ขบวนเดินทางของอ๋องเจ็ดและหลินอวี้เคลื่อนตัวออกจากชายแดนตะวันตกมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของแคว้นต้าเหยียน ท่ามกลางภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหุบเขาสูงชันและป่าทึบ เส้นทางนี้แม้จะเป็ทางหลวงของราชสำนัก แต่ก็ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุด เพราะเป็จุดซุ่มโจมตีของกลุ่มฏและโจรูเา
อ๋องเจ็ดนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปยังแนวป่าอย่างระแวดระวัง ข้างกายเขาคือหลินอวี้ที่สวมชุดนักเดินทางสีเทาเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความสง่างาม
“เ้าคิดว่าพวกมันจะกล้าบุกขบวนของข้าหรือไม่?” อ๋องเจ็ดถามเสียงเรียบ
หลินอวี้ตอบโดยไม่หันมามอง “หากพวกมันฉลาด…คงไม่กล้า แต่หากพวกมันมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น…ขบวนของท่านคือโอกาสเดียว”
อ๋องเจ็ดพยักหน้าเบาๆ “ข้าเริ่มชอบวิธีคิดของเ้าแล้ว”
…
ใน่บ่ายของวันที่สอง ขบวนเดินทางเข้าสู่หุบเขาเซี่ยงหลง ซึ่งเป็จุดที่แคบที่สุดของเส้นทาง ด้านหนึ่งเป็หน้าผาสูงชัน อีกด้านเป็ลำธารที่ไหลเชี่ยว เสียงนกร้องเงียบงันผิดปกติ
หลินอวี้รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล “หยุดขบวน!” เธอร้อง
ทหารหยุดทันที อ๋องเจ็ดหันมามองเธอ “เหตุใด?”
“ข้ารู้สึกถึงพลังบางอย่าง…เหมือนมีคนซุ่มอยู่” เธอกล่าว
ทันใดนั้น ลูกธนูนับสิบพุ่งออกมาจากแนวป่า เสียงร้องของทหารดังขึ้นพร้อมกับเสียงม้าสะดุ้ง
“โจมตี!” เสียงของชายลึกลับดังขึ้นจากยอดเขา
กลุ่มโจรูเานับร้อยคนพุ่งลงมาจากสองฝั่งหุบเขา พร้อมอาวุธครบมือ พวกมันไม่ใช่โจรธรรมดา แต่เป็กลุ่มที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
อ๋องเจ็ดคว้าดาบยาวจากหลังม้า “ป้องกันขบวน! หลินอวี้…เ้าควบคุมแนวหลัง!”
หลินอวี้พยักหน้า เธอใช้ท่าร่าง “พยัคฆ์ทะยาน” พุ่งไปยังแนวหลังของขบวน และเริ่มจัดทัพทหารให้ตั้งรับอย่างเป็ระบบ
“ใช้โล่ป้องกันธนู! ตั้งแนวหอกเป็รูปพัด!” เธอสั่ง
ทหารทำตามอย่างรวดเร็ว และสามารถหยุดการบุกของโจรได้ชั่วคราว
…
ในขณะเดียวกัน อ๋องเจ็ดพุ่งเข้าไปกลางกลุ่มโจร ดาบของเขาเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกการฟันคือการสังหาร ทุกการเคลื่อนไหวคือการควบคุมสนามรบ
หลินอวี้มองเขาด้วยความทึ่ง “เขาไม่ใช่แค่นักยุทธ์…เขาคือยอดยุทธ์ตัวจริง”
แต่ศัตรูยังไม่หมด พวกมันเริ่มใช้กลยุทธ์ล้อมขบวนจากด้านหลัง และส่งนักฆ่าฝีมือดีเข้าโจมตีหลินอวี้โดยตรง
“เ้าคือหลินอวี้…ผู้เปลี่ยนแปลงชายแดน?” นักฆ่ากล่าว
“ข้าไม่ใช่แค่ผู้เปลี่ยนแปลง…ข้าคือผู้ไม่ยอมถูกลบ” เธอตอบ
การต่อสู้ระหว่างหลินอวี้กับนักฆ่าเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด เธอใช้ท่าร่าง “หงส์เหิน” ผสานกับพลังหยินจากยันต์โบราณที่เธอพกติดตัว แสงสีเงินสว่างวาบออกมาจากมือของเธอ และผลักนักฆ่าออกไป
“พลังนี้…ไม่ใช่ของโลกนี้!” นักฆ่าร้อง ก่อนจะล้มลง
…
หลังจากการต่อสู้อย่างยาวนาน ขบวนของอ๋องเจ็ดสามารถเอาชนะกลุ่มโจรได้ แม้จะมีผู้าเ็หลายคน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
อ๋องเจ็ดเดินมาหาหลินอวี้ที่ยืนอยู่กลางลานหิน ดาบของเธอเปื้อนเื แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง
“เ้าคือผู้ที่ข้ารอคอย…ผู้ที่สามารถยืนเคียงข้าในสนามรบ” เขากล่าว
หลินอวี้มองเขา “ข้าไม่้ายืนเคียงใคร…ข้า้ายืนด้วยตนเอง”
อ๋องเจ็ดยิ้มบาง “งั้นก็ยืนเคียงข้า…ในฐานะผู้เท่าเทียม”
…
การเดินทางสู่เมืองหลวงยังคงดำเนินต่อไป แต่หลังศึกกลางหุบเขา ความสัมพันธ์ระหว่างหลินอวี้และอ๋องเจ็ดเริ่มเปลี่ยนไป จากความระแวงกลายเป็ความเคารพ และจากความเคารพ…เริ่มกลายเป็บางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น