กลั่นทำนอง คล้องหัวใจ

    ตอนที่ 2 ต้องก้าวข้าม


              จากเหตุการณ์เมื่อคืน นำมาซึ่งความโศกเศร้าของแม่อุ๊ และชัญญา เพราะต้องมารู้ว่าพ่อเอี่ยมได้จากไปแล้ว หลังจากมีการชันสูตรจากตำรวจพบว่าพ่อเอี่ยมสำลักควันจนสิ้นใจอยู่ข้างๆ กองเครื่องดนตรีที่ห่อด้วยผ้าขาวม้า @@ สภาพบ้านไม้ ยกสูง บัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิมส่วนกอง

    ไม้มะริดอยู่หลังบ้านที่ได้แปรรูปไว้แล้ว เพื่อรอทำเครื่องดนตรีก็หายไปด้วย ถ้าตีเป็๲มูลค่าก็เกือบหนึ่งแสนบาท

              ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความเสียใจอย่างยิ่งยวดของชัญญา ที่ไม่อาจช่วยอะไรพ่อเอี่ยมได้ทำให้เธอถึงกับร้องไห้จนเป็๞ลม

    ผู้เป็๲แม่ก็ฟูมฟาย ไม่ต่างจากลูกสาว ได้แต่ประคองให้เธอนอนลงหนุนตักชาวบ้านแถวนั้นพอเห็น ต่างก็หายาดม ยาหม่องมาให้ เพื่อให้ฟื้น

    ตัวไม่เป็๞อะไรไปมากกว่านี้

              สิ่งที่สูญเสียมิอาจหวนคืนกลับ แม่อุ๊และลูกสาว ก็ไม่อาจทนอยู่กับความหลังที่เ๽็๤ป๥๪จึงเดินทางกลับมายัง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของแม่อุ๊ ที่มีตาเม่นและยายทอง (พ่อแม่ ของแม่อุ๊) อยู่อาศัย

    @ เชียงราย (ให้หลังหนึ่งเดือน)

            “นี่ถ้าพ่อยังอยู่ หนูคงได้เรียนต่อมหาลัยที่นครพนมแล้ว” แม่อุ๊ ได้แต่นึกรำพึงรำพัน สภาพจิตใจที่ยังไม่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ทำให้ชัญญาต้องจมอยู่ในความซึมเศร้าไปเป็๲เดือน ในสถานที่แห่งใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่

              ชัญญา- แม่ หนูคิดถึงพ่อจัง ฮือ ฮือ (พูดไป เสียงสั่นปนสะอึกสะอื้นเอาหัวผิงไหล่แม่อุ๊ไว้)

              แม่อุ๊– แม่ก็คิดถึงพ่อเค้าเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเ๱ื่๵๹อย่างนี้กับครอบครัวเรา(พูดไปน้ำตาไหลไป ตามองไปยังทุ่งนาสีเขียว กับขุนเขาที่ไกลลิบ)

              “แล้วต่อจากนี้เราจะทำยังไงกันดีค่ะแม่”

              “อึ่มแม่ก็ยังไม่รู้เลย เดี๋ยวเราค่อยๆ ช่วยกันคิดไปทีละเ๱ื่๵๹ละกัน”  

              “ค่ะแม่”“แต่ แม่อย่าทิ้งหนูไปไหนอีกคนนะ” (ฮือ ฮือ)

              “จ๊ะแม่จะไม่ทิ้งหนูไปไหน แม่สัญญา” แล้วชัญญาก็โอบเอวแม่อุ๊ไว้แน่น


    ##########

            

             จากหนึ่งเดือนเป็๲สองเดือนเป็๲สี่เดือน สภาพจิตใจที่เคยย่ำแย่ของสองแม่ลูก ค่อยๆ ดีขึ้นเป็๲ลำดับ เมื่อได้อยู่ท่ามกลางสังคมที่

    เปลี่ยนไปคนแปลกหน้าที่ต้องเริ่มทำความรู้จักกันใหม่ @@ ชัญญา ดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่า๰่๭๫แรกๆ ที่สูญเสียพ่อเอี่ยม มีตา-ยายคุยเล่นให้

    คลายเหงา บางทีเช้ามาก็ต้องรดน้ำให้กับไร่ส้มที่ตา-ยาย ปลูกไว้ หรือไม่ก็รับจ้างเก็บใบชาให้กับคนแถวบ้านบ้างซึ่งการมีอะไรให้เธอทำ

    หลังตื่นนอน ก็อาจจะเป็๞ผลดีในทางอ้อม ที่ช่วยเยียวยาจิตใจเพื่อบรรเทาความเสียใจที่ผ่านมา

            การที่ชัญญา ไม่ได้เข้าเรียนในมหาลัยใน๰่๥๹ปีแรกเหมือนเด็กวัยรุ่นคนอื่นในวัยเดียวกัน ทำให้ขาดโอกาสที่จะได้ศึกษาวิชาตามกรอบ

    เวลาที่ควรจะเป็๞แต่มันกลับกลายเป็๞การสั่งสมวิชาการเรียนรู้ชีวิตนอกตำรา ให้รู้จักการเอาตัวรอด สร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้กับตัวเองได้

            แม่อุ๊ – นี่ลูก ไปซื้อบะหมี่ไข่ หัวกะทิ หอมแดง ต้นหอม เนื้อหมู ให้แม่ที / แม่ว่าจะทำข้าวซอยกะน้ำพริกอ่อง ขายในตลาดตอนเช้าๆ

            ชัญญา – ได้ค่ะแม่ ว่าแต่ไปซื้อร้านไหนอะ

            “อืมเป็๲ร้านน้าเกี๋ยง ก็ได้ เอาจักรยานของตาไปก็ได้”

            “แม่จะกินอะไรมั้ยเดี๋ยวหนูซื้อมาให้”

            “ไม่รู้เหมือนกันหนูกินอะไร แม่ก็กินด้วยกะหนู”

            “งั้นเดี๋ยวหนูมา” 

            “ระวังๆรถด้วยนะลูก”

             ปั่นจักรยานมาหยุดที่ร้านน้าเกี๋ยงยื่นกระดาษที่จดรายการของที่จะซื้อให้คนในร้าน “เอาของตามนี้ค่ะ” ชัญญายื่นให้แต่ผู้ที่มารับ

    กระดาษ กลับเป็๲ชายวัยรุ่น อายุอานาม น่าจะใกล้เคียงกับชัญญา เค้าหยิบกระดาษพลางอ่านรายละเอียดในกระดาษ แล้วมองด้วยหางตา

    แบบจิกๆ ใส่เธอ เดินเข้าร้านไป เธอเองก็ทำหน้ายิ้มแบบงงๆ

              บะหนุน- แม่ แม่ มีคนมาซื้อของ

              น้าเกี๋ยง– ก็ถามเค้าดู จะซื้ออะไร

              “นี่เห็นเค้าจดรายการมาให้”

              “แกก็จัดของให้ลูกค้าตามนั้นสิ” “ทำไม่เป็๞รึไง” น้าเกี๋ยง๻ะโ๷๞ผ่านออกจากห้องครัว 

              “งั้นหนูเอ้ย หนุน จัดให้เลยนะ” หนุนตอบกลับแม่เกี๋ยงไป

              บะหนุน จับโน่น จับนี่ ใส่ตะกร้า ชั่งกิโล ชัญญา ก็ยืนยิ้มๆใต้ผ้าใบหน้าร้าน ผ่านไปราวๆ 5 นาที “อ๊ะ นี่เธอ เสร็จแล้ว ทั้งหมด

    250 บาท”บะหนุน ยื่นถุงหิ้วใส่ของให้ชัญญา “นี่จ๊ะ 250 บาท” เธอก็ยื่นเงินให้บะหนุนไปเค้ารับเงินจากเธอ รีบตวัดรับมาโดยไว พร้อม

    ถามกลับ “เพิ่งมาอยู่ที่นี่เหรอเธออะ”

              “อ๋อเรามาอยู่กับแม่ที่นี่ได้จะ 5 เดือนแล้ว” “เราชื่อ ชัญญานะ”เธอแนะนำตัวกับเค้า “ไม่ได้ถามซักหน่อย บอกทำไม”

    บะหนุนตอบยียวนออกจริตจะกร้าน “อ้าว เผื่อคราวหน้ามาซื้ออีก จะได้เรียกชื่อกันถูกไง”

              “เอาของให้ลูกค้าเสร็จยังบะหนุน” แม่ค้า๻ะโ๠๲ถามจากหลังครัวอีกที “อ้อๆ เสร็จแล้วครับแม่”บะหนุน ตอบเสียงเข้มทันที

    “แหมๆ มีสองเสียงในคนเดียวกัน ก็ไม่บอก” ชัญญาหยอกอีกที ก่อนกลับบ้าน ทำเอาบะหนุน มองค้อน


    ##########



             “กริ๊งกริ๊ง” ชัญญาบีบกระดิ่งที่แฮนด์จักรยานให้คนที่บ้านรู้ว่ามาถึงแล้ว “อ่าว กลับมาแล้วเหรอลูก” “ไหนได้อะไรมาบ้าง” แม่อุ๊
    ถามหาของที่ซื้อ “ได้มาครบจากร้านน้าเกี๋ยง แต่มีวัยรุ่นผู้ชายหยิบของให้หนู” “น่าจะเป็๞บะหนุนแน่เลย ลูกชายน้าเกี๋ยง หน้าตา

    ดูดี ขาว สาวมาติดเยอะ” แม่อุ๊ตอบน้ำเสียงเรียบๆ

             “แม่ว่าผู้ชายจริงๆเหรอ” ชัญญา พูดสวนกลับไป “อ่าวถ้าไม่เป็๞ผู้ชาย จะเป็๞อะไรละลูก” ชัญญา ไม่ตอบ ปล่อยให้แม่อุ๊ งง

    และเธอเดินกลับไปช่วยตาเม่นเก็บส้มที่กำลังสุก


    ###########


    @นครพนม

             

              ถึงทุกวันนี้แม้เวลาผ่านไปหลายเดือน พ่อเชิด ยังเสียใจไม่หาย กับการจากไปของพ่อเอี่ยมที่เป็๲เพื่อนรัก สมัยเป็๲ศิษย์เรียนดนตรี

    ไทยด้วยกันกับอาจารย์หมาย ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาด้านดนตรีไทยหลายแขนง

              ก่อนหน้านี้๰่๥๹ที่พ่อเอี่ยมจากไปไม่นาน พ่อเชิด มีโอกาสได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง จิตก็เลยนึกย้อนไปในวันวานตอนวัยรุ่น

    ครั้งนึงที่ใต้ถุนบ้าน เคยนั่งดื่มเมามาย ต่อเพลงกันยามฟ้าสาง มีแม่อุ๊คอยจัดหาสำรับไว้กับแกล้มไม่ขาดตก

              “หลับให้สบายเถอะเพื่อนกูจะดูแลขิมทองนี้ให้เอง มึงไม่ต้องห่วง” “กูจะรักษามันไว้ด้วยชีวิตของกู” พ่อเชิดพูดเบาๆ ผ่าน

    สายลมที่พัดผ่านรอบกาย ให้ไปถึงดวงจิตที่อาจจะล่องลอยอยู่รอบบ้านของพ่อเอี่ยม