บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 เรือนรับรอง

          จริงๆ แล้วหากขันทีคนนั้นก้มหน้าลงหยางหนิงก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ว่าสายตาของคนๆ นั้นมันมองมาที่เขาหยางหนิงก็เลยมองกลับไป เห็นขันทีคนนั้นหน้าตาเกลี้ยงเกลา ดวงตาเหมือนมีอะไรสายตาแหลมคม ดูแล้วมันคุ้นเคย เมื่อมองดีๆ แล้ว หยางหนิงก็นึกออกทันทีว่าหน้าตาของขันทีคนนี้ เหมือนกับชายชุดเทาที่เขาเจอที่ร้านเหล้า

           วันนั้นหยางหนิงพาเซียวกวงหนีออกจากร้านเหล้าชายชุดเทาถูกนินจาฮิดะล้อมเอาไว้ หยางหนิงเคยคิดว่าไม่รู้ว่าชายชุดเทาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง แต่น่าจะเป็นโชคร้ายมากกว่า

           พอมาอยู่ในจวนองครักษ์เสื้อแพรก็ลืมเรื่องของชายชุดเทาไปแล้ว คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนๆ นี้จะมายืนอยู่ในที่แบบนี้

           ถึงแม้เมื่อเทียบกับชายชุดเทาเขาจะไม่มีหนวดเคราแล้ว เสื้อผ้าก็ต่างออกไป แต่หยางหนิงก็แน่ใจว่าเขาคือชายชุดเทาคนนั้น

           หากแค่หน้าตาคล้ายกันหยางหนิงก็คงไม่มั่นใจขนาดนี้ เพราะเขาหน้าตาเหมือนกับซื่อจื่อมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว

           แต่ว่าสายตาของอีกฝ่าย ทำให้หยางหนิงแน่ใจอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

           สายตาของชายชุดเทามันมีเอกลักษณ์ มีความคมคายในแววตาของเขาแล้วสายตาขันทีคนนี้กับชายชุดเทานั้นเหมือนกัน

           ถึงแม้ในใจของเขาจะตกใจมากแต่สีหน้าท่าทางยังคงไม่เปลี่ยน

           ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดเขาก็เยือกเย็นพอสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่หยางหนิงได้รับมาจากการฝึกฝนเป็นเวลานานคือ ในสถานการณ์พิเศษหรือฉุกเฉินเขาสามารถทำสีหน้าท่าทางไร้อารมณ์ได้เป็นเวลานาน

           ถึงใบหน้าจะนิ่งแต่ในใจของเขามันเหมือนคลื่นพายุโหมกระหน่ำ

           เขาไม่รู้จริงๆ ว่า ทำไมคนๆ นี้ถึงได้แต่งชุดขันทีมาอยู่ที่นี่พบกันที่ร้านเหล้าครั้งก่อน คนๆ นี้สวมชุดแขนยาว หนวดเครายาว เหมือนคนมีความรู้แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไป กลายเป็นขันทีไร้หนวดเครา เมื่อฐานะเปลี่ยนไปหยางหนิงก็ไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร

           ตอนนี้เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่า คนๆ นี้เป็นขันทีปลอมหรือเปล่าหรือว่าเขาเป็นขันทีอยู่แล้ว?

           “ซื่อจื่อซื่อจื่อ?” ได้ยินพ่อบ้านชิวเรียก หยางหนิงถึงได้สติกลับมา “อ่า” ก็ได้ยินฟ่านกงกงพูดว่า “ข้าน้อยไม่รบกวนแล้วต้องรีบกลับไปรายงานให้ฝ่าบาททราบ!”แล้วโค้งให้หยางหนิงเล็กน้อย หันหลังแล้วก็กลับไป หยางหนิงยกมือขึ้นคำนับหลังจากนั้นก็มองไปที่ชายชุดเทาที่แต่งกายเป็นขันที เห็นเขาเดินตามหลังฟ่านกงกงไปไม่หันกลับมาอีก

           หยางหนิงถอนหายใจยาวๆ

           เมื่อกี้เขากังวลว่าคนๆ นั้นจะเปิดเผยตัวจริงของเขาหากเป็นอย่างนั้นจริง ผลที่ตามมาแทบไม่อยากจะคิดเลย

           อีกฝ่ายมองมาที่เขาหลายครั้งเหมือนต้องการยืนยันฐานะของเขา หยางหนิงไม่รู้ว่าชายชุดเทาจะจำเขาได้ไหม

           จำได้ว่าวันนั้นฝนตกหนักมากในร้านเหล้าเองก็มืดๆ ถึงแม้เขาจะจำอีกฝ่ายได้ แต่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะจำเขาได้ไหม

           วันนี้ที่อีกฝ่ายพยายามหยั่งเชิงอาจจะเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายรู้สึกคุ้นหน้า ตอนนี้เขาเป็นถึงองครักษ์เสื้อแพรซื่อจื่ออีกอย่าง หากอีกฝ่ายไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด เกรงว่าอาจจะไม่เปิดเผยความจริงง่ายๆ

           ตอนนี้หยางหนิงรู้สึกว่าหลังเย็บวาบในใจคิดว่า ฐานะซื่อจื่อในตอนนี้ก็อันตรายแล้วเหมือนกัน คนๆ นั้นเหมือนจะเป็นคนในวังหลวงถึงแม้เขาอาจจะไม่รู้ว่าเขาสวมรอยเป็นซื่อจื่อ แต่ในเมื่อมีความสงสัยงั้นตัวเขาก็อันตรายมากแล้ว

           ฉีหุ้ยจิ่งตายไปแล้ว องครักษ์เสื้อแพรเองก็เหมือนจะตกต่ำลงภายในมีเรื่องวุ่นวายมากมาย ตอนนี้ยังมาเจอเจ้าเฒ่านี่อีก ในใจหยางหนิงเริ่มนึกถึงเรื่องการหนีแล้ว

           “ซื่อจื่อ เราต้องออกเดินทางแล้ว” พ่อบ้านชิวขัดขึ้นมาตอนที่หยางหนิงกำลังใช้ความคิด“ไปจงหลิงต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ เราจะต้องไปถึงที่นั่นก่อนฟ้ามืดระหว่างทางจะช้าไม่ได้ ไม่งั้นเวลาจะคาดเคลื่อน”

           หยางหนิงรู้ดีว่ากฎการแต่งงาน งานศพของชนชั้นสูงนั้นมีมากก็เลยพยักหน้า ขบวนศพออกจากเมืองไปแต่ประกาศกฎอัยการศึกติดตัวชาวบ้านทำให้ออกนอกเมืองไม่ได้เสวียหลิงเฟิงนำทหารส่วนหนึ่งมาส่งประมาณหนึ่งลี้ หลังจากเห็นขบวนศพเดินจากไปแล้วเขาก็กลับเข้าประตูเมืองไป

           ตลอดเส้นทางมีทั้งการตีฆ้องร้องป่าวโปรยกระดาษเงินกระดาษทองไม่ขาด เมื่อใกล้เวลาฟ้ามืด ก็มาถึงปลายเขาจงซาน

           จงหลิงอยู่ห่างจากเขาจงซานไม่ถึงสิบลี้อยู่ปลายเขาจงซาน ราชสำนักตั้งใจสั่งให้คนสร้างเรือนรับรองเอาไว้เพื่อให้ขบวนศพพักหนึ่งคืนก่อนทำพิธีฝังศพเหตุผลก็คือหนึ่งเพื่อระลึกพระมหากรุณาธิคุณสองคือเพื่อให้ขบวนเคลื่อนศพได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

           โลงศพวางที่ห้องโถงหลักด้านหน้าที่นี่มีเจ้าหน้าที่จากกรมพิธีการจัดการทุกอย่างให้ นอกจากคนจำนวนหนึ่งแล้ว คนอื่นๆจะไม่สามารถเข้ามาในเรือนรับรองได้

           ท่านใหญ่สามกับหยางหนิงเป็นคนในตระกูลฉี แถมยังเป็นสายเลือดตรงของฉีหุ้ยจิ่งเข้าไปได้แน่นอนอยู่แล้ว พ่อบ้านชิวเป็นหัวหน้าพ่อบ้านของจวนองครักษ์เสื้อแพรก็มีสิทธิเข้าไปได้ คนที่เหลืออย่างฉีอวี้กับผู้ติดตามคนอื่นๆเนื่องจากเป็นลูกอนุไม่มีสิทธิพูดอะไร ทำได้แค่เดินตามขบวน ทำอะไรไม่ได้

           แต่ว่าเมื่อมาถึงจงหลิงถึงแม้เขาจะเป็นลูกอนุ แต่เขาก็มีสายเลือดของฉีหุ้ยจิ่งก็เลยสามารถเข้าไปในเรือนรับรองได้

           สำหรับเรือนรับรองจงหลิง จวนองครักษ์เสื้อแพรเองรู้อยู่แล้วว่ามีไว้ทำไมแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่ใครก็จะสามารถเข้าไปด้านในได้ ดังนั้นก็มีการเตรียมตัวไว้พอสมควรคนที่ติดตามขบวนส่งศพมาต่างพากันกางเต้นท์ที่ด้านนอก ของที่นำฝังด้วยมีมากก็ส่งคนไปเฝ้า

           ต้วนชางไห่กับฉีเฟิงเป็นองครักษ์ของจวนองครักษ์เสื้อแพรก็รับหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย

           เดินทางมาทั้งวัน หยางหนิงรู้สึกเพลียมากเขาเป็นองครักษ์เสื้อแพรซื่อจื่อ จึงได้ห้องเดี่ยวฝั่งตะวันออกถึงแม้จะเข้ามาในเรือนรับรองแล้ว หยางหนิงก็ไม่ได้วางใจเลย

           ตั้งแต่เดินเข้ามาในเรือนรับรองหยางหนิงก็รู้สึกแปลกๆ เขารู้สึกว่าเหมือนมีคนจับตามองเขาตลอดเวลา

           มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก

           จริงๆ แล้วร่างกายของหยางหนิงเป็นคนที่ค่อนข้างมีลางสังหารณ์มากการมีลางสังหารณ์ของเขามันไม่ได้ถึงขั้นหวาดระแวง ทุกครั้งที่จะมีอันตรายหยางหนิงจะมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ความรู้สึกแบบนี้มีตั้งแต่ก่อนข้ามกาลเวลามาแล้วแต่มันไม่ชัดเท่าไร แต่พอหลังจากข้ามกาลเวลามาแล้วมันเหมือนไปกระตุ้นสัมผัสที่หกของเขา เพราะมันรุนแรงขึ้นมาก

           แต่เมื่อตรวจสอบรอบๆ ดูอย่างละเอียดแล้วก็ไม่เห็นว่ามีคนอยู่

           ฟ้ามืดนานแล้ว วางโลงศพไว้ในเรือนรับรองมันก็วังเวงอยู่แล้ว หยางหนิงคิดว่าอาจจะเป็นเพราะวันนี้เจอขันทีชุดเทาคนนั้น ทำให้เขาไม่ค่อยสบายใจก็เลยรู้สึกแปลกๆ ก็ได้

           เมื่อนึกถึงขันทีแปลกๆ คนนั้นหยางหนิงก็ขมวดคิ้ว

           ขันทีแปลกๆ นั้นแค่หยั่งเชิงเขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ก็เพราะอย่างนั้น มันทำให้หยางหนิงคาดเดาอะไรไม่ได้เลย

           ตอนนี้ในจวนองครักษ์เสื้อแพรเห็นเขาเป็นซื่อจื่อต้วนชางไห่กับคนอื่นๆ ก็ฟังคำสั่งโดยไม่มีอิดออด แต่หยางหนิงรู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงถูกเปิดเผย คนในองครักษ์เสื้อแพรทั้งหมดจะมาแก้แค้นกับเขาพวกเขาก็จะต้องตามหาซื่อจื่อตัวจริงจนถึงที่สุด หากไม่มีพยานตัวเขาก็จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก

           ถึงแม้การตายของฉีหุ้ยจิ่ง จะทำให้องครักษ์เสื้อแพรเหมือนจะตกต่ำลงแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม องครักษ์เสื้อแพรก็ยังเป็นหนึ่งในตระกูลบรรดาศักดิ์ใหญ่เมื่อเป็นศัตรูกับกลุ่มอิทธิพลแบบนี้ มันก็ไม่มีทางชดใช้กันง่ายๆ คงโดนไล่ล่าจนสุดล่าฟ้าเขียวแน่ๆ

           หากแค่ตายไป หยาหนิงก็ไม่กลัวหรอกแต่ในใจของเขาเป็นห่วงเสี่ยวเตี๋ย หากยังไม่รู้ว่านางอยู่ไหน เขาก็ยังไปไหนไม่ได้

           ถึงแม้ตอนนี้สำนักคุ้มกันของซวี่รื่อจะน่าสงสัยที่สุดในตอนนี้หยางหนิงก็สงสัยว่าเสี่ยวเตี๋ยน่าจะถูกช่วยไปแล้วแต่ว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงความคาดเดาของเขาเท่านั้น ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเสี่ยวเตี๋ยปลอดภัย หยางหนิงก็ยังไม่อาจวางเสี่ยวเตี๋ยได้

           ในคืนมืดที่เงียบสงัดกำลังคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ อยู่ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอกว่า “ซื่อจื่อ ของว่างกับน้ำชาเตรียมไว้พร้อมแล้ว ข้าน้อยมาส่งให้!”

           “เข้ามาได้!”

           ในห้องไม่ได้ลงกลอนไว้ ข้ารับใช้สวมชุดเขียวคนหนึ่งเดินเข้ามายกถาดอาหารมา บนถาดอาหารมีของว่างสองจาน น้ำชาหนึ่งกา แล้วก็ถ้วยชาหนึ่งใบ

           เรือนรับรองมีข้ารับใช้ของเรือนอยู่ ตอนที่หยางหนิงเข้ามาในเรือนเขาเห็นคนที่แต่งกายแบบนี้ในเรือนกว่าสิบคน

           หยางหนิงเห็นของว่าง ก็รู้สึกหิวขึ้นมาก็เลยเดินมาที่โต๊ะ ข้ารับใช้ชุดเขียวคนนั้นวางถาดอาหารลง โค้งคำนับแล้วพูดว่า “ซื่อจื่อ หากต้องการอะไร สั่งมาได้เลยภายในเรือนของเรามีของกินของใช้เตรียมไว้พร้อม”

           หยางหนิงยิ้มเบาๆ แล้วพูดว่า “ขอบใจนะ!”

           ข้ารับใช้ชุดเขียวหยิบกาน้ำชาขึ้นมารินชาแล้วยกมาวางที่หน้าของหยางหนิง แล้วพูดว่า “ซื่อจื่อเชิญดื่มข้าน้อยขอตัวก่อน!” เขาพูดไม่มากแล้วก็ถอยออกจากห้องไป

           หยางหนิงยกชาขึ้นมา กำลังจะดื่มจากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ช้าก่อน!”

           ข้ารับใช้ชุดเขียวเดินไปที่ถึงประตูแล้วก็หยุดเดิน หันหลังกลับมาถามว่า “ซื่อจื่อมีอะไรจะสั่งหรือ?”

           “เจ้าอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว?”หยางหนิงถามว่า “ที่เรือนรับรองนี่มีใครดูแลอยู่?”

           ข้ารับใช้ชุดเขียวอธิบายว่า “เรือนรับรองจงหลิงอยู่ในการดูแลของกรมพิธีการข้าน้อยเป็นคนของกรมพิธีการ อยู่ที่นี่มาห้าหกปีแล้วกรมคลังจะมีการส่งเบี้ยมาที่เรือนรับรองทุกปี”

           “หลายปีมานี่เจ้าอยู่ยกน้ำชาของว่างที่นี่งั้นหรือ” หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่คิดอยากจะเปลี่ยนงานบ้างหรือ?” กวักมือแล้วพูดว่า “เจ้ามานี่ คืนนี้อีกยาวไกล ข้าเบื่อมากมาคุยเป็นเพื่อนข้าหน่อย หากว่าถูกใจข้า ข้าจะหาทางช่วยเจ้าหางานที่ดีกว่านี้ให้”

           ข้ารับใช้ชุดเขียวพูดอย่างดีใจว่า “ขอบคุณท่านซื่อจื่อขอบคุณท่านซื่อจื่อ!” เขาเดินขึ้นหน้ามา แล้วพูดว่า“ข้าน้อยมาที่นี่ก็เพื่อยกน้ำชาและของว่าง หากซื่อจื่อยินดีรับข้าน้อยไว้ต่อให้บุกน้ำลุยไฟ ข้าน้อยก็ยอม”

           หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “บุกน้ำลุยไฟหรือ? เจ้าฝึกวรยุทธ์หรือไง?”

           “วรยุทธ์?” ข้ารับใช้ชุดเขียวส่ายหัวแล้วพูดว่า “ข้าน้อยเป็นพนักงานของกรมพิธีการเป็นสายบุ๋น ไม่รู้วรยุทธ์ แต่ว่าเรียนหนังสือมาบ้าง พอรู้อักษรบ้าง”

           หยางหนิงวางถ้วยน้ำชาลง ยื่นมือไปจับมือข้างหนึ่งของข้ารับใช้ชุดเขียวยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุ๋น แต่ทำไมที่นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ถึงได้มีตุ่มด้านเล่า?” สีหน้าเย็นยะเยือก “มันไม่ใช่มือของคนที่ยกน้ำชาหรอกนะ”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115