ธเนศกลับถึงคอนโดในช่วงบ่ายก็เปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนเก้าอี้นวดไฟฟ้ากดปุ่มให้นวดเบาๆ ในหัวก็คิดถึงคำพูดของธนียา ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดจี๊ดขึ้นสมอง โดยเฉพาะเรื่องนั้น...มันเป็นใครนะ?
ตอนที่เขาให้วิษณุไปสืบเรื่องของฟาร์มแสนรักก็ไม่ได้ให้ความสนใจ
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
“เป็นไง? มึงล้วงความลับไปได้ถึงไหนแล้ว?” ธเนศกดรับโทรศัพท์อย่างไว เขาเองก็อยากรู้ผลจะแย่
ราเชนทร์หัวเราะร่วน “เป็นอย่างที่เราคาด สองพี่น้อง ธนนท์กับธนียา ร้ายคนละแบบ แสบคนละแนว คนพี่ขโมยของเก่าคุณย่ามาขาย คนน้องก็แอ๊บร้ายใสๆ นี่ถ้ากูไม่เสียเงินจ้างนักสืบเอกชนมาก่อน กูคงเชื่อที่แนนพูดแล้ว”
“ตอนนี้มึงเลิกจ้างนักสืบหรือยัง?”
“ทีแรกก็ว่าจะเลิกจ้างแล้ว แต่วันนี้พอฟังสตอรี่ครอบครัวแล้วกูก็คิดจะจ้างให้นักสืบอยู่ต่อในฟาร์มไปอีกสักหน่อย”
“ดี เดี๋ยวกูช่วยจ่ายค่าจ้างให้เอง”
“ไอ้เสือ กูรู้นะว่ามึงคิดอะไรอยู่?” น้ำเสียงของราเชนทร์ฟังดูแล้วคล้ายจะล้อเลียนธเนศอยู่ในที
“มึงรู้แล้วก็จัดการให้กูซะ” ธเนศทำเสียงคล้ายจะรำคาญ “กูอยากรู้เรื่องในฟาร์มแสนรักอย่างละเอียด”
“ในเมื่อมึงช่วยกูจ่ายค่าจ้าง มึงก็ต้องได้ข่าวที่มึงต้องการด้วย”
“ตอนมึงไปส่งเขา มึงได้เรื่องอะไรมาบ้าง?”
“กูได้เรื่องน่าสงสัยเพิ่มมาอีกหลายเรื่องเลยล่ะ โดยเฉพาะเรื่องนั้น”
“เรื่องอะไร?”
“แฟนเก่าของแนน”
ธเนศหายใจแรงออกมาฟืดหนึ่ง “แฟนเก่า ใช่แฟนเก่าแน่เหรอ? กูก็อยากรู้เหมือนกัน ที่ผู้หญิงคนนั้นอ้างว่าเคยมีเรื่องระหว่างแฟนเก่ากับพีชมันเป็นยังไงกันแน่?” แม้แต่ชื่อของธนียา ธเนศยังไม่อยากจะเอ่ย เขารู้สึกเคืองผู้หญิงคนนั้นที่พูดถึงพรรษาในเชิงลบและเขาเชื่อว่าไม่เป็นความจริง
“กูว่าแล้ว มึงหึงจนเลือดขึ้นหน้า”
“หึงที่ไหน? กูแค่ไม่พอใจที่ผู้หญิงคนนี้พูดซะตัวเองดูดี ทั้งๆ ที่เป็นแค่พนักงานในฟาร์ม แถมยังเป็นฝ่ายไปขออาศัยเขาอยู่”
“เนศ....มึง...หึง...” ราเชนทร์ลากเสียงช้าๆ เน้นๆ ทีละคำ
“กู...ไม่...หึง” ธเนศตอบด้วยวิธีพูดอย่างเดียวกัน
“ยอมรับเถอะเพื่อน ตอนนี้มึงอยากรู้เรื่องแฟนของคุณแนนจนแทบจะคลั่งแล้วเพราะมึงกลัวว่าน้องพีชจะเคยชอบผู้ชายคนนั้น”
ธเนศวางสายจากราเชนทร์แล้วก็นอนหลับตานิ่งๆ เขาคิดจะหลับไปสักงีบเอาแรงก่อนที่พรรษาจะมาถึงคอนโดมิเนียม แต่เธอกลับชิงโทรมาหาเสียก่อน ธเนศดีใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอโทรมาหาเขา ชายหนุ่มกระแอมเล็กน้อยเพื่อปรับน้ำเสียงให้เคร่งขรึม
“คุณมีอะไร?”
“คุณเนศค่ะ แสนรักไม่สบายค่ะ ฉันต้องพาไปโรงพยาบาลด่วน คืนนี้อาจจะไม่ได้ไป ขอเลื่อนไปเป็นวันอื่นก็แล้วกันนะคะ” น้ำเสียงของพรรษาดูร้อนรน แล้วเธอก็กดวางสายไป
“เดี๋ยว...”
ธเนศพยายามกดโทรกลับแต่เธอก็ไม่รับสาย เขารู้สึกหัวเสียที่ยังเธอยังไม่บอกรายละเอียดอะไรก็วางไป เขากดปิดระบบการนวด ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมาด้วยความหงุดหงิด
คืนนี้...เธอบอกว่าเธออาจจะไม่ได้มาหาเขา
ธเนศกดเบอร์หาราเชนทร์ ฝ่ายนั้นรับสายแทบจะทันที
“เนศ วางไม่ถึงสิบนาที มึงมีปัญหาอะไรอีก?”
“คืนนี้ พีชไม่มา กูเซ็ง ไปกินเหล้ากันป่ะ?”
“ทำไมเขาไม่มาล่ะ?”
“ลูกสาวเขาไม่สบาย กำลังจะพาไปหาหมอ”
“เนศ ดีจริง ลูกเขาไม่สบายมึงก็ไม่คิดจะถามไถ่ช่วยเหลือ แล้วยังมาชวนกูไปกินเหล้าอีก ถ้ากูเป็นเขา กูไม่มีทางชอบผู้ชายอย่างมึงเด็ดขาด”
“ไอ้เชนทร์! ปากเหรอนั่น! กูโทรกลับไปหาเขาเป็นสิบสายแล้ว แต่เขาไม่รับสาย มึงจะให้กูทำไง?”
ราเชนทร์ได้ยินก็นึกขำ คำว่าเซ็งที่ออกจากปากของธเนศ เป็นเพราะพรรษาไม่ยอมสายถึงสิบครั้ง “เขาบอกว่าจะพาแสนรักไปไหน?”
“ได้ยินว่าไปโรงพยาบาลน่ะ”
“แสนรักเพิ่งสามขวบเองนะ ช่วงนี้เด็กเล็กๆ เป็นไข้หวัดใหญ่กันเยอะ อาจจะได้นอนที่โรงพยาบาล ที่เขาไม่รับสายมึงก็คงเพราะวุ่นวายเรื่องลูกอยู่”
“เขาไม่ได้บอกกูนี่ว่าจะไปโรงพยาบาลไหน?”
“จะไปยากอะไร ถ้ามึงกลัวเสียหน้าไม่กล้าโทรถามอีกก็ให้เลขาของมึงโทรไปถามข่าวสิ”
“จริงด้วย เดี๋ยวกูสั่งงานเดี๋ยวนี้เลย”
“ถ้าแสนรักไม่สบาย พ่อกับแม่ก็ต้องไปนอนเฝ้า คราวนี้ล่ะกูจะได้อาศัยมึงบังหน้าไปหาแทนพงษ์”
“มึงนี่เองที่เป็นสุดยอดนักธุรกิจ วางแผนหลอกใช้กูไว้นี่เอง”
“แล้วมึงจะไปไหมล่ะ?”
ธเนศนึกถึงเด็กหญิงแสนรักที่เขาเคยพบครั้งหนึ่งในสวนสนุก หน้าตาของเด็กคนนั้นดูคล้ายกับหลานสาวคนเล็กของเขามาก
“ไปสิ มีมึงกับนิวไปด้วย กูจะได้ไม่เขิน”
“อ้าว! ท่านประธาน ถ้ามึงบอกว่าเป็นห่วงเอง มึงจะเสียหน้ามากรึไง?”
“ไม่ได้ กูไม่อยากให้เขาคิดว่ากูสนใจเรื่องส่วนตัวของเขา”
ราเชนทร์ได้ฟังก็นึกรำคาญ “ได้ มึงใช้กูเป็นข้ออ้างก็ได้ ไปหาแทนในตอนที่กำลังลำบาก หวังว่าเขาจะเห็นใจกูบ้าง”
วิษณุโทรไปสอบถามอาการป่วยของแสนรักกับพรรษา คราวนี้เธอรับสายและบอกให้เลขานุการหนุ่มรู้ว่าลูกสาวเธอต้องแอดมิท
“เป็นไข้หวัดใหญ่เหรอครับ? ช่วงนี้กำลังระบาดซะด้วย เดี๋ยวผมจะเข้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณนิว”
“บอกตามตรงนะครับ บอสผมต่างหากที่เป็นห่วง แต่คุณห้ามทักเด็ดขาด เจ้านายของผมเป็นคนเสียหน้าไม่ได้”
พรรษาได้ยินก็ยิ้มออกมา “ค่ะ”
พรรษาบอกห้องที่แสนรักนอนรักษาตัว แล้วก็ขอตัววางสายเพราะคุณหมอกำลังเดินนำหน้าแพทย์ฝึกหัดเข้ามาตรวจอาการ
วิษณุรีบโทรแจ้งข้อมูลให้เจ้านายของตนทราบ “ผมจะไปเตรียมของเยี่ยมแล้วไปหาบอสที่คอนโดนะครับ”
“ดี ฝากด้วยนะ เดี๋ยวฉันไปรอที่ลานจอดรถโรงพยาบาล”
ราเชนทร์ขับรถมารับธเนศ สองหนุ่มตรงไปยังโรงพยาบาล รออยู่สักพักวิษณุกับผู้ช่วยอีกคนก็หิ้วของเยี่ยมพะรุงพะรังลงจากรถตู้สีดำ
“ขอบใจมาก ช่วยหิ้วของพวกนี้ขึ้นไปที่ห้องของแสนรักที”
วิษณุกับผู้ช่วยเดินหิ้วของพะรุงพะรังขึ้นไปตามคำสั่ง
ธเนศรู้สึกตื่นเต้น เขาจะได้เจอกับพี่ชายและลูกสาวของพรรษาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ตอนที่ตกลงทำสัญญากับเธอ เธอมาเพียงคนเดียว หลังจากที่ตกลงเป็นคู่นอนลับๆ กันแล้ว เธอก็เล่าถึงพี่ชายกับลูกสาวตัวน้อยให้เขาฟังเพียงคร่าวๆ นอกนั้นมักจะเป็นเรื่องการทำงานในฟาร์ม
“เนศ มึงนอนกับเขามาเกือบเดือนยังไม่เคยเจอแทนพงษ์กับแสนรักเลยเหรอ?”
“ไม่ กูไม่เคยถาม เขาก็ไม่เคยพูดถึง”
“อืม...มึงนี่มันทำตัวเป็นผู้ชายชั่วสมบูรณ์แบบจริงๆ”
“กูชั่วตรงไหน? กูไม่ได้บีบบังคับให้เขามานอนกับกูนะเว้ย เขาต่างหากที่บังคับให้กูต้องยอมรับเขาเป็นชู้ลับ”
“เออๆ เรื่องนั้นกูรู้ แต่ในเมื่อมึงกับเขาก็มีสัญญากันตั้งสามเดือน ถ้าลูกเขาป่วยมึงก็ควรมีน้ำใจกับเขาบ้าง”
“น้ำใจน่ะกูมี แต่กูไม่อยากจะให้เขามายึดติดกับกูมากเกินไป”
ราเชนทร์ดูท่าทางของเพื่อนแล้วก็หัวเราะออกมา “เออ กูจะคอยดู ผ่านไปสามเดือนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะยึดติดกับใคร?”
**************

