ประตูไม้สูงสง่าสลักลวดลายงดงามสีแดงบ้านใหญ่ด้านข้างตั้งประดับด้วยสิงโตหินสูงเท่าเด็กเจ็ดแปดขวบขับเน้นฐานะอันมั่งคั่งของเ้าของจวน ประตูข้างมีสาวน้อยแต่งกายงดงามเดินนำสาวใช้อีกสองนางออกมา
“คุณหนูใหญ่ วันนี้พวกเราไม่ควรออกนอกจวน นายท่านสั่งห้ามไว้นะเ้าคะหากนายท่านทราบคุณหนูจะโดนตำหนิเอาได้นะเ้าคะ”
“พูดมากน่า พวกเ้าก็รู้ท่านพ่อรักข้าที่สุดข้าเบื่อวันๆอุดอู้อยู่แต่ในจวน วันนี้พวกเราไปสักการะที่ศาลเ้าหลิงเป่าซื่ออธิฐานขอให้ได้ผ้าไหมเมฆาล่องกลับมาดีกว่าท่านพ่อจะได้อารมณ์ดีไป"
สาวใช้ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนหายใจเ้านายที่แสนดื้อดึงเอาแต่ใจตนเองทั้งยามลับตาคนยังมีอารมณ์รุนแรงโหดร้ายท่านนี้พวกนางมิอาจไม่ทำตามได้ได้แต่เดินตามไปอย่างรวดเร็ว
เฉียนหลี่อวี๋ก้าวเท้าเดินออกจากศาลเ้าหลิงเป่าซื่อความจริงมิใช่นางศรัทธามากมายเพียงหาเหตุผลที่จะออกมาเที่ยวเล่นนอกจวนในความคิดของนางคนงามใยต้องหลบสายตาผู้คนอยู่แต่ในเรือนหลังควรจะออกมาเผยโฉมให้บุรุษได้ยลโฉมจึงจะถูกต้องสายตานางเหลือบไปมองเห็นชายหนุ่มรูปงามที่เดินขึ้นบันไดมานางจึงแสร้งสะดุดล้มขณะที่เดินลงบันไดสวน ทำให้ร่างกายซวนเซเกือบจะล้มชายหนุ่มที่สวนมาจึงช่วยจับแขนประคองร่างให้มิล้มลง
“คุณหนู ท่านมิเป็ไรใช่หรือไม่”
“ข้ามิเป็ไร ขอบคุณท่านเป็อย่างมาก ไม่ทราบว่า"
“ข้าเป็พ่อค้าผ้าไหม มีนามว่าไป๋ซีหลง พึ่งเดินทางมาถึงเมืองนี้”
“คุณชายไป๋ ข้ามีนามว่าเฉียนหลี่อวี๋ ที่บ้านข้ามีกิจการค้าผ้าไหมขอบคุณท่านที่กรุณาช่วยข้า”
“ข้ายินดี ไม่ได้ลำบากอันใดบุรุษควรช่วยสตรีที่อ่อนแอ”
“คุณชายไป๋หากท่านสนใจผ้าไหมของเมืองเราข้าสามารถแนะนำท่านกับท่านพ่อได้”
“ขอบคุณคุณหนูเฉียน แต่จะมิเป็การรบกวนนายท่านหรือ?”
“รบกวนอันใด ท่านช่วยเหลือข้าอีกทั้งสกุลเฉียนค้าขายผ้าไหมมีชื่อเสียงเป็อันดับหนึ่งของเมืองนี้ย่อมไม่รบกวนท่านพ่ออยู่แล้ว มีแต่ยินดีเสียอีก”
“เช่นนั้น ข้าคงต้องรบกวนคุณหนูเฉียน”
ชายหนุ่มทั้งสามเดินตามสามสาวออกมาหน้าประตูศาลเ้าขึ้นรถม้าตามกลับไปจวนสกุลเฉียน
เฉียนหลี่อวี๋นางต้องตาชายหนุ่มแซ่ไป๋ ผู้มีรูปร่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาแตกต่างจากชายหนุ่มคนอื่นๆในเมืองที่นางเคยพบเจอนางเจตนาให้ชายหนุ่มติดตามกลับมาที่จวนจึงวางอุบายเล็กๆน้อยๆเมื่อสามารถทำได้ตามที่ตั้งใจทำให้อารมณ์ดียิ่งนักสาวใช้ทั้งสองได้แต่ก้มหน้าไม่ส่งเสียงเดินตามกลับเข้าประตูหลัก
“ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว”
“อวี๋เอ๋อร์ เ้า..”
สายตานายท่านเฉียนมองผ่านไปยังชายหนุ่มด้านหลังที่เดินตามบุตรสาวตนเข้ามาเป็ชายหนุ่มรูปงามนี่มิใช่ว่า เฮ้อ! เวรกรรมอันใดของข้า
“คุณชายไป๋ นี่ท่านพ่อข้า”
“ท่านพ่อ คุณชายไป๋ เป็พ่อค้าผ้าไหม ที่เดินทางเข้ามาซื้อผ้าไหม”
“ยินดี ยินดีที่คุณชายไป๋สนใจผ้าไหมสกุลข้า”
“ข้าไป๋ซีหลง เป็พ่อค้าผ้าไหมยินดีที่ได้พบท่านเฉียน”
“ฮ่าฮ่าฮ่า นั่งก่อนๆ เด็กๆรินน้ำชา”
ด้านในห้องโถงนายท่านเฉียนที่อารมณ์ดีมากเพราะจู่ก็มีการค้าดีๆจำนวนมากมายมาถึงจวนเสียงเจรจาพูดคุยกันเกี่ยวกับรายละเอียดผ้าไหม การสั่งจองของนายท่านเฉียนและคุณชายไป๋ดังแว่วออกมา จนกระทั่งกำหนดจำนวนเงินงวดแรกเรียบร้อยสุดท้ายนายท่านเฉียนก็เชิญแขกทั้งสามให้พักเรือนรับรองในสกุลเฉียนในฐานะแขกคู่ค้าคนสำคัญของนายท่านมีบ่าวรับใช้เดินนำทั้งสามไปพักยังเรือนรับรองฝั่งตะวันตกเสี่ยวชิงชวนใช้หน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสตีสนิทกับบ่าวในเรือนคุยจนได้ข้อมูลผ้าไหมที่จัดเก็บ การเดินเวรยามและอื่นๆล้วนได้มาทั้งสิ้น
“คุณชาย คุณชายไป๋”
ด้านนอกประตูมีเสียงสาวใช้ส่งเสียงเรียกหลังเคาะประตู
“คุณชาย คุณหนูให้ข้ามาเรียนเชิญท่านไปดื่มน้ำชาที่ศาลาชมจันทร์ ด้วยกัน”
“ได้ รบกวนนำทาง”
เฉียนหลี่อวี๋มองชายหนุ่มเดินมาเพียงลำพังกับสาวใช้ของตนก็รู้สึกยินดียิ่งชายหนุ่มคงสนใจตนเองนางั้แ่เล็กจนโตมั่นใจในความงดงามของตนเองเป็อย่างยิ่ง
“เชิญคุณชายไป๋ คืนนี้แสงจันทร์งดงามยิ่งข้าเตรียมสุราขึ้นชื่อของเมืองเปียนถิงพร้อมกับแกล้มรสเลิศ เชิญท่านนั่งก่อน”
“ขอบคุณคุณหนูเฉียน”
“ยินดีกับคุณชายไป๋ที่การค้าราบรื่น”
ในศาลาชมจันทร์มีเพียงสองคนนั่งดื่มสุราคุยกันเบาๆสาวใช้ถอยห่างออกไปอย่างรู้งาน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเสี่ยวชิงชวนเริ่มกระวนกระวายเ้านายออกไปพบสตรีนางนั้นนี่ก็นานเกินไปแล้วเขาจะทำอย่างไรดี
ในห้องนอนของเฉียนหลี่อวี๋บนเตียงมีม่านปิดไว้ด้านในเป็ไป๋จินหลงที่นอนสลบไสลไม่ได้สตินางหลงใหลใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาั้แ่แรกพบไม่เคยมีชายใดที่เข้าตานางได้มากเช่นนี้นางจะเก็บเขาไว้เป็ของนางจึงไม่ลังเลที่จะจัดการทุกอย่างภายในคืนแรกที่กลุ่มพวกเขาเข้าพักในจวน
“พวกเ้าออกไปให้หมด”
สาวใช้ทั้งสองถอยออกไปทั้งปิดประตูสนิทออกห่างจากตัวเรือนไปเงียบๆ อย่างรู้หน้าที่
มือขาวเรียวงามค่อยๆลูบไล้ไปบนใบหน้าหล่อเหลานางค่อยๆ ก้มลงสูดดมกลิ่นกาย ริมฝีปากบางเคลือบด้วยสีแดงสดค่อยๆเลื่อนเข้าไปชิดปลายคางชายหนุ่มค่อยเลื่อนไปตามแก้มด้านข้างมือข้างซ้ายเลื่อนไปขยับสาบเสื้อคลุมให้เปิดออก วางศรีษะซบลงบนหน้าอก นิ่งไปใช่นางนิ่งไป ด้านหลังเป็ซวี้หานและเฮ่ยฉี
“สตรีไร้ยางอาย”
ซวี้หานใช้มือผลักเฉียนหลี่อวี๋กลิ้งเข้าไปด้านในหันหน้ามาพยักให้เฮ่ยฉี ที่มีสีหน้าเป็กังวล
“นายท่านเป็อันใด”
“ไปกันก่อนที่นางหญิงอัปลักษณ์จะฟื้นขึ้นมาแล้วข้าจะอดไม่ไหวทำร้ายนางเข้า”
รุ่งเช้าไป๋จินหลงฟื้นขึ้นมาโดยมีเสี่ยวชิงชวนและเฮ่ยฉีนั่งเฝ้าตลอดเวลา(ขอบตาของทั้งสองคนคล้ำเหมือนหมีแพนด้า)
“ข้าเป็อะไรไป”
“ซวี้หาน บอกว่านางจิ้งจอกนั่นผสมยาต้องวสันต์สามสารทลงในสุราให้ท่านดื่มเข้าไปหากพวกเราไปช้ากว่านี้ท่านคงได้มีชายาเป็นางอัปลักษณ์แล้วขอรับ”
เสี่ยวชิงชวนใช้น้ำเสียงหมั่นไส้พร้อมแสดงอาการคล้ายเด็กงอนเ้านายออกไปคนเดียวไม่พาพวกตนไปด้วยหากเกิดเหตุผิดพลาดใดๆเขาเมื่อกลับถึงจวนไม่แคล้วโดนพ่อบ้านใหญ่ลงโทษเป็แน่
“พิษในกายท่านซวี้หานบอกให้หมอหลวงกุ้ยจัดโอสถและใช้พลังช่วยขับพิษออกไปแล้วขอรับ"
จากการล่อหลอกถามเฉียนหลี่อวี๋ทำให้ได้รู้ว่าผ้าไหมวิเศษตระกูลเฉียนได้รับมาพร้อมวิธีการลับที่ไม่มีใครสามารถบันทึกหรือจดจำได้ดังนั้นหลายปีที่ผ่านมาล้วนเป็ผ้าไหมที่ทำได้เพราะยังมีเวทย์มนต์กำกับไว้เพียงยังมีผ้าไหมวิเศษอยู่ก็ยังพอสร้างชื่อต่อไปได้
วิธีลับและเวทย์มนต์นั้นเป็การตอบแทนการเลี้ยงดูเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งในเวลานี้คนได้สูญหายไปหลายปี ทั้งสองสิ่งไม่อาจหายไป ทั้งนายบ่าวในจวนล้วนกระวนกระวายบรรดาเ้านายในเรือนต่างรู้ดีว่าผ้าไหมนั้นสำคัญยิ่งมิเช่นนั้นก็มิอาจถักทอผ้าไหมสุดล้ำค่าได้อีก
หลังจากไป๋จินหลงถูกวางยาก็คาดเดาผลสุดท้ายได้แล้วตัดสินใจแล้ว
“เฮ่ยฉี เ้านำสัญญาฉบับนั้นกลับมาให้ข้าส่วนเงินถือว่าเป็ค่าผ้าไหมวิเศษผืนนั้น”
“ขอรับ”
“พวกเราไป”
ส่วนเฉียนหลี่อวี๋เขาจะปล่อยนางไปปกติหากมีสตรีหมายปีนขึ้นเตียงเขาอย่างน้อยต้องตีโบยขาหักเนื้อแตกให้จดจำจนขึ้นใจครั้งนี้เขาจะทำใจดี ไม่ลงโทษนาง
“เ้าไปสืบดูพฤติกรรมนาง จัดการให้เหมาะสม”
สองวันถัดมาทั้งกลุ่มได้ยินเสียงซุบซิบในห้องโถงอาหาร พวกชาวบ้านต่างพูดคุยประเด็นร้อนแรงพฤติกรรมของคุณหนูใหญ่สกุลเฉียนเป็สตรียังไม่ออกเรือนกลับนำพาบุรุษไปอยู่ร่วมเตียงยามค่ำคืนทั้งยังเป็เพียงชายขอทานพิการขาเป๋ช่างเป็สตรีที่ทำตัวไร้ยางอายบ้านใดมีชายหนุ่มจะออกเรือนคงถอยห่างจากสกุลเฉียนแน่นอน
“ไร้ยางอายๆ พอกันทีข้าทนไม่ไหวแล้ว ที่ผ่านมาข้าทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นพวกเ้าดูสิทำงามหน้าเช่นนี้ข้าจะออกจาบ้านไปไหนมาไหนได้อย่างไรไม่มีที่ให้ข้าได้ยืดหน้าชูตาอีกแล้วที่นี้” เสียงว่ากล่าวดังออกไปถึงด้านนอกเรือนบ่าวรับใช้ถอยห่างออกไปเื่ของนายบ่าวมิควรได้ยินแต่กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงเอะอะจากด้านในแทรกด้วยเสียงร้องไห้เบาๆ
“เ้าทำตัวเช่นนี้ ข้าไม่มีหน้าไปไหนมาไหนได้แล้วชาวบ้านล้วนหัวเราะเยาะข้า ล่มจมกันหมดเ้าดู สัญญาการค้าที่ได้มาก็ถูกยกเลิกเพราะเ้าเ้า!”
“นำตัวนางไปสำนึกผิดในหอบรรพชน จากนี้ไปไม่มีคำสั่งข้าไม่ต้องปล่อยออกมา”
“ท่านพี่../ท่านพ่อ”
“ฮูหยิน เ้าเงียบไปเลยควรหยุดแล้วดูนางให้ดีหากเ้ายังเอะอะโวยวายแม้แต่เ้าเองก็สมควรถูกส่งตัวเข้าไปสำนึกผิดในหอด้วยทบทวนความผิดของตนที่เลี้ยงดูบัตรสาวได้ไม่ดีเพราะเ้าให้ท้ายดูสิลูกสาวคนดีของเ้าอับอายกันหมดทั้งวงศ์ตระกูลเคยนึกถึงญาติพี่น้องที่เป็สตรีบ้างหรือไม่เมื่อถึงวัยออกเรือนแค่พูดแซ่เฉียนก็คงหาคู่ที่ดีมิได้แล้ว”
พูดจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกจากโถงใหญ่ไปด้วยความโมโหฉุนเฉียวฮูหยินใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนงามบรรจงเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกสาวสุดที่รักที่นางแสนทนุถนอมนี่นางเลี้ยงดูผิดไปจริงหรือไม่เหตุใดบุตรสาวของนางกลายเป็เช่นสตรีที่ขาดผู้ชายไม่ได้ั้แ่อายุยังน้อยๆเช่นนี้
“อวี๋เอ๋อร์ เ้าใจเย็นๆ เดี๋ยวพ่อเ้าอารมณ์ดีข้าจะช่วยพูดให้นะ”
“ท่านแม่ ท่านพ่อไม่รักข้าแล้ว”
“เ้าก็ทำเกินไป ที่ผ่านมาใช่ว่าพ่อกับแม่จะไม่รู้เื่ชายหนุ่มเ่าั้แต่นี่ถึงกับเป็ชายขอทานพิการจะไม่ให้พ่อเ้าโกรธได้อย่างไร”
“ท่านแม่ท่านต้องเชื่อข้าข้ามิได้ชื่นชอบมันผู้นี้ข้าโดนใส่ร้ายข้ามิได้นำมันเข้ามาในเรือน”
“ช่างเถอะๆ เ้าไปที่หอบรรพชนอยู่ที่นั่นแม่จะดูเมื่อพ่อเ้าอารมณ์เย็นลงแล้วจะขอให้เขาอนุญาติให้เ้าออกมา”
“เ้าค่ะ ไวๆนะเ้าคะที่นั่นทั้งอับทั้งเงียบ ข้าลำบากไม่ได้”
ไป๋จินหลงในเวลานี้ตกอยู่ในภวังค์ย้อนนึกถึงชายชราที่เขาพบก่อนหน้านี้ เขาเหลือบไปมองซวี้หาน ยามนี้เขารู้สึกขัดตากับเ้าร่างแปลงของพยัคฆ์เมฆานิลขี้เก๊กแล้วชักม้าไปใกล้
“เ้าจะหาคนธรรมดาย่อมใช้วิธีธรรมดาหากมิใช่คนธรรมดาย่อมมิอาจหาด้วยวิธีทั่วไป”
คำพูดของผู้เฒ่ากล่าวไว้ดังก้องไปมาในใจของเขา
“นายท่าน พวกเราไปไหนต่อดี”
“ซวี้หาน เ้าปิดบังข้าเกี่ยวกับการตามหาท่านหมอ(เซียนหนุ่ม)ผู้นั้นหรือไม่”
ในศาลาริมสระน้ำด้านข้างมีต้นหลิวทิ้งใบย้อยลงมาลมพัดมาใบไม้ก็ไหวตามแรงลมรองแม่ทัพในชุดสีน้ำเงินเข้มหลังกลับมาถึงจวนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็มานั่งนิ่งราวรูปปั้นสายตาเลื่อนลอยมือถือจอกใส่สุราชั้นดีถืออยู่นานไม่ยกขึ้นดื่มใจกลับลอยล่องไกลออกไปพลทหารยืนอยู่ห่างไปสามฉื่อ(ราวสามเมตร)ใช้หางตาเหลือบมองแล้วก้มหน้าลงแอบคิดในใจรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของรองแม่ทัพที่ปกติเข้มงวดดุดันวันนี้กับขอสุราแต่ไม่ดื่มไหวเซิงเวลานี้รำลึกถึงความลับที่สำคัญในจิตใจ ่เวลาที่บังเอิญเกิดขึ้นได้รู้ความลับของคนผู้หนึ่งอีกทั้งได้รับปากว่าจะไม่เล่าให้ผู้อื่นได้รับรู้ทำให้ในใจอึดอัดรุ่มร้อนด้วยไม่รู้จะจัดการความรู้สึกนี้ได้อย่างไร
ย้อนไปเมื่อสามเดือนก่อนท่ามกลางาที่กำลังขับเคี่ยวกันท่านอ๋องได้าเ็รุนแรงในยามนั้น่เวลาที่มีเซียนหนุ่มพร้อมผู้ติดตามมารักษาท่านอ๋องตนเองเป็ผู้ดูแลและควบคุมเหตุการณ์ต่างๆภายในค่ายทหารรวมทั้งการดูแลท่านเซียนทั้งสองด้วยความที่เป็ทหารทำสิ่งใดมักจะรวดเร็วตรงไปตรงมาเมื่อเซียนทั้งสองเป็บุรุษเขาเองก็ไม่สนใจรายละเอียดมารยาทและเพราะความไม่ยึดติดกฏระเบียบทำให้ล่วงละเมิดเข้าไปในที่พักท่านเซียนโดยมิทันระวังมือเอื้อมไปเปิดผ้าปิดกระโจมก่อนจะก้าวเข้าไปพร้อมไม่มีใครอยู่แต่ขณะที่กำลังจะหันหลังออกมาเขาได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังอาบน้ำจึงมิได้คิดมากเดินเข้าไปปากที่อ้าออกจะเอ่ยปากทักทายถึงกับอ้าค้าง ใน่เวลาสั้นๆ แค่อึดใจเดียวภาพที่เห็นทำให้ใจเต้นระรัวในม่านไอน้ำบางๆ แผ่นหลังขาวนวลมีปอยผมเปียกชื้นละลงมาบางส่วนปิดบังใบหน้าเล็กน้อยตนได้แต่ยืนมองนิ่งไม่มีเสียงออกมาไม่ก้าวเดินหน้าหรือถอยหลังจนกระทั่งคนผู้นั้นรู้สึกตัวว่ามิได้อยู่เพียงลำพังใบหน้านวลมีน้ำเปียกชื้นริมฝีปากแดงอิ่มแก้มขึ้นสีด้วยแช่น้ำอุ่นนั้นค่อยๆหันมาสบตาเขาที่ยืนจ้องตาโตกว่าทุกครั้ง(ตามความรู้สึกของตนเอง)อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ท่าน!!เข้ามาได้อย่างไร หันกลับไป หันไปนะ”
เสียงหวานตวาดขึ้นจิ่วเอ๋อร์รีบหันหลังก่อนจะย่อตัวกลับไปซ่อนตัวอยู่ในอ่างไม้
“ขออภัย ขออภัยด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจข้าไม่คิดว่าจะมีสตรีอยู่ในนี้”
ไหวเซิงหันหลังกลับแต่ยังคงยืนอยู่ใจอยากหันกลับไปจ้องมองอีกครั้ง แม่นางท่านนี้เป็ใคร ใยจึงเข้ามาอยู่ในห้องท่านเซียน
“ท่านยังอยู่อีกทำไมรีบออกไปนะ ข้าจะขึ้นไปแต่งตัวแล้ว ยังยื่นนิ่งทำไม”
“ได้ๆ ข้าออกไปก่อน”