พลิกตำนานสามก๊ก:ตั๋งฮวง

    ตอนพิเศษ ว่าด้วยผู้นำและอำนาจ

    ตอนพิเศษ ว่าด้วยผู้นำและอำนาจ

    สวัสดีครับท่านผู้อ่าน

    ผู้เขียนคิดว่าจะลองระบายความในใจเกี่ยวกับเรื่องของการเขียนเรื่องนี้

    สามก๊ก

    มหาวรรณกรรมแห่งประวัติศาสตร์

    ที่ผู้เขียนคิดว่าตนเองคงเทียบไม่ได้หากเขียนไปในแนวทางสามก๊ก

    จึงทำได้แค่พยายามเขียนในแนวทางของตนเองที่มีมุมมองที่แตกต่างไปจากแนวคิดของผู้เขียนสามก๊กเรื่องต่างๆในปัจจุบัน

    เรื่องที่ผู้เขียนคิดเวลาที่ผ่านกาลเวลามาพอสมควรแล้วที่รู้สึกมาตลอดคือ

    มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลเสมอไป

    ผู้เขียนรู้สึกมาตลอดว่าแนวคิดที่นำเสนอในเรื่อง

    หงสาจอมราชันย์

    นั้นที่ผู้เขียนยกย่องว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนอย่างมากในการเขียนเรื่องราวสามก๊กของตนเองนั้น

    Clean

    สะอาด

    เกินไป

    ราวกับว่าตัวละครในเรื่องคือโปรแกรมท่ำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะเกมส์การเมืองทั้งที่ในความเป้นจริงมิใช่เช่นนั้นเลย

    เราเห็นคนมีอำนาจทำอะไรต่างๆบ้าๆบอๆมากมาย

    ผู้เขียนรู้สึกว่าอาจารย์เฉินเหมาผู้เขียนหงสาจอมราชันย์แม้พยายามจะแสดงความโหดร้ายของสงครามแต่พยายามจะ

    Justified

    หาคำอธิบาย

    ให้มันมีความหมายทางการเมือง หรือส่งผลต่อชัยชนะของสงครามเสมอ

    ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในการพยายามสร้างธีมของเรื่องว่า

    ไม่มีผู้นำคนไหนเป็นคนโง่

    แต่นั่นทำให้เกิดปัญหาที่เรามองคนในประวัติศาสตร์คือเครื่องจักรสงครามไปไม่ใช่คนที่เป็นมนุษย์

    ว่าผู้นำจริงๆทำตัวบ้าบอได้มากกว่าที่เราคิด

    ไม่มีใครเถียงว่าท่าน บิลคลินตันนั้นเก่งในเรื่องทางการเมือง แต่ก็ดันมีชู้ในทำเนียบขาว

    หรือท่านทรัมป์เก่งทางด้านการพูดและปลุกระดมมวลชน แต่ก็มีข้อเสียในด้านสตรีอีกนั่นล่ะ

    หรือผู้นำทางการทหารต่างๆแอฟริกาที่สร้างปราสาทราชวงศ์ทองคำของตนเอง

    หรือเจ้าของสถานีโทรทัศฯที่เรียกดาราต่างๆมาบำเรอตนเอง

    ว่าหากเราตัดตัณหาความโลภออกไปจากการดำเนินเรื่อง

    เราก็จะทำให้อะไรหลายๆอย่างหายออกไปจากมุมมองมองที่เรามองประวัติศาสตร์

    ผู้เขียนไปเจอนกัเขียนเกี่ยวกับอิเซไคต้าฉิน(โรมัน)เล่นมุกแซวว่าคาลิกูล่า จักรพรรดิต้าฉินตามประวัติศาสตร์ดันปล่อยดินแดนของสหายรักให้เป็นอิสระ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีสถานะเป็นรัฐบรรณาการของต้าฉินอยู่แท้ๆ

    ถ้าเขียนตามแนวหงสาจอมราชันย์คงต้องหาคำอธิบายมาได้มากมายว่าการปล่อยรัฐบรรณาการของสหายรักให้เป้นอิสระส่งผลต่อการเมืองของท่านจักรพรรดิคาลิกูล่าอย่างไรบ้างอาจจะเป็นแผนในการล่อสมาชิกสภาที่มีจิตใจคิดคดออกมาสังหาร เพื่อกระชับอำนาจของตนเองในเมืองหลวงก็ว่ากันไป

    หากเราพยายามเขียนแนวหงสาจอมราชันย์

    แต่มันจะง่ายหรือสมเหตุผลกว่าไหมที่เราจะบอกว่าคาลิกูล่าแค่รักสหายของเขา?

    หรือเราจะพยายามหาคำอธิบายอะไรมาอธิบายก็ได้เพื่อสร้างเหตุผลมาแก้ตัวให้ท่านผู้นำที่เรารักยิ่งว่า

    ท่านผู้นำทำเพื่อผลทางการเมืองไม่ใช่ทำอะไรเพื่อตามอารมณ์

    เราจะสบายใจมากกว่าใช่ไหมว่าหากท่านผู้นำของเรานั้นเป็นคนชั่วที่มีแผนการและมีแบบแผน

    มากกว่าคนชั่วที่ทำอะไรตามอารมณ์?

    ว่าเราจะสบายใจมากกว่าหากเราส่งไปสร้างกำแพงหมื่นลี้ด้วยเหตุผลว่าต้องการป้องกันพวกเผ่าซวงหนูมากกว่าโดนเกณฑ์ไปสร้างปราสาทหลังใหม่ให้เมียน้อยท่านผู้นำ

    คืออย่างที่โจ๊กเกอร์ว่าเอาไว้เรารับสถานการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหนก็ได้ขอเพียงมันยังมีแบบแผนของมัน

    หากเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนั่นล่ะถึงจะเป็นปัญหา

    ว่าประชาชนทำตัวเหมือนคนที่โดนบูลลี่มาตลอดชีวิต

    ว่าเขาตบตีชั้นแต่ที่เขาทำลงไปนั้นเพราะเขารักชั้นและชั้นทำผิดเอง

    หากชั้นไม่ไปมองผู้ชายคนนั้นคนรักของชั้นคงไม่ตบตีชั้น

    เราคิดอย่างนั้นจะดีจริงๆหรือ?

    เรามองว่าคนมีอำนาจมีแสงในตนเองขนาดนั้นเชียว?

    ก็คือเรื่องที่ผมพยายามจะถามตนเองในขณะที่เขียนเรื่องนี้ล่ะครับ

    คล้ายกับเรื่องพลิกตำนานสามก๊ก:ตั๋งฮวง ที่คุณอ่าน