ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์รัก(แท้)

    ตอนที่ 9

              “ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวเงียบๆละคะคุณลุฟ”    

            เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทำลายภวังค์อันรื่นรมย์ของชายหนุ่ม   และเมื่อหันไปเขาก็พบกับดวงจันทร์ยืนอยู่ใกล้ๆ

              “พอดียังไม่ง่วงนะครับ ผมยังไม่ชินกับอากาศของที่นี่”  

            ลุฟตอบหญิงสาวที่มีรูปร่างสมส่วน ใบหน้างามเด่นที่ขยับเข้ามายืนใกล้จนเกือบชิด

              “บ้านไร่ในชนบทไม่มีอะไรน่าสนใจนักหรอกค่ะ”  

            ดวงจันทร์ออกความเห็น

              “แต่ผมคิดว่ามันเป็๲เสน่ห์ที่น่าหลงใหลทีเดียว”  

              คำพูดของลุฟทำให้ดวงจันทร์ยิ้มหวานออกมา  เป็๞ยิ้มที่ดูมีจริตจะก้านมากกว่าเด็กสาวที่เติบโตในถิ่นห่างไกลความเจริญทั่วไป  เธอมีหน้าตาที่จัดว่าสวย  ซึ่งสวยกว่าดวงดาวผู้เป็๞น้องสาวอยู่มากและมีผิวพรรณที่ขาวกว่าบุญทิวาหลานสาวเ๯้าของไร่  นั้นจึงทำให้เธอแอบลำพองในจุดเด่นข้อนี้ของตัวเองอยู่ไม่น้อย

             มีหนุ่มๆในหมู่บ้านหลายคนตามจีบเธอ แต่ดวงจันทร์ไม่เคยสนใจใครเป็๲พิเศษ มีก็แต่หลอกคบไว้เพื่อหาผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆและเพื่ออวดว่าตัวมีเสน่ห์เหนือกว่าหญิงสาวคนอื่นๆเท่านั้น ใจจริงแล้วดวงจันทร์เป็๲คนทะเยอทะยานและใฝ่สูง  เธออยากได้แต่งงานกับคนหล่อๆรวยๆและตอนนี้ลุฟก็คือเป้าหมายของเธอ

              “ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณลุฟจะมาชอบอะไรแบบนี้”  

            ดวงตาของหญิงสาววัยยี่สิบสองปีเศษพริบพราวเป็๲ประกายยั่วยวน  ขณะถือวิสาสะเข้ามานั่งลงที่ชิงช้าตัวเดียวกับเขา ซึ่งทีแรกชายหนุ่มก็รู้สึกว่าเธอนั่งอยู่ห่างพอสมควร แต่หลังจากที่พูดคุยกันต่อไปอีกครู่หนึ่งเขาก็รู้สึกว่าร่างอวบนุ่มเบียดชิดเข้ามาทั้งที่เขายังนั่งอยู่ที่เดิม

              “คุณลุฟว่าคืนนี้ดวงจันทร์สวยไหมค่ะ”   

            เสียงฉอเลาะดังอยู่ใกล้ชิด ลุฟรู้สึกได้ถึงแก้มนุ่มที่แนบเข้ามากับไหล่ของเขา  ชายหนุ่มเสเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า เขาพอจะเดาได้แล้วว่าหญิงสาวคนนี้มีเจตนาอะไร แต่เขาก็ไม่กล้าฉีกหน้าให้เธอต้องอับอายด้วยการลุกหนีไปทันที

              “ดวงจันทร์เป็๞ราชินีแห่งท้องฟ้า ย่อมงดงามเป็๞ธรรมดาอยู่แล้วนี่ครับ”

              แม้คำตอบของเขาจะไม่เป็๲ที่ถูกใจของหญิงสาวผู้มีนามว่าดวงจันทร์เท่าใดนัก แต่เอาเถอะยังไงเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจออกมาให้เห็น  ก็นับได้ว่าเธอยังมีหวัง  แต่คงต้องรุกหนักกว่านี้  สาวสวยครุ่นคิดอย่างหมายมั่น

              ลุฟมองมือเรียวที่สอดเข้ามากอดแขนเขาไว้อย่างลำบากใจ  เขาคงทนทำเป็๞เฉยอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว  แต่ก่อนที่เขาจะทันทำอะไรลงไป  เสียงกระแอมของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น  ทั้งเขาและดวงจันทร์รีบหันไปดู  ก็พบร่างโปร่งบางของเด็กสาวผมหยิกฟูที่ดูเหมือนจะพึ่งเดินผ่านมาแถวนี้พอดี

              “อ้าว...คุณเงาะ  ไปไหนมาค่ะ”  

             ดวงจันทร์รีบถามแก้เก้อ  แต่มือของเธอก็ยังไม่ปล่อยออกไปจากต้นแขนอันกำยำของลุฟ

              “ไปก่อไฟไล่ยุงให้เ๽้าบุญปลื้มมา ว่าแต่พี่จันทร์เถอะทำไมยังไม่เข้านอน”  

            ฟังเหมือนจะพูดกับดวงจันทร์ แต่ดวงตากลมโตที่ฉายประกายวาววับกลับกราดไปที่ชายหนุ่มเหมือนจะตำหนิ

              “เอ่อ...พี่   พี่คุยกับคุณลุฟอยู่”  

            ดวงจันทร์พูดตะกุกตะกักด้วยท่าทางเขินอาย

              “อย่าอยู่ให้ดึกนักก็แล้วกัน  เดี๋ยวคุณย่าจะว่าเอาได้”