บทที่ 33 พ่อตาอยากพบ
จวีซือเฝยหันหลังกลับ เธอโกรธจนต้องวิ่งกลับไปยังบ้านตระกูลจวีในทันที
ในตอนดึก ที่บ้านตระกูลจวียังคงสว่างไสว
จวีซือเฝยวิ่งเข้ามาในห้องรับแขก จากนั้นก็เริ่มร้องไห้พร้อมกับกอดแขนพ่อไว้แล้วพูดจาบิดเบือนความจริง "พ่อคะ หนูทำทุกอย่างก็เพื่อพี่นะคะ แต่พี่กลับ… หนูรู้ว่าพี่โกรธหนู แต่หนูทำทุกอย่างเพื่อเธอจริง ๆ นะคะพ่อ..."
จวีกั๋วเจิ้งมองดูดวงตาอันบวมแดงของลูกสาวก็รู้สึกเ็ปหัวใจ มือเหี่ยวลูบไหล่ปลอบโยนเธอเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมา "เกิดอะไรขึ้น นังสารเลวนั่นมันทำอะไรลูกอีก? ทำไมถึงร้องไห้ขนาดนี้"
"เมื่อกี้หนูเห็นพี่จะฉุดกงเจ๋ออวี้ขึ้นห้องไปให้ได้ ตอนนั้นหนูคิดว่ามันดึกมากแล้ว และเพื่อนหนูก็บอกว่าคุณชายกงมีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วย หนูกลัวว่าพี่จะทำให้ตระกูลจวีเดือดร้อน แถมกลัวว่าพี่จะกลายเป็มือที่สามของชาวบ้าน หนูเลยไปตักเตือนเธอ แต่นอกจากเธอจะไม่ฟังแล้ว ยังมาด่าหนูกับเกาอี้อีกด้วย พ่อคะ… หนู..."
จวีซือเฝยสูดน้ำมูก ดวงตาแดงก่ำ ทำท่าเหมือนโดนรังแกอย่างหนัก
"ฉุดกงเจ๋ออวี้ขึ้นห้อง?" จวีกั๋วเจิ้งขมวดคิ้วแน่น ตบโต๊ะดังปัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างขึงขัง "ทำไมฉันถึงมีลูกสาวที่ไร้ยางอายแบบนี้นะ! ช่างขยันทำให้ตระกูลจวีของพวกเราขายหน้าจริง ๆ!"
"พ่อคะ..." จวีซือเฝยลุกขึ้นยืนตามอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเงยหน้ามองเขา "พ่อก็อย่าโกรธเลยนะคะ จริง ๆ จะโทษพี่ทั้งหมดก็ไม่ได้หรอกค่ะ ที่พี่ทำแบบนี้ก็เพื่อช่วยให้บริษัทได้โปรเจกต์หนึ่งนะคะ! ถึงวิธีการจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ แต่ก็พอเข้าใจได้..."
"เข้าใจได้งั้นเหรอ?"
สีหน้าของจวีกั๋วเจิ้งยิ่งดูโกรธมากขึ้น "เพื่อให้งานลุล่วง ก็เลยหาทางขึ้นเตียงคนอื่นเนี่ยนะเรียกว่าเข้าใจได้? ซือเฝย ลูกใจดีเกินไปแล้วละ ถึงได้ถูกพี่สาวรังแกอยู่เรื่อย! แล้วอีกอย่าง ไอ้กงเจ๋ออวี้นั่นมันมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ถ้าเกิดมาตามเอาเื่ พวกเราตระกูลจวีจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด!"
พูดจบ จวีกั๋วเจิ้งก็มีสีหน้าคล้ำหมอง เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที
จวีซือเฝยมองพ่อที่ดูโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ก็ปาดน้ำตา มุมปากสีระเรื่อยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
"คอยดูเถอะจวีซือหนาน พ่อต้องสั่งสอนเธอให้หมอบเป็หมาแน่!"
เป็ไปตามที่เธอคิด จวีซือหนานเพิ่งอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เพราะตอนนี้ผมยังเปียกอยู่ เธอจึงไม่ได้ดูว่าใครโทรมา หญิงสาวกดรับสายในทันที
"ฮัลโหล..."
"จวีซือหนาน แกยังมียางอายอยู่ไหม?"
เสียงด่าทออันแสบแก้วหูดังมาจากมือถือ ก่อนที่มันจะถูกยกขึ้นมาแนบหู จวีซือหนานขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะถามว่า "หนูทำอะไรผิด?"
"ทำอะไรผิดงั้นเหรอ? ฉันเหนื่อยยากลำบากเลี้ยงแกจนโต ไม่ใช่เพื่อให้แกไปเป็ชู้ของใครเขานะ!"
ชู้?
นาทีนั้น จวีซือหนานก็นึกถึงคำพูดที่จวีซือเฝยพูดกับเธอตรงหน้าประตูในทันที ดูเหมือนว่าจวีซือเฝยจะกลับบ้านไปร้องไห้ฟ้องพ่ออย่าง ‘จริงจัง’ แล้ว!
เธอเช็ดผมพลางนั่งลงบนโซฟาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "กรุณาอย่าใส่ร้ายในสิ่งที่หนูไม่ได้ทำ!"
"น้องสาวแกเห็นกับตาเลยนี่ แกยังจะมาแก้ตัวอีกเหรอ?"
จวีซือหนานหัวเราะอย่างประชดประชันเบา ๆ เธอรู้สึกเ็ปในหัวใจจริง ๆ "พ่อจะเชื่อแต่คำพูดของจวีซือเฝยอย่างนั้นเหรอ?"
จวีกั๋วเจิ้งซึ่งอยู่ปลายสายชะงักงันไปครู่หนึ่ง
แต่เพียงครู่เดียว เขาก็เปล่งเสียงะโดังขึ้น "แล้วคำพูดของซือเฝยมันผิดตรงไหน? ปกติซือเฝยเชื่อฟังที่สุด ใจดีที่สุด คำพูดของเธอย่อมน่าเชื่อถือกว่าแกแน่นอน!"
"เหอะ... น่าเชื่อถือกว่าหนูงั้นเหรอ"
จวีซือหนานหัวเราะเยาะตัวเอง "พ่อ หลังจากที่พ่อเลี้ยงพวกเรามาตั้งนาน หนูไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพ่อถึงแยกไม่ออกว่าพวกเราเป็คนแบบไหนกันแน่ จวีซือเฝยกับหานเกาอี้ทำผิดต่อหนูก่อน แต่พ่อกลับโยนความผิดทั้งหมดให้หนู หนูผิดหวังในตัวพ่อจริง ๆ!"
จากนั้น ปลายสายก็เงียบไปอีกครั้ง
จวีซือหนานไม่รู้ว่าพ่อกำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเธอกำลังจะวางสายพอดี กลับได้ยินเสียงพ่อพูดขึ้นมาอีกครั้ง "ยังไงก็เถอะ แกห้ามไปยั่วยวนคุณชายกงไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม พวกเราไม่ควรไปยุ่งกับตระกูลกง!"
จวีซือหนานหัวเราะเ็า เธอกำหมัดแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง
"หนูเป็แฟนตัวจริงของกงเจ๋ออวี้ และไม่ได้ล่อลวงเขา พ่อช่วยระวังคำพูดของตัวเองด้วยนะคะ”