เสียงฝีเท้าของอนาเธอร์ดังก้องอยู่ในเทวสถานที่เงียบงัน
ขณะที่ชายหนุ่มเดินผ่านห้องโถงที่ใหญ่โตและมืดมิดเข้าไปยังส่วนลึกของสถานที่แห่งนี้ ภายในห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นส่วนลึกสุดของเทวสถานนั้น
กลับมีเงาร่างของนักบวชชราในชุดคลุมสีดำยืนอยู่ เขากำลังยืนหันหลังให้กับอนาเธอร์ ท่าทางสง่างามแต่เต็มไปด้วยความมืดหม่น
ชายชรารับรู้ได้ถึงการมาของอนาเธอร์โดยไม่ต้องหันกลับไปมอง เขารู้แล้วว่าเหล่านักบวชที่ควบคุมอยู่ได้ถูกทำลายไปหมดสิ้น แรงสั่นสะเทือนของพลังและเสียงกรีดร้องที่ดังไปทั่วเทวสถานนั้น เป็นสิ่งที่ยืนยันให้ชายชรารู้ว่าผู้ที่มาเยือนนี้ไม่ใช่ใครที่ควรมองข้าม
“ยินดีต้อนรับผู้โง่เขลา...สู่ความตา—”
ชายชราเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วพร่า
แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยจบประโยค ร่างของเขาก็ต้องสะดุ้งอย่างไม่คาดฝัน
เมื่อเห็นว่าร่างจำแลงนับร้อยของอนาเธอร์ได้พุ่งเข้ามาใกล้แล้ว ทั้งหมดเตรียมพร้อมจะใช้ทักษะขั้นสูงสุดโดยไม่มีการลังเลใดๆ มันเป็นร่างจำแลงที่แฝงด้วยพลังของอวตารเทพ และในชั่วพริบตา ทักษะสกิลมหาศาลที่บรรจุอยู่ในแต่ละร่างก็ถูกปลดปล่อยออกมาในเวลาเดียวกัน
【ทักษะสกิล ดวงเนตรอัคคีทองคำสุวรรณ】
【ทักษสกิล พิรุณกระหน่ำแทง!】
【ทักษสกิล มังกรเคลื่อนลมกรด!】
【ทักษสกิล มังกรสายฟ้าทลายพิภพ!】
【ทักษสกิล สายฟ้าหมื่นลักษณ์!】
【ทักษสกิล อัสนีบาตพิพากษา!】
【ทักษสกิล กุงเนียร์พิพากษาโชคชะตา!】
พลังที่ปะทุออกจากร่างจำแลงแต่ละร่างนั้นเป็นดั่งคลื่นมหาศาล ทันใดนั้น เปลวเพลิง สายฟ้า และสายพลังจากทุกทิศทางต่างถาโถมลงมายังร่างของชายชราผู้นั้น เสียงดังกึกก้องสะท้อนทั่วเทวสถานราวกับแผ่นดินกำลังแตกสลาย
“เดี๋ยว.. เดี๋ยวก่อน...”
ชายชราพูดเสียงตะกุกตะกัก เขายกมือขึ้นเพื่อที่จะสร้างม่านเวทป้องกัน ทว่าพลังที่ถาโถมเข้ามานั้นมากเกินกว่าที่เขาจะตั้งรับไหว
“อ๊ากกกกกกกกกกก!”
นักบวชชรากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งเทวสถาน
ร่างของเขาถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านที่กระจายหายไปในพริบตา ความมืดที่ครั้งหนึ่งเคยแผ่ปกคลุมอยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้ถูกแทนที่ด้วยแสงสีทองที่เจิดจ้า เงาร่างของนักบวชผู้สูงวัยสูญสลายไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี
【ติ๊ง! สังหารบอสนักบวชเลเวล 380 ได้รับค่าประสบการณ์ 300,000 หน่วย】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ..】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ..】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 383 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 60 แต้ม】
เสียงที่ทำให้อนาเธอร์รู้ได้ทันที
เขาประสบความสำเร็จในการทำลายล้างบอสหลักของดันเจี้ยนนี้
“พูดมากน่ารำคาญ.. ”
“วันหลังฉันทำแบบนี้เลยละกัน!”
อนาเธอร์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
มองดูเศษซากที่เหลือเพียงควันจากพลังมหาศาลที่เขาปลดปล่อยออกมา
ความเงียบสงัดที่แผ่ซ่านไปรอบๆ แทนที่เสียงสวดมนตร์และความมืดอันเยียบเย็น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วกวาดตามองไปรอบๆ
อาณาเขตที่เคยเป็นถิ่นของเหล่านักบวชแห่งความมืด ตอนนี้ถูกชำระล้างด้วยพลังแห่งสายฟ้าและความร้อนแรงของพลองในมือ
ในตอนนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบดันเจี้ยนดังก้องในอากาศอีกครั้ง
【ติ๊ง! ดันเจี้ยนเทวสถานศักดิ์สทธิ์ในระดับฝันร้ายถูกเคลียร์ด้วยตัวคนเดียว เงื่อนไขการปลดล็อกในระดับนรกถูกเปิดขึ้น!】
【เทวทูตชั้นต่ำได้ปรากฏตัวแล้ว ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะออกจากดันเจี้ยนเพื่อยอมแพ้ หรือจะต่อสู้กับบอสลับนี้ก็ได้】
เสียงนี้ทำให้อนาเธอร์ต้องหยุดชะงัก
นัยน์ตาเบิกกว้างและครุ่นคิดถึงรูปลักษณ์ภรรยาของตนในทันที
“อะไรน่ะ เทวทูต? เหมือนกับคริสติน่า”
“ไม่ใช่สิ.. มันเป็นเทวทูตที่ตกสวรรค์ และถูกเรียกกันว่าเผ่าพันธุ์เทพตกสวรรค์!”
อนาเธอร์บ่นพึมพำออกมา
พลางนึกถึงไปยังตำนานปรัมปรามากมายที่เกิดขึ้นในโลกของอาณาจักรเทพ
นอกจากเผ่าพันธุ์เทวทูตแล้ว มันยังคงมีเหล่าเทวทูตที่รับพลังปีศาจและตกลงไปสู่เส้นทางแห่งขุมนรก เลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่าง
เหมือนดั่งลูซิเฟอร์ ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นถึงอัครทูตสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากที่สุด เหนือยิ่งกว่าอัครทูตสวรรค์ตนไหนๆ เป็นรองเพียงแค่พระเจ้าที่พวกเขาเคารพบูชาเท่านั้น ทว่าลูซิเฟอร์ก็ได้ยุยงและทำการก่อกบฏขึ้น เป็นเหตุที่ทำให้เทพเจ้าตนนี้ต้องถูกเนรเทศ กลายมาเป็นเทพตกสวรรค์
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ลูซิเฟอร์ก็กลายมาเป็นหนึ่งในมหาบาป อัตตาถือเป็นยอดแห่งบาปทั้งปวง สมญานามบาปแห่งความหยิ่งยะโส
ในตอนนั้นเอง ท่ามกลางห้วงอากาศที่กำลังสงบก็มีประกายแสงสีดำก่อตัวขึ้น
ประกายแสงสีดำนั้นค่อยๆรวมตัวและถักทอเป็นวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ ลวดลายโบราณที่เป็นสัญลักษณ์ลึกลับสลักอยู่ทั่ววงแหวน ซึ่งเริ่มเปล่งแสงสว่างราวกับต้องการแสดงถึงการปรากฏตัวของบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
วงแหวนเวทมนตร์นั้นค่อยๆก่อตัวเป็นทางออก และทันใดนั้นเอง
ร่างของชายหนุ่มคนนึงก็ได้ก้าวเดินออกมาจากวงเวทมนตร์อย่างช้าๆ ร่างของเขามีลักษณะเหมือนเทวทูต ทว่าไม่เหมือนเทวทูตทั่วๆไป ปีกของเขามีเพียงคู่นึงเท่านั้น และปีกคู่นั้นถูกอาบย้อมด้วยสีดำสนิท ราวกับว่าเขาเป็นตัวแทนแห่งความมืดที่แตกต่างจากเทพเจ้าผู้บริสุทธิ์
ชายหนุ่มเทวทูตตกสวรรค์ยืนตัวตรงและแสดงท่าทางหยิ่งยะโส ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่อนาเธอร์ด้วยสายตาแห่งการดูแคลนและความเย้ยหยัน ดวงตานั้นไม่มีประกายใดนอกจากความเกลียดชังและเหยียดหยาม
ในแววตาของเขา อนาเธอร์ไม่ต่างอะไรไปจากสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยที่สุดที่เขาเคยพบเจอ
“มนุษย์ช่างบังอาจยิ่งนัก ที่กล้ามายังเทวสถานเช่นนี้..”
“พวกเจ้ามันก็แค่มดปลวกที่น่าชัง พวกเจ้าจะไม่มีวันเข้าใจถึงพลังที่แท้จริงได้หรอก”
เทวทูตตกสวรรค์พูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น และดูแคลนในฐานะที่มนุษย์ผู้ต่ำต้อยนั้นกล้ามาล่วงล้ำอาณาเขตที่ตนควบคุม
【เทวทูตชั้นต่ำ รีรัส เลเวล: 400】
【พละกำลัง: 70,000】
【ความทนทาน: 70,000】
【ความเร็ว: 70,000】
【จิตวิญญาณ: 80,000】
【ทักษะสกิล: กระสุนแห่งความมืด,คมดาบปีกเพลิงทมิฬ,ความเย่อหยิ่งของเทวทูต】
【ทักษะสกิลติดตัว: ต้านทานกายภาพ, ต้่านทานจิตวิญญาณ, มรดกแห่งผู้ทรงปัญญา】
“ไอ้เวรนี้มาถึงก็ปากแจ๋วเลยนะ?”
อนาเธอร์ยืนฟังคำพูดของเทวทูตตกสวรรค์ก็คิ้วกระตุกขึ้นอยู่เล็กน้อย
แม้ว่าจะถูกเหยียดหยามมากมาย แต่ชายหนุ่มก็ยังยิ้มอย่างเย้ยหยันกลับไป เขายกพลองในมือขึ้นพร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงดังชัดเจน
“แกเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก”
“ที่ด่าๆฉันอยู่เนี่ย ไม่ใช่ว่าจริงๆแล้วพวกแกก็แค่เกรงกลัวมนุษย์ใช่ไหม?”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของเทวทูตตกสวรรค์เริ่มเปลี่ยนไป ความหยิ่งยโสที่เคยแสดงออกมาก่อนหน้านี้ค่อยๆเลือนหายไป ดวงตาสีแดงเข้มของเขาเริ่มสั่นไหว
“พวกแกพยายามที่จะเก็บซ่อนความกลัวเหล่านั้นไว้ภายในจิตใจ และตอนนี้แกก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ามันเป็นแบบนั้น”
อนาเธอร์กล่าวพร้อมกับยิ้มเย้ยหยัน
เขายกพลองในมือขึ้นและชี้ไปที่เทวทูตตกสวรรค์ราวกับต้องการท้าทาย
คำพูดนี้ทำให้เทวทูตตกสวรรค์รู้สึกถูกทำลายศักดิ์ศรีอย่างหนักหน่วง ความโกรธเกรี้ยวในจิตใจเขาท่วมท้นขึ้นมาทันที ความมืดที่แผ่ซ่านอยู่รอบตัวเขาเริ่มแผ่ขยายเป็นวงกว้าง
ความกดดันอันหนักอึ้งเริ่มปกคลุมอาณาเขตทุกพื้นที่ที่เทวทูตตกสวรรค์ยืนอยู่ เขาจ้องมองอนาเธอร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเดือดดาล
“เจ้ากล้าเหยียดหยามข้าเช่นนี้!”
“ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่พูดเช่นนั้น”
เทวทูตตกสวรรค์ตะโกนด้วยเสียงดังลั่น เปลวเพลิงสีดำปะทุขึ้นรอบกายเขา
ปีกสีดำขนาดใหญ่กางออกกว้างและแผ่กระจายความมืดออกไปทั่วบริเวณ เสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองดังขึ้นจากปากของเขา
อนาเธอร์ไม่รู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งมั่นอยู่กับที่ พลองในมือยังคงจับแน่นอย่างมั่นคง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกล้าหาญและไม่ย่อท้อ เขาเฝ้ามองเทวทูตตกสวรรค์ที่กำลังแสดงพลังออกมาเต็มที่พร้อมกับเตรียมตัวสู้ในทุกขณะ
“ถ้าอยากลองดู.. งั้นก็มาเถอะ”
“ฉันจะทำให้แกได้รู้ว่าฉันเองก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเช่นกัน”
อนาเธอร์กล่าวท้าทาย พร้อมกับเปิดใชัทักษะสกิลร่างจำแลงที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทันที
【ทักษะสกิล ร่างจำแลงแห่งโอดิน】
...
ไม่ให้ไอ้บอสนักบวชมีบทบ้างเลย มาเร็วเคลมเร็วจริงๆ 555+