เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 ฆาตกรโรคจิต

            คดีฆาตกรรมต่อเนื่องทำให้ความหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองแต่ข่าวของลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซีที่ทำให้โลกออนไลน์แทบคลั่งกลับเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเรื่องไหนๆ

            ที่น่าแปลกคือคนที่มีภรรยาแล้วอย่างลู่เป๋าเหยียน กลับไม่มีคนต่อว่าเรื่องที่เขานอกใจสักคนหานรั่วซีเองก็ไม่ได้ถูกใครตราหน้าว่าเป็นมือที่สาม

            นานๆ ทีจะมีคนที่พอมีสติสัมปชัญญะอยู่บ้างออกมาชี้ให้เห็นถึงจุดนี้ แต่ไม่นานก็ถูกบรรดาแฟนคลับไร้สมองของหานรั่วซียำเละและเรียกร้องให้ลบทุกคอมเมนต์ที่ต่อว่าราชินีสุดที่รักใครหน้าไหนจะมาเรียกราชินีของพวกเขาพล่อยๆ ว่ามือที่สามไม่ได้เด็ดขาด

            ทำไมพวกแฟนคลับไร้สมองถึงได้โหดกันขนาดนี้น่ะหรือ

            นั่นก็เพราะพวกเขาคิดว่าแต่เดิมเป็นซูเจี่ยนอันที่มาแย่งลู่เป๋าเหยียนจากหานรั่วซีไปเพราะฉะนั้นซูเจี่ยนอันต่างหากที่สมควรถูกเรียกว่ามือที่สาม

            ตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซีกลับมาคบกันอย่างที่ควรจะเป็นแล้วจะมาบอกว่านอกใจไปคบมือที่สามได้อย่างไรคำพูดพวกนี้มีแต่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเท่านั้นที่จะพูดออกมาได้

            ด้วยเหตุนี้ในโลกออนไลน์จึงเต็มไปด้วยข้อความสนับสนุนเห็นดีเห็นงาม

            คนที่อยู่นิวยอร์กอย่างเสิ่นเยว่ชวนเห็นกระทู้พวกนี้แล้วหัวเราะจนท้องแข็งไปหมด

            การนั่งดูความบ้าคลั่งของพวกแฟนคลับที่ไม่รู้ความจริงพวกนี้ช่างบันเทิงใจจริงๆนี่ถ้าแฟนคลับทั้งหลายรู้ว่าตอนนี้หัวใจของลู่เป๋าเหยียนไม่ได้อยู่หานรั่วซีเลยละก็ ไม่ใจสลายกันหมดหรือไง

            เขามองไปยังคนที่พยายามโทรศัพท์อยู่ตลอดอย่างลู่เป๋าเหยียน

            “เจี่ยนอันยังไม่รับสายอีกเหรอ”

            คิ้วของลู่เป๋าเหยียนขมวดยุ่ง

            “เธอปิดเครื่องไปแล้ว”

            “จบกัน!”เสิ่นเยว่ชวนไม่มีทางบอกเขาหรอกว่า อาจเป็นเพราะเขาโทรยิกๆๆ จนมือถือเธอแบตหมดก็ได้ตอนนี้เขากำลังสนุกกับความทุกข์ของชาวบ้านเต็มที่

            “กลับไปนายไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นคุกเข่าจับชายเสื้อเธอพลางขอร้องให้ยกโทษให้ ไม่แน่เจี่ยนอันเห็นถึงความจริงใจแล้วอาจจะยอมให้อภัย”

            กลับไป?

            ในบรรดาคำพูดไร้สาระของเสิ่นเยว่ชวนมีเพียงสองคำที่น่าสนใจ

            คิ้วยุ่งๆ ของลู่เป๋าเหยียนเริ่มคลายปมเขาหันไปมองเสิ่นเยว่ชวน

            เสิ่นเยว่ชวนรู้จักลู่เป๋าเหยียนดีที่สุดเห็นดังนั้นก็อ่านความคิดเขาออกทันที

            “ใจเย็นเพื่อน!ที่ฉันพูดหมายถึง...เสร็จงานทางนี้แล้วค่อยกลับไปหาเจี่ยนอันพรุ่งนี้สัญญาก็จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว บินไฟล์ทเช้าวันมะรืนก็ยังทันสัญญาฉบับนี้สำคัญแค่ไหนกับบริษัทเรานายก็รู้ถ้านายกลับไปตอนนี้เท่ากับที่ผ่านมาสูญเปล่าเลยนะ!”

            ลู่เป๋าเหยียนอดทนรออีกเป็นวันได้ที่ไหน

            “จองตั๋วของคืนพรุ่งนี้ฉันเซ็นสัญญาเสร็จก็จะกลับเลย”

            เสิ่นเยว่ชวนอยากจะเป็นลม

            หลายวันมานี้ลู่เป๋าเหยียนพยายามร่นตารางให้สั้นลงมาโดยตลอดดูท่าคืนนี้เขาคงต้องทำงานโต้รุ่งอีกแน่ ถ้าพรุ่งนี้รีบกลับหลังเซ็นสัญญาทันทีก็เท่ากับว่าพวกเขาจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย

            แต่คนที่เก่งรอบด้านอย่างลู่เป๋าเหยียนต่อให้ฟ้าถล่มลงมาเขาก็คานไว้ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่เขาตัดสินใจไปแล้วไม่ว่าใครก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

            เสิ่นเยว่ชวนจึงทำได้แค่โทรหาเลขาให้รีบจองตั๋วเครื่องบิน

            พระอาทิตย์ตอนเก้าโมงเช้าของนิวยอร์กช่างร้อนแรงเต็มไปด้วยความปรารถนาทว่าเมือง A ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับชีวิตยามค่ำคืนของคนที่นี่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

            โดยปกติมีเพียงพนักงานที่ต้องเข้าเวรเท่านั้นถึงยังอยู่ที่สถานีตำรวจแต่วันนี้ เพราะคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้แสงไฟยังคงสว่างไสวทั่วออฟฟิศ ทุกคนพากันวุ่นอยู่กับการหาตัวคนร้าย

            ซูเจี่ยนอันยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ดในห้องประชุมเธอยืนมองเบาะแสที่ตนเป็นคนเขียนเอาไว้ ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบหยิบเสื้อคลุมเดินออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว

            “เจี่ยนอัน!”สารวัตรเหยียนยื่นกาแฟมาให้เธอ “พวกเราจะสั่งมื้อดึก เธอไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันสั่งอะไรสักหน่อยดีไหม”

            “พวกสารวัตรช่วยสั่งให้ฉันเลยก็ได้ค่ะขออาหารรสไม่จัดก็พอ เดี๋ยวฉันกลับมากิน”

            เธอกลับเข้าไปในออฟฟิศเพื่อหยิบกุญแจรถจากนั้นจึงเดินออกไป สารวัตรเหยียนตะโกนไล่หลังมาว่า

            “เธอจะไปไหน?”

            “ฉันจะไปที่เกิดเหตุหน่อยค่ะ”

            เธอสังหรณ์ใจว่าในที่เกิดเหตุอาจจะมีเบาะแสอื่นที่ยังไม่ถูกพบ ถ้าเจออะไรเพิ่มเติมเธออาจจะตีกรอบฆาตกรเพื่อช่วยคลี่คลายคดีนี้ได้

            เธอจะไม่ยอมให้ฆาตกรโรคจิตคนนี้พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป

            จากสถานีตำรวจมาถึงเถียนอันการ์เดนท์ระยะทางค่อนข้างไกลการขับรถในยามค่ำคืนทำให้สมองของเธอเริ่มผ่อนคลายขึ้น

            ถึงอย่างนั้นภาพข่าวฉาวของหานรั่วซีและลู่เป๋าเหยียนก็ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความคิดของเธอภาพที่เขาทั้งสองใกล้ชิดกันค่อยๆ ผ่านเข้ามาในสมองเธอทีละภาพ แต่ละภาพช่างชัดเจน ราวกับหานรั่วซีที่อยู่ในรูปภาพคนนั้นมีชีวิตและกำลังหัวเราะเยาะเธออยู่

            “อีกสองปีเป๋าเหยียนจะหย่ากับเธอ”

            “ที่ผ่านมาเขาก็แค่เล่นละครซูเจี่ยนอัน เธอทำให้เขาต้องเหนื่อยกับการเล่นละครตบตา...”

            ภาพและเสียงที่หลอกหลอนอยู่ในสมองทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่าสัญญาณไฟได้เปลี่ยนเป็นสีแดงจนเกือบขับรถฝ่ามันไปยังดีที่เบรกทันในวินาทีสุดท้าย เธอรอดพ้นจากการเกิดอุบัติเหตุแล้วก็จริงแต่เพราะเบรกกะทันหัน ทำให้ถูกเข็มขัดนิรภัยรัดจนเจ็บไปหมด

            ความเจ็บปวดทำให้เธอได้สติเธอดื่มกาแฟที่สารวัตรเหยียนให้มาเมื่อครู่ แล้วเร่งความเร็วเพื่อตรงไปยังจุดหมาย

            ต้องเลิกคิดถึงข่าวฉาวพวกนั้นเสียทีเธอบังคับตัวเองให้หมกมุ่นกับการทำงานทุ่มเทกับการตามล่าตัวฆาตกรให้เต็มที่เหมือนเมื่อช่วงกลางวัน

            ฆาตกรลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมทำให้ไม่มีใครกล้าพักอยู่ที่อาคารสิบหกของเถียนอันการ์เดนท์อีกต่อไป โดยเฉพาะชั้นห้าซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ

            เมื่อซูเจี่ยนอันออกมาจากลิฟต์ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของความตายที่แผ่กระจายอยู่ในความมืดบรรยากาศในชั้นนี้ทำให้คนที่เข้ามารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกราวกับมีสัตว์ร้ายที่พร้อมจะออกมาทำร้ายคนที่ผ่านมาทุกเมื่อ กำลังแอบซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง

            เธอสูดหายใจลึกพลางเปิดไฟตรงทางเดินจากนั้นจึงลอดผ่านเทปกั้นเข้าไปยังห้อง 502

            ภายในห้องมืดสนิทมีเพียงแสงไฟดวงน้อยที่ส่องตรงมายังรอยสีชอร์คที่ใช้ระบุตำแหน่งของศพเมื่อซูเจี่ยนอันคิดไปถึงสภาพของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกจับแยกชิ้นส่วนจมูกของเธอก็เหมือนจะได้กลิ่นคาวเลือดขึ้นมา

            สายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านผ้าม่านยิ่งทำให้สถานที่เกิดเหตุแห่งนี้ดูวังเวง

            คนที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้มานักต่อนักอย่างซูเจี่ยนอันหาได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่ เธอใส่ถุงมือแล้วจึงเปิดไฟจากนั้นก็เริ่มลงมือหาเบาะแสเหมือนกับเพิ่งเคยมาครั้งแรก เธอถือสมุดจดไปพร้อมกับเดินสำรวจทุกซอกทุกมุม

            รายละเอียดต่างๆ ที่พบเมื่อนำมาประกอบกันมักจะกลายเป็นเบาะแสใหม่ได้เสมอ

            สักพักเธอก็เดินเข้าไปในห้องนอนของผู้ตาย

            ศาสตราจารย์ที่สอนเธอเคยบอกไว้ว่าการตกแต่งห้องแสดงให้เห็นถึงนิสัยของเจ้าของได้ เธออยากใช้จุดนี้มาวิเคราะห์สาเหตุที่ฆาตกรเลือกหญิงสาวคนนี้เป็นเหยื่อในการก่อคดี

            หลังสำรวจไปสักพักซูเจี่ยนอันก็จดโน้ตไปได้ไม่น้อย เธอลากเก้าอี้ออกมานั่งอ่านพลางวิเคราะห์ข้อมูล โดยไม่รู้ตัวเลยว่าขณะนี้มีเงามืดบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

            หลังจากนั่งวิเคราะห์ไปได้สักพักเธอก็นึกถึงคำพูดที่ว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของฆาตกร มักกลับมายังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง

            แผ่นหลังของเธอเย็นวาบเมื่อเงยหน้าขึ้นมาจึงเห็นเงาคนที่สะท้อนอยู่ตรงกำแพง

            วินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนตกลงไปในโพรงน้ำแข็งความเย็นเยียบแผ่ซ่านเข้ามาจนสั่นไปทั้งตัว

            ในมือของคนคนนั้นมีมีดเขากำลังยกมันขึ้นอย่างช้าๆ โดยมีเป้าหมายชัดเจน นั่นก็คือเธอ...

            เธอพยายามห้ามไม่ให้ตัวสั่นฝืนทำเป็นนิ่งสงบ ในตอนที่ฆาตกรกำลังจะแทงมีดลงมาเธอก็พลิกตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียดและหันหน้ามาปะทะสายตากับฆาตกรพอดี

            สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมเย็นชาไร้ความรู้สึกราวกับแวมไพร์ที่กำลังกระหายเลือด

            “เธอนี่ใจกล้าดีนะ”ฆาตกรพูดพลางยิ้มเย็น “ดึกดื่นขนาดนี้ยังมาที่นี่คนเดียว”

            “คุณมากกว่าที่ใจกล้า”ซูเจี่ยนอันพูดเสียงเรียบ “ไม่ใช่แค่กล้ามาที่ห้องนี้ แต่ยังกล้าพักอยู่ที่นี่อีก”

            หลังหันกลับมาเธอก็กวาดตาสำรวจตัวฆาตกรเขาใส่ชุดนอนตัวโคร่ง สวมรองเท้าเตะภายในบ้าน มุมปากเลอะคราบยาสีฟันสภาพแบบนี้ถ้าไม่ใช่เพราะพักอยู่ในตึกนี้ซูเจี่ยนอันก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะมีความเป็นไปได้อย่างอื่นอีก

            “คุณเฝ้าดูเหยื่อมานานแค่ไหนแล้ว”เธอถามออกไปเพื่อถ่วงเวลา

            “นานมากแล้ว”เขาพูดพลางจับชายเสื้อชุดนอนของเขาขึ้นมาเช็ดคมมีดที่เงาวับด้วยสีหน้าเย็นชาแข็งกระด้าง“ฉันเห็นเธอเดินเข้าเดินออกตัวคนเดียว อยากจะจับเธอมาแยกเป็นชิ้นๆ ตั้งนานแล้ว”

            มือของซูเจี่ยนอันกำแน่นโดยไม่รู้ตัว

            “พวกคุณไม่ได้มีความแค้นต่อกันทำไมถึงต้องทำกับเธอแบบนี้”

            “ก็ฉันชอบ”มุมปากของเขาแย้มยิ้มประหลาด “ฉันไม่ได้จะทำแบบนั้นกับแค่ผู้หญิงคนนั้นนะแต่จะทำแบบเดียวกันกับเธอด้วย!”

            ต่อให้ซูเจี่ยนอันเป็นคนคล่องแคล่วแค่ไหนก็ยากที่จะหลบการจู่โจมของเขาไปได้ เธอถูกเขาล็อกมือไว้ทั้งสองข้างและกดแนบกับกำแพงความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จู่ๆ เธอก็คิดถึงลู่เป๋าเหยียนขึ้นมา

            ถ้าวันนี้เธอถูกฆ่าเขาจะรู้สึกเสียใจบ้างไหมนะ?

            ไม่สิเธอยังไม่ทันถามเขาให้เคลียร์เรื่องข่าวนั่นเลย จะมาตายแบบนี้ไม่ได้!

            ซูเจี่ยนอันเริ่มเรียกสติตัวเองกลับคืนมาพลางคิดหาวิธีเอาตัวรอด แต่ฆาตกรกลับรู้ทันว่าเธอกำลังคิดอะไร

            “เธอเป็นแพทย์นิติเวชของเมืองนี้เป็นเทควันโดนิดหน่อย และเคยเรียนด้านจิตวิทยาอาชญากรรม เรื่องพวกนี้ฉันรู้ดี”ฆาตกรหยิบเชือกขึ้นมามัดมือเธอทั้งสองข้าง “หลังเห็นเธอเมื่อเช้าฉันก็เริ่มสืบข้อมูลของเธอทางที่ดีตอนนี้เธออย่าดิ้นจะดีกว่า ฉันเป็นเทควันโดสายดำอาจจะเผลอหักแขนเธอก็ได้ถ้าไม่ระวัง”

            ซูเจี่ยนอันเชื่อหมดใจว่าเขาทำได้อย่างที่พูดแน่นอนเธอฝืนอดทนต่อไปไม่ไหวจนมือเริ่มสั่น

            ปลายมีดของเขาเคลื่อนไปมาผ่านใบหน้าของเธอ“สวยเหมือนกันนะ ถ้ากรีดมีดลงบนตัวเธอคงดูสวยกว่าผู้หญิงสองคนนั้นอีกผิวของเธอขาวใสกว่าเยอะ”

            “คุณมีครอบครัวบ้างหรือเปล่า”ซูเจี่ยนอันจ้องตาเขา “ถ้าคุณทำร้ายฉัน รับรองว่าหนีไม่พ้นแน่คุณจะถูกตัดสินโทษประหารชีวิต ตัวคุณน่ะไม่เป็นไร แต่คนในครอบครัวคุณที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้สิทุกคนคงเรียกพวกเขาว่า ญาติของฆาตกรต่อเนื่อง พวกเขาจะตกงาน สูญเสียเพื่อนและทุกอย่างในครอบครองทั้งหมด”

            สายตาของฆาตกรเริ่มชั่วร้ายขึ้นทุกที

            “หุบปาก!”

            “คุณไม่เพียงทำร้ายหญิงสาวบริสุทธิ์สองคนแต่คุณยังทำลายชีวิตของคนในครอบครัวทั้งหมด!”

            คำพูดของซูเจี่ยนอันแทงใจดำของชายผู้นี้เข้าอย่างจัง

            นัยน์ตาเขาเบิกกว้างพลางใช้มีดแทงลงมา…

            ซูเจี่ยนอันคิดจะกล่อมให้เขามอบตัวแต่ดูท่าคงจะเกินเยียวยา

            เธอหลบคมมีดของเขาและพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อสลัดเชือกให้หลุดแต่ไม่ทันไรคมมีดที่สองก็ตามลงมาอีกครั้ง

            ครั้งนี้เธอคงหลบไม่พ้นอีกต่อไปลู่เป๋าเหยียนก็คงมาช่วยเธอไว้ไม่ได้

            ความโชคดีในชีวิตของเธอคงใช้หมดไปแล้วสินะ

            ซูเจี่ยนอันเตรียมใจรับชะตากรรมไว้แล้วแต่ทันใดนั้นกลับได้ยินเสียงอันคุ้นเคย

            “เจี่ยนอัน!”

            เป็นเสียงของเจียงเส้าข่าย

            การมาของเขาทำให้ฆาตกรเบนความสนใจไปชั่วขณะซูเจี่ยนอันจึงหลบคมมีดนั้นไว้ได้ และตะโกนบอกไปว่า

            “แจ้งตำรวจซะ!”

            เจียงเส้าข่ายทุบกระจกเครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยในทันทีเสียงสัญญาณดังก้องไปทั่วบริเวณ สายตาของฆาตกรยิ่งดูโหดเหี้ยม เขาจับตัวซูเจี่ยนอันแล้วฟาดศอกลงมาบนท้ายทอยของเธออย่างแรง...

            ความเจ็บปวดที่ได้รับทำเอาซูเจี่ยนอันจุกจนร้องไม่ออกเธอล้มลงบนพื้น เปลือกตาค่อยๆ หนักขึ้นทีละนิด...

            ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือภาพของเจียงเส้าข่ายที่กำลังสู้กับฆาตกร

            เจียงเส้าข่ายเป็นศิลปะป้องกันตัวอยู่บ้างแต่ชายคนนั้นได้เทควันโดสายดำ ร่างกายแข็งแรงกว่าเจียงเส้าข่ายมาก...

            ในขณะที่กำลังเป็นห่วงเพื่อนอยู่นั้นตาของซูเจี่ยนอันก็ค่อยๆ ปิดลงและหมดสติไปในที่สุด

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604