เส้นทางจักรพรรดิ

    ตอนที่ 31 พิณนิจนิรันด์ ระดับเทพ

    จางห้าวหยิบเอาพิณขึ้นมานั่งดูข้อมูลรอ
    พิณนิจนิรันด์ ระดับเทวะ (ถ่ายเทพลังปราณลงไปเพื่อทำการปลุกพิณจากการหลับไหล)ถูกหลอมสร้างมาจากเสียงดนตรีของเทพเซียนหญิงทั้งห้าจนก่อเกิดเป็นศาสตราพิณนิจนิรันด์
    จางห้าวที่เห็นเเบบนั้นก็หมุนเวียนพลังปราณตามตำราที่ฝึกเเล้วถ่ายเทมันเข้าไปในพิณนิจนิรันด์
    เทพเซียนสาวทั้งห้ารู้ได้ถึงพลังปราณที่มีดนตรีไหลวนเวียนอยู่ก็ตื่นขึ้นจากการหลับไหลข้อมูลอาวุธก็เกิดการเปลียนเเปลง
    พิณนิจนิรันด์ ระดับเทพ (วิญญาณสาวเซียน ดนตรี หลิ่วฉิน เยี่ยฉิน เยวี่ยฉิน ฮวางจวิ้น ยวิ๋นยวิ๋น)ถูกหลอมสร้างมาจากเสียงดนตรีของเทพเซียนหญิงทั้งห้าจนก่อเกิดเป็นศาสตราพิณนิจนิรันด์
    ความเป็นนิรันด์นั่นช่างเจ็บปวดยิ่งนัก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ล้านปีไม่เคยลืมเลื่อน
    เสียงดนตรีอันไพเราะดังออกมาคำกล่าวที่เรียบง่ายเเละดูธรรมดาเเต่มันช่างกินใจยิ่งนักถึงเเม้จะเป็นนิรันด์เเต่ถ้าเมื่อเสียเธอไปความเป็นนิรันด์มันช่างไร้ค่า
    บางคนใฝ่ฝันหาความเป็นนิรันด์ บางคนใฝ่ฝันหาความรัก เเต่จะมีสักกี่คนที่ทำตามความฝันตนเองสำเร็จ
    จางห้าวดีดพิณจนเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีเเละอารมณ์สุนทรีย์ศิษย์นิกายหลายคนที่มาถึงก็ไม่มีใครกล้าขัดเสียงพิณที่ดีดออกมาเสียงกล่าวที่เต็มไปด้วยความหลากหลายอารมณ์อันไพเราะทำให้บางคนน้ำตาไหลออกมา
    จางห้าวที่เห็นว่าตนนั้นเล่นจนเพลินไปเลยหยุดลงเเล้วมองไปที่เหล่าจอมยุทธ
    พวกเจ้าจะยืนอยู่อีกนานไหม รีบเข้าไปในประบททดสอบสะสิ "จางห้าวกล่าวเรียกสติของทุกคน
    นิกายเเละจอมยุทธที่ได้ยินเสียงกล่าวเตือนสติก็ตื่นขึ้นจากภวังค์บางคนที่ร้องไห้ก็เช็ดน้ำตาของตนออก
    หลายคนที่ได้สติไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปกลัวว่าจะเป็นกับดักจางห้าวที่เห็นอย่างนั้นขมวดขิ้วเเต่ก็ไม่สนใจเเล้วหันไปมองพวกของตน
    ยังไงสะอีก 3 วันมิติก็จะปิดลงพื้นที่เเลกของจะปรากฎขึ้นมาเอง
    จางห้าวพาพวกของตนตั้งเเคมป์เเล้วเดินออกล่าในเขตที่เหลือจางห้าวสามารถซีกมิติเข้าออกเขต1-5 ได้อย่างง่ายด่าย
    พลังของกฎเกณฑ์มิติของเทพเสมือนยังไม่เเข็งเเกร่งพอที่จะสะกดไม่ให้จางห้าวเข้าออกเขต1-5เเต่ถ้าต้องการออกจากมิติจางห้าวต้องบรรลุปราณเทวะ
    หลายคนที่เห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นไม่สนใจก็ไม่รู้จะทำอย่างไรจะเชื่อใจเขาได้ยังไงอาจะเป็นกับดักที่ชายคนนั้นสร้างขึ้นก็ได้
    ในขณะที่ทุกคนกำลังไม่เเน่ใจอยู่นั้นทางด้านนิกายเมฆาเดินเข้าไปในมิติทันที่โดยไม่คิดมากจากที่สังเกตุดูเเล้วเขาเป็นคนที่เเข็งเเกร่งพอสมควรที่คิดจะฆ่าพวกตนคงทำไปตั้งนานเเล้วคงไม่ต้องมาทำให้มันยุ่งยากเลยสักนิด
    พอนิกายเมฆาเดินเข้าไปเเล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลายคนที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็เดินตามไปทันทีหลายคนถูกส่งไปยังบททดสอบต่างๆๆ
    ในเขตปกครองของโรงประมูลมูเฉิน
    ชายหนุ่มผมสีเเดงใส่อาภรณ์สีขาวลืมตาตื่นขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาภายในเมืองตระกูลที่ใหญ่ที่สุดคือ ตระกูลจาง จักรวรรดิ มูเฉิน เกือบ 80%ของเมืองตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลจาง
    จางมูเฉินตื่นขึ้นมานานเเล้วเเต่อลิสไม่ให้เขาออกจากห้วงจิตมิติระบบจนกว่าจะสำเร็จวิชาวิญญาณนิรันด์ ทำให้จางมูเฉินต้องฝึกหนักในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจางมูเฉินลุกขึ้นนั่งเข้าญาณเพื่อปรับพลังปราณในร่างกาย
    ปราณเทวะ
    หลังจากได้ดูดซึมเลือดของมังกรเเท้จริงทำให้วิชาที่ฝึกพัฒนาวิญญาณเเละร่างกายกลายเป็นมังกรเเท้จริงสายเลือดบริสุทธิ์รู้สึกเหมือนอายุขัยของเขาจะเพิ่มขึ้นมาเยอะกว่ามังกรปกติหลายเท่าตัวรู้สึกว่าถ้ากลายเป็นร่างมังกรจะตัวใหญ่ขึ้นมีพละกำลังมากกว่าเดิมมันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก
    จางมูเฉินลุกขึ้นเเล้วเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกเข้าลึ้กๆเหล่าภรรยาที่เห็นว่าเขาตื่นเเล้วก็วิ่งเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วงจางมูเฉินที่เห็นเเบบนั้นก็ยิ้มออกมาเเล้วสายหน้าว่าไม่เป็นไร
    หยูเหลี่ยนที่เห็นว่าสามีของตนไม่เป็นอะไรมากก็จุบไปที่เเก้มของเขาที่หนึ่งเเล้วหันหลังเดินไปทำงานของตน
    ภรรยาคนอื่นๆก็ทำเเบบเดี่ยวกับพี่สาวของตนเเล้วเดินตามไปจางมูเฉินหลังจากตั้งสติได้จากการถูกสาวสวยลุ่มจูบ
    จางมูเฉินซีกมิติไปที่ทวีปหมอก ภูมิภาคป่าลึกลับ
    ในโลกมิติปีศาจ
    จางมูเฉินรู้สึกว่าตนนั้นสามารถสู้กับกึ่งเทพขั้นกลางได้เเต่ไม่อาจเอาชนะได้จางมูเฉินเดินเข้าไปในเขตที่มีปีศาจปราณเทวะหลายตัวเพื่อทำการปลุกขึ้นมาเป็นข้ารับใช้ของตนเอง
    ฝ่ามือมังกร
    ฝ่ามือขนาดใหญ่สีเเดงพุ่งลงมาปะทะเข้ากับปีศาจค้างคาวปราณเทวะตัวเเตกกระจาย
    Exp 5 ล้าน sp 250,000
    Exp 7 ล้าน sp 490,000
    Exp 10 ล้าน sp 1,000,000
    Exp 4 ล้าน sp 170,000
    Exp 3 ล้าน sp 100,000
    .......
    .......
    ..........
    ระหว่างทางก็เจอกับปีศาจปราณกึ่งเทพ 2-3ตัวเเต่ตอนนี้พวกมันกลายเป็นข้ารับใช้เงาของเขาไปเเล้ว
    จางมูเฉินออกล่าพวกมันตลอด 2 วัน
    คุณค่ะร่างรองจางห้าวออกมาจากมิติเเล้ว "อลิสกล่าวบอกจางมูเฉินในหัว
    จางมูเฉินที่ได้ยินก็พยักหน้าให้เเต่ในใจคิดว่าจะไปดูสะหน่อยว่ามีอะไรสนุกๆให้ทำไหม
    จางมูเฉินซีกมิติกลับมาที่ทวีปยอดยุทธ
    จางมูเฉินมาถึงทวีปยอดยุทธโดยไม่หยุดพักมุ่งตรงมาที่มิติบททดสอบทันทีที่ได้ยินอลิสบอก
    ผู้อาวุโสของนิกายต่างๆสัมผัสได้ถึงระลอกคลืนมิติที่ปั่นป่วนอย่างรุ่นเเรงขณะนั้นเองชายหนุ่มรุ่นเยาว์ชุดขาวผมเเดงก็ปรากฎออกมาสู่สายตาทุกคน
    คาราวะนายเหนือหัว " พวกเงาปราณเทวะสัมผัสได้ถึงเจ้านายของตนทำการคุกเข่าเเล้วก้มหัวคาราวะ
    ทั่วทั้งพื้นที่ตกสู่ความเงียบทันทีผู้อาวุโสปราณเทวะก้มคำนับให้รุ่นเยาว์อายุประมาณ 16 ปี
    จางมูเฉินพยักหน้าให้เหาะไปยังพื้นที่ของตระกูลจางบนเเผงอกมีตราสัญลักษณ์รูปมังกรตัวสีเเดงเลือดหมู ดูน่าเกรงขาม นี้เป็นสัญลักษณ์ของคระกูลจาง ส่วนทาง จักรวรรดิ มูเฉิน จะเป็นรูปมังกรดำ มีหางมังกรวนรอบตัว
    จางมูเฉินคิดที่จะตั้งตระกูลจางในทวีปจอมยุทธเมื่อทำการยึดสำเร็จเปลี่ยนพื้นที่ 16 ให้กลายเป็นของตระกูลจาง เป็นเขตห้ามทุกคนเข้านอกจากจางมูเฉินเเละภรรยาจางมูเฉินคิดจะสร้างทะเลสาบกว้างใหญ่ใช้พื้นที่ 1 ภูมิภาค สร้างบ้านขนาดใหญ่สัก 3 ภูมิภาค ในเเต่ละ ภูมิภาคมี 4 หลังคาเรือน อีก 6 ภูมิภาคเป็นสนามฝึกซ้อม ภูมิภาคที่เหลือ อีก 6 ภูมิภาค 1 ภูมิภาคเป็นประตูมิติไว้เชื่อมต่อทางเข้ากับโลกภายนอก อีก 5 ภูมิภาค เป็นพื้นที่ของ ฟีเนียเเละอสูรตัวอื่นๆๆ
    ภายในพื้นที่บททดสอบ
    จอมยุทธหลายคนไม่ผ่านบททดสอบก็ถูกส่งออกมาเพื่อรอมิติปิด