จากเหตุการณ์เมื่อคืน นำมาซึ่งความโศกเศร้าของแม่อุ๊ และชัญญา เพราะต้องมารู้ว่าพ่อเอี่ยมได้จากไปแล้ว หลังจากมีการชันสูตรจากตำรวจพบว่าพ่อเอี่ยมสำลักควันจนสิ้นใจอยู่ข้างๆ กองเครื่องดนตรีที่ห่อด้วยผ้าขาวม้า @@ สภาพบ้านไม้ ยกสูง บัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิมส่วนกอง
ไม้มะริดอยู่หลังบ้านที่ได้แปรรูปไว้แล้ว เพื่อรอทำเครื่องดนตรีก็หายไปด้วย ถ้าตีเป็มูลค่าก็เกือบหนึ่งแสนบาท
ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความเสียใจอย่างยิ่งยวดของชัญญา ที่ไม่อาจช่วยอะไรพ่อเอี่ยมได้ทำให้เธอถึงกับร้องไห้จนเป็ลม
ผู้เป็แม่ก็ฟูมฟาย ไม่ต่างจากลูกสาว ได้แต่ประคองให้เธอนอนลงหนุนตักชาวบ้านแถวนั้นพอเห็น ต่างก็หายาดม ยาหม่องมาให้ เพื่อให้ฟื้น
ตัวไม่เป็อะไรไปมากกว่านี้
สิ่งที่สูญเสียมิอาจหวนคืนกลับ แม่อุ๊และลูกสาว ก็ไม่อาจทนอยู่กับความหลังที่เ็ปจึงเดินทางกลับมายัง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของแม่อุ๊ ที่มีตาเม่นและยายทอง (พ่อแม่ ของแม่อุ๊) อยู่อาศัย
@ เชียงราย (ให้หลังหนึ่งเดือน)
“นี่ถ้าพ่อยังอยู่ หนูคงได้เรียนต่อมหาลัยที่นครพนมแล้ว” แม่อุ๊ ได้แต่นึกรำพึงรำพัน สภาพจิตใจที่ยังไม่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ทำให้ชัญญาต้องจมอยู่ในความซึมเศร้าไปเป็เดือน ในสถานที่แห่งใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่
ชัญญา- แม่ หนูคิดถึงพ่อจัง ฮือ ฮือ (พูดไป เสียงสั่นปนสะอึกสะอื้นเอาหัวผิงไหล่แม่อุ๊ไว้)
แม่อุ๊– แม่ก็คิดถึงพ่อเค้าเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเื่อย่างนี้กับครอบครัวเรา(พูดไปน้ำตาไหลไป ตามองไปยังทุ่งนาสีเขียว กับขุนเขาที่ไกลลิบ)
“แล้วต่อจากนี้เราจะทำยังไงกันดีค่ะแม่”
“อึ่มแม่ก็ยังไม่รู้เลย เดี๋ยวเราค่อยๆ ช่วยกันคิดไปทีละเื่ละกัน”
“ค่ะแม่”“แต่ แม่อย่าทิ้งหนูไปไหนอีกคนนะ” (ฮือ ฮือ)
“จ๊ะแม่จะไม่ทิ้งหนูไปไหน แม่สัญญา” แล้วชัญญาก็โอบเอวแม่อุ๊ไว้แน่น
##########
จากหนึ่งเดือนเป็สองเดือนเป็สี่เดือน สภาพจิตใจที่เคยย่ำแย่ของสองแม่ลูก ค่อยๆ ดีขึ้นเป็ลำดับ เมื่อได้อยู่ท่ามกลางสังคมที่
เปลี่ยนไปคนแปลกหน้าที่ต้องเริ่มทำความรู้จักกันใหม่ @@ ชัญญา ดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่า่แรกๆ ที่สูญเสียพ่อเอี่ยม มีตา-ยายคุยเล่นให้
คลายเหงา บางทีเช้ามาก็ต้องรดน้ำให้กับไร่ส้มที่ตา-ยาย ปลูกไว้ หรือไม่ก็รับจ้างเก็บใบชาให้กับคนแถวบ้านบ้างซึ่งการมีอะไรให้เธอทำ
หลังตื่นนอน ก็อาจจะเป็ผลดีในทางอ้อม ที่ช่วยเยียวยาจิตใจเพื่อบรรเทาความเสียใจที่ผ่านมา
การที่ชัญญา ไม่ได้เข้าเรียนในมหาลัยใน่ปีแรกเหมือนเด็กวัยรุ่นคนอื่นในวัยเดียวกัน ทำให้ขาดโอกาสที่จะได้ศึกษาวิชาตามกรอบ
เวลาที่ควรจะเป็แต่มันกลับกลายเป็การสั่งสมวิชาการเรียนรู้ชีวิตนอกตำรา ให้รู้จักการเอาตัวรอด สร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้กับตัวเองได้
แม่อุ๊ – นี่ลูก ไปซื้อบะหมี่ไข่ หัวกะทิ หอมแดง ต้นหอม เนื้อหมู ให้แม่ที / แม่ว่าจะทำข้าวซอยกะน้ำพริกอ่อง ขายในตลาดตอนเช้าๆ
ชัญญา – ได้ค่ะแม่ ว่าแต่ไปซื้อร้านไหนอะ
“อืมเป็ร้านน้าเกี๋ยง ก็ได้ เอาจักรยานของตาไปก็ได้”
“แม่จะกินอะไรมั้ยเดี๋ยวหนูซื้อมาให้”
“ไม่รู้เหมือนกันหนูกินอะไร แม่ก็กินด้วยกะหนู”
“งั้นเดี๋ยวหนูมา”
“ระวังๆรถด้วยนะลูก”
ปั่นจักรยานมาหยุดที่ร้านน้าเกี๋ยงยื่นกระดาษที่จดรายการของที่จะซื้อให้คนในร้าน “เอาของตามนี้ค่ะ” ชัญญายื่นให้แต่ผู้ที่มารับ
กระดาษ กลับเป็ชายวัยรุ่น อายุอานาม น่าจะใกล้เคียงกับชัญญา เค้าหยิบกระดาษพลางอ่านรายละเอียดในกระดาษ แล้วมองด้วยหางตา
แบบจิกๆ ใส่เธอ เดินเข้าร้านไป เธอเองก็ทำหน้ายิ้มแบบงงๆ
บะหนุน- แม่ แม่ มีคนมาซื้อของ
น้าเกี๋ยง– ก็ถามเค้าดู จะซื้ออะไร
“นี่เห็นเค้าจดรายการมาให้”
“แกก็จัดของให้ลูกค้าตามนั้นสิ” “ทำไม่เป็รึไง” น้าเกี๋ยงะโผ่านออกจากห้องครัว
“งั้นหนูเอ้ย หนุน จัดให้เลยนะ” หนุนตอบกลับแม่เกี๋ยงไป
บะหนุน จับโน่น จับนี่ ใส่ตะกร้า ชั่งกิโล ชัญญา ก็ยืนยิ้มๆใต้ผ้าใบหน้าร้าน ผ่านไปราวๆ 5 นาที “อ๊ะ นี่เธอ เสร็จแล้ว ทั้งหมด
250 บาท”บะหนุน ยื่นถุงหิ้วใส่ของให้ชัญญา “นี่จ๊ะ 250 บาท” เธอก็ยื่นเงินให้บะหนุนไปเค้ารับเงินจากเธอ รีบตวัดรับมาโดยไว พร้อม
ถามกลับ “เพิ่งมาอยู่ที่นี่เหรอเธออะ”
“อ๋อเรามาอยู่กับแม่ที่นี่ได้จะ 5 เดือนแล้ว” “เราชื่อ ชัญญานะ”เธอแนะนำตัวกับเค้า “ไม่ได้ถามซักหน่อย บอกทำไม”
บะหนุนตอบยียวนออกจริตจะกร้าน “อ้าว เผื่อคราวหน้ามาซื้ออีก จะได้เรียกชื่อกันถูกไง”
“เอาของให้ลูกค้าเสร็จยังบะหนุน” แม่ค้าะโถามจากหลังครัวอีกที “อ้อๆ เสร็จแล้วครับแม่”บะหนุน ตอบเสียงเข้มทันที
“แหมๆ มีสองเสียงในคนเดียวกัน ก็ไม่บอก” ชัญญาหยอกอีกที ก่อนกลับบ้าน ทำเอาบะหนุน มองค้อน
##########
“กริ๊งกริ๊ง” ชัญญาบีบกระดิ่งที่แฮนด์จักรยานให้คนที่บ้านรู้ว่ามาถึงแล้ว “อ่าว กลับมาแล้วเหรอลูก” “ไหนได้อะไรมาบ้าง” แม่อุ๊
ถามหาของที่ซื้อ “ได้มาครบจากร้านน้าเกี๋ยง แต่มีวัยรุ่นผู้ชายหยิบของให้หนู” “น่าจะเป็บะหนุนแน่เลย ลูกชายน้าเกี๋ยง หน้าตา
ดูดี ขาว สาวมาติดเยอะ” แม่อุ๊ตอบน้ำเสียงเรียบๆ
“แม่ว่าผู้ชายจริงๆเหรอ” ชัญญา พูดสวนกลับไป “อ่าวถ้าไม่เป็ผู้ชาย จะเป็อะไรละลูก” ชัญญา ไม่ตอบ ปล่อยให้แม่อุ๊ งง
และเธอเดินกลับไปช่วยตาเม่นเก็บส้มที่กำลังสุก
###########
@นครพนม
ถึงทุกวันนี้แม้เวลาผ่านไปหลายเดือน พ่อเชิด ยังเสียใจไม่หาย กับการจากไปของพ่อเอี่ยมที่เป็เพื่อนรัก สมัยเป็ศิษย์เรียนดนตรี
ไทยด้วยกันกับอาจารย์หมาย ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาด้านดนตรีไทยหลายแขนง
ก่อนหน้านี้่ที่พ่อเอี่ยมจากไปไม่นาน พ่อเชิด มีโอกาสได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง จิตก็เลยนึกย้อนไปในวันวานตอนวัยรุ่น
ครั้งนึงที่ใต้ถุนบ้าน เคยนั่งดื่มเมามาย ต่อเพลงกันยามฟ้าสาง มีแม่อุ๊คอยจัดหาสำรับไว้กับแกล้มไม่ขาดตก
“หลับให้สบายเถอะเพื่อนกูจะดูแลขิมทองนี้ให้เอง มึงไม่ต้องห่วง” “กูจะรักษามันไว้ด้วยชีวิตของกู” พ่อเชิดพูดเบาๆ ผ่าน
สายลมที่พัดผ่านรอบกาย ให้ไปถึงดวงจิตที่อาจจะล่องลอยอยู่รอบบ้านของพ่อเอี่ยม