเป็ว่าข้าจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ท่านแล้วกัน”หญิงสาวหันมากระซิบใกล้อังเต เขาพลันยิ้มมุมปาก ในใจเริ่มคลายความกังวลบ้างแล้ว
ทั้งสองเข้ามาพักในโรงเหล้าเล็กๆแห่งหนึ่ง ผู้คนที่นี่กลับเข้าออกไม่มากนัก อังเตจองห้องเล็กชั้นบนเอาไว้ อาหารคาวหวานของที่นี่กลับธรรมดานัก เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆที่เขากับนางเดินทางผ่านมา
เกาลัดกินอาหารได้ไม่มากก็ขอตัวเข้าสุขาอยู่หลายครั้ง อังเตจึงให้คนงานในโรงเหล้าไปซื้อยาสำหรับแก้อาการท้องไส้โดยเฉพาะ ไม่นานอาการของนางก็เหมือนจะทุเลาลงบ้าง
เมื่อใกล้เวลาพลบค่ำแล้ว ขณะที่เกาลัดนั่งเหม่อมองท่าเรือจากหน้าต่างในโรงเหล้าแห่งนั้น อังเตที่กำลังยกจอกสุราขึ้นมาจิบ ใบหูข้างซ้ายของเขาก็เริ่มกระตุก สายตาก็พลันดุดันขึ้นมาหลายส่วน
ไม่นานนักก็ปรากฏเวทย์อาคมกลุ่มหนึ่ง พุ่งตรงเข้าหาร่างของเกาลัดในทันใด หญิงสาวคล้ายรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อยจึงเผลอหลับฟุบไปที่โต๊ะ
อังเตพลันลุกขึ้นยืน ก่อนรีบขยับตัวเพื่อที่จะเข้าไปดูอาการของเกาลัด แต่กลับมีเสียงหนึ่งเหมือนจะติเตียนเขาขึ้นมา “หึ หากเ้ายังไม่เด็ดขาดพอ จะมาเป็ผู้นำของเผ่าพยัคฆ์ดำต่อไปได้อย่างไร”
ผู้มาใหม่นั้นเป็ชายอายุราวห้าสิบปีเศษ โครงหน้ามีส่วนคล้ายอังเต เขาโผล่เข้ามาจากประตูด้านหน้าพร้อมกับคนคุ้มกันสองคน จังหวะนั้นเวทย์อาคมกั้นเสียงก็เริ่มแผ่คลุมไปรอบห้อง
อังเตคล้ายรับรู้อยู่แล้วว่าเป็เขา จึงโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเรียกชายผู้นั้นว่าท่านอา
สุนธราคือน้องชายของเ้าจักษา เขาเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงระดับกลางและเป็เสมือนมือขวาของเ้าจักษาผู้เป็พี่ชาย อีกฝ่ายมาที่นี่ตามคำสั่งของผู้นำเผ่า
ภายหลังจากที่อังเตทำแผนล่าช้า ในการพาตัวผู้เป็ร่างนำพาไอพลังจันทราสีเืกลับสู่เผ่าพยัคฆ์ดำ
“ข้าเกรงว่าหากพานางเดินทางโดยการเปิดอุโมงค์อากาศ จะมิใช่เื่ดีนักขอรับ นางมีเหรียญคุมิญญาควบคุมพลังนั้นไว้อยู่” อังเตอธิบาย
สุนธราขมวดคิ้วแน่น สายตาจับจ้องมายังเกาลัดที่เอนกายหลับอยู่บนโต๊ะ ท่าทางหญิงสาวผู้นี้เหมือนเช่นคนธรรมดาทั่วไป แต่กลับมีกลิ่นอายกดดันบางอย่าง จนเขาพลันรู้สึกครั่นเนื้อตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ถ้าเผ่าของเราได้ครองไอพลังจันทราสีเื ย่อมจะถือกำเนิดผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นมหาเทพ ส่วนสตรีผู้นี้คงไม่น่าจะรอด..”
อีกฝ่ายครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวต่อ “ถ้าเ้ายืนยันจะพานางขึ้นเรือเดินทาง ข้าก็เตรียมคนคุ้มกันฝีมือดีไว้เรียบร้อยแล้ว เื่นี้จะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด”
“ขอบคุณท่านอา” อังเตสายตาครึ้มดำลงขณะมองมายังเกาลัด
ระหว่างที่อังเตบอกเล่าเื่ราวที่เขาพบเจอก่อนหน้าให้สุนธราฟัง เกาลัดที่กำลังแกล้งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ นางกำหมัดแน่นจนนิ้วแทบหัก สมองก็พลันวุ่นวายสับสนขึ้นมา
ท่านยายปาเนียงกล่าวได้ไม่มีผิด เผ่าพยัคฆ์ดำแค่เห็นผลประโยชน์จากตัวเกาลัด อังเตมีหรือจะยอมช่วยเหลือนางอย่างจริงใจ เขาเองก็เพียงหลอกใช้นางเท่านั้น
เกาลัดถูกเวทย์อาคมไม่ทราบที่มาพุ่งเข้าใส่ หญิงสาวรับรู้แต่กลับมีบางสิ่งสะท้อนกลับอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ผู้ที่อยู่ในห้องนั้นจึงคิดว่านางหลับสนิทไปแล้ว เกาลัดรับรู้ทุกคำพูด ทุกการกระทำของคนทั้งหมด นางจึงเพียงได้แต่เล่นละครตามน้ำไปก่อน
ไม่นานนักเกาลัดก็เริ่มจะอดทนนิ่งสงบไม่ไหว จึงได้แต่พร่ำบนในใจ
‘นี่มันนานแล้วนะ เมื่อไหร่พวกนั้นจะเริ่มออกโรงสักที... ’
>โปรดติดตามตอนที่16<