หลังจากจบการประลองสุดยอดแม่ทัพรุ่นเยาว์ผู้ชนะนั้นจะได้เป็นตัวแทนของสำนักออกไปประลองการแข่งขันในระดับแคว้นนับจากนี้เป็นเวลาอีก6 เดือนการประลองในครั้งนี้นั้นเป็นการประลองการต่อสู้ประชันฝีมือแบบตัวต่อตัวและตัวแทนผู้เข้ารอบสุดท้ายถึงจะเริ่มประลองการทำสงครามกำลังทหารและทรัพย์กรไม่อั้นตามแต่กำลังของแต่ระบุคคล
ในยามนี้นั้นอู๋ซวงและบรรดาผู้ติดตามจำนวน 10 คนเดินทางกลับไปที่ตระกูลร่วมกับเด็กหนุ่มด้วยและหนึ่งในนั้นมีจินเฉิ่นอู่และฉีหลินเดินทางร่วมกับเด็กหนุ่มด้วยในยามแรกเด็กหนุ่มจะให้ฉีหลินเธออยู่ช่วยงานตาเฒ่าตู๋กูแต่เธอยืนยันเสียงแข็งอยากจะร่วมเดินทางให้ได้คอยเตรียมอาหารและคอยปฏิบัติรับใช้อู๋ซวงเด็กหนุ่มเห็นนางทำหน้าตาน่าสงสารสุดท้ายจึงยอมให้ติดตามมา
กลุ่มของเด็กหนุ่มเดินทางด้วยเรือขนส่งสินค้าเป็นเวลาถึง2 วัน และเดินทางต่อด้วยม้ากลุ่มของเด็กหนุ่มค่อยๆเดินทางกันไปอย่างไม่เร่งรีบคนทั้งกลุ่มล้วนแต่งกายเสื้อผ้าไม่ต่างอะไรกับสามัญชนคนธรรมดาสภาพแวดล้อมของที่นี่นั้นอยู่ใจกลางป่าเขาลึกยากที่จะพบคนทั่วไปเดินผ่านสัญจรไปมาส่วนมากจะมีเพียงขบวนรถส่งสินค้าเท่านั้นและในเวลานี้ตะวันลับขอบฟ้าเด็กหนุ่มจึงสั่งลูกน้องของตนให้พักค้างแรมที่นี่พร้อมทั้งก่อกองไฟทำอาหาร
@@##แสงดาวระยิบระยับอากาศหนาวเย็นกำลังสบายพร้อมทั้งมีเสียงแมลงตัวน้อยกู่ร้องเป็นบทเพลง
เสียงต้นไม้ ใบไม้บิดพริ้วตามกระแสลมท่ามกลางแสงจันทร์ทรา…
"นายท่านข้าขอขอบคุณนายท่านอีกครั้งที่ทำให้ข้ามีความรู้สึกว่าได้กลับมาเป็นคนอีกครั้งหนึ่งในอดีตทาสสงครามบอกกล่าวกับอู๋ซวงด้วยความจริงใจ
"เห้อ…เจ้าจะขอบคุณข้าทำไมในยามนี้นั้นเจ้าก็เป็นทหารของข้าแล้ว ชีวิตอิสระเสรีเจ้าก็ไม่มีสักนิดหากเจ้าหนีคงมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอเจ้าอยู่มันไม่มีเรื่องอะไรที่น่ายินดีเลย
"นายท่านคงไม่รู้หรอกว่าในระหว่างที่ข้าเป็นทาสสงครามนั้นมันโหดร้ายแค่ไหนโดนใช้แรงงานเยี่ยงทาส กินอาหารไม่อิ่มท้อง โดนดุด่าเยี่ยงสุนัขพวกมันทำราวกับข้านั้นเป็นเพียงแค่สัตว์เดรัจฉานในร่างคน ไม่มีโอกาสที่จะได้ติดต่อครอบครัวหรือลูกเมียอีก
เหล่าทหารของเด็กหนุ่มต่างพยักหน้าเป็นเสียงเดียวกันชีวิตก่อนที่จะพบหน้าอู๋ซวงผู้เป็นนายนั้นช่างลำบากเสียเหลือเกินขอตายเสียดีกว่าอยู่
"เห้อ…แล้วข้าแตกต่างจากคนอื่นตรงไหนโปรดอย่าลืมซิว่าข้าคือคนของแคว้นที่เป็นศัตรูของพวกเจ้าที่ทำให้มารับชะตากรรมเช่นนี้และข้ายังบังคับจับยาพิษสังหารใส่เข้าไปในร่างกายของพวกเจ้า
"แต่นายท่านไม่เหมือนคนอื่นนายท่านให้พวกเราได้เป็นคนอีกครั้งและได้เป็นทหารอย่างแท้จริงไม่ใช่ทาสและปฎิบัติกับพวกเราเหมือนครอบครัวพวกเราก็เหมือนคนที่ตายไปแล้ว และให้โอกาสให้พวกเราทำผลงานเพื่อทำคุณสร้างผลงาน
"เห้อ..เจ้ารู้อะไรหรือไม่ทหารมีหน้าที่อะไรมีหน้าที่เพื่อออกรบมีเกียรติยศชื่อเสียงแล้วไงหากวันนึงเจ้าตายแล้วจะทำอย่างไรก็ต้องเอาชีวิตไปทิ้งยังสถานที่แห่งนั้น
"ข้ายินดีตายเพื่อนายท่าน พวกมันทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าข้ายินดีตายเพื่อนายท่าน
"ดีมากข้าได้เห็นความมุ้งมั่นของพวกเจ้าแล้วสงครามนั้นมันหลีกเลี่ยงการบาทเจ็บล้มตายไม่ได้แต่ข้าขอสัญญาว่าข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาชีวิตของพวกเจ้าให้มากที่สุดหากใครด่วนจากไปไวก่อนโปรดวางใจข้าจะดูแลครอบครัวของพวกเจ้าเป็นอย่างดีโดยไม่สนใจว่าเป็นคนของแคว้นไหนและลูกหลานของพวกเจ้าย่อมมีอนาคตที่ดี
"ขอบพระคุณนายท่าน
ในระหว่างที่พวกมันกำลังพูดคุยนั้นอยู่ๆก็ได้ยินเสียงคนต่อสู้กันอยู่ภายในป่าลึกห่างจากจุดที่พวกอู๋ซวงอยู่ไม่ไกลนัก
"อ๊ากกกกกก อ๊ากกก
"เจ้าพวกเดรัจฉานจะทำอะไรนะปล่อยลูกสาวข้าเดียวนี้…
"จิ๊ จิ๊ เจ้าแก่บุตรสาวของเจ้าไม่เลวเลยนิ ผิวพรรณสวดทรง ช่างยั่วอารมณ์ของข้านักสมแล้วที่เป็นคนจำพวกชาติตระกูลดีสูงส่งตลอดทั้งชีวิตของข้ายังไม่เคยได้กินพวกลูกคุณหนูเลยสักครั้ง
"เจ้าต้องการเงินทองเท่าไหร่ เจ้าต้องการอะไรข้ายินดียกให้ทั้งนั้นได้โปรดละเว้นบุตรสาวข้าเถอะข้าขอร้องอ๊ากก ฮือ ฮือ ฮือตัวมันนั้นถูกมัดแขนมัดขาอยู่กับต้นไม้ไม่สามารถที่จะไปช่วยบุตรของตนได้ได้เพียงแต่ขอร้องขอความเมตราจากโจรภูเขา ตัวมันนั้นเป็นถึงพ่อค้าที่ร่ำรวยแต่พละกำลังของมันอ่อนแอจนเกินไป
"จิ๊ จิ๊ ฮ่า ฮ่าข้าต้องการเป็นลูกเขยของเจ้าไงเจ้าแก่….
"ไม่ ไม่ นะได้โปรด
ทางด้านอู๋ซวง
"จะทำยังไงดีเจ้าค่ะนายน้อย ฉีหลินพูดด้วยท่าทางหวาดวิตก ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวพวกโจนภูเขาแต่เป็นเพราะกลัวว่าอู๋ซวงนั้นจะไม่ยินยอมยื่นมือช่วยเหลือ
เด็กหนุ่มมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม "ข้ากำลังรู้สึกเบื่ออยู่พอดี หากพวกมันเป็นพวกรักสนุกนั้นข้าจะสอนพวกมันเองว่าความหรรษาที่แท้จริงนั้นคืออะไรพวกเราไป…
พรึบพรึบ พรึบ
กลุ่มของอู๋ซวงนั้นเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วราวกับดาวตก